ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 133 ล้อเล่น / ตอนที่ 134 โตมากับอนุภรรยา
ตอนที่ 133 ล้อเล่น / ตอนที่ 134 โตมากับอนุภรรยา
ตอนที่ 133 ล้อเล่น
เซี่ยเฉียวมองไปยังน้องชายด้วยสายตายิ้มๆ แล้วก็เก็บสัญญาที่อยู่ในมือแผ่นนั้นไว้
“ตั้งแต่วันนี้ไปเจ้าไปหาเซียวอวี้หรง ไม่ว่าจะต้องคอยติดสอยห้อยตามเขาไป หรือถูกบังคับขู่เข็ญก็ต้องยอม ขอเพียงให้เซียวอวี้หรงยอมรับเจ้าเป็นศิษย์ แล้วสัญญานี้ก็เป็นอันยกเลิกไป หากทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่างมากก็แค่…ข้าและพี่ชายใหญ่คงจะไม่มีน้องชายอีกแล้วเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยเนิบช้า
“พวกท่านรังแกข้า!” เซี่ยผิงไหวอารมณ์ร้อนแล้ว
มีพี่ชายพี่สาวแบบนี้ด้วยหรือ ถึงกับจะเอาชีวิตเขา!
“อือ เจ้าพูดถูกแล้ว พวกเรารังแกเจ้าจริงๆ ต้องขอโทษด้วย” เซี่ยเฉียวพยักหน้าน้อยๆ จากนั้นก็มองเซี่ยผิงไหวอย่างรู้สึกผิด
เซี่ยผิงไหวรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที เขาโกรธแทบจะตายอยู่แล้ว
“พี่หญิงใหญ่ ทำไมท่าน ทำไมท่านเลวร้ายยิ่งกว่าพี่ชายใหญ่อีก!” เซี่ยผิงไหวไม่อยากจะเชื่อ “ก่อนหน้านี้ข้าชอบท่านมากเลยนะ!”
“หากอย่างนั้นเจ้าหมายความว่า…ตอนนี้ไม่ชอบข้าแล้ว!?” เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นนางก็เอามือกุมอกถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้านางขาวซีดราวกับถูกทิ่มแทงใจกระนั้น ท่าทางของนางทำให้คนตกใจมาก
“เจ้าคิดอย่างนี้…ก็เยี่ยมเลย” ใบหน้าขาวซีดของเซี่ยเฉียวเผยแววดีใจออกมา “เช่นนั้นก็ดีเจ้าจะได้ทำตามที่ข้าต้องการ โดยที่ข้าไม่ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์พี่น้อง”
นางเกลียดที่จะพูดเรื่องความสัมพันธ์ที่สุด เพราะมันทำให้นางไม่ได้เงิน
เซี่ยผิงไหวเบิกตากว้าง
“เจ้าต้องเชื่อฟังข้า จำไว้ว่าพรุ่งนี้เจ้าไปสำนักศึกษา ต่อให้ต้องคลานเข่าห้องของท่านอาจารย์เซียวก็ต้องทำ” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
เซี่ยผิงกั่งมองหน้าของเซี่ยเฉียว ซึ่งไม่แดงและไม่มีอาการหอบ ท่าทางการพูดช้าๆ นี้ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าน้องสาวของเขาคนนี้ไร้ความปรานี
ดีแล้ว
เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าเขาถูกบีบบังคับจนแทบจะบ้าแล้ว
แต่เขาไม่สามารถพูดคำร้ายๆ ออกมาได้ โดยเฉพาะกับพี่สาวคนนี้!
เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายใหญ่รังแกเขา เขาแอบหวังว่าพี่ชายของเขาจะหกล้มจนคอหักตายในสักวันหนึ่ง แต่พี่สาวเขาทำเช่นนี้ เขากลับโกรธเกลียดนางไม่ลง!
อันที่จริงๆ ท่าทางของพี่หญิงใหญ่ทำให้เขากลัวมาก
น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดยามเอ่ยคำพูดที่น่ากลัวที่สุดออกมา ทำให้เขาเกลียดนางไม่ลง!
เซี่ยผิงไหวร้องไห้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
เซี่ยเฉียวเดินจากไปด้วยความพึงพอใจ
เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างมีความสุขว่า “หากเจ้าใช้เงินหมดแล้วก็อย่าลืมขอเอาจากท่านแม่ล่ะ เงินของข้ากับพี่หญิงใหญ่ของเจ้าก็ไม่ค่อยคล่องมือเท่าไร”
เซี่ยผิงไหวคิดว่าฟ้ากำลังจะถล่มลงมา!
วันถัดมาก็มีข่าวดังแพร่ออกมาจากสำนักศึกษา
เซี่ยผิงไหวลูกชายคนที่สองของตระกูลเซี่ยผู้เสเพลไม่เชื่อฟังคำสอนมาตลอดกลับนำกล่องของว่างติดมือมาหนึ่งกล่อง และยื่นยิ้มแย้มอยู่ที่หน้าประตูห้องของทานอาจารย์เซียวเพื่อขอให้เขารับเป็นศิษย์!
เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปก็มีคนไม่น้อยที่คิดว่าเซี่ยผิงไหวบ้าไปแล้ว
“เซี่ยเฉียว น้องชายของเจ้าใจกล้ามาก ถึงขนาดกล้าล้อเล่นกับท่านอาจารย์เซียว…” แม้แต่ฉินหลิวที่เข้าข้างตระกูลเซี่ยมาตลอดยังอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้เซี่ยผิงไหว
“ไม่นะ น้องชายของข้าต้องการกราบอาจารย์เซียวฝากตัวเป็นศิษย์ของเขาจริงๆ” เซี่ยเฉียวหน้าตาจริงจัง
ฉินหลิวตกตะลึงไปแล้ว “เจ้ากำลังล้อเล่นใช่ไหม ผู้คนข้างนอกต่างก็พูดกันว่า เซี่ยผิงไหวทำอย่างนี้เพราะเขาแพ้เดิมพันคนอื่น…”
เซี่ยเฉียวเองก็คาดไว้แล้ว ชื่อเสียงของเซี่ยผิงไหวไม่ดี คนอื่นจึงไม่เชื่อว่าเขาต้องการที่จะกราบอาจารย์จริงๆ
“อันที่จริงข้าคิดว่าเซี่ยผิงไหวไม่ได้แย่อย่างที่คนอื่นพูด ข้าจำได้ว่าตอนที่เขามาใหม่ๆ เขาเป็นคนมีเหตุมีผล และเอาของเล่นสนุกมามากมายเพื่อจะเล่นกับคนอื่น แต่เขาก็โดนปฏิเสธ และยังกลายเป็นเรื่องราววิวาทกันใหญ่โต ต่อมาสำนักศึกษาห้ามต่อยตีกันข้างใน พวกเขาก็เลยออกไปตีกันข้างนอก”
เรื่องทะเลาะวิวาทไม่ควรทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็ต้องกล้ำกลืนมันลงไป
“ดังนั้นเรื่องที่เขาต้องการกราบอาจารย์คราวนี้คงมีคนไม่น้อยที่รอดูเรื่องสนุก เจ้าคิดว่าผ่านไปอีกสองสามวันจะมีคนตั้งพนันกันหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยความสงสัย
ตอนที่ 134 โตมากับอนุภรรยา
ฉินหลิวตกตะลึงกับสิ่งที่นางพูด “แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นก็คงไม่มีใครเดิมพันว่าเขาจะทำได้สำเร็จกระมัง การพนันนี้ก็คงเกิดขึ้นไม่ได้ อีกอย่างเจ้าเพิ่งมาเมืองหลวงไม่นานอาจยังไม่เข้าใจ ท่านอาจารย์เซียวผู้นี้ค่อนข้างรั้นเอาการ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เคยรับศิษย์เลยสักคน แม้ว่าพวกเขาจะมีพรสวรรค์มากมายขนาดไหน แต่ท่านอาจารย์เซียวก็ยังไม่พอใจ”
หากเขารับศิษย์ก็เท่ากับเป็นลูกชายของเขาแล้วครึ่งหนึ่ง ไม่เหมือนกับลูกศิษย์คนอื่นๆ ในสำนักศึกษา เขาย่อมระมัดระวังมากขึ้น
หากศิษย์เป็นพวกสร้างปัญหา ในฐานะอาจารย์ชื่อเสียงของเขาก็อาจถูกทำลายได้
ดังนั้นเรื่องนี้คงไม่สามารถเป็นไปได้ นอกเสียว่าเซี่ยผิงไหวจะกำจุดอ่อนอะไรของท่านอาจารย์เซียวไว้
แต่เซี่ยเฉียวกลับมีความคาดหวังบางอย่าง
นางจนจริงๆ ถ้าหากมีคนเดิมพัน พอผ่านไปไม่กี่เดือนนางก็น่าจะชนะพนันได้
ฉินหลิวเองก็ไม่ได้พูดถึงเซี่ยผิงไหวมากนัก ถึงแม้นางคิดจะชมเขาก็ไม่สามารถสรรหาคำใดมาเอ่ยได้ จึงได้เปลี่ยนเรื่องสนทนา
“พูดถึงเรื่องกราบอาจารย์ ข้าได้ยินมาว่าสองสามวันนี้เดิมทีองค์ชายรัชทายาทก็ตั้งใจจะรับศิษย์ แต่ข่าวเพิ่งแพร่ออกมาก็หายไปแล้ว วันนี้พอมีคนไปถาม องครักษ์โจวก็บอกว่าเป็นข่าวที่ไม่จริง ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน” ฉินหลิวเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวนึกถึงคำพูดขององครักษ์โจวตอนที่เขามาหานาง
นางรู้สึกได้ว่ารัชทายาทต้องการรับนางเป็นศิษย์?
นางช่างยอดเยี่ยมจริงๆ เซี่ยเฉียวคิดอย่างคนหลงตัวเองเล็กน้อย
แต่ในฐานะผู้วิเศษนางไม่ได้ขาดอาจารย์แต่อย่างใด
คนที่สงสัยเกี่ยวกับการรับลูกศิษย์ของรัชทายาทนี้มีไม่มากนัก แต่เนื่องจากพฤติกรรมของรัชทายาทนั้นคาดเดาไม่ได้อยู่แล้ว จึงไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริงของเรื่องนี้
กลับเป็นเซี่ยผิงไหวที่ทำให้ผู้คนสนใจ
ในขณะนี้ เซี่ยผิงไหวเพิ่งจะเรียนจบไปหนึ่งคาบ เขาก็ไปคุกเข่าอยู่หน้าเรือนของอาจารย์เซียวอีกโดยไม่ยอมลุกขึ้น
คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็ชี้ชวนกันดู
โชคดีที่เซี่ยผิงไหวหน้าด้าน เขากลับไม่รู้สึกอับอายผู้คน แต่กลัวโดนต่อยมากกว่า
เซี่ยเฉียวเองก็ไปเมียงมองดูเขา เด็กคนนี้ก็ยังนับว่าซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา
“เฮอะ ข้าว่าเซี่ยผิงไหวคงจะหกล้มจนสมองมีปัญหาแล้วล่ะ ตอนนี้เขาทำเรื่องโง่ๆ ยิ่งกว่าน้องสาวของเขาอีก ท่านอาจารย์เซียวคือใครกัน พอเห็นเขาก็คงอยากจะอาเจียนออกมาแล้วกระมัง?!” ใครบางคนในฝูงชนหัวเราะเขา
ถ้าหากเซี่ยผิงไหวนำหยกมากราบอาจารย์ อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องอับอายผู้คน
ด้วยเส้นสายที่นางมี จะให้นางส่งจดหมายหาเซียวอวี้หรงให้เขารับน้องชายนางเป็นศิษย์ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่มันก็ไม่เหมาะสม
สำหรับเซี่ยผิงไหวแล้ว หากเขาได้อาจารย์ที่เก่งกาจเช่นนี้มาง่ายเกินไปคงไม่ใช่เรื่องดีอะไร
“เบาเสียงหน่อย เจ้าไม่เห็นหรือว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ นี้คือเซี่ยเฉียวพี่สาวของเซี่ยผิงไหว ระวังนางจะมาถกเหตุผลกับเจ้าล่ะ!” อีกคนก็เอ่ยล้อเช่นกัน
คนคนนั้นหัวเราะเสียงดัง “มาสิ! ข้าเห็นว่านางหน้าตาไม่เลว จะแต่งนางเข้าบ้านเป็นอนุก็ได้!”
เซี่ยเฉียวมองออกไป
คนคนนี้มีฟันสีเหลืองและแหลม เส้นผมเบาบาง และเบ้าตาลึกไร้ชีวิตชีวาอยู่บ้าง หากเปรียบเทียบกันแล้วศีรษะของเขามีขนาดเล็ก แต่ลำตัวใหญ่ ลำตัวท่อนบนสั้น ส่วนท่อนล่างยาว รูปร่างไม่สมส่วน คนที่รูปร่างไม่สมส่วนเช่นนี้อายุสั้น อยู่ได้ไม่นาน
ท่าทางอวดเบ่งและรูปกระดูกที่ดี เขาต้องเป็นลูกชายที่รักของตระกูลเศรษฐี ซึ่งลักษณะที่ดีนี้ชดเชยความอายุสั้นได้อยู่บ้าง แต่เขาก็อยู่ไม่ถึงสี่สิบปีอยู่ดี
“ปากร้าย จิตใจไม่ดี หน้าตาก็น่าเกลียด” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้า “คุณชายคงถูกเลี้ยงดูมากับอนุสินะ? โตมากับอนุก็ไม่เป็นไรหรอก มีลูกอนุภรรยาที่โดดเด่นยอดเยี่ยมตั้งมากมายบนโลกใบนี้ แต่คุณชายกลับไม่เหมือนกัน เจ้าชู้ไม่เลือกหน้า ไม่ว่าเห็นใครข้างนอกก็อยากได้ไปหมด เกรงว่าคนในบ้านคนไหนที่ไม่ใช่ของตนก็ยังอยากได้ ครอบครัวสกปรกโสมม”
พอสิ้นเสียงพูดของเซี่ยเฉียวรอบด้านก็เงียบกริบ
วันนี้เมิ่งจี๋ฟังก็มาร่วมชมเรื่องสนุกด้วย บัดนี้เมื่อได้ยินคำพูดของนางก็ต้องประหลาดใจ
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาโตมากับอนุ! คนที่รู้เรื่องนี้มีไม่มากหรอก” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัว
คนที่เซี่ยเฉียวด่านั้นชื่อว่าหยวนปิน เขาเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว ซึ่งเกิดจากนางเล็กๆ ในบ้าน แต่แขวนชื่อไว้ว่าเกิดจากภรรยาเอก และบอกกับคนภายนอกว่าเขาโตมาในเรือนหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาเป็นลูกที่อนุภรรยานั้นเลี้ยงมาเอง การยกย่องอนุภรรยาในบ้านนั้นให้สูงกว่าภรรยาเอกในครอบครัวนั้นนับว่ารุนแรงมาก
หยวนปินหน้าแดงทันที สายตาเขาจ้องมองเซี่ยวเฉียวอย่างมาดร้ายและเต็มไปด้วยโทสะ