ยอดอาจารย์มหาเมตตา - ตอนที่ 750 จอมมาร ไป่อวิ๋นเฟย
ในขณะนี้ ห้องโถงอันรุ่งโรจน์ตั้งอยู่ในส่วนลึกของความว่างเปล่า นอกดินแดนมารสวรรค์ มันเหมือนตกนรกทั้งเป็ นเมื่อมองลงไปที่เก้า สวรรค์สิบแผ่นดิน
ในห้องโถง ชายหนุ่มนั่งอย่างสงบบนเก้าอี้ที่มองลงมายังสิ่งมีชีวิต ทั้งหมด ผมสีขาวสะดุดตาเป็ นพิเศษ หากดูที่รูปร่างหน้าตาเพียงอย่าง เดียว อาจคิดว่าเขายังเด็กมาก แต่แท้จริงแล้วเขามีอายุหลายร ้อย ล้านปี! เขาเป็ นยักษ์ที่มีชีวิตอยู่อย่างแท้จริงตั้งแต่ยุคเซียนโบราณ จนถึงปัจจุบัน
เขาเป็ นหนึ่งในห้าจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ของดินแดนมาร ไป่ หยุน เฟย! เขามีสถานะที่สูงส่งและควบคุมสายเลือดมารสวรรค์ในตอนนั้น เขาเป็ นมือขวาที่มีความสามารถที่สุดของจักรพรรดิมาร
หลังจากที่จักรพรรดิมารเสียชีวิตในสนามรบ เขาปฏิบัติตาม คาสั่งสุดท้ายของจักรพรรดิมารและนาสายเลือดมารสวรรค์ไปยัง ดินแดนภายนอกเพื่อรักษาสายเลือดนี้ไว้ ในบรรดาจอมมารมากมาย ความแข็งแกร่งของสายเลือดมารสวรรค์ นั้นสมบูรณ์และแข็งแกร่ง ที่สุด
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถควบคุมอีกสี่ กลุ่มที่เหลือได้เพราะในโลกของเมล็ดพันธุ์มาร ลาดับสายเลือดเป็ น
สิ่งสาคัญ ในโลกนี้ มีเพียงสายเลือดบริสุทธิ์ของจักรพรรดิมารเท่านั้น ที่สามารถสั่งการจอมมารทั้งห้าได้ มิฉะนั้น พวกเขาจะไม่ฟังคาสั่ง
ดังนั้น เพื่อฟื้นฟูความรุ่งเรืองในอดีตของเมล็ดมาร ไป่ อวิ๋นเฟ ยจึงวางแผนที่จะบุกเก้าสวรรค์สิบแผ่นดิน เขาต้องการค้นหาองค์ หญิงที่ท่องโลกในตอนนั้น เทียนเมิ่ง ท่ามกลางความโกลาหล
เขาคิดว่าจะสามารถหานางเจอหลังจากค้นพบกลิ่นอายขององค์ หญิงในครั้งนี้ โดยไม่คาดคิด เขาไม่พบองค์หญิงแต่กลับค้นพบ ความลับที่น่าตกใจแทน
“ในที่สุดยอดฝีมือลึกลับที่หลับใหลอยู่บนที่ราบสูงก็จะตื่นขึ้นงั้น หรือ?” ไป่ อวิ๋นเฟยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สูง ครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งและไม่ สามารถปล่อยเวลานานได้
การค้นพบที่น่าตกใจก่อนหน้านี้ทาให้เขาตกใจ มีโลหิตเทพเจ้า หยดหนึ่งในตัวของเย่ชิว ในฐานะเมล็ดมาร เขารู ้ที่มาของเมล็ดมาร เป็ นอย่างดี เขากลัวเลือดหยดนั้นจากสายเลือด เขารู ้ดีว่าหยดของ โลหิตเทพเจ้าในร่างของเย่ชิวคือเลือดของยอดฝีมือในที่ราบสูงใน ตอนนั้น
สิ่งที่เขาคิดไม่ออกก็คือเย่ชิวได้ดูดซับเลือดหยดนั้นและรวมเข้า กับมันอย่างสมบูรณ์ นี่เป็ นสิ่งที่เขาคิดไม่ออก
“เกิดอะไรขึ้น? เป็ นไปได้หรือไม่นี้คือการกลับชาติมาเกิดของ ยอดฝีมือในที่ราบสูงนั้นคนนั้น?” ไป่อวิ๋นเฟยไม่เข้าใจปัญหานี้ไม่ว่า
อะไรก็ตาม “ไม่ บางทีเขาอาจใช ้เคล็ดวิชาลับวิเศษบางอย่างและ ได้รับการยอมรับจากโลหิตเทพเจ้าเพื่อดูดซับมัน”
ไป่ อวิ๋นเฟยคือจอมมารของสายเลือดมารสวรรค์ เขาผู้พิถีพิถัน มองเห็นแก่นแท้ของสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เคล็ดวิชาที่เย่ชิวใช ้คือ เคล็ดวิชาเต๋าแห่งโลหิตที่จ้าวสวรรค์เจิ้นอู๋สอนเขา
ไป่อวิ๋นเฟยเดาได้เพราะเขาเห็นว่าเลือดในร่างกายของเย่ชิวนั้น ไม่ธรรมดา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาไม่รู ้ก็คือตอนที่เย่ชิวดูดซับโลหิต เทพเจ้า อีกฝ่ ายไม่ได้ใช ้เคล็ดวิชาเต๋าแห่งโลหิต แต่เย่ชิวสามารถดูด ซับมันได้สาเร็จ ราวกับว่าเลือดหยดนั้นเป็ นของตนเองและเข้ากับ ร่างกายหลักของตนอย่างสมบูรณ์
เย่ชิวเดาได้อยู่แล้วว่าเหตุใดเขาถึงดูดซับมันได้อย่างราบรื่น บาง ทีบรรพบุรุษอาจเป็ นผู้สืบทอดสายเลือดนี้และครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ นั่น เป็ นเหตุผลว่าเหตุใดเขาถึงดูดซับได้ง่ายดาย แน่นอนว่านี่เป็ นเพียง การคาดเดาของเย่ชิว
“มารแดง เจ้าคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้?” ไป่อวิ๋นเฟยไม่สามารถ เข้าใจเรื่องนี้ได้ จึงหันตัวกลับและพูดกับหมอกเลือดที่อยู่ข้างหลังเขา
ทันทีที่เขาพูดจบ หมอกเลือดก็บิดเบี้ยวและปล่อยคลื่นแสงสีแดง ออกมา อักขระไหลอย่างรวดเร็ว จากข้างใน ผู้หญิงที่งดงามอย่างยิ่ง ในชุดสีแดงค่อย ๆ เดินออกมา นางสวมเสื้อคลุมสีแดงดูเย็นชาและ โหดเหี้ยม ใบหน้าของนางซีดและดวงตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม
เห็นได้ชัดว่า นี่คือผู้หญิงที่เป็ นฆาตกร เป็ นกุหลาบสวยงามที่มีหนาม แหลมคม
หลังจากติดตามจอมมารไป่อวิ๋นเฟยมาหลายปี มารแดงก็ได้ย้อม มือของตนด้วยเลือดนับไม่ถ้วนแล้ว วิญญาณอาฆาตนับไม่ถ้วนตาย ภายใต้ดาบโลหิตของนาง
มารแดงเดินออกไปอย่างไร ้ความรู ้สึกและประเมินอย่างเย็นชา “ราชาของข้า หากเป็ นอย่างที่ท่านพูดจริง ถ้าอย่างนั้น… มนุษย์หนุ่ม คนนี้จะเป็ นศัตรูตัวฉกาจของเมล็ดมารของข้า ตัวตนได้คุกคามการ อยู่รอดของเผ่าพันธุ์ของข้าแล้ว การสังหารเขาเท่านั้นที่สามารถ แก้ไขกรรมทั้งหมดได้”
หญิงงามผู้นี้เต็มไปด้วยเจตนาสังหารในตอนที่นางเปิดปากพูด มันน่าทึ่งจริง ๆ
ไป่ อวิ๋นเฟยดูเหมือนจะคาดหวังคาพูดของนาง แต่เขาก็ไม่เห็น ด้วย
“อืม” ไป่อวิ๋นเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นอนอยู่บนบัลลังก ์อย่าง เกียจคร ้าน เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้ าที่ว่างเปล่าและครุ่นคิดอย่างหนัก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวลาดูเหมือนจะเป็ นเพียงแนวคิด โดยปกติ แล้ว หลายร ้อยปีจะผ่านไปหลังจากเขาหลับ
ในช่วงเวลาอันยาวนานนี้ เขากาลังนอนหลับอยู่หรือมองขึ้นไป บนท้องฟ้ าที่เต็มไปด้วยดวงดาวและนั่งสมาธิ ไม่รู ้ว่าเวลาผ่านไปนาน
เท่าใด ไป่ อวิ๋นเฟยพูดอีกครั้ง เขาพูดว่า “เราสังหารเด็กคนนี้ไม่ได้! ในตอนนั้น จักรพรรดิของข้าเคยกล่าวไว้ว่าเผ่าพันธุ์เมล็ดมาร เผ่าพันธุ์ประหลาด เผ่าพันธุ์โลหิต และเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ล้วนมาจาก ยอดฝีมือที่ราบสูง
“แหล่งที่มาของการเกิดก็เกิดจากความคิดชั่วร ้ายของยอดฝีมือ ที่ราบสูงแห่งนั้นเช่นกัน ดังนั้น เต๋าสวรรค์ของเราจึงขาดและ แหล่งที่มาของเราหายไป ทาให้เผ่าพันธุ์ของเราพบว่าเป็ นการยากที่ จะเดินตามเส้นทางของจักรพรรดิยุทธและทาลายความลึกซึ้งของการ มีอายุวัฒนะยาว
“นี่เป็ นหนึ่งในเหตุผลที่เมล็ดมารของข้าถูกโลกดูหมิ่นและต้อง ซ่อนตัวอยู่ในความมืด ไม่สามารถปรากฏตัวในโลกได้ ด้วยเหตุนี้ ครั้งหนึ่งจักรพรรดิของข้าเคยพยากรณ์ว่าผู้ที่สามารถช่วยเผ่าพันธุ์ ของเราให้หลุดพ้นพันธนาการแห่งอายุวัฒนะและหลุดพ้นจาก พันธนาการแห่งโชคชะตาได้จะปรากฏตัวในแม่น้าสายยาวในอนาคต
“ข้าคิดว่าคนผู้นั้นปรากฏตัวแล้ว!”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา รูม่านตาของมารแดงก็หดตัว ลงและสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป “ราชาของข้า ท่านหมายความว่า เด็กหนุ่มคนนี้คือคนที่จักรพรรดิของข้าทานายไว้งั้นหรือ?”
ไป่ อวิ๋นเฟยไม่ตอบ เขาได้แต่จมดิ่งลงไปในห้วงความคิดอย่าง เงียบ ๆ หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พูดว่า “ข้ารู ้สึกได้ถึงกลิ่นอายของ
องค์หญิงบนร่างกายของชายหนุ่มคนนั้น แม้ว่าเขาจะไม่ยอมรับ แต่ ข้าก็ยังรู ้สึกได้ ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายนั้นถูกสร ้างขึ้นหลังจากใช ้เวลา ร่วมกันนับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้น… ถ้าข้าจาไม่ผิด องค์หญิงอยู่เคียงข้าง เขาและใกล้ชิดกับเขามาก นี่อาจเป็ นการเปลี่ยนแปลงสาหรับ เผ่าพันธุ์ของข้า” เมื่อมาถึงจุดนี้ ไป่อวิ๋นเฟยพลันนึกถึงบางอย่างและ พูดว่า “อย่างไรก็ตาม ข้าได้ยินมาว่าคนที่อยู่อีกด้านหนึ่ง เทียน… ได้ ตื่นขึ้นแล้ว จริงหรือ?”
เทียน! มันเป็ นชื่อที่หนักหน่วงและน่าสะพรึงกลัว ในอดีต มันเป็ น ตัวตนที่ทาให้ผู้คนสั่นสะเทือนด้วยความกลัว
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ มารแดงก็พยักหน้าและพูดว่า “เขาตื่นแล้วจริง ๆ แต่เขายังไม่ฟื้นคืนสู่สถานะสูงสุด ครั้งแรกที่เขาปรากฏตัวดูเหมือน จะอยู่ในโลกเล็ก ๆ ที่เรียกว่าโลกมหารกร ้าง เขาต่อสู้กับเมิ่งเทียนเจิ้ง จากศาลาเยียวยาสวรรค์ หลังจากการต่อสู้ เขาก็หายตัวไป ไม่มีใครรู ้ ว่าเขาไปที่ใด”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ความสนใจของไป่ อวิ๋นเฟยก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด และเริ่มนั่งตัวตรง “แม้แต่สู้กับเมิ่งเทียนเจิ้ง? ฮ่าฮ่า… น่าสนใจ… เจ้า เฒ่านี้ถือได้ว่าเป็ นรูปเป็ นร่าง ข้าได้พบกับเขาครั้งหนึ่งตอนที่ยุค เซียนโบราณตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ในตอนนั้น เขายังเป็ นเด็ก น้อยนักพรตอยู่ข้าง ๆ ธิดาศักดิ์สิทธิ์เยียวยาสวรรค์ ข้าไม่ได้คาดหวัง ว่าเขาจะเติบโตได้ถึงขนาดนี้