ยอดหมอเทวะบรรพกาล - บทที่ 13 รู้ทั้งรู้ว่าเป็นหลุมพรางก็ยังกระโดดลงไป
ลั่วหยางรู้อยู่เต็มอกว่าสองสาวสุดฮอตนี่คิดจะทำอะไร และรู้ดีว่าหลิวโย่วสุ่ยไม่ได้อยู่ในห้องนี้ แต่เขากลับเดินตามเข้าไปหน้าตาเฉย ไม่มีท่าทีอิดออดหรือเล่นตัวแม้แต่น้อย
ประตูห้องปิดลง
เจียงเยว่โผล่กลับมาที่ห้องนั่งเล่น สีหน้าเต็มไปด้วยความขยะแขยง “พวกผู้ชายมันก็มักมากเหมือนกันหมด นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน... ที่แท้ก็กระจอก”
หล่อนล้วงบุหรี่มวนจิ๋วขึ้นมาจุดสูบอัดเข้าปอด ก่อนหันไปสั่งการทางตู้แช่ไวน์ “ถ่ายให้ชัด เก็บหลักฐานไว้ให้ดี”
ภายในห้องพัก
สองสาวสุดฮอตกึ่งลากกึ่งดึงลั่วหยางมาจนถึงเตียง
“พี่ชาย ทำตัวตามสบายเลยนะคะ บอสหลิวส่งพวกเรามาปรนนิบัติพี่โดยเฉพาะ” สาวถุงน่องแดงกรีดปลายนิ้วลากไล้ตามลำคอลั่วหยาง ต่ำลงมาจนถึงแผงอก
ผิวหนังที่ถูกสัมผัสลุกซ่านจนเกิดตุ่มหนังไก่เล็กจิ๋ว ‘กายาจิตขมังเวท’ ไวต่อสิ่งเร้าเกินไป ปลายนิ้วของหล่อนราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิต กระตุ้นเส้นประสาทเขาให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรง
สาวถุงน่องดำทิ้งตัวซบอิงแอบในอ้อมอกลั่วหยาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอ พลางเบียดดันร่างชายหนุ่มให้หงายหลังลงบนเตียง “พี่ชายคะ หนูเพิ่งสังเกตว่าพี่หน้าเหมือนดาราดังคนนึงเลย ที่ชื่อ… เซียวช่านไงคะ”
สิ้นคำว่า ‘ช่าน’ หล่อนก็ออกแรงผลักสุดตัว ทว่าลั่วหยางกลับยืนหยัดนิ่งสนิทไม่หงายหลังตามสคริปต์ กลายเป็นหล่อนเสียเองที่สะท้อนเด้งกลับมา
“พี่ชายเนี่ย… แข็งแรงจังเลยนะคะ” สาวถุงน่องดำไม่ยอมแพ้ ขยับเบียดตัวเข้าหาอีกรอบ
ส่วนสาวถุงน่องแดงก็ส่งยิ้มหวานหยดย้อย เอื้อมมือไปด้านหลัง… เตรียมปลดตะขอบรา
จู่ๆ ลั่วหยางก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
สองสาวชะงักกึก หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไอ้หล่อนี่… สมองกลับหรือเปล่า
ลั่วหยางหุบยิ้ม น้ำเสียงเจือความขุ่นเคือง “คุณหลิว ผมอุตส่าห์มาช่วยรักษา แต่คุณกลับขุดหลุมพรางดักควายผมแบบนี้เหรอ”
หลิวโย่วสุ่ยไม่ได้อยู่ที่นี่ จึงไร้เสียงตอบรับ
ลั่วหยางชี้หน้าสาวถุงน่องแดง “เด็กคนนี้ตัวสูงหน้าเรียวเลยดูโตเป็นสาว แต่สภาพผิวหนังมันโกหกกันไม่ได้ อายุอย่างมากก็แค่สิบหกสิบเจ็ด… ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ”
เขาตวัดนิ้วไปที่สาวถุงน่องดำ “ส่วนยัยนี่ก็เหมือนกัน เผลอๆ อายุน้อยกว่าด้วยซ้ำ น่าจะแค่สิบห้าสิบหก”
สองสาวอ้าปากค้าง ช็อกจนใบ้กิน
เป็นไปตามที่เขาพูดเป๊ะ พวกหล่อนยังไม่บรรลุนิติภาวะจริงๆ เพียงแต่สรีระและหน้าตาโตเกินวัย ใครเห็นก็ต้องคิดว่ายี่สิบต้นๆ ยิ่งแต่งหน้าจัดเต็มยิ่งเนียนกริบ แต่ไอ้หมอรูปหล่อคนนี้ดันมองทะลุอายุจริงเพียงแค่ดูจากสภาพผิว… บ้าไปแล้ว!
ลั่วหยางแค่นเสียงเย็นชา “คุณหลิว ถ้าเมื่อกี้ผมหน้ามืดจัดสองคนนี้ แล้วคุณอัดคลิปแบล็กเมล์ไว้ วันดีคืนดีงัดกฎหมายพรากผู้เยาว์มาบีบคอ ผมคงได้ไปนอนซังเตโง่ๆ สินะ ผมอุตส่าห์เห็นว่าคุณเป็นคนจริงถึงยอมมาตรวจให้ แต่ดูเหมือนจะคิดผิด… งั้นก็จบกันแค่นี้ คุณก็นั่งรถเข็นเป็นไอ้ง่อยต่อไป ส่วนเรา ถือซะว่าไม่เคยรู้จักกัน”
ขาดคำ เขาก็หมุนตัวเดินหนีทันที ปล่อยสองเด็กสาวยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก
บานประตูถูกเปิดออก
รถเข็นคันหนึ่งจอดขวางหน้าประตู หลิวโย่วสุ่ยนั่งอยู่บนนั้น โดยมีเจียงเยว่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
“หลบไป” ลั่วหยางออกปากไล่ตรงๆ
แต่รถเข็นไม่ขยับเขยื้อน หลิวโย่วสุ่ยยกมือขึ้นปรบมือแปะๆ “ยอดเยี่ยม หมอเทวะลั่วไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ ด้วย”
ลั่วหยางตีหน้าตาย “เลิกเล่นลิ้นสักที”
คราวนี้เจียงเยว่ไม่มีปฏิกิริยาตอกกลับ หล่อนเพียงจ้องมองลั่วหยางนิ่งๆ
ใบหน้าเปื้อนยิ้มของหลิวโย่วสุ่ยดูมีเมตตาราวกับพระอิฐพระปูน “หมอเทวะลั่ว คุณเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ผมจะขุดหลุมดักคุณทำไม เด็กสองคนนี้ลูกน้องมันหามา ผมไม่รู้หรอกว่าอายุจริงเท่าไหร่ แค่หวังดีอยากให้คุณผ่อนคลาย ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงเลยจริงๆ”
เจียงเยว่ตวัดสายตาขวางใส่เด็กสาวทั้งสอง “มัวยืนบื้ออะไรอยู่ ไสหัวไปสิ”
สองสาวสะดุ้งสุดตัว รีบคว้าหอบเสื้อผ้าเผ่นแน่บ เบียดแทรกตัวลั่วหยางวิ่งแจ้นออกไปโดยไม่ทันสวมใส่
ลั่วหยางขี้เกียจรอให้หลิวโย่วสุ่ยถอยรถหลบ เขาเบี่ยงตัวแทรกผ่านช่องว่างก้าวออกไปดื้อๆ
“หมอเทวะลั่ว… คลิปวิดีโอของซ่งตงหมิง คุณไม่อยากได้แล้วเหรอ” เสียงมาเฟียใหญ่ดังไล่หลัง เจียงเยว่เข็นรถตามมาติดๆ
“เดิมทีผมกะจะวานคุณให้ช่วยธุระสักเรื่อง แลกกับการรักษาขาให้คุณ แต่คุณเล่นลอบกัดแบบนี้ จะให้ผมไว้ใจได้ยังไง เรื่องตระกูลซ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมตั้งแต่แรก แค่ทนดูไม่ได้เลยช่วยพี่เยี่ยก็เท่านั้น พูดกันตามตรง... เรื่องบัดซบของซ่งตงหมิงมันหนักกบาลผมตรงไหน” ลั่วหยางพูดพลางจ้ำอ้าวผ่านห้องนั่งเล่น มุ่งหน้าไปที่ประตู
“หมอเทวะลั่ว ช้าก่อน” หลิวโย่วสุ่ยเริ่มลนลาน
ลั่วหยางไม่ฟังเสียง สาวเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิม
ทว่าจู่ๆ เสียงแหวกอากาศก็พุ่งพรวดตามหลังมา ชายหนุ่มชะงักฝีเท้า เสี้ยววินาทีนั้น ร่างเพรียวบางก็ตีลังกาทะยานข้ามหัวเขาไปร่อนลงจอดขวางหน้าประตูบ้านพอดิบพอดี
เจียงเยว่! ทักษะการต่อสู้ของหล่อนอยู่ในระดับพระกาฬทีเดียว
“ผมตาถั่วเอง นึกไม่ถึงว่าหมอเทวะลั่วจะเที่ยงตรงขนาดนี้ คุณลองว่ามาสิ… ต้องทำยังไงถึงจะหายโกรธ” หลิวโย่วสุ่ยปั้นหน้าจริงใจสุดฤทธิ์
ลั่วหยางยอมหันกลับมา แต่ไม่ปริปากบอกเงื่อนไข ทำเพียงยืนจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ
“เอาแบบนี้… วิลล่าหลังนี้ผมยกให้ ถือซะว่าเป็นการไถ่โทษจากผมก็แล้วกัน” มาเฟียเฒ่าโยนหินถามทาง
ลั่วหยางพยักหน้ารับเนือยๆ “ตกลง ผมรับคำขอโทษ”
และนี่แหละ… คือเหตุผลว่าทำไมเมื่อกี้เขาถึงยอมเดินตามสองเด็กสาวนั่นเข้าห้อง ทั้งที่รู้แก่ใจว่าเป็นหลุมพราง
อุตส่าห์ถ่อมารักษาให้ ดันมาวางกับดักใส่กัน ถ้าไม่รีดไถค่าตกใจสักหน่อยมันจะไปคุ้มได้ยังไงล่ะ
ที่ลั่วหยางไม่รับเงินเยี่ยจือ เป็นเพราะถูกชะตาและผูกพันกับซ่งเหม่ยฉี แต่กับคนระดับหลิวโย่วสุ่ย… มีให้ฟันก็ต้องฟันให้ยับ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ
เพียงแต่… การที่บิ๊กบอสอย่างหลิวโย่วสุ่ยใจป้ำประเคนวิลล่าให้ทั้งหลังตั้งแต่ยกแรก ก็ทำเอาลั่วหยางคาดไม่ถึงเหมือนกัน
“หมอเทวะลั่วช่างเป็นคนตรงไปตรงมาจริงๆ ถ้าอย่างนั้น… เราเริ่มรักษากันได้หรือยัง” หลิวโย่วสุ่ยกลัวลั่วหยางจะเปลี่ยนใจ
ลั่วหยางตอบเสียงเรียบ “ไม่เห็นต้องรีบ แล้วคลิปนั่นอยู่ไหนล่ะ ผมอยากดู”
มุมปากของหลิวโย่วสุ่ยกระตุกยิกๆ อุตส่าห์คิดว่าเปย์วิลล่าให้ทั้งหลังแล้วไอ้เด็กนี่จะหันมาซูฮกเกรงใจกันบ้าง ที่ไหนได้ ลั่วหยางยังคงคอนเซปต์หยิ่งยโสหน้าตาย ไม่เห็นหัวมาเฟียใหญ่อย่างเขาแม้แต่น้อย
แต่ถึงในใจจะเดือดปุดๆ พริบตาต่อมาหลิวโย่วสุ่ยก็ฉีกยิ้มประดับใบหน้า “ไม่มีปัญหา คลิปอยู่ในแฟลชไดรฟ์นี้ คุณรับไปเถอะ ถือว่ายกให้เลย ไม่ต้องเอามาคืน”
เขาล้วงแฟลชไดรฟ์ออกจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นส่งให้ลั่วหยาง
หลิวโย่วสุ่ยเตรียมการมาอย่างดี กะให้ลั่วหยาง ‘เช็กของ’ ได้ทันที แฟลชไดรฟ์ที่เตรียมมาจึงเป็นแบบ Type-C เสียบสมาร์ตโฟนปุ๊บดูคลิปได้ปั๊บ ทว่าพอลั่วหยางรับมา เขากลับยัดใส่กระเป๋ากางเกงหน้าตาเฉย ไม่มีท่าทีจะเปิดดูสักนิด
“หมอเทวะลั่ว… ไม่ลองเปิดดูหน่อยเหรอ” หลิวโย่วสุ่ยแอบแปลกใจ
ลั่วหยางยิ้มมุมปาก “ต่อให้ข้างในเป็นคลิปการ์ตูนแพะน้อยสู้หมาป่า ผมก็รับสภาพครับ มา… ถึงเวลารักษาแล้ว รบกวนคุณหลิวนอนคว่ำหน้าบนโซฟาเลย”
เจียงเยว่เข็นรถเทียบโซฟา พยุงร่างเจ้านายไปนอนคว่ำราบบนเบาะ ก่อนจะถกชายเสื้อหลิวโย่วสุ่ยขึ้นไปกองเหนือเอวอย่างรู้งาน
ลั่วหยางก้าวมาหยุดข้างโซฟา ล้วงตลับยาเล็กๆ ออกมา
เจียงเยว่ชะโงกหน้ามาดู พอเห็นในตลับมีเนื้อครีมสีขาวขุ่นเหลือติดก้นอยู่นิดเดียว หล่อนก็ขมวดคิ้วมุ่น “มารักษาคนไข้ แต่พกยามาแค่นี้เนี่ยนะ”
ลั่วหยางตอบหน้าตาย “ยาตัวนี้หายาก เมื่อวานเพิ่งเทหมดหน้าตักใช้กับลูกสาวพี่เยี่ยไป มันก็เลยเหลือแค่นี้แหละ”
สีหน้าของหลิวโย่วสุ่ยพลอยหม่นหมองลงตามไปด้วย
เขาปักใจเชื่อมาตลอดว่าที่ลั่วหยางรักษาขาเด็กคนนั้นหาย เป็นเพราะอานุภาพของยาตลับนี้ แถมยังแอบวางแผนจะไถยามาตุนไว้ นึกไม่ถึงว่าลั่วหยางจะเหลือติดตัวมาแค่นี้
ลั่วหยางมองทะลุความคิดของคนทั้งคู่ เขายิ้มหยัน “ยาตัวนี้ถึงพวกคุณได้ไปก็เปล่าประโยชน์ เลิกหวังเถอะ”
เจียงเยว่แหวใส่ “ยาก็น่าจะเหมือนๆ กัน ไม่ใช่ยาเทวดาสักหน่อย ทำไมเอาไปแล้วจะใช้ไม่ได้”
ลั่วหยางปรายตามองหล่อน “ถ้าฉันโยนคีย์บอร์ดให้เธออันนึง เธอจะเขียนโปรแกรมขึ้นมาได้ไหมล่ะ”
เจียงเยว่ “…”
หล่อนรู้สึกว่าสวรรค์จงใจส่งไอ้ลั่วหยางมากวนประสาทโดยเฉพาะ คุยกันทีไรเป็นต้องโดนยั่วโมโหจนเส้นเลือดแทบแตกทุกที
ลั่วหยางปาดเนื้อครีมในตลับออกมาจนเกลี้ยง ชโลมทาลงบนกระดูกสันหลังช่วงเอวของหลิวโย่วสุ่ย ก่อนจะโคจร ‘ดัชนีแพทย์ไท่ชู’ กระแทกปลายนิ้วฟื้นฟูระบบเส้นประสาทที่เสียหายของอีกฝ่าย
เจียงเยว่จ้องเขม็งไปที่นิ้วทั้งสองของลั่วหยาง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความฉงนสงสัย
“ถอยไปไกลๆ เกะกะสมาธิ” ลั่วหยางไล่ตรงๆ ไม่รักษาน้ำใจ
เจียงเยว่อ้าปากเตรียมด่าสวน แต่หลิวโย่วสุ่ยชิงสั่งงานเสียก่อน “เยว่เยว่… ไปหยิบโฉนดบ้านหลังนี้มา แล้วโทรเรียกทนายร่างสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ด้วย”
เจียงเยว่ถลึงตาอาฆาตใส่ลั่วหยาง ก่อนสะบัดหน้าเดินตึงตังออกไปอย่างหัวเสีย
“เด็กคนนั้นเป็นลูกสาวน้องชายร่วมสาบานฝั่งเมียนมา พ่อแกตายไว ตอนนั้นเพิ่งแปดขวบ ผมเป็นผู้ชายเลยไม่ค่อยได้อบรมสั่งสอน โตมานิสัยก็เลยร้อนไปหน่อย หมอเทวะลั่วอย่าถือสาเลยนะ” หลิวโย่วสุ่ยออกตัวแทน
“ผมไม่ใส่ใจหรอกครับ”
“หมอเทวะลั่ว… อีกนานไหมกว่าผมจะทิ้งรถเข็นนี่ได้” หลิวโย่วสุ่ยเข้าประเด็นหลักที่อยากรู้ที่สุด
ลั่วหยางตอบตามตรง “หลังจบครั้งนี้ ขาสองข้างจะเริ่มขยับทำท่าทางง่ายๆ ได้ อีกหนึ่งสัปดาห์ผมจะมารักษาซ้ำให้ หลังจากนั้นก็จะกลับมาเดินปกติได้แล้วครับ”
หลิวโย่วสุ่ยเนื้อเต้น “วิเศษ! สมกับเป็นหมอเทวดาจริงๆ แต่ว่า… ต้องรอตั้งหนึ่งสัปดาห์เลยเหรอ”
“นี่คือสปีดที่เร็วที่สุดแล้ว คุณไปผ่าตัดเล็กโรงพยาบาล ยังต้องนอนพักฟื้นหลายวัน เรื่องแบบนี้ใจร้อนไม่ได้เด็ดขาด ถึงสัปดาห์หน้าจะฝืนเดินได้ ก็อย่าเพิ่งรีบโยนรถเข็นทิ้ง เส้นประสาทรอบๆ มันยังบอบบาง ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกระยะ”
หลิวโย่วสุ่ยพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “เข้าใจแล้วครับ ผมจะจำไว้”
สิบห้านาทีผ่านไป
ลั่วหยางยุติการรักษา เขาพยุงหลิวโย่วสุ่ยพลิกตัวกลับมานั่งบนโซฟา “คุณหลิว… ลองยกขาดูสิ”
หลิวโย่วสุ่ยสูดลมหายใจลึก ลองฝืนยกขาขวาขึ้น ทันทีที่สมองสั่งการ เส้นประสาทก็ตอบสนองทันควัน ขาขวายกขึ้นได้อย่างง่ายดายและลื่นไหล... ง่ายกว่าที่จินตนาการไว้หลายร้อยเท่า
“ฮ่าๆๆ ฉันยกขาได้แล้ว หมอเทวดาตัวจริงเสียงจริง” หลิวโย่วสุ่ยระเบิดหัวเราะลั่น เอ่ยปากชมไม่ขาดสาย
ประจวบเหมาะกับที่เจียงเยว่เดินพ้นประตูเข้ามาพอดี พอเห็นเจ้านายยกขาได้แถมยิ้มร่าเหมือนเด็ก หล่อนก็ชะงักอึ้ง ก่อนรีบถลาเข้ามาด้วยความตื่นเต้น “พ่อบุญธรรม ขาของพ่อหายแล้วเหรอ”
สองพ่อลูกที่ไร้ความสัมพันธ์ทางสายเลือดโผเข้ากอดกันกลม
“ถ้าจะโอนกรรมสิทธิ์บ้านเนี่ย ผมต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างเหรอครับ” ลั่วหยางโพล่งแทรกขึ้นมาดื้อๆ
เสียงหัวเราะชะงักกึก
สายตาของเจียงเยว่และหลิวโย่วสุ่ยตวัดขวับมาจ้องหน้าลั่วหยางเป็นตาเดียว
นายจำเป็นต้องหน้าเงินทำลายบรรยากาศซึ้งๆ ขนาดนี้ด้วยเหรอวะ!