ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 175 เลือดสาดกระเซ็น / ตอนที่ 176 ปรับถั่วเงิน
ตอนที่ 175 เลือดสาดกระเซ็น / ตอนที่ 176 ปรับถั่วเงิน
ตอนที่ 175 เลือดสาดกระเซ็น
เผยหว่านเย่ว์พูดออกมาโดยไม่รู้ตัว หลังจากที่สิ้นเสียงนางก็ตกใจ รีบคุกเข่าลงตรงหน้าจ้าวเสวียนจิ่ง
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
ไม่มีกฎเกณฑ์เช่นนี้ภายในสำนักศึกษา
ต่อให้รัชทายาทมา ทุกคนก็เพียงแค่ประสานมือคำนับ น้อยมากที่จะคุกเข่าลง นอกเสียจากว่าจะทำความผิดมหันต์
แต่แค่เผยหว่านเย่ว์ส่งเสียงออกมาก็คุกเข่าแล้ว นางเข้าใจกฎเกณฑ์ของสำนักศึกษาน้อยเกินไป กระดูกยังไม่แข็งพอ
พวกชีไหวเองก็แปลกใจ “แม่นางเผย เจ้าไม่ต้องกลัว แค่เจ้าพูดออกมาว่าปกติแล้วเซี่ยเฉียวรังแกเจ้าอย่างไร แล้วก็ทำเรื่องหลอกลวงปลอมแปลงนี้อย่างไรออกมาก็พอแล้ว”
จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มเยาะ
“หากพูดผิด ข้าจะลงโทษ” น้ำเสียงที่ส่งออกมาแผ่วเบา สายตาของเขาแฝงแววเย็นชาเสียดแทงกระดูก แต่ก็มีความล้อเล่นเล็กน้อย ทำให้คนไม่กล้าที่จะมองนาน
เผยหว่านเย่ว์รู้สึกตื่นตระหนก
“ข้า…ข้าอยู่ที่บ้านตระกูลเซี่ย…” เผยหว่านเย่ว์ลนลานว้าวุ่น เมื่อนึกถึงว่ารัชทายาทรู้เรื่องหยกแล้ว ในใจนางก็รู้สึกหนาวเหน็บไปหมด
“พี่หญิงไม่ได้รังแกข้าจริงๆ เพราะข้าทำตัวไม่ดี ข้าทำอะไรหุนหันพลันแล่นไปหน่อยก็เลยถูกไล่ออกมา เป็นความผิดของข้าเอง”
เผยหว่านเย่ว์คิดไม่ถึง ว่ารัชทายาทจะมาด้วย
รัชทายาท…ทำไมถึงบังเอิญมาได้นะ!
นางได้แต่กัดฟันรั้นต่อไป “ภาพนี้…ที่จริงแล้วข้าก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอม ตอนนั้นพี่หญิงนำออกมาให้ดูนิดหน่อย ข้ามีความรู้น้อยจึงดูไม่ออก”
พวกชีไหวรู้สึกราวกับโดนกระบี่ทิ่มแทงเข้าที่หน้าอกโดยไม่รู้ตัว
นางหมายความว่าอย่างไร
ข่าวลือนั่นบอกว่าหลักฐานแน่นหนานี่?!
จ้าวเสวียนจิ่งพ่นลมออกมาหนึ่งที ก่อนจะเดินไปเปิดภาพวาดนั้นออก
“ภาพความสุขอันยั่งยืนของมนุษย์ ปรมาจารย์อวิ๋นเวยวาดภาพปศุสัตว์ในโลกมนุษย์ห้าชนิด ภาพวาดนี้ไม่เลวเลย หลายวันก่อนข้าเพิ่งคัดลอกไปหลายหน เมื่อมองดูภาพนี้แล้วเหมือนว่าได้เห็นฉากของผู้คนที่อยู่อาศัยและทำงานอย่างสงบและมีความสุข ด้วยความปิติในใจ ข้ากำลังเตรียมจะมอบให้เสด็จพ่อ ให้เสด็จพ่อได้สำราญพระทัยสักหน่อย แต่พวกเจ้ากลับบอกข้าว่าภาพนี้เป็นของปลอม?” จ้าวเสวียนจิ่งมองดูภาพวาดนั่น และชื่นชมมันจริงๆ
แม้ว่าเขาจะมีใจลำเอียงไปทางเซี่ยเฉียว แต่เขาก็ชื่นชมภาพวาดนี้จากใจจริงๆ
ถึงภาพวาดนี้ไม่มีทิวทัศน์ แต่กลับเป็นบรรยากาศที่หาได้ยากยิ่ง
ในภาพวาดมีคนเป็นร้อย และแทบจะสามารถเห็นความปิติยินดีและความเศร้าโศกของทุกคนได้ ราวกับว่าเป็นดินแดนสวรรค์ที่ห่างไกล
ทิวทัศน์เรียบง่ายแต่ไม่อาจละสายตาได้เช่นนี้ เกรงว่าคงมีเพียงปรมาจารย์อัจฉริยะอวิ๋นเวยเท่านั้นที่จะวาดออกมาได้
แล้วยังตัวอักษรนั่นอีก มันสง่างามน่าเกรงขามเหมือนพายุฝนฟ้าคะนอง ยโสโอหังอย่างยิ่ง
เกรงว่าปรมาจารย์อวิ๋นเวยจะมีความคิดกว้างไกลไม่ธรรมดา และไม่ใช่คนที่เรื่อยเปื่อยและหยาบกระด้าง
“ฝ่าบาทพูดได้ดียิ่งนัก หลังจากที่ได้รับภาพวาดนี้มา อาจารย์ของสำนักศึกษาหลายท่านได้ออกมาประเมินแล้ว ไม่ว่าจะเป็นลายมือหรือลักษณะการการลงพู่กันก็ไม่ต่างจากงานของปรมจารย์อวิ๋นเวยเลยแม้แต่น้อย เป็นของจริงแท้แน่นอน” อาจารย์ท่านอื่นก็เอ่ยขึ้นมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ด้วยประจักษ์พยานมากมายเช่นนี้ จะยังสงสัยได้อย่างไรว่าภาพวาดนี้เป็นของปลอม
ชีไหวหน้าซีดลงในทันที
ปฏิกิริยาของทุกคนนับว่าเร็วอยู่ พวกเขารีบประสานมือโค้งคำนับ “พวกเราหุนหันพลันแล่นด้วยความไม่รู้ ฝ่าบาทได้โปรดประทานอภัยด้วย”
เซี่ยเฉียวยกยิ้มเล็กน้อย “พวกเจ้าช่างโง่งมเหลือเกิน”
“…” ทุกคนรู้สึกหนาวเหน็บในใจขึ้นมาทันที
“คิดว่าข้าโง่หรือ มอบของปลอมเป็นของขวัญเข้าเรียน?”
“พวกเจ้าคงคิดว่าตระกูลเซี่ยของข้าไม่คู่ควรสินะ ดังนั้นจึงทนไม่ได้ที่เด็กๆ ตระกูลเซี่ยจะร่วมชั้นเรียนเดียวกับพวกเจ้า ก็เลยเชื่อข่าวลือพวกนั้น ก่อนที่ฝ่าบาทจะเสด็จมา ข้าเกือบจะถูกพวกเจ้าเลาะกระดูกกลืนไปแล้ว ทำให้ข้าตกใจกลัวจน…” เซี่ยเฉียวเอามือกุมหน้าอก “เวียนหัว และไม่รู้จะพบหน้าผู้คนได้อย่างไรแล้ว…”
“…” ทุกคนหนังตากระตุกทันทีด้วยลางสังหรณ์ไม่ดี
เป็นอย่างที่พวกเขาคาด ชั่วอึดใจต่อมาเซี่ยเฉียวก็ไออย่างแรง “ฝ่าบาท ความอัปยศนี้รุนแรงเหลือเกิน หากท่านไม่ให้ความยุติธรรมแก่เซี่ยเฉียวในวันนี้ เลือดของข้าจะสาดกระเซ็นทันที!”
“เลือดสาดกระเซ็น?” จ้าวเสวียนจิ่งตกตะลึงไปทันที เขามองดูสายตาของนางด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
ประโยคนี้มีปัญหา ควรจะต้องพิจารณาแล้วพูดใหม่อีกรอบ
“ถูกต้อง เซี่ยเฉียวยอมตายดีกว่าจะต้องปล่อยพวกคนที่ดูหมิ่นข้า เลือดสาดกระเซ็น ให้พวกเขารู้สึกผิดไปตลอด” เซี่ยเฉียวสีหน้าจริงจัง ใบหน้าเล็กๆ ตึงเครียดอย่างยิ่ง
มุมปากของจ้าวเสวียนจิ่งกระตุกสองครั้ง เขาเกือบจะกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ไม่ได้
ตอนที่ 176 ปรับถั่วเงิน
ตัวกระจ้อยร่อยอย่างนี้ นางจะไหวหรือ…
เกรงว่าแต่อุ้งเท้าของพวกเขายังไม่ทันจะยื่นออกไป นางก็คงจะถูกพวกเสือสิงห์กระทิงแรดพวกนี้กดข่มไว้หมดแล้วกระมัง
จ้าวเสวียนจิ่งนั่งอย่างเคร่งขรึม แสร้งทำเป็นจริงจัง และจ้องมองทุกคนที่อยู่ตรงนั้น “ข้าสัมผัสได้ถึงความกล้าหาญไม่ยอมคนของแม่นางเซี่ยเฉียวแล้ว เพื่อรักษาชีวิตของทุกคนไว้ และรักษาชื่อเสียงของสำนักศึกษา ข้าจะออกหน้าลงโทษให้”
ทุกคนต่างก็ตึงเครียดไปทั้งร่างขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูดอะไร
“พวกเจ้าในฐานะศิษย์ของสำนักศึกษาหลวง แม้แต่ภาพวาดของปรมาจารย์อวิ๋ยเวยก็ดูไม่ออก เช่นนั้นก็ลงโทษให้คัด ‘คัมภีร์ภาพวาด’ หนึ่งร้อยรอบ เพื่อเป็นการขอโทษแม่นางเซี่ย ลงโทษปรับถั่วเงินคนละหนึ่งร้อยเมล็ด ศิษย์เรือนหมู่ตันคนละสองร้อย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวตาเป็นประกายทันทีที่ได้ยินดังนั้น
ควรจ่ายค่าเสียหายทางจิตใจให้กับนางใช่หรือไม่
“นอกจากนี้ หญิงสาวผู้นี้…นิสัยไม่ดี ยุยงให้ศิษย์อื่นๆ ก่อเรื่อง ลงโทษยึดห้าร้อยถั่วเงิน หากมอบให้ไม่ได้ภายในวันเดียว ก็ให้ออกจากสำนักศึกษาไป” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเสียงนิ่ง พลางกวาดตามองเผยหว่านเย่ว์
ทันทีที่รัชทายาทพูดเช่นนี้ สายตาของหลายคนก็เผยความเห็นใจเผยหว่านเย่ว์
แน่นอนว่า พวกเขาแค่เห็นใจนางที่ไม่มีถั่วเงินห้าร้อยเมล็ดเท่านั้น ทุกคนต่างก็รู้ดีกว่า เผยหว่านเย่ว์เพิ่งจะมาเรียนที่สำนักศึกษานี้ได้ไม่ถึงสองวัน ไม่ต้องพูดถึงถั่วเงินห้าร้อยเมล็ด แค่ห้าสิบเมล็ดก็ยังไม่มีเลยกระมัง!
แม้ว่าถั่วเงินห้าร้อยเมล็ดนี้จะมีค่าเพียงห้าสิบตำลึง แต่ถั่วเงินในสำนักศึกษานี้หามาได้ยากมาก!
ไม่มีใครขาดแคลนเงิน ดังนั้นใครจะยอมขายถั่วเงินที่ได้มาอย่างยากลำบากให้กันเล่า
ดังนั้น…
เผยหว่านเย่ว์ไม่สามารถจ่ายได้
เผยหว่านเย่ว์หน้าซีดทันทีเมื่อได้ยินว่านางถูกลงโทษปรับถั่วเงิน
ห้าร้อยเมล็ด…
“ฝ่าบาท ข้า ข้าไม่มีถั่วเงินมากมายขนาดนั้น…ลงโทษให้ข้าคัดลอกหนังสือแทนได้หรือไม่…” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยอย่างรวดเร็ว
เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งได้ยินดังนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดเล็กน้อย “พวกเจ้าคิดว่าการลงโทษของข้าหนักเกินไปหรือ”
“…” ทุกคนพากันส่ายศีรษะ “ไม่หนัก”
ไม่หนักจริงๆ…
ก็แค่ถั่วเงินเท่านั้น หากอยู่สำนักศึกษามานานแล้ว แค่การคัดลอกหนังสือก็สามารถหาได้แล้ว สำนักศึกษายังมีการบริจาคเงินอยู่เป็นระยะๆ เรือนคงกู่และเรือนหมู่ตันต่างก็บริจาคกันไม่ต่ำกว่าห้าร้อยถั่วเงิน
พูดได้เลยว่าเป็นบทลงโทษที่เบามาก
แต่สำหรับเผยหว่านเย่ว์แล้วมันแตกต่างออกไปเท่านั้น
แต่เนื่องจากเธอนางอยู่ในสำนักศึกษาแล้ว ก็ต้องถือว่าทุกคนเท่าเทียมกัน หากนางไม่กล้าที่จะทำผิด ก็ควรที่จะอยู่เฉยๆ ตอนนี้นางไม่เพียงแต่สร้างความวุ่นวาย แต่ยังลากพวกเขาเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย อย่าว่าแต่นางจะถูกไล่ออกจากสำนักศึกษาเลย ตอนนี้ชีไหวและอีกหลายคนแทบที่จะกินเผยหว่านเย่ว์ทั้งเป็นอยู่แล้ว
คนจากเรือนหมู่ตันอย่างพวกเขาให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีมาก ตอนนี้พวกเขาก็เสียมันไปหมดแล้ว
“ในเมื่อไม่หนัก ก็เอาอย่างนี้แล้วกัน” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเรียบๆ
เผยหว่านเย่ว์ตื่นตระหนกลนลานแล้ว
นางเพิ่งจะเข้ามาเรียนที่สำนักศึกษาเองนะ!
“พี่หญิงใหญ่ ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ข้าไม่รู้ว่าเกิดความเข้าใจผิดอย่างนั้นขึ้นได้อย่างไร อีกอย่างข้าก็ไม่มีความรู้ ข้ายังไม่เคยเห็นภาพวาดของอาจารย์อวิ๋นเวยมาก่อน ดังนั้นข้าก็เลย…พี่หญิงใหญ่ ท่านยกโทษให้ข้าได้หรือไม่” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยกับเซี่ยเฉียว
นางเคยคิดว่าด้วยหน้าตาและความสามารถของนาง นางจะได้รับความสนใจมากมายเมื่อมาเรียนที่สำนักศึกษาแห่งนี้
แต่กลับกลายเป็นว่านางได้มาอยู่ชั้นเรียนลำดับสุดท้าย นางจึงรู้สึกไม่สบายใจ
ในช่วงเวลาที่สับสนเลอะเลือน นางจึงนึกถึงเรื่องภาพวาดนั้นขึ้นมา
เซี่ยเฉียวเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อหลีกหนีจากเผยหว่านเย่ว์ที่ก้าวเข้ามาและพยายามจะจับมือนาง “ข้ามีน้องสาวแค่คนเดียวเท่านั้น น้องสาวของข้าน่ารักและช่างเอาใจใส่ เจ้าแซ่เผย หรือว่าเจ้าคิดที่จะทรยศบรรพบุรุษของเจ้า”
เซี่ยเฉียวพูดตัดบทง่ายๆ เพื่อผลักไสเผยหว่านเย่ว์