ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 797
“ข่าวลือมิอาจเทียบได้กับชีวิตของเจ้า”
“ในเมื่อพี่ใหญ่ปกป้องเจ้ามิได้ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
……
ลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนกลับถึงเมืองซีหยางในช่วงเย็น
ทั้งสองตั้งใจจะกลับโรงเตี๊ยมทันที แต่มิคาดคิดระหว่างทางที่ผ่านสมาคม
การค้าเฟิงตู จะได้เห็นสมาคมการค้าเฟิงตูกำลังตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย
ลั่วชิงยวนลงจากหลังม้า วิ่งเข้าไปในสมาคมทันที นางเห็นควันหนาทึบ
ปกคลุมสมาคม ทุกคนต่างเก็บข้าวของและวิ่งออกมาจากสมาคม
ในตอนที่ฟู่เฉินหวนกำลังจะเข้าไปในสมาคม เขาเห็นเงาของคนในชุดดำ
แยกตัวจากฝูงชนอยู่ในความสับสนวุ่นวาย
คิ้วของฟู่เฉินหวนเลิกขึ้น รีบเข้าไปในสมาคมทันที
“ชิงยวน! ชิงยวน!” ฟู่เฉินหวนมาช้าเกินไป จึงมิพบลั่วชิงยวนแล้ว
ลั่วชิงยวนรีบเข้าไปในห้องลับนั้น ซึ่งไฟเริ่มลามไปถึง อย่างไรก็ตาม ยังมิ
เห็นเปลวไฟ มีเพียงควันหนาทึบลอยอยู่ในอากาศ
เหตุใดห้องลับจึงถูกไฟไหม้ได้ ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว หรือจะเป็นลั่วฉิงที่
ทำลายห้องลับ?
มิได้ ในนั้นยังมีหลักฐานและบัญชีอีกมาก และมีของของลั่วหลางหลาง
และเฉินซวนอี๋อยู่ในห้องลับชั้นในสุดอีก หากสิ่งเหล่านั้นถูกเผา ชีวิตของลั่วหลา
งหลางจะตกอยู่ในอันตราย!
นางฉีกผ้าออก ชุบด้วยน้ำชา คลุมหน้าไว้ แล้วรีบเข้าไปในห้องลับนั้นทันที
ทั่
วี่
นั้
ลั่
จนกระทั่งนางได้เห็นร่างของเสวี่ยชวนเฟิงในห้องลับนั้น ลั่วชิงยวนจึง
ตระหนักได้ว่าเขาสัมผัสกลไกโดยมิได้ตั้งใจและถูกกับดักเล่นงานจนเสียชีวิต
ลั่วฉิงรู้ว่ามีคนบุกเข้ามาในกลไกแล้ว จึงจุดไฟเผาห้องลับทันที
ไฟกำลังกลืนกินสมุดบัญชีบนชั้นหนังสือ ลั่วชิงยวนมิสนใจ และเปิดใช้
กลไกกลอนดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ทันที และเข้าไปในห้องลับด้านในไป
สถานที่แห่งนี้มิได้ถูกไฟเผา แต่กลับมีควันหนาทึบปกคลุมจนแทบมองมิ
เห็นอะไรเลย
ตะเกียงทั้งสองดวงยังคงถูกจุดอยู่ หลังจากที่ลั่วชิงยวนเป่าจนดับ นางก็
หยิบกองข้าวของแล้ววิ่งกลับออกไปอย่างเร่งรีบ
ทว่าห้องลับตรงกลางถูกไฟเผาผลาญ ชั้นหนังสือที่ลุกไหม้พังทลายลง
ขวางทางของลั่วชิงยวนเอาไว้
อากาศร้อนแผดเอาจนทำให้แสบร้อนที่ผิว
ขณะที่ลั่วชิงยวนกำลังคิดหาวิธีแก้ไข จู่ ๆ ก็มีเงาหนึ่งปรากฏขึ้นอย่าง
คลุมเครือในสายตาของนาง
“ชิงยวน?”
ลั่วชิงยวนสะดุ้ง “ท่านอ๋อง!”
ฟู่เฉินหวนมองไปที่ไฟที่กำลังลุกไหม้ในห้องลับที่กั้นกลางระหว่างพวกเขา
ทั้งสอง รู้สึกกังวลและพูดทันทีว่า “เจ้าหาที่ซ่อนที่ปลอดภัยก่อน แล้วรอข้า!”
ลั่วชิงยวนตอบว่า “เพคะ”
จากนั้นเงาในเปลวเพลิงก็หายไป
เมื่ออยู่ในสถานที่อันตรายเช่นนี้ ลั่วชิงยวนมักจะไม่มีความรู้สึกปลอดภัย
และจะมินั่งรอความตายอยู่เฉย ๆ แต่คราวนี้ นางกลับรู้สึกสบายใจ
ชื่
นางเชื่อในตัวฟู่เฉินหวน
หลังจากนั้นมินานฟู่เฉินหวนก็กลับมา ผลักโต๊ะยาวมาวางไว้บนกองไฟ
จากนั้นเขาก็รีบให้ผ้าห่มเปียกคลุมตัว ใช้โต๊ะเป็นบันไดแล้วกระโดดข้าม
กองไฟไป
หลังจากลงถึงพื้นแล้ว เขาก็พันลั่วชิงยวนเข้ากับผ้าเปียกนั้นทันที กระโดด
หนีไปบนโต๊ะ โดยมีนางอยู่ในอ้อมแขน
หลังรีบออกจากห้องลับ ลั่วชิงยวนก็พบว่าห้องด้านนอกเต็มไปด้วยไฟหนา
ทึบ
ในสถานที่อันตรายเช่นนี้ คนอื่นคงจะหนีไปนานแล้ว แต่ฟู่เฉินหวนกลับรีบ
เข้าไปช่วยนาง
หลายคนรวมตัวกันอยู่นอกสมาคมการค้าเฟิงตู คิดหาทางดับไฟ ลั่วชิงยวน
และฟู่เฉินหวน เดินออกไปทางประตูด้านข้าง โดยไม่มีใครเห็น
หลังออกจากสมาคมการค้าเฟิงตูแล้ว ฟู่เฉินหวนก็โยนผ้าห่มทิ้งไป ขมวด
คิ้วมองนาง “ที่นั่นอันตรายขนาดนั้น เจ้ามิกลัวตายหรือ?”
ใบหน้าทั้งคู่เปรอะเปื้อน นี่เป็นครั้งแรกที่ลั่วชิงยวนเห็นฟู่เฉินหวนในสภาพ
ที่น่าสังเวชเช่นนี้ อาภรณ์ของเขาถูกเผาจนขาดวิ่น
“หม่อมฉันเข้าไปเพื่อสิ่งนี้ สิ่งนี้เกี่ยวพันกับชีวิตของลั่วหลางหลาง!”
“ว่ากระไรนะ? ให้ข้าดูหน่อย?” ฟู่เฉินหวนเดินเข้ามาข้างหน้า
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึก
อึดอัดเล็กน้อย นางหันหลังวิ่งหนีไป “กลับไปดูที่โรงเตี๊ยมแล้วกัน!”
ทั้งสองรีบกลับไปที่โรงเตี๊ยมทันที
แต่กลับได้เห็นจือเฉายืนอยู่หน้าประตูโรงเตี๊ยมในสภาพร้อนใจ
ที่
ขึ้
“ท่านอ๋อง พระชายา ในที่สุดพวกท่านก็กลับมาแล้ว! มีบางอย่างเกิดขึ้นกับ
คุณหนูหลางหลางเพคะ!”