ยอดหมอเทวะบรรพกาล - บทที่ 1 ของขวัญจากอาจารย์
“ที่รัก เรียกป๊าสิ”
เสียงคุ้นหูดังลอดผ่านประตูห้องผู้อำนวยการโรงพยาบาล ตามด้วยเสียงโต๊ะเก้าอี้สั่นกระทบกัน มือที่กำลังจะเคาะประตูของลั่วหยางชะงักค้างทันที
หวังซุ่นลี่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนี้คืออาจารย์ผู้มีพระคุณของเขา ลั่วหยางตั้งใจมาปรึกษาเคสผ่าตัดคนไข้เด็ก แต่ฟังจากสถานการณ์ข้างใน… อีกฝ่ายคงไม่ว่างรับแขกแน่
เขาแอบสงสัยว่า ‘ที่รัก’ คนนั้นคือใคร แต่ลังเลอยู่ครู่เดียวก็เตรียมหมุนตัวกลับ อาจารย์เหน็ดเหนื่อยมาทั้งชีวิต หาความสุขใส่ตัวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ทว่าจู่ๆ เสียงผู้หญิงในห้องก็ดังแว่วมา
“ป๊า…”
สมองของลั่วหยางอื้ออึงราวกับโดนฟ้าผ่า นั่นมันเสียงเหลียงหง… แฟนสาวของเขา!
ทั้งเขาและเหลียงหงต่างเป็นลูกศิษย์หวังซุ่นลี่ จบจากวิทยาลัยการแพทย์เมืองปาเฉิง ด้วยผลการเรียนโดดเด่นบวกกับความเอาการเอางาน ตอนโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ทุ่มเงินจ้างหวังซุ่นลี่มานั่งแท่นผู้อำนวยการ อีกฝ่ายจึงดึงตัวเขามาด้วย ส่วนเหลียงหงที่ผลการเรียนงั้นๆ ก็พลอยได้อานิสงส์ตามมาทำงานที่นี่เช่นกัน
เขานับถือหวังซุ่นลี่เป็นผู้มีพระคุณมาตลอด ใครจะไปคิดว่าอาจารย์ที่เคารพจะแอบกินแฟนสาวของเขาลับหลัง
“ฮ่าๆๆ…” เสียงหัวเราะของหวังซุ่นลี่ดังประสานกับเสียงโต๊ะเก้าอี้ที่โยกคลอนรุนแรงขึ้น
ลั่วหยางยืนกำหมัดแน่น ใจแหลกสลาย
ในสายตาเขา หวังซุ่นลี่คืออาจารย์ผู้เคร่งขรึมเที่ยงตรง ส่วนเหลียงหงคือแฟนสาวที่แสนอ่อนโยนเพียบพร้อม แต่สองคนที่เขารักเหมือนคนในครอบครัว กลับมาแอบสวมเขาให้กันหน้าตาเฉย
“อาจารย์… เร็วหน่อยสิ…” เสียงหอบกระเส่าของเหลียงหงดังลอดมา
เพียะ!
เสียงตบเนื้อดังฉาดใหญ่แทรกขึ้น
“เรียกฉันว่าอะไร”
“ป๊า ป๊าเร็วเข้าสิ พักเที่ยงใกล้หมดแล้ว ขืนชักช้าเดี๋ยวมีคนมาเห็นหรอก”
“กลัวลั่วหยางมาเห็นหรือไง มาเห็นสิดี ยิ่งตื่นเต้น” หวังซุ่นลี่ได้ใจ สันดานวิปริตเผยออกมาชัดเจน
“บ้าจริง ป๊านี่ร้ายที่สุดเลย” เหลียงหงทำเสียงกระเง้ากระงอด
ลั่วหยางแทบระงับความโกรธไม่อยู่ ฟังจากบทสนทนา… ชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ไม่ได้เพิ่งลอบกินกันแค่ครั้งสองครั้งแน่
“ผู้ชายไม่ร้ายผู้หญิงไม่รัก เธอร่านขนาดนี้ ไปอยู่กินกับไอ้ลั่วหยางมาเป็นปี มันไม่เคยแตะตัวเธอเลยหรือไง” หวังซุ่นลี่ถามกลั้วหัวเราะ
“หมอนั่นมันไอ้โง่ วันๆ ไม่มุดหัวอ่านหนังสือก็บ้าวิจัยเคสคนไข้ แถมยังชอบลงไปนั่งขัดสมาธิท่าประหลาดๆ บนพื้น นั่งทีเป็นชั่วโมง พร่ำเพ้อบ้าบออะไรก็ไม่รู้ว่ากำลังหลอมปราณ” น้ำเสียงเหลียงหงเจือความรังเกียจชัดเจน
“คนโง่มันก็มีข้อดีของมัน ทั้งทำงานเก่งแถมยังเป็นแพะรับบาปแทนฉันได้พอดี” หวังซุ่นลี่หัวเราะร่วน
“หมายถึงเด็กที่ชื่อซ่งเหม่ยฉีคนนั้นเหรอคะ” เสียงหอบหายใจของเหลียงหงถี่กระชั้น
“ที่รักของฉันฉลาดจริงๆ เด็กนั่นภูมิหลังไม่ธรรมดา เป็นทายาทสายตรงคนเดียวของตระกูลซ่งที่เป็นผู้ถือหุ้นโรงพยาบาลนี้ แถมตาของเด็กยังเป็นอดีตผู้นำระดับสูงของเมือง เส้นสายประเคนมาให้ถึงที่ขนาดนี้ ยังไงฉันก็ต้องเกาะไว้ให้แน่น แต่โรคของเด็กนั่นรักษายาก ถ้าผ่าตัดแล้วรอด นั่นคือผลงานฉัน แต่ถ้าพลาดตายขึ้นมา ไอ้โง่ลั่วหยางก็ต้องรับเคราะห์แทน… แบบนี้สิถึงเรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”
“ป๊าจับตรงไหนเนี่ย บ้าจัง” เหลียงหงหัวเราะคิกคัก
ไอ้ชาติชั่ว… เด็กตัวแค่นั้นยังเอามาเป็นเครื่องมือ พวกมันไม่ใช่คนแล้ว!
โทสะเดือดดาลทะลุขีดจำกัด ลั่วหยางซัดเท้าถีบประตูเต็มแรง
ปัง!
บานประตูกระแทกเปิดออก ลั่วหยางพุ่งพรวดเข้าไปในห้อง
ทว่าวินาทีนั้น กระแสความร้อนขุมหนึ่งกลับพุ่งทะลักจากจุดตันเถียนทะยานขึ้นสู่หว่างคิ้ว ร่างกายเขาแข็งทื่อในพริบตา เสียหลักล้มตึงลงไปกองกับพื้น ทำได้เพียงเบิกตาโพลงมองชายโฉดหญิงชั่วตรงหน้า
เหลียงหงนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน ส่วนหวังซุ่นลี่ยืนประชิดตัว
ทั้งสองคนชะงักค้างด้วยความตกตะลึง
ลั่วหยางในตอนนี้ทำได้แค่เบิกตาค้าง ขยับตัวไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
สองวินาทีต่อมา พอตั้งสติได้ หวังซุ่นลี่ก็รีบสับเท้าพุ่งมากระชากประตูปิดเสียงดังสนั่น
เหลียงหงลนลานกระโดดลงจากโต๊ะทำงาน วิ่งไปคว้าเสื้อผ้าที่โซฟามาปิดบังร่างกาย
“ลั่วหยาง” หวังซุ่นลี่ลองเรียกชื่อ
ลั่วหยางได้ยินชัดเจน ทว่าร่างกายกลับไม่ตอบสนอง
หวังซุ่นลี่ยกเท้าเตะเขาทีหนึ่ง “ไอ้โง่นี่คงไม่ได้บังเอิญได้ยินอะไรเข้า จนช็อกหัวใจวายตายห่าไปแล้วหรอกนะ”
“ฮะ” เหลียงหงหน้าซีดเผือด “อาจารย์อย่าพูดเป็นเล่นนะ ถ้าเขาตายขึ้นมาจริงๆ พวกเราจะทำยังไง”
หวังซุ่นลี่แค่นเสียงเย็น “จะล่กทำไม ต่อให้มันตาย ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเราสักหน่อย”
เหลียงหงทิ้งเสื้อผ้าในมือ เดินกล้าๆ กลัวๆ เข้ามาค่อยๆ ยื่นนิ้วไปอังใต้จมูกลั่วหยาง
จังหวะนั้นเอง กระแสความร้อนอีกระลอกก็ตีตื้นจากตันเถียนพุ่งทะยานสู่หว่างคิ้ว คราวนี้คล้ายมีปราการบางอย่างถูกทะลวงแตก กระแสความร้อนพุ่งทะลักเข้าสู่สมอง
ตู้ม!
จิตสำนึกของลั่วหยางถูกดึงเข้าสู่สภาวะสุดแสนอัศจรรย์
ปลายนิ้วของเหลียงหงที่ยื่นมาอังจมูก เขามองเห็นทะลุปรุโปร่งลึกไปถึงฝุ่นละอองขนาดจิ๋วตามร่องลายนิ้วมือ
โสตประสาทไม่เพียงได้ยินเสียงหัวใจของคนทั้งสอง ทว่ายังได้ยินแม้กระทั่งเสียงน้ำไหลเอื่อยในท่อประปาหลังกำแพง
จมูกแยกแยะกลิ่นนับร้อยชนิดได้ในเสี้ยววินาที ทุกสรรพสิ่งล้วนมีกลิ่นเฉพาะตัวแตกฉานซ่านเซ็น
นี่ไม่ใช่ประสาทสัมผัสของมนุษย์ปกติ แต่มันคือ ‘สภาวะเหนือสัมผัสของกายาจิต’
สิบแปดปีแห่งการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ไม่เคยมีวี่แววว่าจะทะลวงด่านสำเร็จ ใครจะไปคิดว่าพอโดนสวมเขาเข้าหน่อย กลับทะลวงจุดกระจุยได้ซะงั้น
ตัวอักษรและสัญลักษณ์มหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมอง…
มันคือการสืบทอดวิชาของจอมขมังเวทบรรพกาล!
นิ้วของเหลียงหงจ่อหน้าจมูกเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเธอจะพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก
“อาจารย์… เขายังหายใจอยู่ คงไม่ได้ช็อกจนเป็นอัมพาตไปแล้วหรอกนะ”
“แส่หาเรื่องมาแอบฟังเอง สมน้ำหน้า” หวังซุ่นลี่แค่นเสียงเหี้ยม
วินาทีนั้น ลั่วหยางตวัดมือขึ้นฉับพลัน ฝ่ามือซัดเปรี้ยงเข้ากลางอกเหลียงหง
หญิงสาวเสียหลัก หงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้า เธอทั้งตกใจทั้งโกรธจัด “ลั่วหยาง แก… แกกล้าแกล้งตายเหรอ!”
ลั่วหยางดีดตัวลุกขึ้นยืน สาวเท้าดิ่งไปหาหวังซุ่นลี่ นัยน์ตาเย็นเยียบยะเยือก
หวังซุ่นลี่หน้าถอดสี ถอยกรูด “แก… แกจะทำอะไร”
ลั่วหยางก้าวพรวดประชิดตัว ซัดฝ่าเท้ากระแทกท้องน้อยหวังซุ่นลี่เต็มแรง
ผู้อำนวยการเฒ่าร้องลั่นด้วยความจุก ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น
เหลียงหงตะเกียกตะกายลุกขึ้นมากางแขนขวาง “หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไสหัวออกไป—”
ยังไม่ทันขาดคำ ลั่วหยางก็ตวัดหลังมือตบฉาดเข้าที่หน้าเธอเต็มแรง
รอยนิ้วมือห้าสายประทับแดงเถือกบนแก้มเหลียงหงในพริบตา ร่างบางเซถลาล้มลงไปกองข้างหวังซุ่นลี่
“ลั่วหยาง แกคิดให้ดีนะ ฉันแค่เขียนใบรับรองแพทย์ปลอมๆ ใบเดียว ก็ส่งแกไปนอนในคุกได้แล้ว” หวังซุ่นลี่ทั้งโกรธทั้งอับอาย แหวเสียงแข็งข่มขู่
ลั่วหยางพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อมัน มือขวากระหน่ำตบซ้ายขวาไม่ยั้ง
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
หวังซุ่นลี่โดนตบจนหน้าหัน ซ้ายทีขวาทีจนหน้าบวมปูด เลือดกำเดาไหลทะลัก
ลั่วหยางซัดไปสิบกว่าฉาดถึงยอมสลัดมือทิ้ง
หวังซุ่นลี่ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ “ไอ้เด็กเวร แก… แกโดนไล่ออกแล้ว เตรียมตัวไปนอนในคุกได้เลย!”
ลั่วหยางกระตุกยิ้มหยัน ควักสมาร์ตโฟนขึ้นมากดเปิดกล้อง เล็งถ่ายสภาพดูไม่จืดของชายโฉดหญิงชั่ว
เหลียงหงเพิ่งได้สติ เธอพุ่งพรวดเข้าหวังจะแย่งโทรศัพท์
“แกจะทำอะไร ห้ามถ่ายนะ!”
ลั่วหยางเบี่ยงตัวหลบ คว้าแขนขัดขาจนเหลียงหงล้มคว่ำหน้าคะมำไปทับบนตัวหวังซุ่นลี่พอดิบพอดี
แชะ! แชะ!
เขาได้รูปคู่อุจาดตามาอีกสองใบ
“ไอ้แก่หวัง แกจะปลอมใบรับรองแพทย์บ้าบออะไร หรือจะไล่ฉันออกก็เชิญตามสบาย แต่ก่อนหน้านั้น ฉันจะประจานพวกแกให้ย่อยยับจนไม่มีที่ซุกหัวนอนเลยคอยดู” ลั่วหยางไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ท่าทีไร้ซึ่งความหวาดกลัว
หวังซุ่นลี่ตะเกียกตะกายจะลุกมาแย่งโทรศัพท์ แต่เพิ่งขยับก็โดนลั่วหยางกระทืบเท้าเหยียบยอดอกกดติดพื้น
“ไอ้ชาติชั่ว… เหม่ยฉีเพิ่งจะสี่ขวบ แกไม่มีปัญญารักษาแต่เสือกอยากลงมีดผ่าตัดเด็กเพื่อเอาหน้า แกกำลังทำลายชีวิตคนอื่นทั้งชีวิต กระจอกอย่างแกมันก็แค่เศษสวะ ถุย!”
ลั่วหยางถ่มน้ำลายใส่หน้าหวังซุ่นลี่ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างเด็ดขาด