ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 645
แสงเย็นส่องออกมาทำให้ร่างสีดำแตกสลายอย่างรุนแรง
ทว่า หลังจากที่ร่างสีดำสลายไป ก็ไม่มีอะไรเหลือเลย!
ลั่วชิงยวนรู้สึกประหลาดใจ นี่ไม่ถูกต้อง
ทันใดนั้น คิ้วของนางก็กระตุก แย่แล้ว นี่เป็นการล่อเสือออกจากถ้ำ
นางรีบวิ่งไปที่ด้านข้างของฟู่เฉินหวนทันที
ในขณะนี้มีลมแรงพัดเข้ามาในห้อง
ร่างสีดำพุ่งตรงไปหาคนทั้งสองที่อยู่ในห้อง แต่กลับถูกสะท้อนออกไปด้วย
แสงที่ลอดออกมาจากร่างของฟู่เฉินหวน ร่างสีดำนั้นก็กระแทกประตูออกไป
จากนั้นร่างสีดำก็โจมตีอีกครั้ง และลมแรงก็พัดสิ่งของต่าง ๆ มากมายใน
ห้องที่ปลิวว่อนและกระแทกอย่างแรง
ฟู่เฉินหวนยืนขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นป้องกันเศษซากเหล่านั้น
นางตกใจมาก แม้ว่านางจะมองไม่เห็นสิ่งนั้นได้ แต่นางก็สัมผัสได้ถึงการมี
อยู่ของสิ่งนั้นในขณะนี้
ลมที่โหมกระหน่ำและสิ่งของที่ลอยอยู่ในห้องกำลังโจมตีเขาอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อลั่วชิงยวนตามเข้ามา โต๊ะก็ถูกลมพัดจนกระแทกฟู่เฉินหวนเข้าอย่าง
แรง
ลั่วชิงยวนตกใจพร้อมกับรีบวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ฟู่เฉินหวนยกเท้าขึ้นแล้วเตะอย่างเต็มแรงจนทำให้โต๊ะแตกกระจาย ชิ้น
ส่วนเหล่านั้นกระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง
ที่ลั่
อื้
ในขณะที่ลั่วชิงยวนกำลังจะหลบตัว เขาก็เอื้อมมือออกไปคว้าตัวนางเอาไว้
ก่อนจะล้มลงกับพื้น หลังจากกลิ้งไปสองสามตลบจนเข้าไปอยู่ใต้เตียง
ลั่วชิงยวนกลับมามีสติอีกครั้ง และเห็นฟู่เฉินหวนกำลังอยู่ข้าง ๆ นาง
แจกันในห้องและเครื่องประดับบนตู้เหล่านั้นแตกกระจายทีละชิ้น
เศษชิ้นส่วนที่แตกกระจายนั้นคมมากอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ไม่มีใครกล้าจะ
เข้ามาในห้องนี้เลย
ไม่ไกลกันนัก ที่ใต้โต๊ะข้างกำแพง หลิวไท่เฟยยังคงพึมพำกับตัวเองด้วย
ความหวาดกลัว “ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ปล่อยข้าไป”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “หลิวไท่เฟยยังอยู่ตรงนั้น”
ฟู่เฉินหวนพูดขณะที่เขากำลังจะออกไป “เจ้ารอตรงนี้ ข้าจะออกไปเอง”
หลังจากพูดจบเขาก็เตรียมพร้อมจะออกไป
ลั่วชิงยวนคว้าเขาแล้วพูดว่า “ที่นี่ไม่ใช่สนามรบ ท่านออกไปก็ไม่มี
ประโยชน์”
ทันทีที่นางพูดจบ ลั่วชิงยวนก็รีบวิ่งออกไปทันที
นางหลบหลีกเศษข้าวของที่กระจัดกระจาย แล้วรีบวิ่งไปหาหลิวไท่เฟยอ
ย่างรวดเร็ว ในขณะที่เข็มทิศในมือของนางกำลังนำทาง
ดวงตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางกำลังเปิดใช้งานอาคม
วงแหวนทองคำก็ลอยขึ้นกระแทกหลังคาอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น การระเบิดในห้องก็ยุติลง
ลั่วชิงยวนรีบออกจากห้องพร้อมกับกำลังจะทำลายสิ่งนั้นลง แต่สิ่งที่นาง
เห็นมีเพียงร่องรอยของพลังงานดำมืดที่เหลืออยู่
หลบหนีไปแล้ว!
สิ่
นั้
มื่
นั้
สิ่งนั้นหลบหนีไปเมื่อนางลงมือ ไม่เช่นนั้นมันก็คงไม่มีทางรอดพ้นจาก
วงแหวนทองคำไปได้
ฟู่เฉินหวนเดินออกมาโดยไม่เห็นอะไรเลย เขามองไปยังลั่วชิงยวนพร้อม
กับขมวดคิ้ว “ปราบได้แล้วงั้นหรือ?”
ลั่วชิงยวนส่ายหน้า “มันหนีไปแล้ว”
“สิ่งนี้ตอบสนองเร็วผิดปกติอยู่สักหน่อย ราวกับว่ามันรู้จักหม่อมฉัน”
นางมักจะรู้สึกแปลก ๆ อยู่เสมอ แต่นางไม่อาจระบุได้อย่างแน่ชัดว่าสิ่งนั้น
คืออะไร
“เรายังไม่สามารถขจัดปัญหานี้ไปได้ คราวหน้าคงต้องกลับมาที่นี่อีก”
ท่าทีของฟู่เฉินหวนดูเคร่งขรึม
ลั่วชิงยวนมองไปที่หลิวไท่เฟยซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะ “ดูหลิวไท่เฟยก่อนเถิด
เพคะ พระนางเป็นอย่างไรบ้าง”
ทั้งสองก้าวไปข้างหน้าเพื่อช่วยหลิวไท่เฟยออกมา
แต่ทันทีที่นางพบกับหลิวไท่เฟย หลิวไท่เฟยก็เริ่มมีอารมณ์และต่อต้าน
“ไม่! ไม่ ไม่ ไม่!”
นางพยายามดิ้นรนไปยังมุมกำแพงอย่างสิ้นหวัง ใบหน้าซีดเซียว
“นางถูกวิญญาณชั่วร้ายเข้าสิงหรือไม่?” ฟู่เฉินหวนถาม
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วพร้อมกับสังเกตอาการของหลิวไท่เฟย จากนั้นนางจึง
คลานเข้าไปใต้โต๊ะ คว้าแขนของหลิวไท่เฟยแล้วดึงนางออกมาอย่างแรง
หลิวไท่เฟยดิ้นรนอย่างสิ้นหวังและตะโกนเสียงดัง
“จับนางไว้” ลั่วชิงยวนยื่นตัวนางให้ฟู่เฉินหวน
แล้วลุกขึ้นไปหยิบอะไรบางอย่างทันที
ฟู่เฉินหวนสงสัยว่านางกำลังจะทำอะไร แต่ฉากต่อไปกลับทำให้เขา
ประหลาดใจเป็นอย่างมาก