ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 17
“พวกเจ้าดูให้ชัด ๆ ฆาตกรคือนางต่างหาก!”
“แขนเสื้อหลุดลุ่ย มีร่องรอยของเศษเชือกป่านและตะไคร่น้ำ! คนที่ตัด
เชือกที่นี่เมื่อคืนนี้คือลั่วเยวี่ยอิง!”
“การตายของเมิ่งจิ่นอวี่ไม่เกี่ยวกับข้า!”
ขณะนั้นเกิดความโกลาหลไปทั่ว
ลั่วเยวี่ยอิงพยายามดิ้นรนอย่างหวาดกลัว ใบหน้าของนางซีดเซียว และพูด
ขึ้นอย่างเป็นกังวล “ข้ามิได้ทำ มิใช่ข้า”
“หลักฐานแน่นหนาขนาดนี้ เจ้ายังจะเถียงอีกหรือ! น้องสาวที่ดีของข้า เจ้า
จงใจหลอกเมิ่งจิ่นอวี่และฆ่านาง จากนั้นก็โยนความผิดให้ข้า!” ลั่วชิงยวนคว้า
ข้อมือของลั่วเยวี่ยอิง ดวงตาของนางแหลมคมราวกับใบมีด นางพูดขึ้นอย่างชัด
ถ้อยชัดคำ “แล้วความรักที่ลึกซึ้งของพี่น้องเล่า? เจ้าทำเช่นนี้หมายความเยี่ยง
ไร”
ครั้งแล้วครั้งเล่า คิดว่านางรังแกได้ง่าย ๆ อย่างงั้นหรือ!
ถึงลั่วชิงยวนยอมทนกับความโกรธนี้ แต่นางลั่วเหลาจะไม่มีวันยอมเด็ด
ขาด!
อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อมา แขนอันทรงพลังคู่หนึ่งก็ดึงลั่วเยวี่ยอิงออกไป
ก่อนจะตบนางอย่างรุนแรง พร้อมกับด่าทอด้วยความโกรธ “ลั่วชิงยวน!”
ในขณะนั้นแหวนบนมือของฟู่เฉินหวนปัดผ่านแก้มของลั่วชิงยวน ทิ้งรอย
นิ้วมือทั้งห้าไว้บนใบหน้าของนางพร้อมกับคราบเลือด
กลิ่นเลือดลอยอบอวล ลั่วชิงยวนยกมือขึ้นจับแก้มของตัวเอง ไม่รู้ทำไมจู่ ๆ
ถึงได้รู้สึกปวดตรงหัวใจนัก มันไม่ใช่ความรู้สึกปวดใจ แต่เป็นความรู้สึกเจ็บจาก
การบีบรัดของหัวใจ
เจ้าของร่างเดิมยังรักผู้ชายคนนี้ พอถูกเขาตบตีจึงปวดใจจนอยากจะ
ร้องไห้
นางฝืนกลั้นน้ำตา เช็ดเลือดออกจากแก้ม มองฟู่เฉินหวนด้วยดวงตาสีแดง
นางมองใบหน้าที่ขึงขังของเขา ราวกับว่าต้องการฆ่าใครสักคน
ลั่วเยวี่ยอิงรู้สึกพอใจมากที่ได้เห็นฉากนี้ นางซบไหล่ของฟู่เฉินหวน นางดู
เหมือนลูกนกตัวเล็ก ๆ ใบหน้าของนางซีดเผือด แสร้งทำเป็นร้องขอความ
เมตตา “ท่านอ๋อง พี่สาวของหม่อมฉันอาจจะยังสับสนอยู่ ท่านอย่าได้ทรงกริ้ว
เพคะ”
ในขณะที่พูด นางก็มองไปที่ลั่วชิงยวนอย่างภาคภูมิใจ ดวงตาของนางเต็ม
ไปด้วยความยั่วยุ และความสุขของผู้ชนะ
เห็นดังนั้น ลั่วชิงยวนก็กำฝ่ามือแน่น หัวใจของนางสุมไปด้วยความโกรธ
วันหนึ่งนางจะฉีกหน้ากากของลั่วเยวี่ยอิงออกมาให้ได้! ท่านอ๋องตบหน้า
พระชายา ฉากนี้เป็นเรื่องปกติในสายตาของคนรับใช้ในตำหนัก เพราะท่านอ๋อง
มิได้รักนาง และนางยังแย่งที่คนที่เขารักจริงมา ที่ท่านอ๋องยังปล่อยนางไว้
เพราะเห็นแก่อัครเสนาบดี
นางยังกล้าใส่ร้ายคนรักของท่านอ๋อง คงมิแปลกที่นางจะโดนตบ
“ฟู่เฉินหวน ท่านตาบอดใช่หรือไม่?” ลั่วชิงยวนพยายามระงับความโกรธ
และมองตรงไปที่ฟู่เฉินหวน
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ แม้กระทั่งซูโหยวและเซียวชู
เองต่างก็อ้าปากค้าง
ในฐานะท่านอ๋องแห่งตำหนักอ๋อง มิเคยมีใครกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ โดย
เฉพาะอย่างยิ่ง บอกว่าเขาตาบอด
ที่
นี้
ทุกคนรู้สึกเสียใจกับพระชายาอ้วนที่แต่งงานแทนคนนี้ ท่านอ๋องต้องมิให้
อภัยนางอย่างแน่นอน
เมฆหนารวมตัวกันระหว่างคิ้วของฟู่เฉินหวน และความเย็นชาปรากฏขึ้น
ในดวงตาของเขา
ลั่วเยวี่ยอิงรีบสุมไฟต่อทันที “ท่านพี่ ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่าพูดจาไร้สาระอะไร
ออกมา? ท่านอ๋องเป็นสามีของท่าน ท่านพูดจาแบบนี้กับพระองค์ได้เยี่ยงไร! รีบ
ขอโทษท่านอ๋องเสีย ท่านอ๋องทรงพระทัยกว้างใหญ่ จะต้องให้อภัยท่านเป็น
แน่!”
ดวงตาของลั่วชิงยวนเย็นชา แฝงไปด้วยความไม่ยอม ซึ่งทำให้ฟู่เฉินหวน
รู้สึกอึดอัดในสายตาของเขา
ในขณะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังตึงเครียด องครักษ์อีกสองคนก็
คลานออกมาจากบ่อน้ำ และลากศพอีกศพออกมา
“ฝ่าบาท มีศพอยู่ข้างใต้อย่างน้อยสิบกว่าศพพ่ะย่ะค่ะ!”
ทุกคนต่างก็ตกใจ
“สิบกว่าศพงั้นรึ?!”
“สวรรค์ สิบกว่าศพ?”
ทุกคนอุทานครั้งแล้วครั้งเล่า
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว และก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีเวลาสนใจ
ลั่วชิงยวน
เมื่อฟู่เฉินหวนเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นลั่วเยวี่ยอิง
จึงทำให้นางเซไปหนึ่งก้าว นางรีบทรงตัวด้วยแววตาไม่พอใจ และจ้องไปที่ลั่ว
ชิงยวนด้วยความโกรธ
ลั่วชิงยวนเดินไปที่ด้านข้างบ่อน้ำด้วยสีหน้าเคร่งขรึม นางรู้สึกถึงพลังของ
วิญญาณชั่วร้ายที่แข็งแกร่ง แม้แต่ปากของบ่อน้ำก็เต็มไปด้วยพลังงานสีดำ เข็ม
สั่
ขึ้
ทิศแห่งโชคชะตายังคงสั่นสะเทือน มีบางอย่างร้ายแรงเกิดขึ้น! นางแทบจะไม่
สนใจลั่วเยวี่ยอิงด้วยซ้ำ
องครักษ์ลงไปในบ่อน้ำทีละคน และลากศพขึ้นมาทีละศพ
คนรับใช้บางคนที่มุงดูเห็นเข้า จึงอุทานว่า “นั่นหยางชุ่นมิใช่รึ เมื่อวานเขา
บอกว่าเขากลับบ้านไปแล้วนี่ ทำไมถึงมาตายที่นี่เล่า? สวรรค์!”
ศพที่ถูกลากขึ้นมาตามลำดับเป็นผู้ชายทั้งหมด และเมื่อพิจารณาจาก
เครื่องแต่งกายแล้ว พวกเขาคือคนรับใช้ของตำหนักอ๋องอย่างแท้จริง
ลั่วเยวี่ยอิงมิพลาดโอกาสที่จะใส่ร้ายลั่วชิงยวน นางจงใจอุทาน “ท่านพี่
ท่านคงไม่ได้…”
ลั่วชิงยวนต้องการดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านล่างของบ่อน้ำนี้ นางแทบจะไม่
อยากต่อล้อต่อเถียงกับลั่วเยวี่ยอิง นางจึงหันกลับไปจ้องลั่วเยวี่ยอิงด้วยความ
โกรธ “เจ้าจะตรึงความตายของทุกคนที่นี่ มาใส่บนหัวของข้าทั้งหมดให้ได้เลย
งั้นรึ?”
“หากทำไม่ได้ ก็หุบปากซะ!”
นางเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในตำหนักอ๋องได้เพียงกี่วัน? ถึงแม้ว่าจะฆ่าวันละสอง
สามคน แต่ในบ่อนี้มีมากกว่าสิบศพ จะเป็นนางที่ฆ่าคนพวกนี้ได้อย่างไร
ลั่วเยวี่ยอิงเถียงไม่ออก นางรู้สึกโกรธมาก แต่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก
ต้องกลั้นหายใจลึก ๆ
ศพผู้หญิงอีกคนถูกลากขึ้นมา
นางเป็นนางรับใช้ของตำหนักอ๋อง
ข้อเท้าของศพแต่ละศพถูกมัดด้วยเชือก ลั่วชิงยวนถามองครักษ์ที่กู้ศพขึ้น
มาด้วยความสงสัย “ศพที่อยู่ด้านล่างมีการกระจายอย่างไร? เชือกมากมายบน
ร่างกาย ถูกผูกไว้ที่ไหนรึ?”
น้ำ
องครักษ์ปาดน้ำออกจากหน้าก่อนจะพูดว่า “แปลกมากขอรับ ศพตัวติดกัน
ทีละศพ และอยู่ในลักษณะยืนพิงกำแพงบ่อน้ำขอรับ”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยิน คิ้วของนางก็กระตุก
ไม่น่าแปลกใจเลย เมื่อวานตอนที่เพิ่งได้รับเข็มทิศแห่งโชคชะตานี้มา นาง
ถึงรู้สึกได้ถึงวิญญาณชั่วร้ายจาง ๆ อยู่ในสถานที่แห่งนี้ แต่เนื่องจากผลกระทบ
ของฝนฟ้าพายุ มันจึงบดบังพลังงานเหล่านี้เอาไว้
ไม่นึกเลยว่า วิญญาณชั่วร้ายเหล่านี้จะรวมตัวกันอยู่ในเรือนของนาง
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วเมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้ และสั่งให้ซูโหยวอพยพคนรับใช้ใน
ลานออกไปทันที
ผู้คนในลานแยกย้ายกันอย่างรวดเร็ว ซูโหยวส่งเงินจำนวนหนึ่งให้กับคน
รับใช้ทุกคนในจวน และขอให้พวกเขาปิดปากให้สนิท ห้ามให้มีเรื่องราวรั่วไหล
ออกไปเป็นอันขาด
ทั้งลานถูกปกคลุมด้วยความเงียบอีกครั้ง
ศพถูกกู้ขึ้นมาทีละศพ และวางเคียงข้างกัน ลั่วเยวี่ยอิงรู้สึกหวาดกลัว นาง
มิรู้ว่ามีศพมากมายขนาดนี้อยู่ข้างใต้บ่อน้ำ มันน่ากลัวเกินไป
รวมทั้งหมดเป็นสิบเก้าศพ
เวลาตายของแต่ละศพแตกต่างกันออกไป บางคนบวมจนมีขนาดใหญ่ขึ้น
หลายเท่า และไม่สามารถจดจำรูปร่างหน้าตาของพวกเขาได้แล้ว
การตายของเมิ่งจิ่นอวี่เพียงคนเดียว สาวมาถึงการฆาตกรรมมากมาย ฟู่
เฉินหวนมีสีหน้าเคร่งเครียด ใครกันที่กล้าฆ่าคนในตำหนักอ๋องแห่งนี้!
“เคลื่อนย้ายศพออกจากเรือน เพื่อทำการฝังภายในวันนี้ และจะไม่มีการ
แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป!” ฟู่เฉินหวนสั่งกับเซียวชู
เซียวชูพยักหน้ารับคำสั่ง “พ่ะย่ะค่ะ”
นั้
ลั่
วี่
จากนั้นฟู่เฉินหวนก็เดินจากไป ลั่วเยวี่ยอิงตกใจ และรีบคว้าแขนของเขาไว้
“ท่านอ๋อง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เพคะ? การตายของเมิ่งจิ่นอวี่…”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วและปลอบโยนนาง “เรื่องนี้ซับซ้อน ข้าเกรงว่ามันจะ
ทำให้เจ้าตกใจ ดังนั้นเจ้ามิต้องใส่ใจไป รีบกลับไปพักผ่อนที่ห้องเถิด ข้ามีแผน
จัดการสำหรับเรื่องนี้แล้ว!”
เมื่อพูดจบ ฟู่เฉินหวนก็เดินจากไป
ลั่วเยวี่ยอิงรู้สึกทำอะไรไม่ถูก เช่นนั้นการตายของเมิ่งจิ่นอวี่ก็จะไม่
สอบสวนต่อแล้วอย่างนั้นหรือ? จะปล่อยลั่วชิงยวนรอดไปอีกครั้งหรือ?!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็มองไปที่ลั่วชิงยวนด้วยสายตาที่เคียดแค้น ลั่วชิงยวน
เดินไปหานางทีละก้าวด้วยสายตาอาฆาต
ลั่วเยวี่ยอิงรู้สึกกลัวขึ้นมา ก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าว “ท่าน…”
ก่อนที่นางจะพูดจบ ลั่วชิงยวนก็คว้าเข้าที่คอของนางทันที
ใบหน้าของลั่วเยวี่ยอิงเปลี่ยนไปอย่างมาก นางพยายามดิ้นรนอย่างรุนแรง
“ท่านอ๋อง… ท่านอ๋อง… ช่วยหม่อมฉันด้วย!”
เมื่อเห็นท่าทางที่ลุกลี้ลุกลนและหวาดกลัวของลั่วเยวี่ยอิง ลั่วชิงยวนก็โยน
นางลงกับพื้นอย่างดุเดือด พลางมองลงไปที่นาง “เมื่อก่อนข้าไม่รู้ธาตุแท้ของ
เจ้า แต่ตอนนี้ หากเจ้ายังต้องการที่จะทำร้ายข้า เช่นนั้นมาดูกันว่าเจ้าจะมีกี่
ชีวิต!”
ลั่วเยวี่ยอิงตกใจกลัวมาก นางตื่นตระหนกและรีบวิ่งหนีไป