ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1522
ยามดึกสงัด
ฟู่เฉินหวนรีบรุดกลับไป
เขาออกคำสั่งว่า “นับจากนี้ไปทุกคนจงถอยร่นไปสิบลี้ หากมิได้รับคำสั่ง
ของข้า ห้ามเคลื่อนไหวโดยพลการ”
เฉินชีมาถึงบนเขาอย่างกะทันหัน การเคลื่อนไหวของพวกเขาจึงต้องหยุด
ลง
จากนั้นฟู่เฉินหวนก็รีบข้ามสะพานกลับไปยังคฤหาสน์จี้เยวี่ย
เดิมทีซ่งเชียนฉู่หลับไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินข่าวคราวของลั่วชิงยวนก็รีบพลิก
ตัวลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมวิ่งออกมา
“เป็นอย่างไรบ้าง? เป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย?” ซ่งเชียนฉู่กังวลยิ่งนัก
ฟู่เฉินหวนกล่าวเสียงหนักแน่น “ลั่วชิงยวนกับเฉินชีมาถึงบนเขาแล้ว ลั่วชิง
ยวนอาจจะมาถึงในอีกสองวันนี้”
เมื่อได้ยินดังนั้น ซ่งเชียนฉู่ก็ตื่นเต้นอย่างมาก “จริงหรือ?”
“จะมาจริง ๆ หรือ?”
“ในที่สุดข้าก็จะได้พบนางแล้ว!”
ฟู่เฉินหวนกลับกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พวกเจ้าต้องรักษาความลับเรื่อง
ตัวตนของข้าไว้อย่างเคร่งครัด”
“อย่าให้นางรู้ว่าข้าเป็นใคร”
เมื่อได้ยินดังนั้น ซ่งเชียนฉู่ก็ตกใจเล็กน้อย “เหตุใดหรือเพคะ?”
คิ้
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วแน่น “หากนางรู้ว่าข้าเป็นใคร นางอาจจะมิยอมให้ข้า
อยู่ข้างกายอีกต่อไป”
“ยิ่งไปกว่านั้น ข้าหลอกลวงนางมานานถึงเพียงนี้ หากนางรู้ความจริง ย่อม
ต้องโกรธมาก”
ซ่งเชียนฉู่ฟังแล้วก็อดมิได้ที่จะรู้สึกขมขื่น แต่ก็รับปาก “ได้ หม่อมฉันจะมิ
บอกนาง”
ฟู่เฉินหวนพยักหน้า “รบกวนพวกเจ้าด้วย”
ถึงแม้ตอนนี้เขาจะได้โสมมังกรมาต่อชีวิตแล้ว แต่เขาจะอยู่ได้นานเพียงใด
นั้น ตัวเขาเองก็มิรู้
เขาเพียงต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีคุณค่ามากขึ้น
จะได้รับการให้อภัยจากนางหรือไม่นั้นมิสำคัญ เขาเพียงปรารถนาที่จะ
ปกป้องนางให้ปลอดภัย ให้ชีวิตที่เหลือของนางมิต้องทนทุกข์ทรมานอีก
……
ยามเช้าตรู่ อากาศในหุบเขายังคงค่อนข้างหนาวเย็น
ลั่วชิงยวนตื่นแต่เช้า เมื่อเปิดประตูห้องก็เห็นเฉินชีนอนหลับอยู่ในเพิงตี
กระบี่
เขานอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม
ลั่วชิงยวนเดินเข้าไปใกล้ช้า ๆ ได้ยินเสียงกรนดังชัดเจน จำได้ว่าเมื่อคืนดึก
มากแล้วยังได้ยินเสียงวุ่นวายภายนอก คิดดูแล้วเฉินชีคงนอนดึกมาก นางจึง
มิได้ปลุกเขา
นางหันกลับไปตักน้ำมาต้มชาหนึ่งกาแล้วนำมาวางไว้บนโต๊ะ
จากนั้นก็ออกจากลานบ้านไป
ที่
ยื่
นี้
ถึงเวลาที่จะไปล่าเหยื่อสำหรับวันนี้แล้ว
ลั่วชิงยวนเดินเข้าไปในป่าได้มิไกลนักก็พบคนใบ้
“เจ้าตื่นเช้าถึงเพียงนี้เลยหรือ? เมื่อคืนหนาวหรือไม่?” ลั่วชิงยวนถามด้วย
ความเป็นห่วง
คนใบ้ส่ายหน้า จากนั้นก็ชี้ไปทางทิศทางหนึ่งแล้วนำลั่วชิงยวนไปยังที่นั่น
ทั้งสองเดินไปไกลมาก ป่ารกชัฏมีพุ่มไม้หนามเกี่ยวอาภรณ์ ทุกก้าวเดิน
ยากลำบาก
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับดีมาก เพราะพวกเขาพบไก่ป่าฝูงใหญ่ที่นั่น
เพียงแต่น่าเสียดาย เมื่อทั้งสองพยายามจะจับ กลุ่มไก่ป่าก็กระพือปีกบิน
หนีไป
สุดท้ายก็จับได้เพียงสองตัวเท่านั้น
ลั่วชิงยวนยังเก็บไข่ไก่ป่ามาได้สองสามฟองด้วย
ทั้งสองนำไก่ป่ากลับมายังภูเขา ทำความสะอาดแล้วนำไปย่างบนกองไฟ
ลั่วชิงยวนย่างไปพลางกล่าวว่า “ประเดี๋ยวพวกเราจะทำตาข่าย แล้วไปดู
อีกครั้งว่าที่นั่นยังมีไก่ป่าอีกหรือไม่ จะได้จับให้หมดทีเดียวเลย”
คนใบ้พยักหน้า
หลังจากกินอาหารเสร็จ ลั่วชิงยวนก็ห่อไก่ป่าที่เหลือนำไปให้เฉินชี
เมื่อกลับไป เฉินชีก็ยังคงหลับอยู่
ลั่วชิงยวนจึงวางไก่ป่าไว้บนโต๊ะ แล้วรีบร้อนออกไป
นางกับคนใบ้ไปหาเถาวัลย์เล็ก ๆ ในป่ามากมายมาสานเป็นตาข่ายขนาด
ใหญ่แล้วกลับไปยังที่เดิม
นั้
คาดมิถึงว่าโชคดีนัก ไก่ป่าเหล่านั้นกลับมาอีกแล้ว
ทั้งสองปิดล้อมจากสองทิศทาง แล้วทอดตาข่ายลงไปเช่นนั้น
เสียงกระพือปีกดังสนั่น เมื่อทั้งสองรีบหดตาข่ายก็จับไก่ป่าได้เป็นฝูง