ยอดอาจารย์มหาเมตตา - บทที่ 770 ความสงสัยของเย่เทียนฉี
“อืม… เอาสิ! เนื่องจากผู้อาวุโสเชิญข้าอย่างอบอุ่น ข้าจะปฏิเสธ ได้อย่างไร? ถ้าอย่างนั้น ข้าขอรบกวนท่านด้วย” เย่ชิวยิ้มและไม่ ปฏิเสธ เขายังสามารถเยี่ยมชมสุดยอดตระกูลในตานานได้อีกด้วย
“ฮ่าฮ่า! เป็ นเกียรติต่อตระกูลเย่ของข้าที่มีเจ้าอยู่ที่นี่ มันไม่เป็ น ปัญหา” เย่อู๋เหินหัวเราะอย่างเต็มที่ ยิ่งเขามองเด็กคนนี้มากเท่าใด ก็ ยิ่งเพลินตามากขึ้นเท่านั้น
ในอีกด้านหนึ่ง เย่เทียนฉี ที่ทาความสะอาดสนามรบเสร็จแล้ว และก าลังจะเดินจากไป เขาก าลังจะพูดอะไรกับเย่อู๋เหินและเตรียมน า กลุ่มกลับ ทันใดนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นและเห็นเย่ชิวยืนอยู่ข้างเย่อู๋เหิน เขาตกตะลึงเล็กน้อย
“นี่… ” เย่เทียนฉีตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อในขณะที่เขามองไป ที่ใบหน้าที่คุ้นเคยและชายหนุ่มที่คุ้นเคยอย่างหาที่เปรียบมิได้
!!
“ลุงรอง เป็ นอะไรไป?” เย่อู๋เหินรู ้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเย่ เทียนฉีจึงรีบหันไปถาม
อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู ้ว่าเย่เทียนฉีได้ตกตะลึงไปแล้ว หลังจาก นั้นไม่นาน เขาก็พูดอะไรบางอย่างออกมา “ดูเหมือน… “
“เหมือน?”
เย่อู๋เหินตกตะลึงเล็กน้อยและมองไปที่เย่เทียนฉีด้วยความสับสน ซึ่งยังคงไม่เชื่อ “มันเหมือนกันเกินไป นี่คือการแกะแบบจากแม่พิมพ์ เดียวกัน”
เย่เทียนฉีส่ายหัวอย่างบ้าคลั่ง แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง เย่ชิวไม่ใช่เย่อู๋เหินในวัยเยาว์หรอกหรือ? คนอื่นอาจไม่สามารถบอก ได้ แต่เย่เทียนฉีที่เฝ้ าดูเย่อู๋เหินเติบโตขึ้น เขาจะบอกไม่ได้ได้ อย่างไร? เสื้อผ้าสีขาวของเย่ชิวและรูปลักษณ์ที่ร่าเริงเหมือนกันทุก ประการกับเย่อู๋เหินในตอนนั้น
เย่อู๋เหินดูงุนงงกับการกระทาแปลกๆ ของเย่เทียนฉี ขณะที่เย่ชิว ขมวดคิ้ว
“เหตุใดเขาถึงมองตรงมาที่ข้า? เป็ นไปได้หรือไม่ว่าเขามีงาน อดิเรกพิเศษบางอย่าง?” เย่ชิวรู ้สึกอึดอัดมากที่ถูกจ้องมองโดยผู้ชาย เช่นนี้
ในทางกลับกัน เย่เทียนฉีก็รู ้สึกตกใจอย่างมาก เขารีบเดินไปจับ มือเย่ชิวอย่างเสน่หา “เด็กน้อย เจ้าชื่ออะไร?”
เย่ชิวใจหายเมื่อเห็นท่าทางที่เป็ นมิตรของอีกฝ่ าย หลังจากสงบ สติอารมณ์ลง เย่ชิวก็ยิ้มและพูดว่า “ผู้เยาว์เย่ชิวคารวะผู้อาวุโส”
“เย่ชิว!” เขาไม่รู ้ว่าทันทีที่ชื่อนี้ถูกพูดขึ้น สีหน้าของเย่เทียนฉีก็ น่าประหลาดใจยิ่งขึ้น เขารีบมองไปที่เย่อู๋เหินด้วยความไม่เชื่อและพูด
ว่า “อู๋เหิน บอกข้าตรงๆ เจ้ามีลูกชายนอกสมรสที่ซ่อนตัวไว้ไม่ให้ พวกเรารู ้หรือไม่?”
“ข้า… ” ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา มุมปากของเย่อู๋เหิน ก็กระตุก เขารู ้สึกเหมือนถูกฟ้ าผ่า ในชีวิตข้ามีภรรยาเพียงคนเดียว และมีลูกชายสองคน คนหนึ่งตายไปแล้ว และยังเหลืออีกหนึ่งคน ลูก นอกสมรสนี้มาจากไหน? “ท่านลุงรอง ท่านสบายดีหรือ? ข้าจะมีลูก นอกสมรสมาจากไหน?”
เย่อู๋เหินพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่งและตอบกลับด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น
เมื่อได้ยินคาปฏิเสธ เย่เทียนฉียิ่งตกตะลึง “เป็ นไปไม่ได้ เด็กคนนี้ เหมือนกับเจ้าตอนเด็กทุกประการ ทุกการเคลื่อนไหวและแม้แต่คาพูด อันละเอียดอ่อนก็คล้ายกับเจ้ามาก โลกนี้จะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ได้ อย่างไร?”
เย่เทียนฉีเชื่อถือสัญชาตญาณเป็ นอย่างมาก ในฐานะผู้อาวุโส เพียงคนเดียวของเย่อู๋เหิน เขาเฝ้ าดูอีกฝ่ายเติบโตขึ้น เขาจะลืมความ สง่างามของหลานชายในตอนที่อีกฝ่ ายยังเด็กไปได้อย่างไร? ค าพูด ของเย่ชิวทาให้นึกถึงเย่อู๋เหิน เขามีความรู ้สึกนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเย่ ชิว
เช่นเดียวกับเย่เทียนฉี เย่อู๋เหินรู ้สึกว่าเย่ชิวคล้ายกับเขาเป็ น พิเศษในตอนที่เขายังเด็ก ความคล้ายคลึงนี้ดูเหมือนจะถูกสลักลงใน
กระดูก ตอนแรก เย่อู๋เหินคิดว่ามันเป็ นจินตนาการ บางทีเขาอาจจะ คิดถึงลูกชายคนโตมากเกินไป เขาจึงรู ้สึกเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม หลังจากการเตือนของเย่เทียนฉี เขาก็เกิดความ สงสัยเล็กน้อย
ทั้งสองกาลังกระซิบอะไรบางอย่าง ทาให้เย่ชิวสับสน เขาเริ่มคิด อย่างช ้าๆ “สองคนนี้กาลังคุยกันว่าจะหลอกข้าอย่างไรดีงั้นหรือ?”
เขากลัวอยู่บ้าง ถ้าอย่างนั้นเขาควรไปที่ตระกูลเย่หรือไม่? ถ้าเขา ไปที่นั่นและไปที่รังของโจร มันคงเป็ นเรื่องยากสาหรับเขาที่จะเดิน ออกไปหากอีกฝ่ ายวางกับดัก นั่นไม่ควรเป็ นเช่นนั้น เย่ชิวค่อนข้าง สบายใจกับเย่อู๋เหิน อีกฝ่ายไม่ใช่คนเช่นนั้น
นี่เป็ นครั้งแรกที่เย่ชิวได้พบกับเย่เทียนฉี เขายังไม่รู ้จักบุคลิกของ อีกฝ่าย
หลังจากนั้นไม่นาน เย่เทียนฉีก็ยิ้มและเดินขึ้นมาอีกครั้ง เขา สารวจ “ฮ่าฮ่า สหายน้อย เจ้าเป็ นอัจฉริยะจริงๆ ข้าโชคดีมากที่ได้ เห็นความสง่างามของเจ้าก่อนหน้านี้ ข้าตกใจมาก”
“สมดังคาด คนเก่งก็ปรากฏตัวขึ้นทุกยุคทุกสมัย ทุกคนล้วนมี ความโดดเด่นมานานนับร ้อยปี เป็ นโชคชะตาของเก้าสวรรค์สิบ แผ่นดินของข้าที่มีอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้เช่นเจ้าปรากฏในยุคนี้” ประการแรก เขายกย่องอีกฝ่ ายอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จากนั้น เขาก็ พูดว่า “สหายน้อย เจ้ามาจากที่ใด? เจ้ามีผู้อาวุโสในตระกูลบ้าง
หรือไม่? ข้าอยากเห็นจริงๆ ว่าคนพิเศษแบบไหนที่สามารถให้ก าเนิด ลูกชายที่โดดเด่นเช่นนี้ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่ชิวก็เข้าใจทันทีว่าเย่เทียนฉีกาลังตรวจสอบ ภูมิหลัง ต้องบอกว่าข้อแก้ตัวนี้ยากจะปฏิเสธจริงๆ มันน่าอึดอัดมาก
“ฮ่าฮ่า!” ด้วยรอยยิ้มจางๆ เย่ชิวตอบกลับ “ผู้อาวุโส ท่านต้อง ล้อเล่นแน่ๆ ข้าไม่มีพ่อแม่ ข้าถูกเนรเทศไปที่โลกมหารกร ้างตั้งแต่ข้า ยังเด็กและโชคดีที่ได้รับการอุปการะจากอาจารย์ของข้า ข้าถูกพา กลับไปที่ภูเขาและสอนอย่างระมัดระวัง”
“เพียงแต่ว่าฟ้ าดินไม่เป็ นไปตามใจ อาจารย์ของข้าเสียชีวิตไป นานแล้ว ในโลกนี้ นอกจากผู้อาวุโสใหญ่แล้ว ข้าก็ไม่มีผู้อาวุโสแล้ว”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา ร่างกายของเย่อู๋เหินก็สั่น สะท้าน และความสงสัยในหัวใจก็แข็งแกร่งขึ้น
เขาไม่มีพ่อแม่!
เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่คุ้นเคย ชายผู้นี้มีหัวใจที่เข้มแข็ง เขารู ้สึกมี ก้อนมาจุกอยู่ที่ลาคอ เป็ นไปได้หรือไม่ว่าเย่ชิวเป็ นลูกชายคนโตจริงๆ ? เขาอดสงสัยไม่ได้ แต่ประโยคสุดท้ายของเย่ชิวได้ท าลาย จินตนาการทั้งหมด
ในตอนที่ตระกูลเย่ก่อการจลาจลในตอนนั้น ลูกชายคนโตได้ เติบโตเป็ นผู้ใหญ่นานแล้ว เวลาไม่ตรงกัน
เว้นแต่ว่าเย่ชิวจะโกหก! อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ ายไม่จ าเป็ นต้อง โกหก ในขณะนี้ ไม่ใช่แค่เย่อู๋เหิน แต่เย่เทียนฉียังเปิดเผยสีหน้าที่ สับสนอีกด้วย เงื่อนไขทั้งหมดชี้ให้เห็นถึงตัวตนของเย่ชิว แต่ปัญหา ด้านเวลาได้ปิดกั้นเส้นทางนี้
เย่ชิวก็สับสนเช่นกันในขณะที่เขามองไปที่สองคนที่มีความคิด ลึกซึ้ง ทุกสิ่งที่เขาอธิบายก่อนหน้านี้คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในความจา ไม่มีปัญหาใดๆ หากมีปัญหาเกิดขึ้น อาจเป็ นเพราะมีคนเข้าไปยุ่ง เกี่ยวกับความจา
แม้กระทั่งตอนนี้ เย่ชิวยังจาได้รางๆ ในปีนั้นที่เขาพเนจรไปที่โลก มหารกร ้างและเกือบตายอย่างอนาถในปากของสัตว์อสูรที่ดุร ้าย นักพรตซวนเทียนคือคนที่ช่วยเขาและนาเขากลับไปที่ขุนเขาเมฆา ม่วง ตั้งแต่นั้นเป็ นต้นมา เย่ชิวก็อยู่บนภูเขา
เย่ชิวได้ลืมความจาของทั้งหมดไปแล้วก่อนที่เขาจะตกลงไปที่ โลกมหารกร ้าง เขาไม่ทิ้งภาพของพ่อแม่ไว้ในใจ
เย่ชิวยังสงสัยว่าเขากระโดดออกมาจากก้อนหินหรือไม่ เช่นเดียวกับลิงน้อยตัวนั้น เขาเกิดมาจากฟ้ าดิน นั่นเป็ นเหตุผลว่า เหตุใดเขาถึงยอดเยี่ยมมาก
“อู๋เหิน เจ้าคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้?” เย่เทียนฉีเงียบลง เขา มองไปที่เย่อู๋เหิน ต้องการฟังความคิดเห็นของอีกฝ่าย