ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 995
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ทุกคนก็เริ่มสงสัยหล่างชิ่นอย่างที่คาดไว้
องค์หญิงชิงหวยถามเสียงเย็นชา “หล่างชิ่น ท่านเป็นคนติดต่อและให้
ความร่วมมือกับตระกูลเหยียน เหตุใดป่านนี้จึงยังไม่มีข่าวจากตระกูลเหยียน
เลยเล่า?”
“หรือท่านปิดบังอะไรจากพวกเราไว้?”
“ใช่ ท่านกำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้หรือไม่? ในเมื่อร่วมมือกัน เหตุใด
ตระกูลเหยียนมิยื่นมือมาช่วยเราเล่า?”
“ถูกต้อง กองทัพของอู่จิ้นมิใช่ว่าเชื่อฟังคำสั่งของตระกูลเหยียนหรอกหรือ
เหตุใดพวกเขามิช่วยเราตีเมือง?”
คำถามเหล่านี้ทำให้แววตาของหล่างชิ่นเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่าง
รุนแรง นางมองลั่วชิงยวนด้วยสายตาเฉียบคม
“ไม่มีข่าวอะไรจากตระกูลเหยียนเลย ข้ามิได้ปกปิดอะไรทั้งนั้น!”
“เสด็จพ่อ ท่านอย่าได้เชื่อคำพูดเหลวไหลของลั่วชิงยวน!”
ในที่สุดราชาเผ่านอกด่านก็พูดว่า “หยุดเถียงได้แล้ว”
“วันนี้ข้าเรียกพวกเจ้ามาที่นี่ เพียงแค่อยากบอกว่าข้าจะให้ลั่วชิงยวนอยู่ที่
นี่”
“จนกว่าข้าจะหายดี ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้โจมตีเมืองอีก”
“จงสงวนกำลังเอาไว้ และอย่าตกหลุมอุบายของผู้อื่น”
ประโยคสุดท้ายนี้ทำให้หล่างชิ่นตะลึง
ลั่
ลั่วชิงยวนก็ประหลาดใจเช่นกัน
เหตุใดคำเหล่านี้ดูเหมือนจะพูดถึงหล่างชิ่น?
“รับทราบ!” ทุกคนขานรับพร้อมกัน
จากนั้นทั้งหมดก็ถอยกลับไป
ราชาเผ่านอกด่านกำลังจะพักผ่อน ลั่วชิงยวนจึงออกจากกระโจมไป
นางใช้ข้ออ้างว่ามาเก็บสมุนไพร เดินไปทั่วทุกทิศทาง
ท้ายที่สุดแล้ว ตามแผน นางจะส่งแผนการตั้งรับไปให้ฟู่เฉินหวน
ต้องมองหาโอกาส และดูว่าจะออกไปได้อย่างไร
เหตุผลที่นางมิขอความช่วยเหลือจากหล่างมู่ ก็เพราะว่าหล่างมู่มิรู้เรื่อง
แผนการระหว่างนางกับราชาเผ่านอกด่าน
หากหล่างมู่รู้ว่าราชาเผ่านอกด่านต้องการมอบบัลลังก์ให้กับนาง เกรงว่า
เขาคงจะมิช่วยนางอีก
เรื่องนี้สำคัญยิ่ง มิอาจพูดออกไปได้
หล่างมู่มิสงสัยในความตั้งใจของนาง และคิดว่านางกำลังมองหายารักษา
โรคให้แก่ราชาเผ่านอกด่านจริง ๆ
ดังนั้นเขาจึงให้แผนที่แก่นาง เพื่อป้องกันมิให้นางหลงทาง
ลั่วชิงยวนใช้เวลาหนึ่งวันเดินไปตามสถานที่ต่าง ๆ แม้กระทั่งการเดินข้าม
ไปยังเผ่าอื่น ๆ
จนกระทั่งค่ำมืด
ลั่วชิงยวนจึงวางแผนที่จะกลับไป
ขณะเดินเข้าสู่ป่ามืด นางได้ยินเสียงแปลก ๆ ตามหลังมาเบา ๆ
ลั่วชิงยวนเหลือบมองอย่างระมัดระวัง แล้วก็เดินต่อไป
นางเร่งความเร็วขึ้นตามสัญชาตญาณ
บรรยากาศรอบข้างเริ่มเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
ทันใดนั้น โซ่เหล็กเส้นหนึ่งก็พุ่งออกมาจากอากาศและพุ่งเข้าหาลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนหลบไปด้านข้างอย่างระมัดระวัง
โซ่นั้นแกว่งไปมาราวกับแส้ ฟาดก้อนหินใหญ่บนพื้นจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ลั่วชิงยวนตอบโต้ด้วยความตึงเครียด นางจงใจวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ และวิ่ง
วนไปหลายรอบ จนทำให้โซ่พันติดอยู่กับลำต้น
นางพลิกตัวหลบ แล้วลุกขึ้นวิ่งหนีไปทันที
แต่ในตอนนั้นเอง เงาดำหลายสิบร่างพุ่งลงมาจากฟากฟ้า
ในมือพวกเขาถือโซ่ ราวกับยมทูตที่มาคร่าชีวิต
ลั่วชิงยวนเริ่มต่อสู้กับพวกเขาอย่างประหม่า
การต่อสู้นั้นดุเดือด
แต่ร่างกายของลั่วชิงยวนยังมิหายดี นางจึงมิสามารถใช้พลังได้เต็มที่
ทันใดนั้นก็มีโซ่พันรอบเข้าที่ข้อเท้าของนาง
โซ่เข้าพันรอบร่างนางทีละเส้น
นางถูกมัดแน่นหนา จนขยับมิได้
จากด้านหลังของเงาดำเหล่านั้น มีเงาของสตรีผู้หนึ่งค่อย ๆ เดินออกมา
ลั่
นางเดินมาย่อตัวลงต่อหน้าลั่วชิงยวน
นางคือองค์หญิงชิงหวย
“เจ้านี่เอง!” ลั่วชิงยวนคิดว่าเป็นหล่างชิ่นที่ทำร้ายนางเสียอีก
ดวงตาขององค์หญิงชิงหวยเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “เจ้าฆ่าพี่ชายของ
ข้า”
“จงชดใช้ด้วยชีวิตของเจ้าเสียเถอะ!” ชิงหวยมิพูดพร่ำทำเพลง นางชัก
กริชออกมาแล้วแทงไปที่อกของลั่วชิงยวน