ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 26
ยามนี้ ใบหน้าของลั่วเยวี่ยอิงก็ซีดลงด้วยความตกใจ นางซ่อนตัวอยู่ในอ้อม
แขนของฟู่เฉินหวน”ท่าน… ท่านเป็นคนหรือเป็นผีกันแน่?”
“แล้วเจ้าคิดว่าข้าเหมือนคนหรือผีกันเล่า?” ลั่วชิงยวนยิ้มอย่างเย็นชา
ลั่วไห่ผิงรู้สึกตกใจ ลั่วชิงยวนนั้นมิเป็นไรจริง ๆ อย่านั้นหรือ? ท่านหมอบ
อกว่าสิ้นหวังไปแล้วมิใช่หรือ? เห็นนางอาเจียนเป็นเลือดเยี่ยงนั้น คิดว่าอย่างไร
นางก็คงมิรอดแน่! แต่ตอนนี้กลับวิ่งมาอยู่ตรงหน้าของเขาเสียได้
“ท่านพี่ ท่านพี่อย่าได้ทำให้คนอื่นตกใจกลัวเยี่ยงนี้เลยเจ้าค่ะ” ลั่วเยวี่ยอิง
แสร้งทำเป็นกลัว และซ่อนตัวในอ้อมแขนของฟู่เฉินหวน
ฟู่เฉินหวนมองลั่วชิงยวนด้วยสายตาที่ซับซ้อน ท่านหมอกู้ถึงกับบอกว่าสิ้น
หวัง แล้วเหตุใดนางถึงยังมีชีวิตอยู่ได้?
เมื่อเห็นว่าลั่วเยวี่ยอิงตกใจกลัว ลั่วไห่ผิงก็ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ และ
มองไปที่ลั่วชิงยวนด้วยสายตาที่เฉียบคม “เจ้ายังอยู่รอดได้ก็นับว่าเป็นโชคดี
ของเจ้า เหตุใดถึงไม่พักผ่อน แต่กลับวิ่งมาที่นี่เพื่อทำให้น้องสาวเจ้าตกใจกลัว!
เจ้าเป็นพี่ประสาอะไรกัน!”
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่ถูกต่อว่าก็คือลั่วชิงยวนเสมอ
นางยิ้มอย่างเย็นชา “พวกเจ้าอยากให้ข้าตายไม่ใช่รึ? ข้ามาที่นี่เพื่อให้ทุก
คนได้เห็น แล้วก็มาเพื่อให้พวกเจ้าผิดหวังอย่างไรเล่า”
ลั่วไห่ผิงรู้สึกโกรธ “ดูสารรูปของเจ้าตอนนี้ คนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง เหตุใดถึงได้
วิ่งไปมาเช่นนี้? อับอายขายขี้หน้าตระกูลลั่วนั้นยังเรื่องเล็ก! อย่างไรเสีย ข้าก็
อับอายขายขี้หน้าเพราะเจ้ามาเยอะแล้ว แต่หากเจ้ากล้าทำให้ท่านอ๋องต้องเสีย
หน้าไปด้วย ข้าจะไม่ยกโทษให้เจ้าแน่!”
ลั่
ขึ้
ที่
“ฮ่าฮ่าฮ่า…” ลั่วชิงยวนเงยหน้าขึ้นและหัวเราะเสียงดัง เสียงหัวเราะที่
ชัดเจนของนางเหมือนระฆังเงินที่ทำให้ค่ำคืนอันเงียบสงัดนี้เต็มไปด้วยความ
สยดสยอง
“ที่ข้าเป็นคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงเยี่ยงนี้เพราะใครกัน?” นางหัวเราะจนน้ำตา
ไหลออกมา
ทั้งใช้กฎครอบครัวทั้งป้อนยาพิษเพื่อฆ่านาง
ชาติที่แล้วนางทำกรรมชั่วอะไรไว้ ถึงต้องมาตกทุกข์ได้ยากเช่นนี้
ลั่วไห่ผิงโกรธจนหน้าเขียว เขาไม่คิดว่าลั่วชิงยวนจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
การที่นางกล้าโต้แย้งเขาก็เรื่องหนึ่ง และนี่นางยังกล้าที่จะเยาะเย้ยพวกเขาต่อ
หน้าท่านอ๋องอีก
“ข้าว่าเจ้าคงป่วยจนประสาทไปแล้วสินะ! สมควรพักผ่อน!” ลั่วไห่ผิงร้อง
เรียกคนทันที “ใครก็ได้!”
ลั่วชิงยวนขัดขึ้นอย่างเย็นชา “ข้าจะไปเอง!”
“แต่ก่อนที่จะไป บอกลั่วเยวี่ยอิงให้คืนสมบัติของแม่ข้ามาด้วย!” ลั่วชิงยวน
มองไปที่ลั่วเยวี่ยอิงด้วยสายตาที่เฉียบคมเหมือนมีด
หัวใจของลั่วเยวี่ยอิงเต้นไม่เป็นจังหวะ นางแสร้งทำเป็นไร้เดียงสาและ
สับสน ก่อนจะพูดขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าสมบัตินั้นคืออะไร
แล้วอีกอย่างข้าจะเอาสมบัติของภรรยาเอกไปทำไมกัน? ”
นางพูดพลางสะอึกสะอื้นร้องไห้ “ท่านพี่ ข้าไม่ได้เอาไปจริง ๆ นะเจ้าคะ”
เสียงที่เจ็บปวดนี้ ทำให้ลั่วไห่ผิงรู้สึกสงสารมาก และเขาก็ดุลั่วชิงยวนทันที
“ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่า ของของแม่เจ้าถูกฝังไปแล้ว! ไม่มีสมบัติใดเหลืออยู่แล้ว!”
ลั่วไห่ผิงเสียใจที่แม่ของนางจากไปเร็ว หลังจากลั่วชิงยวนป่วยหนัก นางก็
ไม่มีความทรงจำลึกซึ้งในอดีต หลายปีมานี้ นางก็ไม่เคยจะถามหาสิ่งของของ
แม่ เหตุใดจู่ ๆ ถึงได้โหยหาสมบัติของแม่เอาตอนนี้กัน
ชั่
เป็นไปได้หรือไม่ว่า นางถูกวิญญาณชั่วร้ายเข้าสิง? หรือว่าแม่ของนางกลับ
มาสร้างปัญหาในจวนจริง ๆ?
ลั่วชิงยวนกำฝ่ามือแน่น ดูเหมือนว่าให้ตายอย่างไร พ่อของนางก็ไม่ยอมรับ
ว่ายังมีสมบัติของแม่นางหลงเหลืออยู่
ด้วยท่าทีที่แน่วแน่เช่นนี้ เขาต้องมีความลับอะไรอยู่เป็นแน่!
“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะหามันเอง!” ลั่วชิงยวนหันหลังกลับและจากไป
ลั่วไห่ผิงตะโกนขึ้นมาทันที “ใครก็ได้! พาคุณหนูใหญ่กลับไปที่ห้อง!”
อารักขาหลายนายเข้ามาจับลั่วชิงยวน นางดิ้นรนสุดชีวิต “ข้าจะไปเอง!”
อย่างไรก็ตาม อารักขาหลายนายบังคับให้นางกลับไปที่ห้อง ก่อนจะล็อก
ประตูจากด้านนอก