ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 155 โขกศีรษะ / ตอนที่ 156 ร้านค้าแปลกๆ
ตอนที่ 155 โขกศีรษะ / ตอนที่ 156 ร้านค้าแปลกๆ
ตอนที่ 155 โขกศีรษะ
ร่างกายหยวนหรงยังไม่ได้หายดีเต็มร้อย แต่เมื่อได้ยินหลูซื่อเรียกหา เขาจึงรีบมาทันที
เมื่อเห็นว่าเขาขยันขันแข็งเช่นนี้ หลูซื่อก็ยิ่งพึงพอใจ นางเอ่ยปากถามเขาว่า “ผ้าเนื้อดีอย่างนี้ ข้ากลัวว่าช่างตัดเย็บในจวนเราจะทำได้ไม่ดี เจ้านำผ้าพวกนี้ไปหาช่างตัดเย็บดีๆ ข้างนอกสักสองคน ให้พวกเขาทำชุดออกมาให้ข้าสักชุดที”
“จะตัดให้คุณหนูรองหรือขอรับ” หยวนหรงเอ่ยถามทันที
เขาถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นพ่อบ้าน บ้านไหนเอาของขวัญมาส่งให้ใคร เขาย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
“ไม่ใช่…” หลูซื่อมีสีหน้าเคอะเขินเล็กน้อย “จะตัดให้คุณหนูใหญ่น่ะ”
ของที่คนอื่นส่งมาให้ หากนางนำไปให้ลูกสาวของตนเอง แล้วเรื่องนี้แพร่ออกไปคงจะดูไม่ดีเท่าไร
นางเองก็รู้ดีว่า การเป็นภรรยาของขุนนางนี้ไม่ง่าย ยังมีคนอีกมากมายคอยจับตามองอยู่
“ตัดชุดให้คุณหนูใหญ่?” หยวนหรงดูประหลาดใจมาก “แล้วคุณหนูรองล่ะขอรับ หากมีแต่ของคุณหนูใหญ่ คุณหนูรองอาจจะรู้สึกว่านายหญิงลำเอียงและเสียใจได้นะขอรับ อีกอย่าง ข้าได้ยินมาว่าที่สำนักศึกษากู่หลันมีสาวงามมากพรสวรรค์มากมาย คุณหนูรองหน้าตางดงาม หากนางได้สวมใส่ผ้าลายพระจันทร์พวกนี้ นางจะต้องงดงามเหนือบุปผาอื่นใดเป็นแน่…”
คำพูดของหยวนหรงตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจหลูซื่อพอดิบพอดี
ก็ใช่น่ะสิ ลูกสาวของนางร่างกายเข็งแรง นางช่างเหมาะสมกับสีที่ละเอียดอ่อนพวกนี้จริงๆ
“หากอย่างนั้น…ก็ตัดชุดตามขนาดของพวกนางสองคนให้เหมือนกันก็แล้วกัน” ไม่ต้องมีใครเกินหน้าเกินตาใคร อย่างนี้ก็ได้แล้วใช่หรือไม่
หยวนหรงตอบรับคำและนำผ้าออกไปทันที
ขณะที่เซี่ยเฉียวอยู่ที่สำนักศึกษา หยวนปินก็มาถึงด้วยภายใต้การดูแลของบ่าวรับใช้ตระกูลหยวน
คนในสำนักศึกษาต่างก็แสดงความรังเกียจเหยียดหยามเมื่อเห็นว่าเขามา
มีคนไร้ยางอายอย่างนี้ในสำนักศึกษาของพวกเขา ช่างน่าอับอายเสียจริง!
เซี่ยผิงไหวนั้นรออยู่นานแล้ว เขายังยกเก้าอี้มาให้เซี่ยเฉียวอีกด้วย
ทันทีที่หยวนปินมาถึง เขาก็กระตือรือร้นไปพานางมา เซี่ยเฉียวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างไม่เกรงใจ
หยวนปินรู้สึกหน้าร้อนลนลานไปหมดแล้ว
“เซี่ยเฉียว ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ เจ้าจะซ้ำเติมเขามากไปหน่อยหรือไม่” ซย่าหย่าอวิ๋นมองเซี่ยเฉียวด้วยความไม่พอใจ
เซี่ยเฉียวชำเลืองมองนางอย่างไม่ใส่ใจ “เจ้าคิดว่าคนที่ไร้จริยธรรมคนหนึ่งน่าสงสารอย่างนั้นหรือ แม่นางซย่า ข้าชื่นชมในความกล้าหาญของเจ้าเหลือเกิน”
ซย่าหย่าอวิ๋นตกตะลึงไปทันที จากนั้นนางจึงรู้สึกได้ถึงสายตารังเกียจของผู้อื่น สีหน้านางเปลี่ยนไปทันทีก่อนจะรีบเอ่ย “ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น คนอย่างเขาแม้ว่าจะตายอยู่ที่นี่ข้าก็ไม่สงสารเห็นใจหรอก”
เซี่ยเฉียวแค่นเสียงเยาะหนึ่งที
คนอื่นๆ ก็รู้สึกว่า ซย่าหย่าอวิ๋นนั้นโวยวายอย่างไม่มีเหตุผล
ในเมื่อนางรู้สึกว่าหยวนปินสมควรได้รับในสิ่งที่เขาทำ เช่นนั้นแล้วนางจะกล่าวโทษเซี่ยเฉียวทำไม
ทว่าในเวลานี้ซย่าหย่าอวิ๋นไม่ใช่ตัวเอก แต่เป็นหยวนปินต่างหาก
เขาไม่อยากคุกเข่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นท่าทางได้ใจและอวดดีของเซี่ยผิงไหว เขายิ่งรู้สึกอับอาย แต่คนของท่านปู่เขาได้ติดตามมาด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่คุกเข่าไม่ได้
เขาคุกเข่าลงด้วยความอับอาย
โขกศีรษะ
หนึ่งครั้ง
สองครั้ง…
…
ห้าครั้ง หกครั้ง…เจ็ด แปด เก้า สิบ…
เขาโขกศีรษะอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็ครบสิบครั้งแล้ว
เขาลุกขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับว่ามีเตาร้อนๆ อยู่บนพื้น ในขณะที่คนที่อยู่รอบข้างอดไม่ได้ที่จะนับตาม หลังจากนับเสร็จ พวกเขาก็ยังรู้สึกน่าเสียดายอยู่บ้าง
จบเร็วอะไรอย่างนี้
เซี่ยเฉียวคลายโทสะ นางพอใจแล้ว
แรกเริ่มเดิมทีเซี่ยผิงไหวพบว่ามันน่าสนุก แต่เมื่อเห็นท่าทางหยวนปินโมโหแต่ไม่กล้าพูดอะไร ความกระตือรือร้นของเขาก็จางหายไป
หยวนปินคนนี้หมดอนาคตแล้ว สำนักศึกษาคงไม่ต้องการเขาอย่างแน่นอน ตำแหน่งขุนนางของพ่อเขาก็รักษาไว้ไม่ได้ ต่อไปหากใต้เท้าหยวนผู้เฒ่าสิ้นไป ตระกูลหยวนก็ต้องแบ่งแยกครอบครัว บ้านใหญ่ตระกูลหยวนก็จะยิ่งตกต่ำลงไปอีก
อันที่จริงเซี่ยผิงไหวก็คิดที่จะเอ่ยเยาะเย้ยถากถางเขาสักคำ
แต่เมื่อสายตาเขากวาดไปเห็นพี่สาวของเขานั่งนิ่งอย่างถูกต้องชอบธรรมและน่าเกรงขาม เขาจึงรู้สึกว่าตนเองไม่ควรที่จะไม่ให้เกียรติท่าทีของนาง
มิฉะนั้นเขาก็จะเป็นเหมือนหยวนปิน เป็นพวกตอแยไม่เลิกน่ารำคาญ
ตอนที่ 156 ร้านค้าแปลกๆ
หยวนปินวิ่งหนีไปด้วยความอัปยศอดสู เขาไม่มีหน้าจะมองผู้คนอีกแล้ว แต่เมื่อเซี่ยผิงไหวรู้สึกได้ถึงสายตาอัศจรรย์ใจและชื่นชมจากผู้คนรอบข้าง เขาก็อดที่จะลอบมองเซี่ยเฉียวสักทีสองทีไม่ได้
เขามาเรียนที่สำนักศึกษานี้สองปีแล้ว สองปีมานี้เขาไม่ได้มีความก้าวหน้าในทักษะใดๆ ก็เลยต้องอยู่ที่เรือนไห่ถังมาโดยตลอด หลายคนหัวเราะเยาะเขาและน้องสาวของเขา คำพูดแย่ๆ เขาก็ได้ยินได้ฟังมาไม่น้อยแล้ว
นี่นับเป็นครั้งแรกที่คนอื่นจับจ้องมองเขา แต่ด่าว่าคนอื่น!
ความรู้สึกเช่นนี้แปลกจริงๆ!
หยวนปินช่างน่าเวทนา เขาต้องกลายเป็นคนที่ถูกด่าแทนเขา!
อีกอย่างพี่หญิงใหญ่ของเขาช่างน่าทึ่งจริงๆ นางยังชนะการเดิมพันที่แปลกประหลาดขนาดนี้มาได้
ดวงเซี่ยผิงไหวแอบส่องประกายราวกับเขาลอบเก็บดวงดาวอย่างลับๆ
“พี่หญิงใหญ่ ท่านดวงดีอะไรอย่างนี้!” พอคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เซี่ยผิงไหวจึงอุทานออกมาจากใจจริง
“ข้าใช้ความสามารถ” เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นอย่างเคร่งขรึม นางดูจริงจังมาก
เซี่ยผิงไหวเห็นท่าทางเช่นนั้นของนางก็ยิ่งตื่นเต้น “พี่หญิงใหญ่ ท่าทางของท่านนี่หลอกคนได้ง่ายเหลือเกิน หากท่านไม่บอกชื่อเสียงเรียงนาม คนอื่นจะต้องคิดว่าท่านเป็นลูกผู้ดีตระกูลใหญ่เป็นแน่!”
“…” เซี่ยเฉียวกลอกตาเบาๆ
นางก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนี่
“จริงสิพี่หญิงใหญ่ ท่านลองเดาดูสิว่าเมื่อวานข้าไปพบใครเข้าที่ถนนสายหลักทางทิศตะวันออก…” เซี่ยผิงไหวมีท่าทางลึกลับ
เซี่ยเฉียวหันหลังกลับไป
นางรู้
“ท่านต้องเดาไม่ถูกแน่! ข้าเจออาจารย์เซียวมาล่ะ อาจารย์เซียว…ในเวลาส่วนตัวไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ในสำนักศึกษาเลย พี่หญิงใหญ่ ข้าสงสัยว่าสมองอาจารย์เซียวจะมีปัญหาล่ะ เมื่อวานเขาไปร้านขายของแปลกมากร้านหนึ่ง ร้านนั้นขายยันต์คุ้มครองให้ปลอดภัย แล้วก็ยังมีหุ่นไม้รูปคนด้วยนะ ร้านนั้นดูอึมครึมไปหมดอาจารย์เซียวยังบอกว่าของที่ร้านนั้นขายเป็นของดีมากอีกต่างหาก ท่านว่าเขาสมองป่วยหรือไม่ล่ะ” เซี่ยผิงไหวพึมพำทันที
หนังตาของเซี่ยเฉียวเต้นกระตุกทันที
อึมครึมหรือ
ไม่นี่
ในร้านของนางมีหน้าต่างบานใหญ่หลายบาน นางคำนวณฮวงจุ้ยมาโดยเฉพาะแล้วนะ แขกที่เข้าร้านมาแวบแรกควรจะรู้สึกสบายกายสบายใจสิ จะรู้สึกมืดมนอึมครึมได้อย่างไร
เซี่ยเฉียวหน้านิ่วคิ้วขมวด “ร้านอึมครึมอย่างนั้นหรือ ยังมีปัญหาอะไรอีกไหม”
“แปลกมาก มันไม่ใช่ร้านแบบที่คนธรรมดาทั่วไปจะเปิดกันหรอก ข้าสงสัยว่าต้องเป็นพวกเทพเซียนจอมปลอมมาเปิดแน่ ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ อาจารย์เซียวก็คิดจะไปที่นั่นขึ้นมา เขายังนำแท่งไม้บรรทัดหนามกลับมาที่สำนักศึกษาด้วยนะ ช่างน่ากลัวเสียจริง” เซี่ยผิงไหวแค่นึกถึงก็รู้สึกกลัวขึ้นมาแล้ว
“พี่หญิงใหญ่ ข้าต้องกราบคนอย่างนี้เป็นอาจารย์จริงๆ หรือ เมื่อวานเขาดูเหล่สาวราวกับสุนัขป่าที่เห็นเนื้อติดดูกกระนั้น เขาดูเหมือนมีพลังงุ่มง่ามน่าอึดอัดมากจนวัวเก้าตัวยังฉุดไม่อยู่ ราวกับกลายเป็นคนละคนอย่างนั้นล่ะ” เซี่ยผิงไหวเอ่ยอีก
เมื่อนึกย้อนไปเมื่อวาน เขายังรู้สึกตื่นตระหนกอยู่เลย
จริงสิ อาจารย์ยังให้เขาคัดลอกหนังสืออีกนะ
นี่ขนาดเขายังไม่ได้กราบเป็นอาจารย์เลย ยังให้เขาคัดตั้งสิบเที่ยว ถ้าหากเขากราบเป็นอาจารย์แล้วเมื่อไหร่ สองมือนี้ของเขาคงจะ…หยุดไม่ได้เลยสินะ
เซี่ยผิงไหวคิดแบบนี้ขึ้นมา ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกแย่ไปหมด
“อาจารย์เซียว…ก็ไม่เลวนะ คนที่อยากกราบเขาเป็นอาจารย์มีตั้งเยอะแยะนับไม่ถ้วน ตอนนี้เจ้าก็ถือว่ามีโอกาสแล้ว ก็ตั้งใจเล่าเรียนเคารพเชื่อฟังอาจารย์ ไม่เช่นนั้นข้าก็จะบอกพี่ชายใหญ่ให้มาจัดการเจ้า” จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็พูดอย่างใจร้าย
รังเกียจท่านอาจารย์เซียวก็ไม่ได้?! นั่นยังไม่พออีกหรือ!
นั่นเป็นคุณสมบัติที่นางยอมออกหน้าเพื่อให้ได้มาเลยนะ
“…” เซี่ยผิงไหวรู้สึกปวดใจไปพักหนึ่ง
พี่หญิงใหญ่อะไรก็ดีไปหมด หน้าตาก็ดี แต่เข้มงวดเกินไป
หากพี่หญิงใหญ่หน้าตาเหมือนพี่ชายใหญ่ เขายังพอทำใจร้ายไม่สนใจนางได้ แต่ความจริงที่พี่หญิงใหญ่เป็นอย่างนี้ แค่เขาพูดเสียงดังนิดหน่อย ก็ให้เขารู้สึกผิดบาปร้ายแรงแล้ว
เซี่ยผิงไหวก็เหมือนลูกไก่ตัวน้อยๆ ไม่อาจต่อต้านขัดขืนได้
วันนี้เป็นอีกวันที่เขาจะต้องไปตามติด ยอมให้อาจารย์เซียวโขกสับอีกแล้ว