ยอดหมอเทวะบรรพกาล - บทที่ 28 ไม่ได้ตั้งใจตกปลา แต่ปลาดันกินเบ็ด
จางจื้อหงุดหงิดจนแทบคลั่ง ต่อให้ยืนตากแดดเปรี้ยงๆ ก็ยังรู้สึกเหมือนเนื้อตัวกำลังจะขึ้นรา
ตำแหน่งหัวหน้าแผนกโรคติดต่อของโรงพยาบาลฮว๋าซีทำให้เขาต้องแบกรับความคาดหวังจากเบื้องบน นำทีมลงพื้นที่สนับสนุนเมืองลั่วเฉิง แต่ใครจะไปคิดว่าปัญหายังไม่ทันแก้ ลูกทีมระดับผู้เชี่ยวชาญกลับมาติดเชื้อไปซะเองหนึ่งคน หนำซ้ำตัวเขาที่เป็นถึงหัวหน้าทีมยังดูไม่ออกด้วยซ้ำว่ามันคือไวรัสบ้าอะไร ขืนเป็นแบบนี้จะเอาหน้าที่ไหนไปเขียนรายงาน แล้วความฝันที่จะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลไม่ปลิวหายไปกับสายลมเลยหรือไง
ซ้ำร้าย ในจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวาน หม่าจงหัวดันบอกว่าไปเชิญ ‘หมอเทวะ’ ที่ไหนก็ไม่รู้มาช่วย
หมอเทวะบ้าบออะไรกัน นี่มันเคราะห์ซ้ำกรรมซัดชัดๆ
ระหว่างที่จางจื้อกำลังด่าทออยู่ในใจ หม่าจงหัวก็พาคนสองคนเดินเข้ามาพอดี
สายตาของเขาพุ่งเป้าไปที่เยี่ยอี้หมิง สัญชาตญาณบอกทันทีว่าไอ้หมอเทวะจอมปลอมต้องเป็นตาเฒ่าร่างผอมคนนี้แน่ สมองเริ่มประมวลผลหาวิธีไล่ตะเพิดอีกฝ่ายออกไปให้พ้นทาง ขืนปล่อยให้หมอผีที่ไหนไม่รู้มาแก้ปัญหาจนสำเร็จ หน้าตาและชื่อเสียงในวงการแพทย์ของเขาก็คงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
หม่าจงหัวเพิ่งจะอ้าปากแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม แต่จางจื้อกลับชิงพูดแทรกขึ้นมาก่อน มุมปากของหัวหน้าแผนกเหยียดออกเป็นรอยยิ้มเย็นชาแฝงแววท้าทาย “ผู้อาวุโสท่านนี้คงเป็นหมอเทวะอะไรนั่นสินะครับ ไม่ทราบว่าสังกัดโรงพยาบาลไหน ทำไมผมถึงไม่เคยคุ้นหูเลยสักนิด”
เยี่ยอี้หมิงถึงกับชะงัก งงเป็นไก่ตาแตก
จางจื้อไม่ปล่อยให้จังหวะหลุดมือ รีบสาดคำพูดแดกดันตามไปติดๆ “ไม่ทราบว่าหมอเทวะอย่างคุณเคยตีพิมพ์วิทยานิพนธ์มากี่ฉบับแล้ว จะหาอ่านได้จากที่ไหน เผื่อผมจะได้ขอศึกษาเป็นวิทยาทานบ้าง”
เยี่ยอี้หมิงขมวดคิ้วมุ่น “คุณเป็นใคร”
จางจื้อเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงดุดันขึ้นอีกหลายระดับ “ผมจางจื้อ หัวหน้าแผนกโรคติดต่อ โรงพยาบาลฮว๋าซี เป็นหัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญที่ลงมาสนับสนุนเมืองลั่วเฉิง ผมเคยตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ในวารสารเดอะแลนเซ็ต มาแล้วสามฉบับ ค้นหาอ่านบนอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แล้วคุณล่ะ มีดีอะไรถึงกล้าตั้งฉายาตัวเองว่าหมอเทวะ แถมยังเสนอหน้ามากอบโกยผลประโยชน์ถึงที่นี่”
บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดขึ้นมาทันทีราวกับมีคนจุดชนวนระเบิด
หม่าจงหัวกระแอมเบาๆ เพื่อทำลายความเงียบ “หัวหน้าแผนกจาง คุณเข้าใจผิดแล้ว ชายชราท่านนี้คือผู้เฒ่าเยี่ย… เยี่ยอี้หมิง อดีตเจ้านายเก่าของผม ส่วนคนนี้ต่างหากหมอเทวะที่ผมพูดถึง หมอเทวะลั่ว… ลั่วหยาง”
จางจื้อเบิกตาโพลงแทบถลนออกนอกเบ้า ไอ้หนุ่มตรงหน้าอายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกับจางไป๋ลูกชายของเขาด้วยซ้ำ นอกเสียจากมันจะเริ่มท่องตำราแพทย์มาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ไม่อย่างนั้นจะเป็นหมอเทวะไปได้ยังไง
ลั่วหยางปรายตามองใบหน้ากลมแป้นของอีกฝ่ายแค่แวบเดียวก็รู้ทันทีว่านี่คือพ่อของใคร เจตนาขัดขวางของจางจื้อปิดบังเขาไม่ได้ ชายหนุ่มคร้านจะเอ่ยปากเสวนาด้วย จึงก้าวเท้าเดินเมินผ่านหน้าไปเสียดื้อๆ
จางจื้อรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ เลือดขึ้นหน้าทันที “แกหยุดเดี๋ยวนี้นะ”
ลั่วหยางหยุดเดินแล้วหมุนตัวกลับมามองด้วยสายตาเรียบเฉย “หัวหน้าแผนกจาง มีธุระอะไรกับผมงั้นเหรอ”
จางจื้อแค่นหัวเราะเย้ยหยัน “ฉันนึกออกแล้ว ลูกชายฉันมีเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งชื่อลั่วหยาง ต้นเหตุที่ทำให้ลูกชายฉันโดนรุมซ้อม… คือแกใช่มั้ย”
“ในเมื่อคุณสั่งสอนลูกตัวเองไม่ดี พอมีคนช่วยจัดระเบียบสังคมให้ มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือไง” ลั่วหยางตอบกลับหน้าตาย ขี้เกียจปั้นหน้าสุภาพใส่คนพรรค์นี้อีกต่อไป
จางจื้อชี้หน้าลั่วหยางอย่างเอาเรื่อง แต่สายตากลับตวัดไปจ้องหม่าจงหัวเขม็ง “ผู้อำนวยการหม่า คุณโดนต้มเปื่อยแล้วยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ ไอ้เด็กนี่มันเป็นเพื่อนร่วมชั้นลูกชายผม เป็นแค่นักศึกษาจบใหม่จากวิทยาลัยการแพทย์เมืองปาเฉิง เพิ่งจะพ้นช่วงฝึกงานก็โดนโรงพยาบาลจื้อเทียนไล่ออกมาหมาดๆ คุณไปเชิญสิบแปดมงกุฎนี่มา แถมยังยกหางว่าเป็นหมอเทวะ… เหลวไหลสิ้นดี”
สีหน้าของหม่าจงหัวเริ่มตึงเครียดและดูไม่จืด “หัวหน้าแผนกจาง ที่นี่ไม่ใช่แผนกโรคติดต่อของโรงพยาบาลฮว๋าซี แต่เป็นพิพิธภัณฑ์ กรุณาระวังคำพูดของคุณด้วย”
“ที่ผมเตือนก็เพราะหวังดีนะ” จางจื้อยิ่งพูดยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองถูกหยามเกียรติ อารมณ์เดือดพล่านขึ้นเรื่อยๆ “พวกเราอุตส่าห์ถ่อมาสนับสนุนพวกคุณจนลูกทีมต้องมาติดเชื้อไปคนนึง แต่พวกคุณกลับตอบแทนความทุ่มเทของเราด้วยการไปลากเอาเด็กสิบแปดมงกุฎที่ไหนไม่รู้มาหยามหน้ากันแบบนี้ พวกคุณทำงานกันแบบนี้เหรอ”
หม่าจงหัวโกรธจนหน้าดำหน้าแดง แต่ไม่อยากลดตัวลงไปต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายในเวลาแบบนี้ จึงได้แต่สะกดกลั้นอารมณ์คุกรุ่นเอาไว้ในใจ
ทว่าลั่วหยางกลับยืนนิ่ง ไม่สะทกสะท้านกับคำด่าทอ ซ้ำยังมุมปากยกยิ้มบางๆ “ผมว่านะหัวหน้าแผนกจาง คุณดูจะเก็บกดความแค้นไว้ลึกจังเลยนะ คิดว่าผมดูไม่ออกหรือไงว่าในหัวคุณกำลังคิดแผนสกปรกอะไรอยู่ ปัญหาที่ตัวเองไม่มีปัญญาแก้ ก็ไม่อยากให้คนอื่นโผล่มาแก้ได้… ผมพูดถูกไหมล่ะ”
“อย่ามาพูดพล่อยๆ” จางจื้อตวาดสวนเสียงแข็ง หน้าเริ่มถอดสีเมื่อโดนแทงใจดำ
รอยยิ้มบนใบหน้าของลั่วหยางยังคงเดิมไม่เปลี่ยน “หัวหน้าแผนกจาง ถ้าคุณมีปัญญาจัดการเรื่องนี้ได้ ผมจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ตัวเองไร้น้ำยาแท้ๆ ยังจะเสนอหน้ามาคอยขัดแข้งขัดขาคนอื่นอีก... ทำไมนิสัยเสียแบบนี้ล่ะ”
“ไอ้เด็กเวรเอ๊ย” จางจื้อโกรธจนเส้นเลือดเต้นตุบๆ เงื้อมือขึ้นสูงเตรียมจะฟาดหน้าอีกฝ่ายให้รู้สำนึก
แต่ลั่วหยางกลับยืนนิ่ง ไม่หลบ ไม่ขยับแม้แต่ปลายเล็บ สายตาคมกริบจ้องกลับไปอย่างเยือกเย็น
ทางด้านหม่าจงหัวกับเยี่ยอี้หมิงก็ไม่มีทีท่าจะพุ่งเข้าไปห้ามปรามแต่อย่างใด หนำซ้ำลึกๆ ในแววตาของจิ้งจอกเฒ่าทั้งสองยังแฝงประกายแห่งความคาดหวังเอาไว้เงียบๆ
ถ้าฝ่ามือนี้ฟาดลงบนหน้าลั่วหยางจริงๆ เมื่อไหร่ ด้วยชั้นเชิงของคนมากประสบการณ์อย่างพวกเขา… การจัดการส่งตัวตาหัวหน้าแผนกงี่เง่านี่กลับโรงพยาบาลก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
ทว่า… มือของจางจื้อกลับชะงักค้าง ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับลงอย่างขลาดเขลา แต่ปากก็ยังไม่วายพ่นคำขู่ทิ้งท้ายเพื่อรักษาฟอร์ม “ไอ้หนู… ถ้าย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อนล่ะก็ ฉันตบแกฟันร่วงไปแล้ว”
ลั่วหยางแค่นเสียงหัวเราะหยามเหยียด “ลูกชายคุณนี่สืบทอดพันธุกรรมความกระจอกมาได้สมบูรณ์แบบจริงๆ นะ ไร้น้ำยา… แต่ดีแต่เห่า”
“แก—” มือของจางจื้อเงื้อขึ้นมาอีกรอบด้วยความเดือดดาล
สายตารอคอยของหม่าจงหัวกับเยี่ยอี้หมิงสว่างวาบขึ้นมาทันที จับจ้องไปที่จางจื้ออย่างมีความหวังกว่าเดิม
ทว่า… มือของจางจื้อก็ค่อยๆ หดกลับไปอีกครั้ง สีหน้าของหม่าจงหัวกับเยี่ยอี้หมิงฉายแววผิดหวังออกมาอย่างปิดไม่มิด… อุตส่าห์ตั้งตารอเก้อ ไอ้คนกระจอกเอ๊ย
ลั่วหยางคร้านจะเสียเวลากับหมาเห่าใบตองแห้ง ชายหนุ่มหมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังห้องกักตัวชั่วคราวทันที
จางจื้อยังคงไม่ยอมลดละ ตวาดไล่หลังด้วยความเกรี้ยวกราด “ใครให้สิทธิ์แกเข้าไปรักษาที่นี่ เรื่องนี้มันต้องมีนอกมีในแน่ๆ ฉันจะส่งเรื่องร้องเรียนเบื้องบน”
หม่าจงหัวหมดความอดทนในที่สุด “หัวหน้าจาง คุณต้องรับผิดชอบทุกคำพูดของตัวเองนะ”
“ฉันรับผิดชอบแน่ เป็นแค่หมอกระจอกระดับล่าง แถมยังเพิ่งโดนโรงพยาบาลตะเพิดออกมา มันไม่มีคุณสมบัติจะมาเสนอหน้าเหยียบที่นี่ด้วยซ้ำ” จางจื้อเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ผู้คนที่ยืนมุงดูเหตุการณ์รอบๆ เริ่มซุบซิบนินทากันเสียงขรม
ลั่วหยางที่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวชะงักเท้า ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เอาล่ะ เลิกเห่ากันได้แล้ว ขืนเถียงกันไปก็ทำให้ผู้อำนวยการหม่าลำบากใจเปล่าๆ แถมยังไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย เอาอย่างนี้ดีไหม… ผมกับคุณมาพนันกัน”
จางจื้อแค่นเสียงหยัน “พนันอะไร แกมีสิทธิ์อะไรมาขอพนันกับฉัน”
ท่าทีของลั่วหยางยังคงสงบนิ่ง เยือกเย็นจนน่าขนลุก “หัวหน้าแผนกจาง คุณน่าจะรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดนะ ผู้บริหารเมืองปาเฉิงกับเบื้องบนโรงพยาบาลของคุณไว้ใจ ถึงได้ส่งคุณมาเป็นแกนนำ แต่คุณนอกจากจะไร้ปัญญาแก้ปัญหาแล้ว ยังลากผู้เชี่ยวชาญไปติดเชื้อเพิ่มอีกคน... ลองคิดดูสิว่าพวกผู้บริหารจะมองคุณยังไง”
“นั่นมันเรื่องของฉัน แกไม่ต้องแส่”
ลั่วหยางไม่สะทกสะท้าน ยิ้มมุมปากเบาๆ “หัวหน้าแผนกจาง คุณลองใช้สมองคิดดูดีๆ สิ ที่เบื้องบนส่งมาเป็นแกนนำก็เพราะเขาเห็นแววในตัวคุณ คุณเป็นถึงว่าที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฮว๋าซีเชียวนะ ปัญหาตรงหน้าก็เป็นแค่ก้อนหินขวางทางเลื่อนขั้นของคุณเท่านั้น… และบังเอิญว่า ผมก็เป็นส่วนหนึ่งของก้อนหินก้อนนั้นด้วย คุณไม่อยากจะเตะผมให้พ้นทางหน่อยเหรอ”
“เหอะ”
“ผมจะเปิดโอกาสให้คุณเตะผมให้กระเด็น… ผมขอเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงในการรักษาผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีให้หายขาดหนึ่งคน ถ้าทำไม่ได้ ผมยอมรับข้อกล่าวหาของคุณทุกอย่าง จะโทรเรียกตำรวจมาลากคอผมเข้าคุกก็เชิญเลย เงื่อนไขการพนันก็ง่ายนิดเดียว คุณแค่ต้องโอนเงินห้าแสนหยวนเข้าบัญชีคนค้ำประกัน ถ้าภายในครึ่งชั่วโมงผมรักษาไม่หาย เงินก้อนนั้นจะถูกโอนคืนเข้ากระเป๋าคุณทุกสตางค์ แต่ถ้าผมทำได้… เงินก้อนนั้นต้องตกเป็นของผม และคุณห้ามมาเห่าใส่ผมกับผู้อำนวยการหม่าอีก ตกลงไหมล่ะ” แววตาของลั่วหยางทอประกายท้าทาย ราวกับพรานป่าที่กำลังล่อเหยื่อเข้ากับดัก
จางจื้อหน้าดำคร่ำเครียด ในใจลังเลอย่างหนัก เงินห้าแสนหยวนไม่ใช่เศษเงินก็จริง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งเขาร่วง ทว่าการต้องมาวางเดิมพันกับเด็กเมื่อวานซืนที่เป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นของลูกชาย มันทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี
ลั่วหยางแสร้งถอนหายใจยาว “ที่แท้ก็แค่พวกดีแต่ปาก... งั้นก็ช่างเถอะ ตอนนี้ผมจะเข้าไปจัดการปัญหาของผมล่ะนะ ถ้าผมรักษาหาย คนที่ต้องไสหัวกลับไปก็คือคุณ ถึงตอนนั้น หัวหน้าแผนกอย่างคุณคงกลายเป็นตัวตลกของวงการแพทย์ลั่วเฉิงแน่ๆ ชื่อเสียงของโรงพยาบาลฮว๋าซีก็คงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี… น่าสมเพชจริงๆ”
“ตกลง ฉันรับคำท้า” จางจื้อกัดฟันกรอด ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนหน้าเหม็นคนนี้ จะมีปัญญารักษาผู้เชี่ยวชาญให้หายขาดได้ภายในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง
มุมปากของลั่วหยางกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
มิน่าล่ะ คนถึงได้หลงใหลในการตกปลากันนัก… ที่แท้ความรู้สึกตอนที่ปลาโง่ๆ ฮุบเหยื่อมันก็สะใจแบบนี้นี่เอง