ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 906
“หมอที่รักษาผู้คน ควรเป็นดั่งสายลมที่สะอาด สดใส และโปร่งใส แต่มินึก
เลยว่าในสำนักหมอหลวงแห่งนี้ จะสกปรกถึงเพียงนี้!”
ลั่วชิงยวนออกแรงเพียงนิด คนตรงหน้าก็ร้องด้วยความเจ็บปวด
“ปล่อยข้า!”
“ท่านยังกล้าใช้กำลังที่สำนักหมอหลวงอีกหรือ?!”
หมอหลวงกลุ่มนั้นพากันล้อมเข้ามา
ดวงตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางลงมือทันที
โครม…
ประตูคลังโอสถถูกกระแทกจนเปิดออก
หมอหลวงหลายคนพากันล้มออกจากประตูทีละคน
มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
ทุกคนตกตะลึง มองสตรีที่ค่อย ๆ เดินออกมาจากคลังโอสถอย่างนิ่งงัน
พวกเขากลัวเกินกว่าจะเข้าไปใกล้
ลั่วชิงยวนเหลือบมองผู้คนบนพื้นอย่างเย็นชา และพูดอย่างเหยียดหยาม
“สกปรกเยี่ยงนี้ ยาพวกนี้ข้าก็มิสนใจจะใช้หรอก!”
หลังจากพูดเช่นนั้น ลั่วชิงยวนก็เดินออกไป
ในเวลานี้ หมอหลวงชราคนหนึ่งเดินเข้ามาหานางอย่างช้า ๆ ด้วยการ
ประคองของหมอหลวงอีกคนหนึ่ง
ลี่
ทั้
เขาดูแก่มาก ผมเปลี่ยนเป็นสีเทาทั้งศีรษะ และใบหน้าของเขาเต็มไปด้วย
รอยเหี่ยวย่น แต่เขาก็ยังเต็มไปด้วยอำนาจ
ทันทีที่เขามาถึง ทุกคนก็ทำความเคารพและพูดว่า “หัวหน้าสำนักหมอ
หลวง”
ดูเหมือนว่าบุคคลนี้จะได้รับความเคารพอย่างสูงและมีสถานะสูงในสำนัก
หมอหลวง
“พระชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการช่างหยิ่งยโสจริง ๆ! อายุน้อยนิด แค่มี
ความรู้ทางการแพทย์เล็กน้อยก็หยิ่งยโสแล้ว มิสนใจใคร! ยังกล้าลงมือใช้กำลัง
ในสำนักหมอหลวงอีก!”
“ท่านคิดว่าท่านสามารถทำทุกอย่างที่ท่านต้องการเพราะมีอ๋องผู้สำเร็จ
ราชการคอยหนุนหลังเช่นนั้นรึ!”
ลั่วชิงยวนเลิกคิ้วขึ้น แน่นอนว่าพวกเขาคงรู้ตัวตนของนางและสิ่งที่นางทำ
ในวันนี้แล้ว
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำพยายามสร้างปัญหาให้นาง
“ข้าสามารถวินิจฉัยโรคขององค์จักรพรรดิสูงสุดได้ แต่พวกท่านทำมิได้ นี่
มิได้พิสูจน์ว่า ข้ามีฝีมือทางการแพทย์สูงส่งเพียงใด แต่พิสูจน์ว่าพวกท่านไร้
ความสามารถต่างหาก”
“คนในสำนักหมอหลวงทุกคนเป็นพวกไร้ประโยชน์กับหมดเลยหรือ? มิให้
ความสำคัญกับทักษะทางการแพทย์ กลับเอาสมุนไพรของโรงหมอหลวงไป
ครอบครอง และเก็บซ่อนเอาไว้”
“เป็นข้าที่หยิ่งยโส หรือพวกท่านที่จิตใจคับแคบเกินไปกันแน่?”
ลั่วชิงยวนพูดจบอย่างเย็นชา และเริ่มเดินจากไป
แต่คำพูดมิกี่คำนี้ทำให้หัวหน้าสำนักหมอหลวงยกมือขึ้นกุมหน้าอก และ
จ้องมองไปที่ลั่วชิงยวนด้วยความโกรธ “ท่าน!”
ลั่
พิ่
กี่
ลั่วชิงยวนเพิ่งก้าวไปมิกี่ก้าว
จากนั้นก็มีเสียงร้องด้วยความตื่นตกใจว่า “หัวหน้าสำนักหมอหลวง!
หัวหน้าสำนักหมอหลวง!”
ลั่วชิงยวนมองย้อนกลับไปและเห็นว่าหัวหน้าสำนักหมอหลวงหมดสติไป
กลุ่มคนรวมตัวกันอย่างกระวนกระวายใจ และมีคนตะโกนด้วยความตื่น
ตระหนก “รีบเอายามา! รีบเอายาของอาจารย์มา!”
แต่ทุกคนต่างก็สับสนและลนลาน
คนล้อมหัวหน้าสำนักหมอหลวงอยู่เต็มไปหมดจนไม่มีที่ว่าง
ท่าทางตื่นตระหนกเหล่านั้นทำให้ลั่วชิงยวนตกใจ นางมิอยากจะเชื่อเลยว่า
นี่จะเป็นฉากที่นางได้เห็นในสำนักหมอหลวง
ทุกคนที่นี่ล้วนเป็นหมอที่มีฝีมือเชี่ยวชาญ
คนที่ควรจะสงบที่สุดเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ป่วย ตอนนี้กลับตื่นตระหนกจน
ขาดสติ
หลังผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงตะโกนและเสียงเรียกด้วยความร้อนใจก็ยังคงดัง
ขึ้น
มีทั้งป้อนยาและให้น้ำแก่หัวหน้าสำนักหมอหลวง
แต่อาการของหัวหน้าสำนักหมอหลวงกลับมิดีขึ้น
ลั่วชิงยวนเดิมทีตั้งใจจะเดินออกไป แต่ทันใดนั้นนางก็สังเกตเห็นกลุ่มควัน
สีดำขึ้นระหว่างคิ้วของหัวหน้าสำนักหมอหลวง
ทว่า พลังงานสีดำนั้นปรากฏอยู่เพียงชั่วครู่ก็จางหายไป
มีเคราะห์ถึงคราวตาย หรืออาจจะยัง
ลั่
คิ้
นึ่
นี่
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว ขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง แอบคิดในใจว่านี่มิถูกต้อง
หากนางเดินออกไปแล้วหัวหน้าสำนักหมอหลวงสิ้นใจ นางจะมิถูกตำหนิ
ว่าเป็นต้นเหตุงั้นหรือ?
จะให้นางต้องรับผิดชอบชีวิตหนึ่งโดยไร้เหตุผลเช่นนี้น่ะหรือ ไม่มีทางเสีบ
หรอก!
นางหันกลับไปทันที
ผลักผู้คนที่อยู่ล้อมรอบตัวหัวหน้าสำนักหมอหลวงออกไปอย่างมิเกรงใจ
นางนั่งยอง ๆ แล้วคว้าข้อมือของหัวหน้าสำนักหมอหลวง นางหยิบเข็มเงิน
ออกมาแทงไปยังข้อมือของหัวหน้าสำนักหมอหลวง
ความเจ็บปวดเฉียบพลันทำให้หัวหน้าสำนักหมอหลวง ขมวดคิ้ว
ทุกคนที่อยู่ใกล้เคียงต่างตกใจ
“ท่านกำลังทำอะไร?!” ดวงตาของเจิ้งอู๋เหลียงเบิกกว้าง
“แน่นอนว่าช่วยคนน่ะสิ” น้ำเสียงของลั่วชิงยวนเย็นชา จากนั้นก็แทงเข็ม
เงินไปยังจุดฝังเข็มอื่น ๆ อีกหลายจุด
หลังจากนั้นมินานหัวหน้าสำนักหมอหลวง ก็ฟื้นขึ้นจริง ๆ
แต่เขาอ่อนแอมาก จากความเจ็บปวด
“อาจารย์!” เจิ้งอู๋เหลียงตะโกนอย่างกังวล
เนื่องจากบุคคลนี้เรียกเขาด้วยคำที่ต่างจากคนอื่น ลั่วชิงยวนจึงเฝ้าสังเกต
เขาอยู่ครู่หนึ่ง
แม้จะตะโกนเรียกอาจารย์อย่างกังวลใจ แต่นอกเหนือจากเสียงดังแล้ว แต่
ในสายตาของเขาไม่มีความตึงเครียดใด ๆ และไม่มีร่องรอยของความเศร้าโศก
เลย
นั้
ดูคล้ายกำลังเสแสร้งอย่างไรอย่างนั้น