ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 165 ใช้เงินตัดปัญหา / ตอนที่ 166 สู้ไม่ได้
ตอนที่ 165 ใช้เงินตัดปัญหา / ตอนที่ 166 สู้ไม่ได้
ตอนที่ 165 ใช้เงินตัดปัญหา
เซี่ยเฉียวพอจะเข้าใจความต้องการของเซี่ยผิงกั่งบ้างแล้ว
เขาต้องการใช้เงินเพื่อตัดปัญหา
ด้วยนิสัยเช่นนี้ของเผยหว่านเย่ว์ หากไม่ได้รับการสั่งสอนที่ดี ต่อไปนางก็อาจจะสร้างปัญหาที่ใหญ่โตกว่านี้ขึ้นมาได้ไม่สู้ให้นางออกไปเสียแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่าเพื่อความสงบสุขมั่นคงในอนาคต
แน่นอนว่าในเมื่อหลูซื่อยังอยู่ในบ้าน หากคิดจะตัดขาดโดยสิ้นเชิงก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็คงเป็นเหมือนญาติทั่วๆ ไปที่ไปมาหาสู่กันบ้างเป็นครั้งคราว จะให้เข้าออกบ้านตระกูลเซี่ยอยู่เสมอคงเป็นไปไม่ได้แล้ว
“ท่านแม่ ท่านก็เห็นแล้วนี่ พี่ชายใหญ่กับพี่หญิงใหญ่ไม่เคยคิดว่าข้าเป็นคนในครอบครัวเดียวกันเลยด้วยซ้ำ ข้าอยู่ที่นี่จะมีความหมายอะไรเล่า หากต้องคอยดูสีหน้าท่าทีพวกเขา ข้าไปเสียยังดีกว่า” เผยหว่านเย่ว์น้อยใจอย่างยิ่ง
“แม่นางเผยพูดจาเช่นนี้ทำให้ข้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก ไม่เช่นนั้น…พี่ชายใหญ่ พวกเราบอกกับคนภายนอกว่ามีขโมยในบ้านเสียเลยดีกว่า แม้ว่ามันจะน่าอายนิดหน่อย แต่ถึงอย่างไรชื่อเสียงของครอบครัวเราก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว” เซี่ยเฉียวมองเผยหว่านเย่ว์พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“จะเอาอย่างนั้นก็ได้” เซี่ยผิงกั่งพยักหน้า
เรื่องมีขโมยเข้าบ้านนี้น่าจะพอให้คนอื่นขำขันกันไปได้สักพัก
อย่างไรก็ตามหากข่าวแพร่ออกไปเช่นนี้ ไม่เพียงเผยหว่านเย่ว์จะอยู่บ้านตระกูลเซี่ยไม่ได้เท่านั้น แต่นางจะเข้าเรียนที่สำนักศึกษาไม่ได้ด้วย
การที่ตระกูลฉู่กล้านำหยกไปกราบอาจารย์ก็เพราะตระกูลเซี่ยบอกว่าหยกนั้นหายไปโดยไม่ระวัง แต่ถ้าปรากฏว่าถูกขโมยไป ฉู่เจี้ยนซึ่งผู้มีการศึกษาคนหนึ่งจะเต็มใจแบกรับเรื่องสกปรกเช่นนี้ได้อย่างไร
ในเมื่อไม่ยินดีแล้ว เขาก็ย่อมที่จะคืนหยกกลับมาให้
เขายังต้องอธิบายให้โลกภายนอกฟังว่าได้หยกนี้มาจากไหน ถึงตอนนั้นใครจะเป็นผู้โชคร้ายเล่า
ก็เป็นเผยหว่านเย่ว์คนเดียวเท่านั้น
เพียงแต่เผยหว่านเย่ว์อยู่บ้านตระกูลเซี่ย ถ้าหากมีคนซักไซ้ไล่เลียงขึ้นมา เรื่องที่นางแอบเข้าไปในห้องของเซี่ยผิงไหวก็คงจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป
ดังนั้นตอนนี้เซี่ยเฉียวจึงกำลังหลอกให้เผยหว่านเย่ว์กลัวเช่นกัน
เผยหว่านเย่ว์นิ่งเงียบไปในทันทีอย่างที่คิด
เซี่ยหนิวซานรู้สึกไม่รำคาญใจ “เจ้าอยากเข้าที่นั่นมากก็เอาตามนี้แล้วกัน ต่อไปข้าจะไม่สนใจเจ้าแล้ว”
ตอนนี้เซี่ยหนิวซานอารมณ์ไม่ค่อยดี เขากลับเรือนไปทันทีโดยไม่มองหน้าหลูซื่อ
หลูซื่อร้อนใจจนแทบอยากจะทุบตีลูกสาวสักยก แต่เมื่อเห็นท่าทางนางเช่นนั้น นางก็ลงมือไม่ลง ได้แต่ถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก
“น้องหญิงใหญ่ ในเมื่อนี่เป็นของที่เจ้าให้ ตอนนี้เจ้าถูกคนเอาเปรียบไปเสียเฉยๆ หากเจ้ารู้สึกไม่เป็นธรรมก็มาระบายเอากับข้าเถอะ” เซี่ยผิงกั่งพูดอย่างตรงไปตรงมา
เซี่ยเฉียวหนังตากระตุกทันที
“วิธีการนี้ของพี่ชายใหญ่ถือว่าดีมาก หยกชิ้นหนึ่งแลกกับการที่นางออกจากบ้านไป คิดดูแล้วข้าว่าคุ้มนะ” เซี่ยเฉียวยิ้ม
“ข้าก็คิดเช่นนั้น หากนางยังอยู่ต่อ แล้วแต่งงานไปในอนาคต เกรงว่าหลูซื่อคงจะยกทรัพย์สินหมดบ้านตระกูลเซี่ยเป็นสินเดิมให้นาง” น้ำเสียงเซี่ยผิงกั่งรังเกียจ
เขาดูถูกท่าทางอย่างคนใจแคบของหลูซื่อ
นางเพิ่งกลับมาบ้านได้ไม่นานเท่าไรเอง แต่เอาของโน่นนี่ไปให้เผยหว่านเย่ว์แล้วไม่น้อย
ในห้องของเซี่ยเฉียวกลับไม่ได้มีอะไรมากมายเช่นนั้น
กระทั่งว่าหากไม่ใช่เพราะเซี่ยเฉียวไม่ยอมให้คนอื่นเข้าไปในเรือนของนาง ไม่แน่ของของนางก็อาจมีน้อยกว่านี้อีก!
“พี่ชายใหญ่ ข้ายังรู้สึกไม่เป็นธรรมอยู่นะ…” เซี่ยผิงไหวเอ่ยแทรกทันทีก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นอีก “แต่ข้าสำนึกผิดแล้ว”
“ข้าได้ยินมาว่าวันนี้เจ้าซื้อตั๊กแตนมาอีกคู่แล้ว” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียง
ไม่มีทางที่จะปกปิดเรื่องต่างๆ ในบ้านนี้ไม่ให้เขารู้ได้
ทันทีที่เขากลับถึงบ้านก็มีคนบอกเขาทันที
เซี่ยผิงไหวได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดทันที “ข้าไม่ได้ซื้อนะ ท่านแม่ให้คนซื้อมาให้ข้าต่างหาก”
“เฮอะ อ้างท่านแม่อีกแล้ว มีครั้งไหนที่เจ้าซื้อของแล้วไม่อ้างว่าท่านแม่ซื้อให้บ้าง” เซี่ยผิงกั่งจ้องเซี่ยผิงไหวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ไม่ใช่ข้าจริงๆ นะ” เซี่ยผิงไหวโอดครวญออกมาทันที
เซี่ยเฉียวเหลือบมองน้องชายของนางอย่างเห็นใจ
ในเมื่อพี่ชายใหญ่รู้ว่าเซี่ยผิงไหวซื้อของมา เขาย่อมต้องรู้ความเป็นมาของเรื่องนี้ด้วยแล้ว
เขาคงรู้สึกว่าน้องชายเขาทำอะไรผิดไป ก็เลยอยากจะสอนบทเรียนให้เขา
คิดไปคิดมาก็จริงอยู่ วันนี้เจ้าเด็กนี่เลิกเรียนกลับบ้านมาก่อนเวลาเพื่อจะมาจับผิด แต่กลับกลายเป็นว่าเขากลับมาตั้งนานแล้วแต่ไม่พูดอะไร และยังเอาแต่เล่นอีก…
แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม แต่พฤติกรรมเช่นนี้ก็สมควรโดนจัดการอยู่บ้าง
ตอนที่ 166 สู้ไม่ได้
เซี่ยผิงกั่งไปที่เรื่อนของเซี่ยผิงไหว เขาไม่เพียงแต่ริบตั๊กแตนไปเท่านั้น แต่ยังทำโทษให้เขาคุกเข่าอยู่ทั้งคืนด้วย
เซี่ยผิงไหวรู้สึกน้อยใจอย่างถึงที่สุด
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านแม่ให้ของแก่เจ้าทำไม” เซี่ยเฉียวเห็นว่าเขาไม่เข้าใจสักที จึงได้เอ่ยปากถาม
เซี่ยผิงไหวพยักหน้า “ข้ารู้สิ ท่านแม่น่าจะเห็นว่าข้ากำลังโมโห ก็เลยเอาของมาให้ข้าระบายอารมณ์ แต่ข้าไม่ได้หายโกรธนี่ ข้ายังไปหาเผยหว่านเย่ว์คิดบัญชีกับนางอยู่เลย ทำไมถึงยังลงโทษข้าล่ะ”
“…” หมดทางเยียวยาแล้ว
“คราวนี้เป็นเพราะของที่ท่านแม่ให้มาไม่สามารถช่วยให้เจ้าหายโกรธได้ แต่หากท่านแม่ให้ผลประโยชน์ที่เจ้าไม่อาจปฏิเสธได้เล่า เจ้าก็จะไม่ถือสาหาความเรื่องเผยหว่านเย่ว์ขโมยหยกแล้วใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยอธิบายเขาอย่างจนใจ “เจ้าเติบโตมากับนางสี่ห้าปี จะเห็นว่านางเป็นเหมือนแม่แท้ๆ ก็ไม่ผิด แต่เจ้าก็ควรที่จะแยกแยะถูกผิดด้วย นางรู้เรื่องนี้ดี แต่กลับละเลยไม่ใส่ใจ พยายามปิดปากเจ้าด้วยผลประโยชน์ ซึ่งมันผิด”
เซี่ยผิงไหวนิ่งอึ้งไป
อันที่จริงเขารู้สึกว่า เผยหว่านเย่ว์ก็คือเผยหว่านเย่ว์ ท่านแม่ก็คือท่านแม่
ตอนนี้เมื่อเซี่ยเฉียวพูดขึ้นมาเช่นนี้ เขาเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า ท่านแม่ไม่ได้แปลกใจเรื่องที่เผยหว่านเย่ว์ขโมยหยกไปเลย ท่านแม่ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนแทนนางทันทีด้วยซ้ำ…
ทั้งๆ ที่รู้ว่าใครเป็นคนทำ แต่กลับปิดบังเขา?
ส่วนเขาก็โง่ มัวแต่เล่นของที่ท่านแม่ส่งมา…
เซี่ยเฉียวรู้สึกเหนื่อยอยู่บ้าง ใบหน้าของนางซีดขาวเล็กน้อย
“จะเป็นลูกกตัญญูรู้คุณก็ต้องมีสมองด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ต่างอะไรจากหุ่นกระบอก เจ้าลองคิดดูเอาแล้วกัน” หลังจากที่ เซี่ยเฉียวพูดจบ นางก็ไอเล็กน้อย และไม่กล้าที่จะเอ่ยต่อไปอีก
ร่างกายนางมีพลังหยินแรงมาก นางอยู่ในเรือนของเซี่ยผิงไหวให้น้อยหน่อยดีกว่า
เมื่อเซี่ยเฉียวกลับมาที่เรือนของตัวเอง นางก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เพราะนางได้แก้ไขเปลี่ยนฮวงจุ้ยภายในเรือนนี้ไว้แล้ว ด้วยการรวบรวมพลังหยางจากทุกทิศทุกทาง และการฝังยันต์ห้าธาตุไว้หลายตำแหน่ง ซึ่งสามารถปรับพลังปราณของนางได้ นางก็เลยไม่รู้สึกหนาวเกินไปหรืออึดอัดไม่สบายตัวอีก
เซี่ยผิงไหวคุกเข่าอยู่ทั้งคืน
เผยหว่านเย่ว์ก็ดื้อดึงตลอดทั้งคืน ไม่ยอมรับความผิดกับหลูซื่อ
เมื่อเห็นว่าเรื่องนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว หลูซื่อจึงได้แต่ต้องกัดฟันเก็บของให้ลูกสาวของนาง
หลูซื่อก็มีสินเดิมติดตัวมา เพียงแต่มีน้อยไปนิด ตอนนี้ลูกสาวของนางต้องออกไปอยู่ข้างนอก นางเองก็ไม่กล้าแตะต้องของของตระกูลเซี่ย ด้วยกลัวว่าเซี่ยผิงกั่งรู้เข้าจะโกรธมากขึ้นไปอีก นางจึงทำได้เพียงนำสินเดิมของนางเท่าที่มีออกมา และซื้อบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่งใกล้สำนักศึกษาหลวง
บ้านนั้นมีขนาดเล็กมาก และมีเพียงสองลานบ้านเท่านั้น นางยังต้องเตรียมบ่าวรับใช้ไว้อีกสองสามคนด้วย
หลูซื่อทุกข์ใจมาก
เดิมทีก็มีบ้านส่วนตัวไม่มากนัก และตอนนี้เกือบจะหาไม่ได้แล้ว บ้านในเมืองหลวงจึงมีราคาแพง
ทว่าเผยหว่านเย่ว์กลับรู้สึกว่าหลูซื่อตระหนี่ขี้เหนียว
สีหน้าของนางเรียบเฉยมาโดยตลอด จนทำให้หลูซื่อรู้สึกหนาวเหน็บในใจ
“พอเข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลวงแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องไปขัดแย้งอะไรกับเซี่ยเฉียวแล้วนะ นังหนูนั่นไม่ธรรมดา แม้ว่าท่านลุงเซี่ยของเจ้าจะดูไม่ได้ใส่ใจอะไรนางมากนัก แต่เซี่ยผิงกั่งท่าทางจะรักเอ็นดูนางมากอยู่ ตอนนี้แม้แต่เซี่ยผิงไหวเองก็เข้าข้างนางแล้ว เจ้าสู้นางไม่ได้แล้วจะเป็นอย่างไรเล่า” หลูซื่อถอนหายใจ
“ข้ารู้แล้ว” ท่านแม่ของนางคิดว่านางสู้เซี่ยเฉียวไม่ได้อย่างนั้นหรือ
“วันหน้าข้าจะพาเจ้าไปพบท่านย่า นางดีกับข้าไม่น้อย หากเจ้าทำตัวน่ารักดู นางก็น่าจะเอ็นดูเจ้าอยู่หรอก พอถึงตอนนั้นมีท่านย่าดูแลเจ้า ข้าก็ค่อยพยายามเกลี้ยกล่อมท่านลุงเซี่ยของเจ้า ให้เขายอมให้เจ้าแต่งออกจากบ้านตระกูลเซี่ย” หลูซื่อเอ่ยอีก
เผยหว่านเย่ว์ตอบรับอย่างขอไปที
เมื่อก่อนนางรู้สึกว่าแม่ของนางดองกับครอบครัวขุนนางได้ถือว่าโชคดี
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นความโชคร้ายมากกว่า
ตระกูลเซี่ยสร้างครอบครัวมาจากการเป็นโจร ชื่อเสียงก็ย่ำแย่จนถึงที่สุดแล้ว
การสนิทสนมกับตระกูลเซี่ยจะมีอะไรดีหรือ
ในขณะที่หลูซื่อกำชับตักเตือนอย่างหนักแน่นจริงจัง แต่เผยหว่านเย่ว์กับนิ่งเฉยไม่สนใจ หลังจากดูบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางก็นำจดหมายแนะนำตัวออกมา
เตรียมหาวันดีๆ ไปสมัครเรียน