ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 167 เทพเซียนจอมปลอม / ตอนที่ 168 จัดฮวงจุ้ยพิฆาต
ตอนที่ 167 เทพเซียนจอมปลอม / ตอนที่ 168 จัดฮวงจุ้ยพิฆาต
ตอนที่ 167 เทพเซียนจอมปลอม
เมื่อบ้านตระกูลเซี่ยไม่มีเผยหว่านเย่ว์เสียคนหนึ่งแล้ว เซี่ยเฉียวก็อารมณ์ดีไม่น้อย เพียงแต่นางยังไม่ลืมว่านางยังรับงานไว้อีกงานหนึ่ง
ครอบครัวสามีของวิญญาณหญิงตนนั้นถือว่าไม่ธรรมดาเลย เขาเป็นลูกชายของพ่อค้าเทียน ซึ่งวัดพุทธและวัดเต๋าหลายแห่งรอบๆ เมืองหลวงก็มีการติดต่อค้าขายกับครอบครัวเขาอยู่
ส่วนตระกูลเว่ยของวิญญาณผู้หญิงคนนั้นก็ทำการค้าธูปเครื่องหอม
ก่อนหน้านี้ตระกูลเว่ยก็เป็นตระกูลที่ทำการค้าธูปเทียนขนาดใหญ่อยู่แล้ว และเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับตระกูลเจิ้ง ลูกๆ ของทั้งสองบ้านก็ยิ่งเข้ากันได้ดี จึงหมั้นหมายกันตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจ ตระกูลเว่ยก็ได้ถ่ายทอดความชำนาญในการทำเทียนให้แก่ตระกูลเจิ้ง ส่วนตระกูลตนเองก็สืบทอดการทำเครื่องหอมไป
การทำธูปเทียนไม่ได้แบ่งแยกกันอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาทั้งสองตระกูลจึงร่วมมือกันอยู่บ่อยๆ
ร้านค้าของทั้งสองตระกูลก็อยู่ติดกัน
หลายปีมานี้ทั้งสองครอบครัวได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้กิจการของพวกเขาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในบรรดาผู้ทำกิจการลักษณะเดียวกันนี้ในเมืองหลวง ทั้งสองตระกูลเกือบจะติดอยู่ในห้าอันดับแรกแล้ว
จึงไม่น่าแปลกใจที่วิญญาณผู้หญิงจะรู้สึกไม่เต็มใจเช่นนี้
ผู้ชายที่ชอบล้อเล่นกับความรู้สึกของผู้หญิงคนนั้นมีชื่อว่าเจิ้งหลู่เซิง เขาสูญเสียภรรยาไปหนึ่งปีแล้ว และยังไม่ได้แต่งงานใหม่
เซี่ยเฉียวแต่งตัวเป็นโม่ชูเซิงไปเดินเล่นแถวบ้านตระกูลเจิ้ง จึงได้รู้ว่าเจิ้งหลู่เซิงนั้นมีชื่อเสียงที่ดีมากเป็นพิเศษ
ทุกคนรู้ดีว่าเจิ้งหลู่เซิงหลงใหลรักใคร่ภรรยาที่ตายไปแล้วไม่เปลี่ยนแปลง หากเขาไม่มีบิดามารดาแล้ว เขาจะต้องตายตามคนรักไปแน่
คนทั่วไปต่างก็เคารพเลื่อมใสความหลงใหลในความรักถึงขั้นนี้มาก ดังนั้นกิจการของบ้านเขาจึงดีขึ้นมากกว่าเมื่อปีก่อนเสียอีก
ไม่เพียงแค่นั้น อย่ามองว่าเจิ้งหลู่เซิงยังไม่ได้แต่งภรรยา แล้วจะขัดขวางไม่ให้แม่สื่อแม่ชักมาเยี่ยมเยือนเลียบเคียงเขาได้
แม้แต่พ่อตาแม่ยายตระกูลเว่ยก็ยังยกย่องเขาไม่ขาดปาก และพร่ำบ่นให้เจิ้งหลู่เซิงแต่งงานใหม่อีกครั้งเสียที
เมื่อสอบถามได้ความเช่นนี้ เซี่ยเฉียวก็อดโมโหไม่ได้
เจิ้งหลู่เซิงคนนี้แสดงเก่งมาก!
“แค่ตีเขาครั้งเดียวจริงๆ หรือ” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
วิญญาณผู้หญิงลอยอยู่ข้างๆ นาง “ปกติแล้วเขาทำตัวดีมากจริงๆ และตอนนี้เขาก็ยังกตัญญูต่อพ่อแม่แทนข้าด้วย คิดจะทำลายชื่อเสียงเขา…ยากเกินไป”
นางอยากจะทำอย่างนั้น แต่เรื่องนี้ไม่ง่าย และนางกลัวว่าจะทำให้คนที่สามารถช่วยนางได้เพียงคนเดียวนี้มีโทสะขึ้นมา
เซี่ยเฉียวนั่งอยู่ที่แผงลอยน้ำชา และจับตาดูร้านค้าตรงข้าม
“ท่านนักพรตเอาแต่มองร้านค้าฝั่งตรงข้าม…คงไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกนะ” เซี่ยเฉียวนั่งอยู่นานจนคนที่ร้านน้ำชาอดถามขึ้นมาไม่ได้
เซี่ยเฉียวกวาดตาไปมองร้านค้านั้นด้วยสายตาลึกลับอีกครั้ง
“กระจายทรัพย์เมียเสียก่อน พิฆาตดาวเก้าอัปลักษณ์ให้กังวล ความโลภไร้สาระก่อเกิดหายนะ ผิวน้ำนิ่งแท้จริงปั่นป่วน” เซี่ยเฉียวแสร้งทำเป็นท่องอะไรสองสามคำออกมาอย่างลึกล้ำ แล้วถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า “น่าสงสาร น่าสงสาร”
“น่าสงสารมากจริงๆ คุณชายเจิ้งเป็นคนดี แต่กลับต้องมาเสียภรรยาไปเร็วเช่นนี้ เฮ้อ” คนผู้นั้นอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความเห็นใจ
เซี่ยเฉียวหันหน้ากลับมาก่อนจะมองอีกฝ่าย แล้วส่ายหน้าช้าๆ
“ท่านนักพรตมิได้หมายความว่าอย่างนั้นหรือ” ลูกค้าคนนั้นอดไม่ได้ที่จะถาม
“ข้ากำลังพูดผู้หญิงที่น่าสงสารคนนั้น อายุยังน้อยมาพบกับสามีที่ไม่ดี ต้องอึดอัดคับข้องใจ วิญญาณไม่สงบ” น้ำเสียงเซี่ยเฉียวเต็มไปด้วยความสงสาร
เมื่อเซี่ยเฉียวพูดเช่นนี้ออกมา คนที่อยู่รอบๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองนาง
และเผยรอยยิ้มเหนื่อยหน่ายใจออกมา
ย่อมคิดว่านางเป็นเทพเซียนจอมปลอมที่หลอกลวงผู้คน
“เวรกรรมมีจริง ความแค้นเพิ่มพูน คงอีกไม่นานก็จะต้องชดใช้หนี้เก่าแล้ว ไม่ต้องรีบร้อน” เซี่ยเฉียวเอ่ยจบก็สะบัดเสื้อคลุมจากไปอย่างลึกลับ
เสียงกระดิ่งที่อยู่บนร่างนางดังขึ้น ทำให้ผู้ฟังตกอยู่ในภวังค์
พอได้สติกลับมา เซี่ยเฉียวก็ไปไกลแล้ว
“นี่มันหมายความว่าอย่างไร เหตุใดจึงฟังดูเหมือนว่าเจิ้งหลู่เซิงกำลังจะโดนกรรมตามสนองเล่า”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น คงไม่ใช่ว่าการตายของสะใภ้เว่ยมีอะไรไม่ชอบมาพากลหรอกนะ”
“จะมีอะไรไม่ชอบมาพากลได้ พ่อแม่ของสะใภ้เว่ยก็อยู่ข้างๆ นี่ ไม่รู้ว่าเป็นนักพรตหญิงมาจากไหน เหลวไหลเสียจริง”
พวกเขาบางคนบ่นพึมพำ และส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้
ตอนที่ 168 จัดฮวงจุ้ยพิฆาต
เซี่ยเฉียวกลับไม่ได้เดินไปไหนไกล
หลังจากเดินหาข่าวอยู่นานขนาดนี้ สถานการณ์ในบ้านตระกูลเจิ้งเป็นอย่างไร นางทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
นางสบตาเจิ้งหลู่เซิงจากที่ไกลๆ เห็นความลามกในสายตาของคนๆ นี้ ซึ่งเขาไม่ได้ดูธรรมดาเหมือนที่เห็นจากภายนอก แต่เป็นคนโหดร้าย
นางกลับไปที่หอส่องชะตาอีกรอบเพื่อตระเตรียมกระดาษยันต์พิฆาตและอาวุธวิเศษต่างๆ พอตกกลางคืนนางก็ลอบออกมาทางประตูเล็กหลังจากที่บอกกล่าวกับชุนเอ๋อร์แล้ว
เรือนของนางห่างไกลโดดเดี่ยว สะดวกแก่การเคลื่อนไหวอย่างยิ่ง
กำหนดตำแหน่งนักษัตรเถาะระกา เวลามะโรงจอฉลูมะแม นำแต่ละอย่างใส่ลงไปในอาวุธวิเศษรูปเสือ เป็นอันเสร็จสิ้นการสาปแช่ง
เสือเข้าประตูสองแปด ความยากลำบากแปดประการ ภัยพิบัติสามประการ
อย่างไรก็ตามการพิฆาตนี้มีผลเฉพาะคน ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่พลังของแต่ละคน หากพลังปราณถูกต้องชอบธรรม การสาปแช่งนี้จะไม่สำเร็จ หากพลังปราณชั่วร้าย หายนะก็จะมาเยือน
เมื่อรับเงินมาทำงาน นางจึงไม่มีความเมตตา ความพึงพอใจของวิญญาณผู้หญิงตนนั้นต่างหากที่สำคัญ
หลังจากการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฉียวครั้งนี้ พลังหยินในบ้านตระกูลเจิ้งก็เข้มข้นขึ้นอีกมาก
วิญญาณหญิงมองดูร่างของตนเอง ทันใดนั้นก็รู้สึกว่านางมีพลังขึ้นมาก จึงรีบเอ่ยกับเซี่ยเฉียวทันที “นักพรต ข้าไปแก้แค้นได้แล้วใช่หรือไม่”
“ยังไม่นับว่าได้” เซี่ยเฉียวส่ายหน้า “เจ้ามีความแค้นในใจ บ้านตระกูลเจิ้งและบ้านตระกูลเว่ยคือที่ที่เจ้ามีความแค้นมากที่สุด ตอนนี้เจ้าก็แค่มีความสามารถมากขึ้นหน่อยเวลาอยู่ในสถานที่สองแห่งนี้เท่านั้น หากเจ้าต้องการล่ะก็ อาจจะลองเข้าฝันพ่อแม่ของเจ้าดูก็ได้ แม้ว่าอาจจะสร้างบรรยากาศในฝันให้เหมือนจริงไม่ได้มาก แต่ก็ยังดีที่ได้เห็นหน้ากัน อีกอย่าง…เจ้าก็ยังสามารถอยู่ข้างกายเจิ้งหลู่เซิงได้นานขึ้นอีกหน่อย”
วิญญาณก็คือวิญญาณ เว้นแต่ความคับข้องใจจะท่วมท้นและรุนแรงเท่านั้น มิฉะนั้นแล้วการจะลงมือฆ่าคนด้วยตัวเองนั้นทำได้ยากมาก
แต่หากคนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้รับพลังหยินมากเกินไป พลังหยางก็จะแย่ลง จากนั้นวิญญาณตัวน้อยก็พอจะทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง
เช่นนี้แล้ววิญญาณของหญิงสาวจึงพึงพอใจมาก
นางรีบลอยไปยังบ้านตระกูลเว่ย
การรวบรวมธาตุพิฆาตนี้ยังต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่รีบร้อน
ขณะที่เซี่ยเฉียวจัดเตรียมธาตุพิฆาตนี้ รอบกายนางไม่ได้มีแต่เพียงวิญญาณสาวเท่านั้น ยังมีวิญญาณโดดเดี่ยวบางตนตามมาอยู่รอบข้าง ราวกับจะคอยดูว่านางจะสามารถทำให้ความปรารถนาของวิญญาณสาวนี้เป็นจริงได้หรือไม่กระนั้น
ดังนั้นเซี่ยเฉียวจึงให้ความสำคัญกับงานนี้มาก
มิฉะนั้นแล้ว นางแค่หาใครสักคนมาทุบตีคนตามความต้องการของวิญญาณสาวก็เป็นอันใช้ได้แล้ว ใยต้องลำบากเปลืองแรงขนาดนี้
การจัดธาตุพิฆาตเช่นนี้ไหนเลยจะทำส่งๆ ได้
นางสัมผัสได้ว่าเจิ้งหลู่เซิงทำเวรกรรมมามาก นางจึงกล้าที่จะใช้ดาวพิฆาตนี้ มิฉะนั้นหากนางใช้ความสามารถเหล่านี้กับคนธรรมดาอย่างไม่เหมาะสม นางก็คงได้ไปพบกับยมบาลเร็วขึ้นอีกหลายปี
ตอนนี้นางยังต้องรออีกสักหลายวัน
หลังจากถอดการปลอมแปลงใบหน้าออก เซี่ยเฉียวก็กลับกลายมาเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ไปเรียนหนังสืออย่างเด็กดีอีก
ไม่ทันถึงสองวันเผยหว่านเย่ว์ก็นำจดหมายแนะนำมาเข้าเรียนแล้ว
เผยหว่านเย่ว์ไม่มีสถานะและฐานะใดๆ เป็นเรื่องเล็กเสี้ยวหนึ่งของที่นี่ ดังเช่นนางมาเข้าเรียนจึงไม่ได้อยู่ในความสนใจของคนอื่นเลย
เนื่องจากเหตุผลข้อแรกที่ว่านางไม่ได้เป็นลูกขุนนาง และไม่ได้มาจากบ้านที่ทำกิจการร่ำรวย แม้ว่าตระกูลฉู่จะให้จดหมายแนะนำมาแล้ว แต่ระหว่างจดหมายด้วยกันก็มีความแตกต่างกัน ดังนั้นหลังจากที่เผยหว่านเย่ว์ได้เข้าเรียนแล้ว นางก็ถูกจัดให้อยู่ชั้นเรียนที่สี่หรือลำดับสุดท้ายของเรือนหวงจวี๋
ทันทีที่นางเข้ามาเรียนที่สำนักศึกษา นางก็สอบถามคนอื่นเรื่องเซี่ยเฉียว
เมื่อรู้ว่าเซี่ยเฉียวได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในชั้นเรียน ‘รื่อ’ ช่องว่างก็ปรากฏขึ้นในใจของนางทันที
การจัดอันดับชั้นเรียนรื่อเย่ว์เฉียนคุนหนึ่งสองสามสี่นี้เป็นการจัดอันดับตามสถานะ แม้นางไม่พอใจก็ทำอะไรไม่ได้
แต่การจัดอับดับย่อย นางก็ยังด้อยกว่าเซี่ยเฉียวอยู่หนึ่งขั้น!
เซี่ยเฉียวได้อยู่เรือนคงกู่ซึ่งเป็นอันดับสอง ส่วนนางอยู่เรือนหวงจวี๋อันดับที่สาม นี่เป็นการจัดอันดับตามความสามารถ!
เหตุใดเล่า
หรือว่าความสามารถของเซี่ยเฉียวยังสูงไปกว่านางอีกด้วย
เผยหว่านเย่ว์รู้สึกอึดอัดใจทั้งวัน นางไม่พูดคุยกับใครเลยตลอดทั้งวัน ใครเป็นใครบ้างในสำนักศึกษานางก็จำไม่ได้ ภายในใจว้าวุ่นไปหมด
ตอนเที่ยงนางไม่มีถั่วเงิน และไม่ได้กินข้าว
ตกเย็นเดิมทีนางคิดที่จะอยู่ในสำนักศึกษา แต่เมื่อนางไปหาอาจารย์แล้วจึงได้รู้ว่า การที่จะพำนักอยู่ในสำนักศึกษาได้นั้นจะต้องใช้เงินหรือถั่วเงิน
นางก็ยังไม่มี!
คนวัยอย่างนางเข้าเรียนที่สำนักศึกษาล้วนต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากทั้งนั้น!
แต่นางเห็นอยู่ว่าเซี่ยเฉียวก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายดีนี่!