ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 185 หมาป่าไม่รู้คุณ / ตอนที่ 186 ลางร้าย
ตอนที่ 185 หมาป่าไม่รู้คุณ / ตอนที่ 186 ลางร้าย
ตอนที่ 185 หมาป่าไม่รู้คุณ
ข้างนอกมีคนมาร่วมชมเรื่องสนุกโดยไม่รังเกียจว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตแค่ไหน
เมื่อได้ยินคำพูดที่พวกเขาทะเลาะกันก็พอจะเดาออกแล้วว่ามันหมายถึงอะไร อดที่จะนินทาพวกเจิ้งหลู่เซิงขึ้นมาไม่ได้
“บ้านหลังนี้น่าจะถูกผู้หญิงคนนี้ซื้อเมื่อสามปีที่แล้วใช่หรือไม่ ข้าเห็นผู้ชายคนนี้มาบ้างเป็นครั้งคราว ช่วงนี้ก็เห็นว่ามาบ่อยขึ้นนะ” มีเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างนอกพูดตามความจริง
ฮูหยินเว่ยได้ยินดังนั้นก็หายใจติดขัดขึ้นมาทันที
จู่ๆ นางก็แค่นเสียงเยาะ แล้วขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “สามปี! สามปีก่อนแม่ของเจ้าล้มป่วย เจ้ายังมาขอยืมเงินข้าอยู่เลย! เจ้าก็ด้วย สามปีที่แล้วลูกสาวของข้าก็แต่งเข้าบ้านเจ้าไปแล้วด้วย!”
เหอซิ่วเอ๋อร์รู้สึกสับสนและตื่นตระหนก แต่นางรู้สึกตื่นเต้นยินดีมากกว่า
ในเมื่อพวกเขารู้แล้วก็ดีเหมือนกัน ในที่สุดนางก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แล้ว
เจิ้งหลู่เซิงมักจะพูดอยู่เสมอว่าครอบครัวเขายังมีเรื่องที่ต้องพึ่งพาตระกูลเว่ย จึงไม่เหมาะที่จะแต่งงานใหม่ตอนนี้ ดังนั้นนางจึงไม่อาจออกหน้าออกตาไปพบเจอผู้คนได้ตลอดมา
ส่วนคำพูดของฮูหยินเว่ยนั้น นางไม่ถือสาแม้แต่น้อย
สามปีก่อนแม่ของนางล้มป่วย ซึ่งก็ไม่ได้ป่วยร้ายแรง แต่นางไม่มีเงินที่จะซื้อยาเลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงแค่นั้นนางยังต้องทำงานให้บ้านตระกูลเว่ยแทนแม่ของนางด้วย
นางกำลังซักผ้าของแม่ลูกตระกูลเว่ยอยู่ในเรือน แล้วพวกนางเล่า
พูดคุยหัวเราะ กินของว่าง สนทนากัน
แม่นางเว่ยคนนั้นยังมักจะพูดต่อหน้านางเสมอว่าเจิ้งหลู่เซิงนั้นดีแค่ไหน…
แน่นอนว่านางก็รู้ว่าเจิ้งหลู่เซิงเป็นคนดี เพราะพวกนางก็โตมาด้วยกัน นางและเจิ้งหลู่เซิงก็เป็นคู่หมายกันมาแต่เล็กเช่นกัน!
หากไม่ใช่เพราะนางเป็นคนจนและตระกูลเว่ยร่ำรวย เจิ้งหลู่เซิงจะผูกสัมพันธ์กับตระกูลเว่ยได้อย่างไรเล่า
ขณะนั้นนางก็รู้เลยว่านางยอมเป็นคนไม่ดีมากกว่าที่จะยอมอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวตลอดไป
“ท่านป้าเว่ย อย่าได้พูดเลยว่าลูกสาวของท่านโมโหจนต้องตาย ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ก็ทำการชันสูตรแล้ว และเห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะตัวนางมีสุขภาพไม่ดี ไม่ยอมหายใจเอง” เหอซิ่วเอ๋อร์ยืนขึ้นมา “แต่แรกข้ากับหลู่เซิงไม่ได้มีอะไรกัน แต่เขาเห็นว่าข้าน่าสงสาร จึงได้ซื้อบ้านให้ข้าอยู่หลังหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้ลูกสาวของท่านก็ตายไปปีหนึ่งแล้ว ต่อให้หลู่เซิงคิดจะแต่งงานใหม่ มันก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลนี่ ท่านจะให้หลู่เซิงอยู่กับลูกสาวของท่านไปตลอดชีวิตหรือ”
เมื่อฮูหยินเว่ยได้ยินดังนั้น นางก็โมโหขึ้นมา
“เจ้าลองถามชาวบ้านดูสิว่า ตระกูลเว่ยของข้าห้ามเขาแต่งงานใหม่เมื่อไหร่กัน” นายท่านเว่ยน้ำเสียงเย็นชา “เจิ้งหลู่เซิง ลูกสาวของข้าจะไม่ร่วมฝังกับสุสานตระกูลของเจ้า กลับไปแล้วก็ให้ย้ายหลุมฝังศพทันที ไม่เช่นนั้นตระกูลเจิ้งของเจ้าก็อย่าได้คิดที่จะทำกิจการต่อไปอีกเลย”
หลังจากพูดจบนายท่านเว่ยก็ช่วยพยุงภรรยาของเขาให้ลุกขึ้น
ที่นี่สกปรก ยิ่งดูนานก็ยิ่งแปดเปื้อนลูกตา!
หลังจากที่สองสามีภรรยาจากไปแล้ว สีหน้าของเจิ้งหลู่เซิงก็ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เขาโชคร้ายมาก
แม้แต่ดื่มน้ำเขาก็สำลักได้ แค่เดินก็หกล้ม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เมื่อวานก็มีวัดนอกเมืองแห่งหนึ่งได้คืนเทียนของตระกูลเขา และบอกว่าจะเปลี่ยนไปซื้อของคนอื่นแทน
เขาถูกบิดาตำหนิในเรื่องนี้ ดังนั้นวันนี้เขาจึงออกมาหาทางผ่อนคลายอารมณ์
ใครจะไปรู้ว่าเขาจะถูกพ่อตาแม่ยายตามมาหาถึงที่เช่นนี้
เขาโชคร้าย โชคร้ายเกินไปแล้ว
สีหน้าของเจิ้งหลู่เซิงมืดมนหม่นหมองจนน่ากลัว เขาจากไปทันทีโดยไม่สนใจเหอซิ่วเอ๋อร์ ถึงอย่างไรภูมิหลังของตระกูล เจิ้งก็ไม่ดีเท่าตระกูลเว่ย นอกจากนั้นตระกูลเจิ้งก็ทำได้แค่เทียนเท่านั้น แต่ตระกูลเว่ยสามารถทำได้ทั้งสองอย่าง หากพ่อตาแม่ยายโกรธขึ้นมา กิจการของตระกูลเจิ้งก็คงจะดำเนินต่อไปได้ยาก!
สองสามีภรรยาตระกูลเว่ยกลับมาถึงบ้านแล้ว ขณะที่เซี่ยเฉียวกำลังดื่มชารอพวกเขาอยู่ในบ้าน
เมื่อพวกเขาเห็นเซี่ยเฉียว ทั้งคู่ต่างก็แสดงความขอบคุณนาง แต่สีหน้าของพวกเขาก็ยังไม่ค่อยดีนัก ดูหดหู่ยิ่งนัก
“ทำชั่วย่อมได้ชั่ว และผลกรรมก็คงตามสนองในอีกไม่นานนี้แล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยเบาๆ
พลังพิฆาตที่นางจัดวางไว้ไม่ได้ไร้ประโยชน์
“ท่านผู้รู้ไม่จำเป็นต้องปลอบใจพวกเราหรอก ตอนนี้ตระกูลเจิ้งก็ลอยลมแล้ว ต่อให้พวกเราสองสามีภรรยาแสดงท่าทีออกไป แล้วทำให้กิจการของตระกูลเจิ้งแย่ลงมากก็ตาม แต่พวกเขาก็ได้เรียนรู้ทักษะงานฝีมือนี้จนทำเป็นแล้ว ยังจะต้องกังวลว่าจะเลี้ยงดูครอบครัวไม่ได้อีกหรือ” นายท่านเว่ยถอนหายใจ
นี่คือเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกแย่ที่สุด
เขาป้อนอาหารให้หมาป่าไม่รู้คุณเองกับมือ
ตอนที่ 186 ลางร้าย
สองสามีภรรยายังไม่เลอะเลือนสับสน ตอนนี้พวกเขาแค่ต้องการทำตามความปรารถนาสุดท้ายของลูกสาวตนเอง ด้วยการย้ายนางออกจากสุสานตระกูลเจิ้ง
หากใช้เรื่องกิจการมาข่มขู่ ควบคู่ไปกับแรงกดดันจากคำพูดของเพื่อนบ้าน ก็น่าจะเป็นไปได้ไม่ยาก
เพียงแต่ความแค้นครั้งนี้ยากที่จะกล้ำกลืนลงไปได้เท่านั้น
เซี่ยเฉียวส่ายหน้า “ไม่ใช่หรอก ตอนนี้เจิ้งหลู่เซิงมีเกณฑ์ถูกลงโทษ พวกเจ้าอดทนรอต่อไปก็พอ คนที่ขาดคุณธรรมจะไม่เป็นที่โปรดปรานตลอดไปหรอก”
เมื่อสองสามีภรรยาได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสงสัยและมีคาดหวังเล็กน้อย
ทันทีที่เจิ้งหลู่เซิงกลับมา เขาก็ต้องการที่จะพบพ่อตาและแม่ยายของเขา
เขาพูดออกมาต่อหน้าทุกคนว่า เขาทำผิดไปแล้ว และเขาไม่ควรแอบติดต่อส่งเพลงกลอนกับผู้หญิงคนนั้น แต่เขาก็รับประกันด้วยว่าระหว่างเขากับเหอซิ่วเอ๋อร์ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
กระทั่งยังนำแม่นางเว่ยที่ตายไปแล้วออกมาอ้างว่า บ้านหลังนั้นเป็นบ้านที่พวกเขาสองสามีภรรยาซื้อให้กับเหอซิ่วเอ๋อร์
เนื่องจากชื่อเสียงที่ดีของเจิ้งหลู่เซิง เพื่อนบ้านหลายคนจึงเชื่อเขา
มีเพียงแต่สามีภรรยาตระกูลเว่ยเท่านั้นที่รู้สึกว่าลูกเขยของพวกเขาน่ากลัว
“คุณชายเจิ้ง เจ้าทำอะไร วิญญาณรู้เห็น ในช่วงไม่กี่วันมานี้เจ้ารู้สึกหนาวสั่น ใส่เสื้อผ้าอย่างไรก็ยังรู้สึกไม่อบอุ่นขึ้นมาใช่หรือไม่” เมื่อเห็นว่าสามีภรรยาตระกูลเว่ยโกรธจนสีหน้าดูไม่ดี เซี่ยเฉียวจึงได้เอ่ยปากขึ้น
เจิ้งหลู่เซิงหนังตากระตุก ตัวแข็งเกร็งไปทั้งร่างทันที “เจ้าเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวงมาจากไหน เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่พูดจาเหลวไหลกับพ่อตาแม่ยายของข้า”
เซี่ยเฉียวยิ้มอ่อนๆ
“คุณชายเจิ้ง จุดอิ้นถัง[1] กลางหว่างคิ้วของเจ้าหมองคล้ำ หายนะกำลังใกล้เข้ามาแล้ว หากคุณชายเจิ้งไม่เชื่อ…จะลองลุกขึ้นยืนดูก็ได้นะ”
เจิ้งหลู่เซิงกลับคิดว่าเรื่องนี้แปลกประหลาด
ลุกขึ้นยืน?!
มันจะเป็นอย่างไรได้หรือ วิญญาณแค้นของสะใภ้เว่ยจะมาเอาชีวิตเขาได้อย่างนั้นหรือ!
เวลานี้เจิ้งหลู่เซิงกำลังคุกเข่าอยู่ต่อหน้าสองสามีภรรยาตระกูลเว่ย เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยเฉียว เขาจึงต้องการยืนขึ้นทันที
แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเขาหนักมาก
ราวกับว่ามีก้อนหินขนาดใหญ่กดทับเขาอยู่กระนั้น สองขาของเขาไม่สามารถขยับได้!
เหงื่อเย็น ผุดออกมาทันที
ในเวลานี้เพื่อนบ้านที่กำลังมองดูพวกเขาต่างก็พากันตกใจ
เซี่ยเฉียวเงยหน้ามองขึ้นไปยังท้องฟ้า ความมืดปกคลุม และมีแสงรุนแรงจางๆ อยู่ทางทิศใต้ของบ้านตระกูลเจิ้ง
ทิศจูเชวี่ย[2] ไฟยามเที่ยงที่ใกล้น้ำ เสียหายหนัก
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วด้วยความงุนงงเล็กน้อย
พลังพิฆาตตระกูลเจิ้งครั้งนี้กลับรุนแรงกว่าที่นางคิดเอาไว้มาก เจิ้งหลู่เซิงคนนี้แอบทำอะไรไว้กันแน่!
“มีไฟไหม้ทางทิศใต้หรือ” ในฝูงชนมีคนมองไปทางทิศใต้ก่อนจะพึมพำขึ้นมา
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็มองไปที่นั่นทันที
พวกเขาก็ได้เห็นควันพลุ่งพล่านออกมา สะท้อนภาพดวงอาทิตย์สีแดง
ในเมืองหลวงหอป้องกันไฟอยู่ทุกหนทุกแห่ง ตอนนี้พวกเขาน่าจะเคลื่อนไหวกันหมดแล้ว แต่ในขณะที่เกิดเพลิงไหม้ เซี่ยเฉียวมองเห็นโหงวเฮ้งของความพ่ายแพ้บนใบหน้าของเจิ้งหลู่เซิง
บุญหมดไปแล้ว พลังพิฆาตเข้ามาแทน และพลังก็ดุร้ายรุนแรง
ไฟทางทิศใต้นั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลเจิ้งแน่ มิฉะนั้นก็คงจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเช่นนี้
“นั่น…ไม่ใช่โรงทำเทียนของตระกูลเจิ้งหรือ” มีใครบางคนได้กลิ่นแปลกๆ
โรงทำเทียนของตระกูลเจิ้งไม่ได้อยู่ห่างออกไปจากที่นี่มากนัก
เจิ้งหลู่เซิงหันกลับไปมองอย่างกะทันหัน และหลังจากที่เขาคาดคะเนตำแหน่งของไฟได้แล้ว ใบหน้าของเขาก็ซีดลงทันที และพยายามจะลุกขึ้นอย่างสุดชีวิต!
แต่ร่างกายของเขาราวกับมีก้อนหินแขวนอยู่ เขา เขาขยับตัวไม่ได้!
เกิดอะไรขึ้น!
แย่แล้ว จะให้ไฟไหม้ไม่ได้ หากไหม้หมดแล้ว ชีวิตนี้ของเขาก็จบสิ้นกัน!
เซี่ยเฉียวมองเห็นว่าวิญญาณสะใภ้เว่ยพยายามกดร่างของเจิ้งหลู่เซิงอยู่ จนทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
สถานที่นี้พลังพิฆาตรุนแรงมาก พลังของนางได้รับการส่งเสริมจึงสามารถทำเช่นนี้ได้ แต่วิญญาณธรรมดาไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้น และความสามารถระดับนี้จะคงอยู่ได้ไม่นาน
แล้วก็เป็นอย่างที่นางคิดไว้จริงๆ หลังจากที่เจิ้งหลู่เซิงดิ้นรนอยู่พักหนึ่ง จู่ๆ พอเขาเอนตัวไปข้างหลังก็สามารถเคลื่อนไหวได้
ใบหน้าของวิญญาณผู้หญิงซีดลง นางดูอ่อนแอเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวโจมตีสะบัดยันต์ออกไปเพื่อเก็บวิญญาณหญิงสาวไว้ชั่วคราว ปล่อยให้การฝึกฝนตนเอง หลังจากคลี่คลายปัญหานี้แล้ว ค่อยรอจนถึงวันที่จะส่งนางไปเกิดใหม่
————————-
[1] จุดอิ้นถัง อยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างหัวคิ้วทั้งสองข้าง เป็นจุดพิเศษที่ไม่เกี่ยวกับเส้นลมปราณ สามารถรักษา อาการปวดหัว เวียนหัว นอนไม่หลับ คลายเครียดได้
[2] ทิศจู่เชวี่ย ทิศใต้