ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 149 ชื่อเสียงตลอดชีวิต / ตอนที่ 150 ถูกหลอกซื้อ
ตอนที่ 149 ชื่อเสียงตลอดชีวิต / ตอนที่ 150 ถูกหลอกซื้อ
ตอนที่ 149 ชื่อเสียงตลอดชีวิต
เขาก็ไม่ได้คิดว่าศิษย์พี่ของเขาหน้าตาน่าเกลียด เพียงแต่คิดว่านางไม่ได้ดูเหมือนอย่างที่เขาจิตนาการไว้เท่านั้น
ถึงอย่างไรท่านอาจารย์ก็เคยพูดไว้ว่า ศิษย์พี่ใหญ่สูงส่งผ่องแผ้ว ดวงตาหยดย้อย โดดเด่นสง่างาม งดงามอย่างธรรมชาติ
ดังนั้นศิษย์พี่ในใจของเขาคือความงามที่สมบูรณ์แบบ
แค่คนที่อยู่ข้างหน้านี้…
เซียวอวี้หรงรู้สึกผิดหวังไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อเขารู้สึกตัวแล้ว กลับดึงความรู้สึกนั้นไว้แล้วบอกตัวเองว่า ความงามของผู้หญิงไหนเลยจะสำคัญเท่าสิ่งที่อยู่ในจิตใจ
ศิษย์พี่ใหญ่หน้าตาธรรมดาแล้วจะอย่างไร
นางมีความสามารถและความทะเยอทะยาน เป็นผู้หญิงที่พิเศษและหายากมาก เขาจะตัดสินคนจากรูปร่างหน้าตาแบบนี้ได้อย่างไร
เซียวอวี้หรงก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว “ศิษย์พี่โม่…ใช่หรือไม่”
น้ำเสียงของเขาตื่นเต้นและสั่นเล็กน้อย
เซี่ยผิงไหวขมวดคิ้ว เขาคิดว่าท่านอาจารย์เซียวนี้ต้องเป็นพวกโกหกหลอกหลวง
นึกไม่ถึงว่าเขาจะมีพี่น้องร่วมอุทรด้วย? ก็เหมือนกันกับเขาที่มีน้องสาวคนหนึ่งด้วย?
“ศิษย์น้องเซียว?” เซี่ยเฉียวทำหน้าหนาเอ่ยทักเขาด้วยรอยยิ้ม
เซียวอวี้หรงเป็นดังที่อาจารย์กล่าวไว้ว่าอ่อนใสราวกับสายน้ำ งดงามและสง่างาม เมื่อมองแวบแรก เขามีลักษณะของนักวิชาการทำให้คนเชื่อได้ง่ายมาก
“ศิษย์พี่เรียกข้าว่าอาหรงก็ได้” เซียวอวี้หรงเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพอ่อนโยน
“…” เซี่ยเฉียวรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาทันที
ปีนี้…นางอายุสิบหกปี ศิษย์น้องเซียวปีนี้อายุยี่สิบเก้า
หากไม่ใช่เพราะว่าท่านอาจารย์เอ็นดูนาง นางเพิ่งอายุเท่านี้คงเป็นได้แค่ศิษย์น้องเล็กเท่านั้น ให้นางเรียกเขาว่าศิษย์น้องเซียวก็ยากมากแล้วสำหรับนาง นี่เขายังจะให้นางเรียกว่าอาหรงอีก?
ฮ่าๆ…
นางกลัวว่าหากวันใดวันหนึ่งเรื่องถูกเปิดเผยขึ้นมา เซียวอวี้หรงจะรู้สึกอับอายและโกรธเคือง ไม่ฆ่าตัวเองตายก็อาจจะฆ่านางตายได้
เซี่ยเฉียวยิ้มกระอักกระอ่วน “ศิษย์น้องเซียวอายุไม่น้อยแล้ว ข้าเรียกเจ้าอย่างนั้นออกจะดูเหลาะแหละไปหน่อย”
เซียวอวี้หรงยิ้มอย่างผิดหวัง ก่อนจะรีบเอ่ยชม “ร้านนี้ของศิษย์พี่ดีมาก ข้าดูเส้นอักษรบนยันต์พวกนั้นแต่ละตัวราวกับเมฆลอยน้ำไหล หากศิษย์พี่เรียนการเขียนอักษร ท่านจะต้องเป็นปรมาจารย์แห่งยุคได้แน่”
“…” เซี่ยเฉียวยังคงพยักหน้าต่อไปอย่างกระอักกระอ่วน
หากนางรู้แต่แรกว่าชั้นล่างมีเซียวอวี้หรงอยู่เช่นนี้ นางยอมอยู่ชั้นบนฟังเสียงวุ่นวายของพวกวิญญาณเหล่านั้นดีกว่า
“ท่านอาจารย์เซียว ท่านไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือที่พูดอย่างนี้ ของพวกนี้ขายไม่ออกหรอก ท่านควรจะพูดไปตามความจริงสิ ศิษย์พี่ของท่านถูกใครหลอกมาหรือเปล่า” เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าเขาจำเป็นจะต้องทำให้อาจารย์เซียวกลับมาเป็นคนเดิมที่เข้มงวดสง่างามให้ได้
ทันทีที่เขาพูดออกมา รอยยิ้มของอาจารย์เซียวก็หายวับไปทันที
“เหลวไหล ขายออกสิ ข้าซื้อเอง” อาจารย์เซียวรีบหยิบเงินออกมา “ศิษย์พี่ ยันต์ปึกนี้ข้าเหมาหมด”
อาจารย์เซียวท่าทางดุดันก้าวร้าวจนทำให้เซี่ยเฉียวต้องตกใจ
เวลานี้ผู้ดูแลร้านก็เดินเข้ามาเมื่อเห็นเซียวอวี้หรง แล้วเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า “ท่านอาจารย์เซียว ท่านแน่ใจนะว่าต้องการอันนี้ ท่านเจ้าของบอกว่ามันเป็นยันต์คุ้มครองทารกในครรภ์…”
ยันต์คุ้มครองทารกในครรภ์ก็ราคาสูงนะ แผ่นละสองร้อยอีแปะเชียว
ปึกหนึ่งนี้ก็มีราวๆ ยี่สิบแผ่น เขาจะเอาไปทำไรหรือ
“…” เซียวอวี้หรงมือไม้สั่นขึ้นมาทันที ยันต์ทั้งหมดปลิวหล่นลงบนพื้น เขาตกตะลึงก่อนจะรีบคว้าเก็บขึ้นมาจากพื้นด้วยท่าทางทนลาน ดูเขินอายอย่างยิ่ง “ศิษย์พี่อย่าได้เข้าใจผิดนะ ข้า ข้าไม่ได้คิดจะซื้อยันต์นี่ ไม่ ไม่ใช่สิ ที่ข้าอยากจะซื้อไม่ใช่ยันต์ประเภทนี้ ใช่ ใช่แล้ว..”
เขาเหงื่อออกไม่หยุด
เขาก็ไม่รู้ว่ายันต์พวกนี้มีไว้ทำอะไร…
กลัวว่าถ้าตนเองพูดอะไรผิดไป จะมียันต์อะไรแปลกๆ โผล่มาอีก
เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง คิดจะซื้อยันต์คุ้มครองทารกในครรภ์…
เซียวอวี้หรงรู้สึกว่าชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมาครึ่งค่อนชีวิตจะสูญหายไปเสียแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นเขายังทำตัวแย่ๆ ต่อหน้าศิษย์พี่โม่ด้วย ศิษย์พี่โม่คงจะไม่คิดว่าเขามีพฤติกรรมแปลกๆ ไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะ?
เซียวอวี้หรงเหมือนมดบนกระทะร้อนๆ ใบหน้าของเขาแดงก่ำ
ตอนที่ 150 ถูกหลอกซื้อ
เซี่ยผิงไหวได้สติกลับมาก็กุมท้องหัวเราะเสียงดัง
ลงโทษเขาให้คัดลอกหนังสือ กรรมตามสนองแล้วไหมล่ะ เขาจะกลับไปบอกคนที่สำนักศึกษาว่า อาจารย์เซียวซื้อยันต์คุ้มครองทารกในครรภ์!
อาจารย์เซียวหันหน้ากลับมาช้าๆ สายตาของเขาไม่พอใจ
“ศิษย์พี่โม่ เด็กน้อยตระกูลเซี่ยคนนี้ซุกซนเล็กน้อย…” น้ำเสียงของอาจารย์เซียวแฝงความลำบากใจ
เซี่ยเฉียวทนไม่ไหวกับเซียวอวี้หรงที่เป็นเช่นนี้จริงๆ ยังไม่ต้องพูดถึงอายุของเขาที่สามารถเป็นอาของนางได้แล้ว ท่าทางนุ่มนวลอ่อนโยน ขาวใสเช่นนี้…ไม่ใช่แบบที่นางชอบเลย!
เวลานี้เขาทำท่าออดอ้อนใส่นาง เซี่ยเฉียวถึงกับขนลุกขนชัน
“ลำบากศิษย์น้องแล้ว เด็กเล็กๆ นี่นะ ถึงอย่างไรก็ต้องสั่งสอน ถ้าหากไม่เชื่อฟังก็ต้องตี เอาอย่างนี้ไหม ข้ามีไม้บรรทัดอยู่แบบหนึ่ง จะต้องใช้ได้ดีแน่” เซี่ยเฉียวค้นใต้โต๊ะอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบอาวุธวิเศษอันหนึ่งออกมา
ปลุกเสกมาแล้ว แต่แท้จริงแล้วมันเป็นไม้บรรทัดอันหนึ่ง
แต่ไม้บรรทัดนี้แตกต่างออกไปเล็กน้อย เพราะมันเป็นไม้บรรทัดหนามหนาสามนิ้ว ปลายด้านหนึ่งขัดเรียบพอให้จับได้พอดีมือ มีรูปเทพเซียนแกะสลักเอาไว้ด้านบน แต่ส่วนที่เหลือทั้งหมดเป็นหนามแหลม!
อาจารย์เซียวตกตะลึงไปแล้ว
มองดู…ไม้บรรทัดหนาอันนี้อย่างว่างเปล่า
“…” เซี่ยผิงไหวหนังตากระตุก “ข้าไม่รู้จักเจ้า เจ้ามีความแค้นอะไรกับข้านักหรือ”
หากเขาถูกตีด้วยไม้บรรทัดหนามอันนี้ เขายังจะมีเนื้อหนังที่เหลือชิ้นดีได้อีกหรือ นางโหดกว่าพี่ชายใหญ่ของเขาอีก
“ข้ารู้จักพี่สาวของเจ้า นี่เป็นความต้องการของนางทั้งนั้น” เซี่ยเฉียวยิ้ม
เซี่ยผิงไหวหนังตากระตุก “พี่หญิงใหญ่ของข้า…เอ็นดูข้ามาก…นางไม่เคยตีข้าเลย ดังนั้น…ท่านผุ้อาวุโส ท่านเก็บไม้บรรทัดนี้ไว้เองเถอะ…ท่านอาจารย์เซียวเป็นศิษย์น้องของท่านไม่ใช่หรือ ข้าเห็นว่าเขาไม่พอใจร้านของท่านมากเลยล่ะ ท่านไม่ลองใช้กับเขาดูล่ะ สั่งสอนเขาสักหน่อย…”
พอพูดจบเขาก็วิ่งหนีไปทันที
ไม่หนีแล้วจะให้เขาอยู่ที่นี่ทำอะไรหรือ โดนอัดน่ะสิ?
คนอื่นๆ รอบตัวเขาก็วิ่งหนีไปพร้อมกัน พวกเขาวิ่งเร็วมากเสียจนเซี่ยเฉียวต้องแอบเดาะลิ้น
น้องชายของนางคนนี้จะต้องมีพรสวรรค์ในทางยุทธ์แน่ๆ ความเร็วราวกับลมเช่นนี้ ช่างเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีจริงๆ
อาจารย์เซียวรับของมาอย่างมึนงง เมื่อมองดูหนามพวกนี้ก็พบว่ามันเหมือนจะไม่ใช่ของใหม่ ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะขึ้นเงาเป็นมันเช่นนี้ได้ ถึงขนาดมีกลิ่นหอมกระจายออกมาด้วย
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามมันก็เป็นของที่ศิษย์พี่มอบให้
อาจารย์เซียวถือมันไว้อย่างระมัดระวัง
ของมีหนามแหลมเกินไป และไม่มีหับห่อ จึงไม่อาจพกติดตัวไว้ได้ เขาจึงต้องถือไว้ในมือ
เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม “คนกันเอง…สองตำลึงเงิน”
“…” อาจารย์เซียวอึ้งงัน “หนาม หนามอันหนึ่งขายสองตำลึงเงิน?”
“ใช่แล้ว ของนี่ปลุกเสกมาแล้วนะ” เซี่ยเฉียวรีบเอ่ย หรือว่ามันจะแพงเกินไป?
แต่นางปลุกเสกมาไม่ใช่ง่ายๆ เลยจริงๆ นะ
ที่วัดก่อนหน้านี้วัตถุมงคลส่วนใหญ่จะเป็นรูปเหมือนเทพ แต่รูปเหมือนเทพเซียนพวกนี้ต้นทุนสูงเกินไป นางจึงใช้ของอย่างอื่นมาทำแทน นางจะขัดสร้อยข้อมือด้วยตัวเอง หรือไม่ก็ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ บนถนน บางครั้งก็จะแกะสลักภาพเหมือนของเทพไว้ด้านบน ไม่ก็วาดเอาด้วยพู่กันตวัดเอาสองสามครั้งแทน
แต่ตอนที่ทำพิธีปลุกเสกนางไม่เคยลดขั้นตอนหรือละเว้นอะไรเลย จะต้องชำระล้างร่างกาย จุดธูปทำความสะอาดแท่นบูชา ท่องมนต์ครบทุกบทไม่มีขาด รวมๆ กันก็สิบกว่าขั้นตอนแล้วนะ!
ใช้การได้แน่นอน
แม้ว่าอาวุธวิเศษชนิดนี้จะเทียบไม่ได้กับรูปปั้นเทพเจ้า แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร
สองตำลึงเงินไม่แพงเลยจริงๆ
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว อาจารย์เซียวรีบจ่ายเงินทันที “ไม่แพง ไม่แพง ไม่แพงเลยสักนิด”
แพงจะตายอยู่แล้ว…
ผู้ดูแลร้านฉังถงรีบรับเงินมา จากนั้นก็มองอาจารย์เซียวด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ เขาไม่นึกเลยว่าอาจารย์เซียวจะมาถูกหลอกให้ซื้อของอย่างนี้
ร้านนี้เพิ่งจะเปิดทำการ ช่วงเช้าก็มีคนไม่น้อยแวะเวียนเข้ามาดูเพื่อความสนุก หลายคนก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าเป็นร้านขายยันต์
อย่างไรก็ตามยันต์คุ้มครองให้ปลอดภัย ยันต์คุ้มครองทารกในครรภ์ และยันต์เรียกทรัพย์ขายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว