ยอดหมอเทวะบรรพกาล - บทที่ 22 พบปะอย่างไม่เป็นทางการ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฟ้าเพิ่งสาง เยี่ยจือก็พาซ่งเหม่ยฉีมาส่งถึงหน้าบ้าน
วันนี้เธอมาในลุคเวิร์กกิ้งวูแมน เสื้อสูทสีดำเข้าชุดกับกระโปรงทรงสอบรัดรูป ขับเน้นทรวดทรงโค้งเว้าเย้ายวนตา แฝงกลิ่นอายความสวยดุระดับนางพญา
ส่วนซ่งเหม่ยฉีสวมชุดเจ้าหญิงสีชมพูฟูฟ่อง มือเล็กลากกระเป๋าเดินทางลายการ์ตูนใบจิ๋ว น่าเอ็นดูเหมือนเคย
ลั่วหยางเดินไปเปิดประตูรั้วต้อนรับ “พี่เยี่ย เหม่ยฉี อรุณสวัสดิ์ครับ”
เยี่ยจือมองชายหนุ่ม นัยน์ตาคู่สวยแฝงแววอ่อนโยนจางๆ
ซ่งเหม่ยฉีเงยหน้าจิ้มลิ้ม ถามเสียงใสแจ๋ว “คุณลุงลั่วคะ วันนี้หนูตั้งใจใส่ชุดใหม่มาเลย คุณลุงว่าหนูสวยไหม?”
ลั่วหยางย่อตัวลงลูบผมเด็กน้อย แล้วยิ้มตอบ “เหม่ยฉีสวยที่สุดในโลกเลยครับ”
แม่หนูน้อยลากกระเป๋าเดินเตาะแตะเข้าบ้าน ปากเล็กๆ บ่นอุบอิบ “ลมปากผู้ชาย หนูเข้าใจค่ะ ไว้หนูมีน้องสาวเมื่อไหร่ คุณลุงก็เลิกพูดแบบนี้แล้ว”
ลั่วหยางชะงักค้างเป็นหิน ปริมาณข้อมูลจากปากเด็กสี่ขวบมันหนักหน่วงเกินไป จนสมองผู้ใหญ่อย่างเขายังประมวลผลตามไม่ทัน
เยี่ยจือยกมือกุมขมับ ผ่านไปพักใหญ่ถึงยอมดึงมือลงด้วยสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก
“เอ่อ… พี่เยี่ยครับ คุณบินกี่โมงนะ?” ลั่วหยางรีบเปลี่ยนเรื่องแก้สถานการณ์
“ไฟลต์เก้าโมงน่ะ ฉันต้องรีบไปเช็กอินแล้ว” เยี่ยจือเพิ่งมาถึงแท้ๆ แต่แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
“กระชั้นชิดน่าดูเลยนะครับ” ลั่วหยางหาเรื่องคุยแก้เก้อ
“อืม จริงสิ ฉันเกริ่นกับคุณพ่อคุณแม่ไว้แล้วนะ ถ้าคุณมีธุระด่วนอะไร โทรหาพวกท่านได้เลย ท่านจะมารับเหม่ยฉีไปดูแลให้ เดี๋ยวฉันส่งเบอร์ติดต่อให้ทางวีแชต ช่วงสองสามวันนี้พวกท่านน่าจะแวะมาเยี่ยมหลานด้วย ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมคะ?”
“ไม่มีปัญหาครับ”
“งั้นฉันไปก่อนนะ”
“เดินทางปลอดภัย เที่ยวบินราบรื่นนะครับ” ลั่วหยางบอกลา
หญิงสาวหันกลับมา รอยยิ้มพริ้มพรายบนใบหน้าสวยจัดจ้านท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้า ดาเมจรุนแรงจนลั่วหยางเผลอมองตาค้าง
“อะแฮ่ม” ซ่งเหม่ยฉีกระแอมไอขัดจังหวะ
ลั่วหยางสะดุ้งหลุดจากภวังค์ หัวเราะแห้งๆ แก้เขิน
“คุณแม่หนูสวยใช่ไหมล่ะ?” ยัยหนูตัวแสบถาม
ไม่รู้ว่าตอนนั้นสมองกำลังรวนหรืออะไร ลั่วหยางถึงเผลอพยักหน้ารับ “สวยสิ”
“คุณลุงกำไรเห็นๆ เลยนะคะ”
ลั่วหยางชะงักกึก
ซ่งเหม่ยฉีฉีกยิ้มกว้าง “คุณลุงลั่วคะ คุณแม่หนูเป็นสาวสวยระดับตัวท็อปเลยนะ ถ้าคุณลุงจีบติด ลุงยังได้ลูกสาวแสนน่ารักอย่างหนูไปเป็นของแถมฟรีๆ อีก กำไรล้วนๆ เลยนะคะเนี่ย”
ลั่วหยางหลุดขำพรืด มาดขรึมพังทลายลงในพริบตา
“เหม่ยฉี ขืนคนอื่นมาได้ยินเดี๋ยวก็เข้าใจผิดกันพอดี โดยเฉพาะคุณปู่กับคุณอาของหนู ถ้ารู้เข้า เขาจะมาแย่งหนูไปจากคุณแม่นะ” ลั่วหยางตัดสินใจงัดไม้แข็งมาขู่เด็กน้อย ขืนปล่อยไว้ ยัยหนูนี่คงชงแก้วแตกไม่เลิกแน่
ซ่งเหม่ยฉีแบมือยักไหล่ “งั้นหนูขอถามหน่อย ระหว่างความสุขกับเรื่องเข้าใจผิด อะไรสำคัญกว่ากันคะ? คุณลุงลั่วที่รัก หนูจะบอกให้นะ… ความสุขน่ะ เราต้องไขว่คว้ามันมาด้วยตัวเองค่ะ”
ลั่วหยาง “…”
ติ๊ง!
หน้าจอวีแชตแจ้งเตือนข้อความจากเยี่ยจือ เป็นช่องทางการติดต่อของพ่อแม่เธอครบถ้วน ทั้งชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ แถมยังรอบคอบส่งรูปคู่ของพวกท่านมาให้เขาจำหน้าได้อีกด้วย
ลั่วหยางอ่านจบก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า แล้วจูงมือแม่กามเทพตัวจิ๋วเข้าบ้าน
เขาจัดการลากกระเป๋าเดินทางใบจิ๋วไปเก็บในห้องนอนเดิมของเด็กน้อย พอจัดแจงข้าวของเสร็จสรรพ ก็ลงมือใช้ ‘ดัชนีแพทย์ไท่ชู’ กระตุ้นการรักษาให้เธออีกหนึ่งรอบ
สิ้นสุดขั้นตอนรักษา เสียงออดหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้นพอดี
ติ๊งหน่อง! ติ๊งหน่อง!
“หนูเปิดเองค่ะ!” ซ่งเหม่ยฉีกระโดดตุบลงจากโซฟา วิ่งสับขาสั้นๆ พุ่งหลาวไปที่ประตูทันที
“ช้าๆ หน่อย ระวังล้ม!” ลั่วหยางรีบลุกพรวดก้าวฉับๆ ตามไปติดๆ
แต่เด็กสี่ขวบที่ไหนจะฟัง พริบตาเดียวก็วิ่งปรู๊ดไปถึงรั้วหน้าบ้านแล้ว
ลั่วหยางก้าวยาวๆ ตามออกไป ยังไม่ทันถึงประตูดีก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วตะโกนลั่น
“คุณตา! คุณยาย! มาถูกได้ยังไงคะเนี่ย?”
ลั่วหยางตามไปสมทบ ก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่หน้ารั้ว
ฝ่ายชายอายุราวหกสิบ รูปร่างผอมสูง มีผมหงอกแซมประปราย ใบหน้าซูบตอบเล็กน้อย ส่วนฝ่ายหญิงรูปร่างค่อนข้างท้วมแต่ดูแลผิวพรรณมาอย่างดีเยี่ยม หากไม่นับผมสีดอกเลา เธอดูกระชุ่มกระชวยเหมือนคนอายุแค่สี่สิบต้นๆ เค้าโครงหน้าสวยสง่าภูมิฐาน เดาได้ไม่ยากว่าถ้าย้อนกลับไปสักยี่สิบปีก่อน นี่คือเยี่ยจือเวอร์ชั่นวัยสาวชัดๆ
ผู้อาวุโสทั้งสองคือ ‘เยี่ยอี้หมิง’ และ ‘เจี่ยงเสียนหรง’ พ่อแม่ของเยี่ยจือนั่นเอง
ทันทีที่เห็นหน้าหลานสาว รอยยิ้มก็ผุดพรายบนใบหน้าของทั้งคู่จนตาหยี
“เหม่ยฉี วิ่งช้าๆ หน่อยลูก โอย… ยัยหนูสุดที่รักของยาย ระวังล้มสิ” เจี่ยงเสียนหรงร้องทักด้วยความดีใจระคนเป็นห่วง
ส่วนเยี่ยอี้หมิงได้แต่พึมพำด้วยความตื่นเต้น “หายแล้วจริงๆ… รักษาหายแล้วจริงๆ”
ซ่งเหม่ยฉีเขย่งปลายเท้าเปิดประตูรั้ว ก่อนจะวิ่งปรี่เข้ามากอดหมับที่ขาของเยี่ยอี้หมิง “คุณตา ซื้อขนมอะไรอร่อยๆ มาฝากหนูบ้างเอ่ย?”
เยี่ยอี้หมิงช้อนตัวหลานสาวขึ้นอุ้ม สายตาทะนุถนอมตามใจสุดขีด “อยากกินอะไรล่ะลูก เดี๋ยวตาเหมามาให้หมดเลย”
เจี่ยงเสียนหรงเอ็ดขวับ “ตาเฒ่านี่ก็สปอยล์หลานเกินไป หลานกำลังฟันขึ้น ขืนให้กินขนมหวานก็เท่ากับทำร้ายหลานสิ”
ซ่งเหม่ยฉีเบะปากน้อยๆ สองแขนโอบคอเยี่ยอี้หมิงแน่น “คุณตาใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ”
เจี่ยงเสียนหรงปรายตามองค้อน “คิดว่ายายดูไม่ออกเหรอว่าเรากำลังใช้แผนยุแยงให้แตกแยกน่ะฮึ ยัยเด็กเจ้าเล่ห์เอ๊ย”
ลั่วหยางก้าวมาหยุดอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ ส่งยิ้มสุภาพ “สวัสดีครับ คุณลุง คุณป้า”
“คุณคือหมอเทวะลั่วใช่ไหมครับ?” เยี่ยอี้หมิงเอ่ยทักทาย น้ำเสียงแฝงความเคารพยำเกรงอย่างชัดเจน
ลั่วหยางยิ้มรับ “มิกล้าครับ เรียกผมว่าเสี่ยวลั่วก็พอ เชิญคุณลุงคุณป้าเข้ามานั่งข้างในก่อนครับ”
เจี่ยงเสียนหรงกวาดสายตาประเมินลั่วหยางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างถูกอกถูกใจ “อายุแค่นี้แต่เป็นถึงหมอเทวะ แถมยังหล่อเหลาเอาการ โปรไฟล์พรีเมียมขนาดนี้… ว่าแต่เราน่ะ มีแฟนหรือยังจ๊ะ?”
ลั่วหยาง “…”
เขาชักจะตาสว่างแล้ว ซ่งเหม่ยฉีไม่ได้แค่ก๊อบปี้ยีนเด่นของยายมาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อายุแค่สี่ขวบก็บรรลุวิชาจับคู่ศิษย์คิดล้างครู แซงหน้าต้นฉบับไปไกลลิบ!
เยี่ยอี้หมิงกระแอมไอแก้เก้อ “คุณนี่ ถามอะไรก็ไม่รู้ ไม่กลัวคนหนุ่มเขาหัวเราะเยาะเอาหรือไง เอ้า… อุ้มเหม่ยฉีไปก่อนไป ผมมีธุระจะคุยกับเสี่ยวลั่วสักหน่อย”
เจี่ยงเสียนหรงรับหลานสาวมาอุ้ม แต่ก็ไม่วายถลึงตาค้อนขวับใส่ตาเฒ่าของตัวเองไปวงใหญ่
เยี่ยอี้หมิงตีมึนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“คุณยายขา เดี๋ยวหนูพาไปดูห้องนอนของหนูนะคะ”
“แหม… มาอยู่ที่นี่ถึงกับมีห้องส่วนตัวแล้วเหรอลูก งั้นยายต้องขอเข้าไปดูสักหน่อยแล้วล่ะ” เจี่ยงเสียนหรงปรายตามองลั่วหยาง นัยน์ตาแฝงความหมายลึกซึ้ง
ลั่วหยางแสร้งทำเป็นตาบอด ตีเนียนไม่รู้ไม่ชี้ตามระเบียบ
ขืนรับมุก เขาจะไปรอดหรือ?
“เสี่ยวลั่ว ที่ฉันมาวันนี้ก็เพื่อมาหาเธอโดยเฉพาะ มีเรื่องอยากจะขอให้ช่วยสักหน่อย” เยี่ยอี้หมิงเปิดประเด็นทันที
ลั่วหยางเลิกคิ้วประหลาดใจ “เรื่องอะไรหรือครับ?”
คุณลุงเยี่ยคนนี้ไม่เห็นเขาเป็นคนอื่นคนไกลเลยแฮะ เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกแท้ๆ ก็โยนงานเข้าใส่ซะแล้ว…