ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 153 แยกแยะดีชั่ว / ตอนที่ 154 ส่งของขวัญ
ตอนที่ 153 แยกแยะดีชั่ว / ตอนที่ 154 ส่งของขวัญ
ตอนที่ 153 แยกแยะดีชั่ว
โดยปกติร่างกายของนางเป็นเช่นนี้แล้วไม่อาจถูกกระตุ้นมากเกินไป นางจึงคอยระงับอารมณ์ของตนเองอยู่ตลอดเวลา
หากวันหนึ่งนางเสียชีวิตกะทันหัน นางก็คงจะรู้สึกไม่เต็มใจและรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ใช้ชีวิตให้ดี
“ดังนั้นความปรารถนาของเจ้าก็คือการตีชายคนนั้น ต้องการตีจนถึงขนาดไหนหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามพลางจดบันทึก
“ก็…ตบเขาอย่างแรงสักฉาดก็พอ…” วิญญาณหญิงตนนั้นเอ่ยอย่างอายๆ “อันที่จริง…ข้ายังอยากให้พ่อแม่ของข้าไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจขนาดนั้น และไม่ต้องไปมาหาสู่กับเขาบ่อยครั้งแล้ว…”
“พ่อแม่ของเจ้าไม่ทราบสาเหตุการตายของเจ้า?” เซี่ยเฉียวถามทันที
“อืม” วิญญาณหญิงพยักหน้าด้วยความละอาย
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจ
มันน่าสังเวชใจจริงๆ ตัวเองโกรธสามีจนตาย แต่พ่อแม่ของนางกลับยังปฏิบัติต่อเขาราวกับเป็นลูกชายคนหนึ่ง
นี่มันยิ่งกว่าใจสลาย?
แม้ว่าวิญญาณจะสามารถเข้าฝันได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้
โดยทั่วไปแล้วผู้ที่สามารถเข้าฝันคนได้มักจะเป็นผู้มีบุญ หรือไม่ก็เป็นคนที่มีความต้องการแรงกล้าที่จะเข้าฝันเนื่องจากความแค้นอันใหญ่หลวง มิฉะนั้นแล้วคนที่ตายไปแล้วก็จะไม่สามารถส่งผลกระทบอะไรกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ทั้งนั้น
เซี่ยเฉียวถามถึงที่อยู่และสถานะของสามีของหญิงนางนั้นอีกครั้ง หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้นก็แปลว่านางรับงานนี้อย่างเป็นทางการ
ในเมื่อไม่มีวิญญาณอื่นอยู่ที่ชั้นบนอีกแล้ว เซี่ยเฉียวก็ไม่ได้อ้อยอิ่งอยู่นานนัก หลังจากวาดยันต์เพิ่มเติมเล็กน้อยแล้วนางก็จากไป
อย่างไรก็ตามในเวลานี้สถานการณ์ทางฝั่งตระกูลหยวนยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
เรื่องที่หยวนปินละเมิดแม่เลี้ยงของเขาถูกคนถวายฎีกาแล้ว ปู่ของเขาแก่แล้ว เดิมทีเขาก็สามารถที่จะเกษียณอย่างมีเกียรติได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่คราวนี้กลับถูกขุนนางฝ่ายตรวจการชี้หน้าด่าอย่างไม่ไว้หน้าว่าไม่สามารถปกครองครอบครัวได้
เขาหมดสติทันทีและถูกหามกลับมา
เขาผู้นั้นไม่ได้โกรธจนตาย แต่เมื่อได้สติขึ้นมา เขาก็เรียกทั้งลูกชายคนโตและหลานชายให้เข้าไปพบ
หลังจากถามไปถามมาและพบว่าเป็นความผิดของลูกชายและหลานชายตนเองจริงๆ เขาก็แทบจะกระอักเลือดออกมา
“ท่านปู่ จะ จะต้องมีคนคิดร้ายกับข้าแน่ๆ…จริงสิ ข้าเดิมพันไว้กับพี่น้องตระกูลเซี่ย เซี่ยเฉียวนั่นพูดปาวๆ ว่าข้าจะโชคร้ายภายในสามวัน ต้องเป็นนางแน่ๆ นางไม่อยากเป็นอนุ ก็เลยหาคนมาใส่ร้ายข้า” หยวนปินหันปลายหอกไปที่เซี่ยเฉียวทันที
“เจ้ายังเดิมพันกับคนอื่นด้วย!?” ใต้เท้าหยวนผู้เฒ่าได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่สบายไปทั่วร่าง
ความสูงส่งที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตถูกทำลายลงด้วยความรักสนุกของหลานไม่รักดีคนนี้หมดแล้ว
“เดิมทีไม่มีใครรู้เรื่องนี้ จู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งโผล่มาทำให้ข้าตกอยู่ในสภาพนี้…ใครจะต้องจัดการวางแผนเป็นแน่” หยวนปินร้องตะโกนขึ้นอีก
“เจ้าจะโวยวายเอาอะไร ไร้ยางอาย ไม่รู้จักแยกแยะดีชั่ว ตอนนี้คนทั้งเมืองรู้กันหมดแล้วว่าเจ้าลบหลู่แม่เลี้ยง! ตระกูลซือก็มาขอหย่าตัดสัมพันธ์แล้ว ตอนนี้เจ้ายังไม่สำนึกผิด จะต้องลากทั้งครอบครัวลงไปในน้ำด้วยหรือ” ใต้เท้าหยวนยังคงมีสติแจ่มชัด
เขาไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีกับคนที่เดิมพันกับหลานชายของเขาเท่าไรนัก
แต่เขาก็รู้สึกผิดหวังกับหลานชายคนนี้มากเช่นกัน
เขาฟังแล้วก็รู้ได้ว่าหลานชายของตนเป็นฝ่ายยั่วยุอีกฝ่ายจนนำมาซึ่งเรื่องโชคร้าย
ไม่ว่าเรื่องนี้จะถูกคนวางแผนหรือไม่ก็ตาม ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนทำ ไม่ได้มีใครใส่ร้ายเขา ต่อให้วันนี้เรื่องไม่แดงขึ้นมา วันใดวันหนึ่งก็ต้องมีคนรู้อยู่ดี
เขายังมีลูกอีกหลายคน
เนื่องจากลูกชายคนโตของเขามีลูกคือหยวนปินแค่คนเดียว จึงมักโอนอ่อนผ่อนปรนให้อยู่บ้าง
พอมาคิดดูอีกที เขาเองก็คิดผิดไปแล้วเช่นกัน หากรู้เช่นนี้ ตอนนั้นเขาคงเอาหยวนปินมาเลี้ยงดูไว้ข้างกายตนเองดีกว่า
ส่วนเรื่องที่หยวนปินเป็นสายเลือดเดียวกันหรือไม่นั้น…
ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรแล้ว เพราะต่อให้ไม่ใช่ พวกเขาก็ไม่อาจยอมรับได้
“เจ้าเดิมพันอะไรกับพี่น้องตระกูลเซี่ยนั่นหรือ” ใต้เท้าหยวนผู้เฒ่าเอ่ยถาม
หยวนปินหัวใจกระตุก ก่อนที่เขาจะเลือกพูดออกไปตามจริง “หาก หากข้าชนะ นางจะเป็นอนุของข้า และหากข้าแพ้ ข้าจะต้องโขกศีรษะให้พวกเขา…”
ใต้เท้าหยวนผู้เฒ่าได้ยินดังนั้นก็มองหยวนปินด้วยสีหน้าราวกับว่ากำลังมองคนโง่เง่าคนหนึ่งกระนั้น
ตอนที่ 154 ส่งของขวัญ
ตอนนี้เขารู้สึกว่าที่หลานชายเขาถูกด่าก็สมควรแล้ว
“เจ้าช่างกล้าจริงๆ ต่อให้เซี่ยหนิวซานจะไม่ได้เป็นที่โปรดปรานอีกต่อไปแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นถึงแม่ทัพขั้นสี่ แค่เจ้าอ้าปากพูดว่าจะให้บุตรสาวของภรรยาเอกของเขามาเป็นอนุของเจ้า อ่อนปวกเปียกอย่างเจ้า คิดว่าจะรับได้ไหวหรือ” ใต้เท้าหยวนผู้เฒ่าเอ่ยด้วยความโกรธ
เขาไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ถึงอายุที่จะแต่งงานได้แล้ว ยังทำตัวเหลวไหลไร้สาระอยู่อีก!
ตอนนี้อย่าว่าแต่จะขอลูกสาวภรรยาเอกมาเป็นอนุภรรยาเลย แม้แต่จะหาคนที่มีฐานะคู่ควรกันมาแต่งด้วยสักคนด้วยยังยาก
หยวนสองพ่อลูกหมอบราบอยู่กับพื้น รู้สึกไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง
“พูดได้ทำได้ พรุ่งนี้มู่ถิงเจ้าเตรียมของขวัญไปขอโทษตระกูลเซี่ย ปินเอ๋อร์ไปสำนักศึกษาไปโขกศีรษะซะ” ใต้เท้าหยวนผู้เฒ่าตัดสินใจในท้ายที่สุด
ไม่มีทางอื่นแล้ว
ชื่อเสียงของลูกชายและหลานชายเขาตกต่ำถึงที่สุดแล้ว
ที่เหลืออยู่คือการยอมแพ้ ที่ควรต้องขอโทษก็ขอโทษ ที่ควรแสดงมารยาทก็ต้องทำ เขายังสามารถที่จะกอบกู้ชื่อเสียงในฐานะผู้นำครอบครัวกลับมาได้บ้าง
“ตอนนี้กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตเกินไป ฮ่องเต้ควรจะลงโทษที่เจ้าสั่งสอนลูกไม่ได้ ตำแหน่งเล็กๆ นั่นของเจ้าคาดว่าคงรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว ต่อไปเจ้าก็พักผ่อนอยู่กับบ้านก็แล้วกัน ส่วนปินเอ๋อร์กักบริเวณสามปี อยู่บ้านตั้งใจเรียนหนังสือ อนุของพวกเจ้าก็ปลดไปให้หมด”
“…” หยวนปินรู้สึกว่าเขาหมดสิ้นทุกอย่างแล้วจริงๆ ตอนนี้
สามปี?! ให้เขาอยู่บ้านอ่านหนังสือสามปี และไล่ที่รักของเขาทั้งหมดออกไป?!
“ท่านปู่!” หยวนปินตะโกนออกมาอย่างรวดเร็ว
“ไม่พอใจก็ได้ แยกครอบครัวออกไปเลย ข้ายกสมบัติให้เจ้าบางส่วน ออกไปใช้ชีวิตของตัวเองได้เลย ข้าจะถือเสียว่าไม่มีลูกหลานคู่นี้ก็แล้วกัน” ใต้เท้าหยวนผู้เฒ่าเอ่ยอีก
พอพูดอย่างนี้จิตใจเขาก็ห่อเหี่ยวในทันที
แยกครอบครัวตอนนี้ จะได้อะไรมาบ้างเล่า
มีคนมากมายต่างก็จับตามองอยู่อย่างนี้ ท่านผู้เฒ่าคงจะให้อะไรไม่ได้มากแน่นอน กระทั่งอาจโหดร้ายกับพวกเขาเสียมากกว่า
แล้วเรื่องนี้ก็ได้ข้อยุติในทันที
เช้าวันถัดมา เซี่ยเฉียวเพิ่งจะไปสำนักศึกษา ของขวัญก็ถูกส่งมาที่บ้านตระกูลเซี่ยแล้ว
เซี่ยหนิวซานและเซี่ยผิงกั่งก็เพิ่งจะออกไป ส่วนหลูซื่อนั้นอยู่ที่บ้าน
ใต้เท้าหยวนผู้เฒ่ารับตำแหน่งราชการมาหลายสิบปี มีทรัพย์สมบัติมากมาย ของขวัญที่ส่งมาล้วนแล้วแต่เป็นของมีค่าควรแก่การจัดแสดง
หลูซื่อมองของขวัญพวกนั้นด้วยความมึนงง นางมองจนตาค้าง
“นายท่านผู้เฒ่าของพวกเราบอกว่า คุณชายน้อยบ้านเราไม่รู้ความ ได้ล่วงเกินแม่นางเซี่ยและคุณชายรองไปแล้วก็ต้องขออภัยด้วย หวังว่าทั้งสองท่านจะรับคำขอโทษ อย่าได้ติดใจเอาความกับคุณชายของพวกเราเลยขอรับ”
หลูซื่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
บัดนี้มีคนส่งของมาให้ นางไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่รับ จึงพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก เด็กๆ อยู่ด้วยกันก็ต้องกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร…”
พ่อบ้านของตระกูลหยวนเหลือบมองหลูซื่อ แต่ก็ไม่ได้อธิบายรายละเอียด
ทุกคนต่างก็รู้กันว่าชื่อเสียงที่โหดเหี้ยมของเซี่ยหนิวซานทำให้ไม่มีผู้หญิงคนไหนเต็มใจที่จะแต่งงานกับเขาในตอนแรก เขาจึงได้แต่งกับหญิงม่ายลูกสาวตระกูลพ่อค้า
“ได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่งดงามมากความสามารถ นายหญิงผู้เฒ่าคิดว่าเด็กสาวน่าจะชอบสีสันที่สดใสมากกว่า จึงได้นำผ้าลายพระจันทร์ที่เพิ่งส่งมาจากทางใต้ปีนี้ออกมาจากคลัง เพื่อมอบให้คุณหนูใหญ่เอาไปทำเสื้อผ้าใส่น่ะขอรับ” พ่อบ้านหัวเราะอีกครั้ง
คุณชายของเขาเดิมพันกับคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย ดังนั้นของขวัญขอโทษนี้จึงมุ่งไปที่เซี่ยเฉียวเป็นหลัก
หลูซื่อเหลือบมองไปที่ผ้าลายพระจันทร์ เพียงรู้สึกว่าผ้านั้นราวกับสะท้อนแสงของพระจันทร์กระนั้น ส่องแสงระยิบระยับท่ามกลางแสงแดด ผ้าทั้งผืนก็ไม่ใช่สีขาวไปทั้งหมด ยิ่งดูพราวตา สวยงามเป็นพิเศษ
อย่าว่าแต่เด็กสาวเลย แม้แต่นางที่อายุขนาดนี้แล้วก็ยังชอบ
“ขอบคุณนายท่านและนายหญิงผู้เฒ่าด้วย” หลูซื่อแย้มยิ้มอย่างรวดเร็ว
พ่อบ้านส่งของเสร็จแล้วก็จากไป หลูซื่อก็รีบให้คนมายกย้ายของไปยังห้องของนาง
มีผ้าหลายชิ้น ทั้งยังมีของประดับตกแต่งชิ้นใหญ่สองชิ้น และอุปกรณ์สำหรับประดิษฐ์อักษรอีกหนึ่งชุด
“พ่อบ้านหยวนล่ะ เขาดีขึ้นแล้วหรือไม่” หลูซื่อมองของขวัญเหล่านี้พลางเอ่ยกับคนที่อยู่ด้านนอก