ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 181 ไม่พอใจ / ตอนที่ 182 นับว่าเขาทำ
ตอนที่ 181 ไม่พอใจ / ตอนที่ 182 นับว่าเขาทำ
ตอนที่ 181 ไม่พอใจ
สำนักศึกษากู่หลันเป็นถึงสำนักศึกษาใหญ่สามอันดับแรก จะรับคนไม่เลือกหน้าได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้ตอนที่เผยหว่านเย่ว์เข้าเรียนก็หาของขวัญไปมอบให้เพื่อให้ได้เข้าเรียน ตอนนี้นางเป็นคนออกมาจากสำนักศึกษากู่หลันเอง พอทำความผิดก็คิดจะกลับไป?
เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะยอมรับ
เผยหว่านเย่ว์กัดริมฝีปากของนาง เลือดไหลหยดในหัวใจ
มันเป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไรหนอ
นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเซี่ยเฉียวถึงซื้อผลงานขอปรมาจารย์มาได้
ถึงตอนนี้นางจะพูดอะไรก็สายไปเสียแล้ว ในเมื่อไม่มีถั่วเงิน นางก็ต้องจากไป
แต่ตอนนี้นางแบกหน้าเอ่ยปากขอยืม แต่กลับไม่มีใครยอมช่วยนางเลยสักคน ทุกคนถึงขนาดมองนางด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามราวกับมีดที่หล่นใส่ตัวนาง จนนางไม่อาจซ่อนความน้อยเนื้อต่ำใจเอาไว้ได้ นางทนอยู่ได้ไม่นานก็ต้องวิ่งหนีออกไป
นางร้องไห้กลับบ้านของตนเอง
เมื่อมองไปที่บ้านหลังเล็กๆ นี้ เผยหว่านเย่ว์ก็ยิ่งว้าวุ่นใจมากขึ้น
นางไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว จะกลับไปตระกูลเซี่ยก็ไม่ได้ ตอนนี้แม้แต่สำนักศึกษาก็ไม่ต้องการนางอีก…
ทั้งหมดเป็นเพราะเซี่ยเฉียว!
นางร้องไห้อยู่หลายชั่วยามจนในที่สุดก็ทนไม่ไหว จึงใช้ให้คนไปตามหลูซื่อมา ในเมืองหลวงแห่งนี้นางมีแม่เป็นญาติแค่คนเดียวเท่านั้น เมื่อเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ ท่านแม่จะต้องออกหน้าให้นาง
หลูซื่อยังงุนงงอยู่บ้างที่ถูกลูกสาวตามตัวมา
นางรู้สึกตกใจมากเมื่อได้ยินว่าลูกสาวถูกไล่ออกจากสำนักศึกษาหลวงแล้ว “ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าไปหาเรื่องเซี่ยเฉียว! ทำไมเจ้าไม่เชื่อฟังบ้าง!”
หลูซื่อถึงกับนั่งไม่ติดแล้วจริงๆ
นี่มันเรื่องใหญ่เชียวนะ!
หากถูกไล่ออกจากสำนักศึกษาหลวงแล้ว คิดจะเรียนอะไรก็คงเป็นไปไม่ได้ยาก กระทั่งคิดจะหาคู่ครองดีๆ สักคนในภายหน้าก็ยังยาก!
“ท่านแม่ เซี่ยเฉียวนั่นแหละที่ทำร้ายข้า ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าของนั่นเป็นของจริง ตอนที่นางนำภาพวาดออกมาให้ดูทีแรกท่านก็เห็นว่า นางระมัดระวังขนาดไหน แค่มองก็รู้แล้วว่ามีปัญหา…ไม่แน่ ไม่แน่คนในสำนักศึกษาอาจจะเจตนาช่วยนางปกปิด…” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยอย่างดื้อรั้น
หลูซื่อแทบอดไม่ไหวจนอยากจะตบนางสักฉาด
แต่กับลูกสาวของตัวเองนางก็ลงมือไม่ลง
“คนในสำนักศึกษาเจตนาช่วยนางปกปิด?! เจ้านี่มันเลอะเลือนไปแล้วหรือ พยายามจะเป็นจะตายเพื่อเข้าสำนักศึกษาหลวงให้ได้ กว่าจะเข้าไปได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วทำไมเจ้าไม่ตั้งใจเรียนหนังสือดีๆ เล่า เพิ่งเข้าไปเรียนได้แค่สองวันก็ถูกไล่ออกมาแล้ว ต่อไปบ้านไหนจะมาชอบเจ้า” หลูซื่อรู้สึกเสียใจภายหลังอย่างยิ่ง หากนางรู้อย่างนี้ก็คงไม่ปล่อยให้นางทำเรื่องงี่เง่าในตอนนั้น!
แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า เป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้…
เผยหว่านเย่ว์ร้องไห้อย่างหนัก “ท่านแม่ ข้าจะทำอย่างไรดี…”
“จะทำอย่างไรดี…” หลูซื่อพึมพำ “ยังจะมีทางไหนได้อีก ชื่อเสียงของเจ้าตกต่ำจนจมโคลนเช่นนี้ ต่อไปนี้ก็อย่าได้คิดที่จะไปเรียนหนังสือเสียเลย เจ้าก็อยู่บ้านนี้ไปแล้วกัน ข้าจะพาเจ้าออกไปพบปะผู้คนบ้างเมื่อมีโอกาส”
“หากอย่างนั้นต่อไปข้า…” เผยหว่านเย่ว์อึกอักลังเล
หลูซื่อเข้าใจนางได้จึงเอ่ย “ต่อไปนี้เจ้าก็อย่าคิดที่จะได้แต่งกับขุนนางชนชั้นสูงอีกเลย แม่อยู่ที่เมืองหลวงนี้มาหลายปีก็มองออกว่าคนในเมืองหลวงนี้ช่างเลือกจู้จี้จุกจิกกันทั้งนั้น ใครจะอยากแต่งงานกับคนมีชื่อเสียงเสื่อมเสียกันเล่า ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าก็แซ่เผยด้วย”
ลูกสาวของนางดูถูกตระกูลเซี่ย แต่กลับไม่เคยคิดเลยว่าตระกูลเผยนั้นเทียบไม่ได้แม้แต่ตระกูลเซี่ย!
เผยหว่านเย่ว์กัดฟันของนาง
หลูซื่อจึงถอนหายใจ
อันที่จริงเซี่ยผิงกั่งก็ไม่เลว น่าเสียดายที่แม่แต่งกับพ่อและลูกสาวแต่งกับลูกชายนั้นฟังดูไม่ดี บ้านไหนที่พิถีพิถันสักหน่อยก็จะไม่ทำเรื่องเช่นนี้
“ท่านลุงเซี่ยของเจ้ามีเพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดอยู่บ้าง ข้าจะถามมาให้เจ้า” หลู่ซื่อคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย
เดิมทีเผยหว่านเย่ว์ใฝ่ฝันที่จะแต่งเข้าบ้านขุนนางชั้นสูง นางไม่เคยคิดเลยว่าตอนนี้นางจะต้องเลือกแต่งกับขุนนางตำแหน่งเล็กๆ
กระทั่งว่าอาจจะไม่ได้รับเลือกก็ได้
นางอึดอัดคับแค้นใจอย่างยิ่ง
“ท่านลุงเซี่ยโกรธข้าแล้ว จะช่วยข้าเลือกคู่ครองอย่างจริงใจได้อย่างไร” เผยหว่านเย่ว์น้ำเสียงแหบแห้งด้วยความไม่พอใจ
ตอนที่ 182 นับว่าเขาทำ
ความโกรธที่สะสมมานานของหลูซื่อระเบิดออกมาในเวลานี้
“เจ้าบ่นว่าท่านลุงเซี่ยยังไม่พอใจเจ้าอีกหรือ เขาดีกับเจ้าไม่น้อย มีดสั้นที่มอบให้เจ้านั้นมีค่ากว่าพันตำลึงเลยนะ แล้วที่เขาให้เซี่ยเฉียวเล่า เขาไล่เจ้าออกมาครั้งนี้ก็ไม่ใช่เพราะเจ้าทำผิดหรอกหรือ” หลูซื่อจ้องลูกสาวตาเขม็ง “ท่านลุงเซี่ยของเจ้าเป็นคนกตัญญู ต่อไปเจ้าก็อยู่ให้มันสงบเสงี่ยมหน่อย ข้าจะพาเจ้าไปพบท่านย่า หากเวลานั้นท่านย่าออกปากพูด เขาจะต้องช่วยหาคนดีๆ ให้เจ้าแน่”
เผยหว่านเย่ว์พยักหน้าเงียบๆ
ตอนนี้นางก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้วนอกจากพยักหน้า
เรื่องนี้ก็ล่วงรู้ไปถึงบ้านตระกูลเซี่ยเช่นกัน
หลังจากเซี่ยผิงกั่งได้ยืนเรื่องนี้ เขาก็แค่ส่งเสียง ‘อืม’ หนึ่งทีโดยไม่ได้ถามอะไรอีก
ตอนนี้คนคนนั้นก็ไม่ได้เป็นน้องสาวของเขาแล้ว เขาจะถามให้มากความไปทำไม
จะเป็นจะตายแล้วจะสำคัญกะไร
“ว่ากันว่าฝ่าบาทจะเสด็จไปที่ศาลตัดสินคดีความ ช่วงนี้พวกคนที่ทำงานก็ตัวสั่นงันงกกัน เบื้องบนกลัวว่าตอนที่ฝ่าบาทมาจะไม่มีผลงานอะไรมาแสดง ตอนนี้ข้าได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว เดิมทีคิดว่าจะได้อยู่ขั้นเก้า แต่นึกไม่ถึงแลยว่าจะได้เลื่อนขึ้นไปสูงกว่านั้นอีกขั้นหนึ่ง ตอนนี้ข้าเป็นผู้พิจารณาคดีขั้นแปดชั้นโท แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โต แต่ก็พอมีสิทธิ์มีเสียงอยู่บ้างในศาลตัดสินคดีความ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างเรียบง่าย
เซี่ยหนิวซานพยักหน้าอย่างชื่นชม “ไม่เลวเลยลูกพ่อ ข้าคิดว่านอกจากข้าแล้วตระกูลของเราจะไม่มีใครสามารถเป็นขุนนางได้แล้วเสียอีก!”
ยังไม่เข้าขั้น นั่นยังไม่นับว่าเป็นขุนนางหรอก
“น้องหญิงใหญ่ เจ้ากินให้มากกว่านี้เสียหน่อยสิ” เซี่ยผิงกั่งคีบน่องไก่มันเยิ้มอันใหญ่ให้เซี่ยเฉียว
เซี่ยเฉียวหนังตากระตุกทันที
แม่ครัวที่บ้านนี้ทำอาหารไม่ค่อยอร่อย สู้ฝีมือการทำอาหารของท่านยายวั่นและชุนเอ๋อร์ไม่ได้
หากนางกินน่องไก่นี้ลงไปคำหนึ่งคงต้องเสี่ยงตายเพราะความมันนี้แน่
หลูซื่อเหลือบมองเซี่ยเฉียวด้วยสีหน้าละอาย “เฉียวเอ๋อร์ เย่ว์เอ๋อร์นาง…ไม่รู้ความ เจ้าอย่าถือสานางเลยนะ…”
“ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ก็แค่คนนอกพวกนั้น ข้าไม่เก็บมาใส่ใจหรอก” เซี่ยเฉียวแสร้งทำเป็นซื่อ และเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้นาง
หลูซื่อรู้สึกหนาวเหน็บถึงขั้วใจหัวใจ
“หากท่านแม่รักใคร่เอ็นดูนาง จะออกไปพบนางเป็นบางครั้งก็ได้ ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกตระกูลเผย แต่เป็นเพราะตระกูลเผยเลี้ยงดูนางออกมาให้เป็นคนอย่างไรก็เท่านั้นเอง ข้าได้ยินมาว่าเรื่องนี้รัชทายาทเป็นคนตัดสินเอง ท่านแม่ไม่ควรที่จะพร่ำบ่น หาไม่เช่นนั้นแล้วหากเรื่องนี้แพร่ออกไป คงไม่มีใครในบ้านเราปกป้องพวกท่านได้” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยปากขึ้นอีก
“ข้าจะพร่ำบ่นอะไรได้ แต่นี่คือที่บ้าน ข้าถึงได้…” หลูซื่อเอ่ยอย่างรวดเร็ว
นางยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยผิงกั่งก็มองไปที่นางอย่างเคร่งขรึม “ที่บ้านก็พูดจาเหลวไหลไม่ได้ บ่าวรับใช้มากมายขนาดนี้ มากคนมากความ เรื่องไม่เป็นเรื่องแพร่ออกไปก็เป็นเรื่องได้ ข้าได้ยินมาว่าในปีนั้นที่รัชทายาทเกิดเรื่อง มีฮูหยินบ้านหนึ่งพูดเรื่องนี้ขึ้นมา สุดท้ายนางก็ต้องดื่มเหล้าพิษจนเป็นใบ้ไป”
หลูซื่อใจเต้นกระตุก
เซี่ยเฉียวเองก็ตกตะลึงเช่นกัน “รัชทายาททำหรือ”
“เขาจะทำหรือไม่ก็ต้องนับว่าเขาทำ ถึงอย่างไรเรื่องบางเรื่องก็ไม่สามารถพูดที่บ้านได้” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยเตือนหลูซื่อเป็นนัยๆ
พ่อของเขาเลือกภรรยาได้ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก
ทำให้นางตกใจจนไม่กล้าเอ่ยปากได้เป็นดี
เซี่ยหนิวซานเข้าใจลูกชายของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะพูดอะไร
เซี่ยผิงกั่งรู้ดีว่า หากไม่ได้เซี่ยเฉียวชี้นำเบาะแสในตอนนี้ เขาคงไม่สามารถคลี่คลายคดีได้ง่ายขนาดนี้
แต่เบาะแสของนางแปลกประหลาดมากราวกับจะได้มาจากความว่างเปล่า ดังนั้นผลงานครั้งนี้จึงไม่สามารถพูดกับคนภายนอกได้ จึงได้แต่คุยโม้กับที่บ้านสองสามคำ แสดงจุดยืนของเขาเท่านั้น
อันที่จริงเซี่ยเฉียวยังได้ยินมาว่าเซี่ยผิงกั่งได้รับเงินรางวัลด้วย
เดิมทีนางคิดว่าที่เขาเชิญนางมากินข้าวเป็นพิเศษก็เพื่อจะมอบของขวัญขอบคุณให้นาง นึกไม่ถึงว่านางกินข้าวเสร็จแล้วก็ยังไม่เห็นว่ามีอะไร
พอถึงตอนที่นางเตรียมตัวกลับไปที่เรือนของตนเอง กลับได้เห็นว่าเซี่ยผิงกั่งกลับไปที่เรือนของตนเพื่อเช็ดทำความสะอาดหอกยาวแล้ว
ของใหม่
เป็นของใหม่แน่นอน
เซี่ยเฉียวแอบกลอกตาใส่เซี่ยผิงกั่ง
รู้จักซื่ออาวุธให้ตัวเองได้ แต่กลับไม่รู้จักที่จะซื้อของกินของเล่นอย่างดี ให้น้องสาวบ้าง?!
เจ้าหมูนี่!