ยอดหมอเทวะบรรพกาล - บทที่ 72 ฉันล่วงรู้ความลับของคุณแล้ว
ก้าวพ้นเขตโครงการคฤหาสน์หรู ท้องฟ้าเบื้องบนก็เริ่มโรยตัวด้วยความมืดมิด
ลั่วหยางกับอู่เซิ่งหลานเดินขนาบข้างกันไปตามริมฟุตปาธ ทิ้งระยะห่างกันหลายเมตร แต่ริ้วรอยแดงเถือกบนใบหน้าชายหนุ่มกลับยังไม่ยอมจางหายไปไหน อู่เซิ่งหลานเหลือบมองแล้วหลุดขำพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
ลั่วหยางตวัดสายตามองค้อน “ขำอะไรของคุณ”
หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปาก กลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น “ฉันเพิ่งล่วงรู้ความลับสุดยอดมาเรื่องนึงค่ะ”
“ความลับอะไร”
“อืม ดูท่าทางแล้ว คุณน่าจะยังเป็น… โอ๊ย ไม่เอาดีกว่า ฉันไม่กล้าพูดหรอก” ปากบอกไม่กล้า แต่สายตาแพรวพราวของอู่เซิ่งหลานกลับไล่กวาดมองสำรวจเรือนร่างของชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างซุกซน
เจอสายตาแทะโลมแบบนี้เข้า ลั่วหยางถึงกับไปไม่เป็น รีบกระแอมไอแก้เก้อแล้วปฏิเสธเสียงแข็ง “คุณมโนอะไรไปถึงไหนเนี่ย เลิกคิดอกุศลเลยนะ วันนี้ถือว่าขอบคุณมาก ส่วนเรื่องงานของคุณเดี๋ยวเพื่อนผมจัดการให้แน่นอนไม่ต้องห่วง วันหน้าถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรมาหาผมแล้วกัน”
“แน่ะ เปลี่ยนเรื่องหนีเฉยเลยนะ” อู่เซิ่งหลานยิ่งได้ใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตรงมุมปากยิ่งฉายชัดประหนึ่งจับโป๊ะคนโกหกได้คาหนังคาเขา
“ตกลงคุณจะกดเรียกแท็กซี่เอง หรือจะให้ผมเรียกให้” ชายหนุ่มตัดบท
หญิงสาวเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย แสร้งถอนหายใจ “ฉันเรียกเองได้ค่ะ คุณกลับไปเถอะ ยังไงซะสันดานผู้ชายก็เหมือนกันหมด พอหมดประโยชน์ก็ถีบหัวส่งกันแบบนี้แหละ”
“โอเค ถ้างั้นแยกย้าย ลาก่อน” ลั่วหยางขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง หมุนตัวสับเท้าเดินหนีทันที ขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังโดนยัยนี่ขุดคุ้ยจนพรุนแน่
“เดี๋ยวก่อนสิ!” เสียงใสแหวขึ้นมาสกัดรั้งจังหวะก้าวเท้าของเขาไว้
“คุณดาวคณะอู่ ยังมีเรื่องคาใจอะไรอีกไม่ทราบ” ชายหนุ่มหันกลับมาขมวดคิ้ว
“แฟนสาวเศรษฐินีแม่ม่ายของคุณคนนั้นตัวปลอมล่ะสิ” อู่เซิ่งหลานยิงคำถามแทงใจดำ
“ของจริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ หมดเรื่องแล้วนะ ลาก่อน” ลั่วหยางตอบกลับหน้าตาย ก่อนจะหันหลังเดินจ้ำอ้าวจากไปอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวทอดสายตามองแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ กลืนหายไปในความมืด ภายในหัวเต็มไปด้วยความสับสนงุนงงตีรวนกันไปหมด ไอ้หมอนี่มันกำลังเล่นเกมบ้าอะไรของมันอยู่ ท่าทางก็ดูออกชัดๆ ว่าเป็นไอ้ไก่อ่อนบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ดันตีหน้าซื่อสวมบทเป็นไอ้แมงดาสันดานเสีย ฝีมือระดับหมอเทวะแต่กลับมาแกล้งทำเป็นปลิงเกาะผู้หญิงกิน เป็นผู้ชายที่พิลึกพิลั่นชะมัด
ทางฝั่งลั่วหยางรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นราวกับหนีเจ้าหนี้ กลัวว่ายัยดาวคณะจะรั้งตัวไว้ซักไซ้ไล่เลียงคำถามชวนปวดหัวขึ้นมาอีก ทว่าพอเลี้ยวผ่านหัวมุมถนน เสียงริงโทนสมาร์ตโฟนในกระเป๋าก็แผดดังทะลุความเงียบขึ้นมา
ชายหนุ่มล้วงขึ้นมาดูหน้าจอ พอเห็นว่าเป็นสายจากหูปู้เฝ่ย เขาก็กดสไลด์รับสายพลางยกขึ้นแนบหู “ว่าไงพี่หู”
“ปิดกล้องฉากเลิฟซีนเรียบร้อยแล้วเหรอ” น้ำเสียงแหบห้าวของหูปู้เฝ่ยดังลอดมา
“เรียบร้อยแล้ว”
“ฉันจำได้ว่าสั่งให้นายเปิดวิดีโอคอลทิ้งไว้ไม่ใช่หรือไง ทำไมไม่ยอมเปิดกล้องห๊ะ” นายตำรวจใหญ่เริ่มซักไซ้ไล่เลียง
ลั่วหยางสวนกลับด้วยความหงุดหงิด “เปิดกล้องหาพระแสงอะไรล่ะ! เพื่อลุยงานให้พวกพี่เนี่ย พี่รู้บ้างไหมว่าผมต้องเปลืองตัวไปมากขนาดไหน”
“อ้าว หรือว่ายัยนักศึกษาแซ่อู่นั่นดันเล่นนอกบท ล่วงละเมิดทางเพศนายไปแล้วจริงๆ”
“ถุย! หยุดความคิดอกุศลเดี๋ยวนี้เลยนะ ขืนพูดจาหมาๆ แบบนี้อีก ระวังผมจะบล็อกเบอร์ตัดเพื่อนกับพี่จริงๆ ด้วย” ลั่วหยางขู่ฟ่อ
“เออๆ รู้แล้วน่า ล้อเล่นแค่นี้ทำเป็นหัวฟัดหัวเหวี่ยง นายเนี่ยไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย” หูปู้เฝ่ยรีบปรับโหมดจริงจัง “ที่ฉันโทรมาก็เพื่อจะแจ้งความคืบหน้า ข่าวเรื่องนายรักษาอาการบ้าของอวี๋หงหายขาด ทางเราส่งสายสืบปล่อยข่าวให้หวังอันซงรู้ตัวผ่านช่องทางลับเรียบร้อยแล้ว แถมสายของเรายังแกล้งแย็บๆ ปล่อยไก่ไปอย่างเนียนๆ ด้วยว่านายเป็นหมอเทวะที่รักษาขาให้หลิวโย่วสุ่ยจนหายขาด”
“ประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยพี่นี่มันทะลุปรอทจริงๆ”
“แน่นอน ระดับนี้แล้ว ถ้าเดาทางไม่พลาด หวังอันซงจะต้องดิ้นรนไปหาหลิวโย่วสุ่ยเพื่อเช็กข่าวนี้ด้วยตัวเองแน่ และไอ้หมอนั่นก็ต้องรีดเอาคอนแทกต์นายมาจากหลิวโย่วสุ่ยชัวร์ๆ หลิวโย่วสุ่ยจะต้องวิ่งโร่มาหานายเร็วๆ นี้แหละ เพราะงั้น ฝั่งนายก็เตรียมปั้นหน้า ซ้อมบทพูดเอาไว้ให้ดี ว่าจะรับมือกับพวกมันยังไง”
“อืม ผมกางแผนสำรองรอไว้แล้ว” ลั่วหยางรับคำ ก่อนจะชะงักไปนิดแล้วเปลี่ยนเรื่อง “เอ่อ ขอถามประดับความรู้หน่อย ภารกิจเสี่ยงตายนี่ ผมต้องทำฟรีเป็นจิตอาสา หรือว่ามีค่าเหนื่อย”
“เรื่องนั้นวางใจได้เลย ถ้ายุทธการนี้ลุล่วงไปด้วยดี เงินโบนัสอัดฉีดมีให้จุกๆ แน่นอน ส่วนใบประกาศเกียรติคุณพลเมืองดีก็เตรียมใส่กรอบรอไว้เลย” หูปู้เฝ่ยตบปากรับคำ
ลั่วหยางกระตุกยิ้มมุมปาก “โธ่ พี่หูก็ พูดเป็นคนอื่นคนไกลไปได้ สำหรับผมเรื่องเงินทองมันเป็นแค่ของนอกกายทั้งนั้นแหละ”
“เออ ฉันรู้ ระดับปรมาจารย์ผู้หลุดพ้นอย่างนายคงไม่คุยเรื่องเงินๆ ทองๆ หรอก มันดูหยาบโลนทางโลกเกินไป ต้องคุยกันเป็นตัวเลขหลักล้านต่างหาก”
ลั่วหยาง “…”
“น้องลั่ว ถามจากใจจริงเลยนะ นายไม่ได้เผลอไผลทำเรื่องระยำนอกใจเยี่ยจือจริงๆ ใช่ไหม ส่งไฟล์คลิปเสียงที่นายแอบอัดไว้มาให้ฉันตรวจสอบเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะประเมินให้เองว่านายบริสุทธิ์ใจจริงหรือเปล่า ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟอยู่แล้วนี่”
ลั่วหยางลดระดับสมาร์ตโฟนลง ปลายนิ้วกระแทกปุ่มสีแดงตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
ไอ้หมาโสดขึ้นคานวัยสามสิบกว่าอย่างพี่ มีสิทธิ์เสนอหน้ามาขอฟังคลิปเรต ฉ. ด้วยเหรอวะ!
====== (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก ลั่วหยางก็จัดการผัดข้าวผัดไข่ง่ายๆ ประทังชีวิตไปหนึ่งจาน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกินข้าวบนโซฟาหน้าทีวี มือก็กดรีโมตเปิดหารายการกินโชว์เพื่อเรียกน้ำย่อย
ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะกดเปลี่ยนช่อง ภาพข่าวสั้นเบรกเกอร์ก็เด้งขึ้นมาดึงดูดสายตา มันคือรายงานข่าวอัปเดตสถานการณ์การขุดค้นแหล่งโบราณคดีซานซิงตุย บนหน้าจอ นักข่าวสาวคนหนึ่งกำลังจ่อไมค์สัมภาษณ์ผู้อำนวยการหม่าจงหัว โดยมีศาสตราจารย์ซูชางหมิง แกนนำทีมโบราณคดียืนขนาบข้าง
นักข่าวสาว: “ผู้อำนวยการหม่าคะ ไม่ทราบว่าความคืบหน้าของหลุมบูชายัญหมายเลขแปด ล่าสุดทางทีมงานได้ขุดพบโบราณวัตถุล้ำค่าชิ้นไหนเพิ่มเติมบ้างคะ”
หม่าจงหัว: “ล่าสุดเราเพิ่งขุดพบดาบสำริดหนึ่งเล่มครับ ซึ่งถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ เพราะนี่คือดาบสำริดเล่มแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการขุดค้นซานซิงตุยมา มูลค่าของมันประเมินค่าไม่ได้ และมีนัยสำคัญต่องานวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างยิ่งยวด นอกจากนี้ยังมีเครื่องบูชายัญอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังรอการซ่อมแซม หากกระบวนการเสร็จสิ้น เราจะนำมาจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้ชมอย่างแน่นอนครับ”
นักข่าวสาว: “แล้วคาดว่าปฏิบัติการขุดค้นหลุมหมายเลขแปดจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่คะ”
หม่าจงหัว: “ประเด็นนี้ ผมขอส่งไม้ต่อให้ศาสตราจารย์ซูเป็นคนชี้แจงดีกว่าครับ”
กล้องแพนไปจับภาพใบหน้าเคร่งขรึมของซูชางหมิง
นักข่าวสาว: “สวัสดีค่ะ ศาสตราจารย์ซู ไม่ทราบว่าหลุมหมายเลขแปดจะปิดจ๊อบการขุดค้นได้เมื่อไหร่คะ”
ซูชางหมิง: “บอกตามตรงว่าตอนนี้เรายังไม่สามารถระบุไทม์ไลน์ที่แน่ชัดได้ครับ เมื่อไม่นานมานี้ พื้นก้นหลุมหมายเลขแปดเกิดการยุบตัวอย่างปริศนา ทางเราตั้งสมมติฐานว่าลึกลงไปด้านล่างน่าจะมีโบราณสถานซ่อนอยู่อีกชั้นหนึ่ง แต่เรื่องนี้ยังต้องอาศัยการสำรวจและวิจัยเชิงลึกต่อไป สรุปสั้นๆ คือ หลุมบูชายัญหมายเลขแปดมีโครงสร้างแตกต่างจากหลุมอื่นๆ ที่เราเคยพบมาอย่างสิ้นเชิง ซึ่งพวกเราเองก็คาดหวังที่จะได้กระชากม่านความลับของมันออกมาให้โลกประจักษ์เช่นกันครับ”
นักข่าวสาว: “ขอบคุณศาสตราจารย์ซู และผู้อำนวยการหม่ามากค่ะ”
ข่าวสั้นจบลง ภาพตัดสลับไปรายงานข่าวโครงการเกษตรกรรมอัจฉริยะ ลั่วหยางหมดความสนใจในหน้าจอทีวีทันที เขาตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ พลางขมวดคิ้วทบทวนคำให้สัมภาษณ์ของศาสตราจารย์ซู
ก้นหลุมยุบตัว? มีโครงสร้างซ่อนอยู่อีกชั้นงั้นเหรอ? เรื่องนี้มันทะแม่งๆ นะ ตอนที่ฉันลงไปสำรวจในหลุมหมายเลขแปด ฉันแผ่คลื่นการรับรู้เหนือสัมผัสเจาะทะลวงลงไปใต้ดินลึกตั้งสองเมตร ชัดเจนว่ามันว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยนี่นา หรือว่าความลับที่ซ่อนอยู่มันจะอยู่ลึกลงไปมากกว่านั้นอีก?
ฉับพลันนั้นเอง ภาพใบหน้าจิ้มลิ้มขาวผ่องของใครบางคนก็ผุดขึ้นมาในหัว
เกิดเรื่องใหญ่ระดับชาติขนาดนี้ ในฐานะศิษย์เอก ยัยไป๋จิ้งไม่คิดจะโทรมาขอคำปรึกษาจากอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เลยหรือไงเนี่ย?
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนแอปวีแชตดังขัดจังหวะความคิด ลั่วหยางเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนบนโต๊ะกระจกขึ้นมาดู พอกดอ่านแจ้งเตือน มุมปากก็กระตุกยิ้มอย่างรู้ทัน
ตายยากจริงๆ นึกถึงปุ๊บก็ทักมาปั๊บ
[ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบขาว]: อาจารย์คะ! หลุมหมายเลขแปดเกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!
(‘ ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบขาว’ คือนามแฝงในวีแชตของไป๋จิ้ง)
[ลั่วหยาง]: เพิ่งดูข่าวจบเมื่อกี้ ศาสตราจารย์ซูบอกว่าก้นหลุมยุบตัวและน่าจะมีโบราณสถานซ้อนอยู่อีกชั้น หมายถึงเรื่องนี้ใช่ไหม
[ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบขาว]: ใช่เลยค่ะ! สมกับที่เป็นอาจารย์ของหนู ฉลาดหลักแหลมทะลุปรุโปร่งที่สุด! หนูเพิ่งจะหาจังหวะแอบทักมาเล่าให้อาจารย์ฟังอยู่พอดีเลยเนี่ย
ลั่วหยางกดส่งสติกเกอร์รูปน้องหมากลอกตาบนไปให้หนึ่งที
[ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบขาว]: อาจารย์ประเมินสถานการณ์นี้ยังไงบ้างคะ หนูอยากฟังมุมมองของอาจารย์
[ลั่วหยาง]: ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีสักหน่อย จะเอาตรรกะอะไรไปวิเคราะห์ล่ะ เรื่องนี้ฉันขอซื้อไอเดียศาสตราจารย์ซู ก้นหลุมยุบตัวแสดงว่าโครงสร้างดินทรุด ด้านล่างก็คงมีช่องว่างหรือห้องลับอะไรสักอย่างนั่นแหละ แต่พวกเธอลงพื้นที่ก็ระวังตัวกันให้ดีนะ ถ้าเจอความเคลื่อนไหวหรือสิ่งลี้ลับอะไรแปลกๆ รีบส่งซิกมาทันที เดี๋ยวฉันถ่อไปเคลียร์ให้เอง
[ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบขาว]: ผอ.หม่าสั่งปิดปากห้ามพวกเราคาบข่าวไปบอกอาจารย์เด็ดขาดเลยนะคะ นี่หนูต้องแอบแวบมาพิมพ์บอกเงียบๆ เลยเนี่ย
[ลั่วหยาง]: ทำไมต้องสั่งแบนฉันด้วย
[ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบขาว]: ผอ.หม่าบ่นว่าอาจารย์ค่าตัวแพงหูฉี่ค่ะ จ้างไม่ไหว
[ลั่วหยาง]: …
ไอ้แก่ขี้เหนียวเอ๊ย งบรัฐบาลออกจะเยอะแยะ จะงกไปถึงไหนวะ
[ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบขาว]: ว่าแต่อาจารย์คะ… เมื่อไหร่อาจารย์จะยอมถ่ายทอดวิชาขมังเวทให้หนูสักทีล่ะ
[ลั่วหยาง]: รอก่อน ช่วงนี้กำลังรวบรวมคัมภีร์อยู่ แค่นี้ก่อนนะ ฉันติดธุระแล้ว ไว้ค่อยคุย
หญิงสาวก๊อบปี้สติกเกอร์รูปน้องหมากลอกตาบนของเขา ส่งสวนกลับมาประชดทันควัน
ลั่วหยางจัดการโซ้ยข้าวผัดไข่จนเกลี้ยงจาน ความขี้เกียจเข้าครอบงำจนกะละมังล้างจานถูกเมิน ชายหนุ่มเดินดุ่มๆ เข้าห้องนอนไปอย่างไม่แยแส หลังจากอาบน้ำชำระล้างร่างกายจนสดชื่น เขาก็ทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นพรมข้างเตียง เริ่มต้นเดินลมปราณโคจรเคล็ดวิชาขมังเวทเพื่อยกระดับพลัง
เมื่อกี้รับบทพระเอกโชว์กินข้าว ตอนนี้กำลังเข้าฌานโชว์ฝึกวิชา เดี๋ยวอีกสักพักคงได้โชว์นอนหลับเป็นตายให้กล้องวงจรปิดดูต่อล่ะมั้ง