ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 25
หลังจากที่ทุกคนจากไป ในเรือนมีเพียงแม่นมกู้ที่กำลังสวดมนต์ภาวนาอยู่
ที่เรือน นางค้ำกำแพงพลางเดินเข้ามาในห้องอย่างช้า ๆ นางเช็ดน้ำตาขณะเดิน
เข้ามา มันช่างน่าสะเทือนใจยิ่งนักเมื่อได้ยิน
ลั่วชิงยวนจับมือของจือเฉา นางพยายามเปิดปาก แต่ใบหน้าเต็มไปด้วย
ความเจ็บปวด ก่อนจะเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก “กล้วย… กล้วยไม้
มังกรขนด…”
“กล้วยไม้มังกรขนด? พระชายา ท่านพูดว่า กล้วยไม้มังกรขนดใช่หรือไม่?
คืออะไรหรือเจ้าคะ?” จือเฉาได้ยินเสียงพระชายาอย่างชัดเจน นางรู้สึกตื่นเต้น
ขึ้นมาทันที
ลั่วชิงยวนพยายามอ้าปาก “ลาน… สัตว์ในตำนาน… หลังตะเกียงหิน…”
จือเฉาเป็นคนฉลาด นางสงบลงทันที “หลังตะเกียงหินสัตว์ในตำนานใน
ลานใช่ไหมเจ้าคะ?”
“ข้าจะไปบัดเดี๋ยวนี้!”
จือเฉาไม่รู้ว่าพระชายากำลังพูดถึงอะไร แต่นางจำตะเกียงหินรูปร่าง
ประหลาดได้ นางวิ่งไปที่ลานด้านหลังตะเกียงหินทันที และดึงดอกไม้รวมถึงพืช
หลากสีออกมาทีละกำ ก่อนจะหอบพืชกองใหญ่วิ่งกลับไปที่เรือนสายธาร
นางถือมันไว้ข้างหน้าลั่วชิงยวน “พระชายา ในนี้มีกล้วยไม้มังกรขนดที่
ท่านต้องการหรือไม่เจ้าคะ ถ้าไม่มี ข้าจะไปหามันอีกครั้ง!”
นางรู้ว่านี่จะต้องเป็นสิ่งที่สามารถช่วยชีวิตของพระชายาได้ในยามนี้
ลั่วชิงยวนเอื้อมมือออกไปดึงกองดอกไม้และพืชอย่างรีบร้อน หลังจาก
ค้นหาเป็นเวลานาน โชคดีที่พบพืชชนิดหนึ่งในกอง มันมีใบหยิกยาวคล้ายมังกร
นี่เป็นสมุนไพรล้างพิษที่หายาก แต่อัตราการรอดมิได้สูงนัก
ที่
นี้
หลังจากที่เข้ามาในจวนวันนี้ นางสังเกตเห็นตะเกียงหินสัตว์ในตำนาน
และยังเห็นกล้วยไม้มังกรขนดนี้เข้าโดยบังเอิญ แต่สิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับ
นาง ดังนั้นนางจึงไม่ได้สนใจมันมากนัก ไม่คิดเลยว่า ในขณะนี้จำเป็นต้องพึ่งพา
มันเพื่อยื้อชีวิตตนเอง
นางเคี้ยวกล้วยไม้มังกรขนดและกลืนมันลงไปในอึกเดียว
“พระชายา เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? ได้ผลหรือไม่เจ้าคะ?” จื่อเฉาถาม
อย่างกระวนกระวายใจ
อาการปวดท้องอย่างรุนแรงของลั่วชิงยวนบรรเทาลง นางรู้สึกได้ว่านางจะ
ยังไม่ตายในเร็ว ๆ นี้
“คุณหนู อดทนอีกหน่อยนะเจ้าคะ หม่อมฉันจะให้ท่านพ่อคุณหนูไปเชิญ
ท่านหมอมาอีกครั้ง” แม่นมกู้นั่งอยู่ข้างเตียง จับมือของนางแน่น “ถึงแม้ว่า
หม่อมฉันจะต้องเสี่ยงชีวิต ก็จะไม่ยอมให้คุณหนูสิ้นชีพเป็นอันขาด”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าอย่างขอบคุณ “ขอบคุณท่านมาก”
แม่นมกู้ปาดน้ำตา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วจากไปอีกครั้ง
“จือเฉา เข่าของแม่นมกู้ไม่ค่อยดีนัก เจ้าไปช่วยพยุงนางที” ลั่วชิงยวนนอน
ราบบนเตียง ความเจ็บปวดในร่างกายของนางบรรเทาลงมาก และไม่ได้ลำบาก
ในการพูดแล้ว
“เจ้าค่ะ พระชายา ท่านอดทนไว้นะเจ้าคะ”
จือเฉาปิดประตูก่อนจะจากไป
ลั่วชิงยวนเช็ดเลือดออกจากใบหน้าของตัวเอง ดวงตาของนางเต็มไปด้วย
ความเย็นชา ก่อนจะค่อย ๆ ปิดมันลงช้า ๆ
กล้วยไม้มังกรขนดนี้ต้องใช้เมล็ดในการเพาะปลูก ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปจะ
ไม่ปลูกกัน จะมีก็แต่ผู้ที่มีความรู้ทางการแพทย์เท่านั้นที่จะปลูกได้
ชื่
ขึ้
นางเชื่อว่า กล้วยไม้มังกรขนดและตะเกียงหินสัตว์ในตำนานถูกสร้างขึ้น
โดยคนคนเดียวกัน และนั่นก็คือแม่ของลั่วชิงยวน
รู้ทั้งทักษะทางการแพทย์และฮวงจุ้ย แม่ของลั่วชิงยวนคือใครกันแน่?
นางขมวดคิ้วและคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีเพียงไม่กี่คนในแคว้นหลี่ที่เข้าใจทั้ง
ทักษะทางการแพทย์และฮวงจุ้ย และอาจารย์ของนางก็เป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใคร
เทียบได้ นางเรียนรู้ความสามารถทั้งหมดจากอาจารย์ของนาง แต่น่าเสียดายที่
อาจารย์จากไปหลายปีแล้ว
ทันใดนั้นนางก็มีความคิดที่กล้าหาญ แม่ของลั่วชิงยวนผู้นี้คงมิใช่อาจารย์
ของนางหรอกใช่หรือไม่?
เมื่อคิดอย่างรอบคอบแล้ว นางก็รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ อาจารย์ของนางนั้น
ทรงพลังมาก นางจะตายเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร
ดูเหมือนว่าจะต้องรู้ให้ได้ว่า แม่ของลั่วชิงยวนคือใครกันแน่ ต้องเอาสมบัติ
ของแม่นางกลับคืนมาให้ได้!
ลั่วไห่ผิงรู้สึกรำคาญกับคำอ้อนวอนของแม่นมกู้ ในที่สุดเขาก็สั่งให้ใครสัก
คนเชิญหมอมาอย่างส่งเดช แต่ไม่มีหมอที่ไหนคิดว่าทักษะทางการแพทย์ของ
หมอผู้นี้จะดีกว่าหมอกู้ที่มาจากตำหนักอ๋อง และไม่มีใครคิดว่าที่ลั่วชิงยวนจะ
รอดชีวิต
อย่างไรก็ตาม เมื่อหมอมาถึงเรือนสายธาร เขาก็สั่งยาถอนพิษอย่างรวดเร็ว
หลังจากดื่มยาแล้ว พิษในตัวลั่วชิงยวนก็บรรเทาลงชั่วคราว นอกจากร่างกายที่
อ่อนแอลงเล็กน้อย ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน จวนอัครเสนาบดีก็กำลังคึกคัก ลั่วไห่ผิงจัดการ
ต้อนรับฟู่เฉินหวนอย่างอบอุ่น ฟู่เฉินหวนก็คอยตักอาหารให้ลั่วเยวี่ยอิง และ
ลั่วเยวี่ยอิงก็ดูเขินอาย ช่างเป็นฉากที่มีความสุขยิ่งนัก
ขณะนั้นเองลั่วชิงยวนก็ผลักประตูเปิดออก ก่อนจะปรากฏตัวต่อหน้าพวก
เขา
แสงเจิดจ้าสะท้อนเลือดบนร่างกายของนาง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ลม
ยามค่ำคืนทำให้ผมของนางสยายราวกับผี นางหัวเราะเยาะ “กำลังฉลองการ
ตายของข้าอยู่รึ?”