ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 155
ได้ยินดังนี้ สีหน้าของนักทำนายชะตาเคร่งเครียด เขาตั้งใจพิจารณาโหงว
เฮ้งของลั่วชิงยวน จากนั้นหยิบแผ่นทองแดง และโยนลงบนโต๊ะทีหนึ่ง
วินาทีนั้น ลั่วชิงยวนสังเกตเห็นบนแขนของท่านหมอมีแผลไฟไหม้ที่เห็นได้
ชัด แผลนั้นใหม่มาก ท่าจะภายในสองวันนี้!
ทำนางนึกถึงภาพวาดที่ถูกเผาวันนั้นโดยไม่ทันคิด ไม่รู้ว่าที่ที่ไฟไหม้
ทั้งหมดในเมืองหลวงของวันนั้น ท่านมหาราชครูสืบหาเจอหรือยัง
นักทำนายชะตากำลังมองภาพปากว้าและขมวดคิ้ว เขาส่ายหัว “พิลึก
พิลึกเหลือเกิน นี่เป็นมหาฆาต…”
ประโยคด้านหลังเขามิได้พูดต่อ แต่ในใจกลับเคาะดังเป็นจังหวะกลอง
นี่มันดวงคนถึงฆาตชะตาแล้วชัด ๆ
โดยทั่วไป มีเพียงคนตายเท่านั้นที่มี
หรือว่าคนตรงหน้าเขาจะเป็น…
นักทำนายชะตาเหงื่อเย็นไหลซิบ แม้จะมีความกลัวในใจ แต่เขายังมิลืม
ภารกิจครั้งนี้
ประโยคของเขาหักมุม “แม้จะเป็นฆาตหนัก แต่ยังสามารถพลิกผันได้! ข้า
จะเตรียมของบางอย่างให้ พรุ่งนี้เจ้ามาเอากลับไป”
“เมื่อพกติดตัวเป็นเวลานาน จะสามารถเปลี่ยนชะตา และพลิกผันทุก
อย่างได้!”
ลั่วชิงยวนพูดอย่างดีใจ “ขอบคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ!”
นึ่
นั้
นางเองก็มองภาพปากว้าทีหนึ่ง ในนั้นชะตาถึงฆาตแล้วจริง ๆ แต่ยังมี
ความหวังเสี้ยวหนึ่ง มหาฆาตก็เป็นมหามงคลได้เช่นกัน
ดูจากท่านอาจารย์ที่ตกใจจนเหงื่อเย็นท่วมร่าง คงยังมิชำนาญในวิชา
แม้บัดนี้ลั่วชิงยวนจะเป็นคนตายแล้วจริง ๆ แต่นางเกิดใหม่ในร่างของลั่ว
ชิงยวน นางคือความหวังเสี้ยวนั้น และเป็นการมีอยู่ของมหามงคล
เดิมทีนางเพียงอยากหยั่งเชิงความสามารถของนักทำนาย เพื่อดูว่านางจะ
สามารถแข่งขันตั้งร้านกับเขาได้หรือไม่ ตอนนี้นางได้รับคำตอบแล้ว นางก็ควร
จากไป
แต่นางกลับสงสัยจุดประสงค์ของฟู่เฉินหวนยิ่ง จึงอยู่ต่ออย่างหน้าด้าน ๆ
“ข้ารู้วิชารักษา หลังแก้ปัญหาให้คุณชายท่านนี้เสร็จ ข้าช่วยรักษาขาให้
ท่าน! ถือเป็นการตอบแทนที่ท่านช่วยข้า!”
นักทำนายชะตาตกใจเล็กน้อย มิคิดว่านางจะดูบาดแผลที่ขาของเขาออก
สายตาของฟู่เฉินหวนยะเยือกลง
เขาจะมองจุดประสงค์ของลั่วชิงยวนมิออกได้อย่างไรกัน
สายตาของเขาอึมครึมลง เขาเอ่ยพูดเย็น ๆ “แม่หญิงรักษาขาให้ท่านหมอ
ก่อนเถิด ข้ามิรีบ!”
ดูจากท่าทีของฟู่เฉินหวนแล้ว ให้ตายอย่างไรเขาก็ไม่มีทางพูดต่อหน้าลั่ว
ชิงยวนแน่
นักทำนายชะตาเห็นดังนี้ ก็อยากรีบไล่ให้ลั่วชิงยวนจากไป ที่เขาให้ฟู่เฉิน
หวนอยู่ต่อ เพราะเขาอยากฟังความลับ และเอาไปแลกรางวัล
แต่ใครจะรู้ว่าจะพูดอย่างไร ลั่วชิงยวนก็ไม่ยอมจากไป
เขาจึงต้องยื่นขาออกมา พร้อมกล่าว “จริง ๆ ก็มิได้หนักหนานัก แค่เมื่อ
สองวันที่แล้ว ข้าเผลอสะดุดถังไฟ และเหมือนจะโดนกระดูก แต่มิใช่ปัญหา
ใหญ่นัก ข้าจึงมิได้ไปหาหมอ”
ลั่วชิงยวนชะงัก แผลไหม้หรือ?
นางม้วนกางเกงของนักทำนายชะตาขึ้นเงียบ ๆ หยิบเข็มขึ้นมาชุดหนึ่ง
และเตรียมจะฝังเข็ม
ที่ขาของเขาเป็นแผลไหม้จริง ๆ แต่บาดแผลมิได้สาหัสนัก เพียงหลงเหลือ
แผลเป็นไว้
”ข้าตรวจดูกระดูกให้” นางยกขาของเขาขึ้นมา บีบข้อเท้าของเขาเบา ๆ
น่าจะเป็นขาพลิก
แต่ทันใดนั้น กลางนิ้วมือของนางจับรอยนูนบางอย่างได้
สีหน้าของนางเปลี่ยนไปฉับพลัน
“ที่นี่ท่าจะมีปัญหา ยกขึ้นมาให้ข้าดูหน่อยเถิด” ลั่วชิงยวนยกขาของเขา
ขึ้นอย่างแน่นิ่ง และก้มหน้ามองรอยนูนที่อยู่หลังข้อเท้าของเขา
สัญลักษณ์ไฟ
ที่ยังคงแผ่ซ่านควันดำจาง ๆ และกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายรุนแรงยิ่ง
เขานี่เอง!
วันนั้นที่นางกางอาคมแผดเผาภาพวาด เมื่อภาพวาดที่มีปัญหาถูกแผดเผา
วิญญาณชั่วร้ายที่ถูกหน่วงเหนี่ยวก็จะวิ่งออกมาแก้แค้น
สิ่งที่ถูกหน่วงเหนี่ยวในภาพต้องมิใช่สิ่งเล็ก ๆ แน่ ดังนั้นไฟที่ปะทุออกมาก็
จะรุนแรงเช่นกัน เมื่อโจมตีโดนคน จึงเกิดเป็นรอยตราที่แฝงไอชั่วร้ายเช่นนี้
มิคิดว่า นางจะหาคนคนนี้เจอแล้ว!
เห็นสีหน้าของนางแปลกไป สีหน้าของนักทำนายชะตาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
เขาเก็บขากลับมาอย่างไวพร้อมกล่าว “ช่างเถิด ข้าไปหาหมอเอาเองวันหลังดี
กว่า จะได้มิลำบากแม่หญิงด้วย”
แต่แล้วลั่วชิงยวนกลับมิยอมปล่อยข้อเท้าของเขา สายตาของนางดุดัน
“รอยแผลนี้ของท่าน ช่างพิลึกเสียจริง! โดนแผดเผาในวันเกิดของท่านมหาราช
ครูสินะ!”