ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 187 จุดเทียนเถอะ / ตอนที่ 188 เข้าไปไม่ได้
ตอนที่ 187 จุดเทียนเถอะ / ตอนที่ 188 เข้าไปไม่ได้
ตอนที่ 187 จุดเทียนเถอะ
หลังจากที่เจิ้งหลู่เซิงเคลื่อนไหวได้ เขาก็วิ่งไปที่โรงทำเทียนทันที เพื่อนบ้านหลายคนก็ติดตามเขาไปด้วย
แต่เพลิงที่โรงทำเทียนลุกไหม้รุนแรงมาก
คนที่มาช่วยดับไฟมีไม่น้อย แต่พวกเขาเข้าไปได้ช้า เนื่องจากข้างในเป็นขี้ผึ้งทั้งนั้น
แม้แต่ภายในเรือนใหญ่ของโรงงานทำเทียนแห่งนี้ก็มีไส้เทียนและขี้ผึ้งจำนวนมาก ยิ่งกว่านั้นยังมีเทียนขนาดยักษ์สูงประมาณเจ็ดแปดฉื่อวางอยู่ใกล้กับด้านในของโรงทำเทียน ซึ่งตอนนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยเปลวไฟ และกำลังค่อยๆ หลอมละลาย
“มัวยืนนิ่งกันอยู่ทำไม รีบไปย้ายเทียนบูชานั่นมาสิ!!” เจิ้งหลู่เซิงวิ่งเข้ามาด้วยสภาพน่าอดสู จากนั้นเขาก็ตะโกนใส่คนงานในโรงทำเทียน
เทียนบูชาทำออกมาเป็นสีแดงเพลิงสวยงาม และลวดลายที่แกะสลักด้านนอกก็วิจิตรบรรจง
ตอนนี้มันกำลังละลายเพราะเปลวเพลิงที่อยู่ใกล้ๆ และมองเห็นได้ไม่ชัดอีกต่อไป
ทันทีที่เขาพูดออกมาเช่นนั้น คนงานที่น่าสงสารก็รีบเร่งเข้าไปเตรียมจะขนย้ายเทียนเล่มใหญ่
เปลวเพลิงในเรือนหลังนี้ไม่รุนแรงนัก จึงสามารถดับไฟไปได้หลายจุดแล้ว
เพียงแต่เทียนบูชาอยู่ใกล้เปลวเพลิง ดังนั้นทุกคนจึงไม่กล้าเข้าใกล้
เวลานี้เจิ้งหลู่เซิงสั่งปาวๆ ให้พวกเขาเข้าไป คนงานหาเลี้ยงชีพอย่างพวกเขาจึงต้องเข้าไปอย่างเสียไม่ได้
อย่างไรก็ตามคลื่นความร้อนที่ปะทะใบหน้าทำให้พวกเขาต้องถอยห่าง
ทันใดหลังจากนั้น
สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป
เทียนเล่มนั้นค่อยๆ ละลาย ขี้ผึ้งไหลลงมา พวกเขาจึงได้เห็นใบหน้าหนึ่งโผล่ออกมาจากเทียน ยิ่งนานก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
“…” เซี่ยเฉียวหนังตากระตุกทันที
มิน่าพลังพิฆาตจึงได้รุนแรงขนาดนี้!
เจิ้งหลู่เซิงทำเรื่องชั่วร้ายมากมาย ดังนั้นผลกรรมจึงยิ่งรุนแรงมากขึ้น!
สีหน้าของเจิ้งหลู่เซิงเปลี่ยนไป ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน จากนั้นสภาพอากาศใกล้โรงงานทำเทียนแห่งนี้ก็ราวกับจะดูมืดมนลง เมื่อทุกคนเงยหน้าขึ้นจึงได้เห็นเมฆดำทะมึนปกคลุม
ควันสีดำปกคลุมหนาแน่น เปลวไฟลุกโชติช่วง ความเย็นเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทุกรูขุมขนสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว จะต้องมีบางอย่างผิดปกติ
เซี่ยเฉียวหนังตากระตุกทันที
ซวยแล้ว..จริงๆ
วันนี้นางออกมาโดยไม่ได้คำนวณปฏิทิน ทั้งยังไม่ได้นำต้าสยงมาด้วย!
“ผิดปกตินะนี่…เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงดับไฟนี้ไม่ได้ ทั้งยังลุกลามใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ อีก” จู่ๆ ทหารที่มาดับไฟก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ นอกจากนั้นพวกเขาก็ยังไม่สามารถบอกได้ด้วยว่ารู้สึกเย็นหรือร้อนกันแน่
เปลวเพลิงทำให้ใบหน้าแดงก่ำและเหงื่อไหลออกมาไม่หยุด
แต่พวกเขากลับรู้สึกสั่นสะท้าน
“วิญญาณแค้นออกมาแล้ว” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นเบาๆ สายตาของนางมองไปยังที่ว่างเหนือเทียนบูชาเล่มนั้น
มันถูกปิดผนึกมาตลอด พลังก็ยังไม่มากพอ พอตอนนี้ศพได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกครั้ง ความแค้นเคืองคับฟ้า…วิญญาณนี้…เกรงว่าจะแผลงฤทธิ์แล้ว
เม็ดเหงื่อหยดลงมาบนใบหน้าของเซี่ยเฉียว นางรู้สึกหายใจไม่สะดวกเล็กน้อย
เปลวเพลิงนี้แย่งอากาศของนาง
“วิญญาณแค้น?!” สีหน้าของสามีภรรยาตระกูลเว่ยเปลี่ยนไปอย่างมาก คนที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้ยินเรื่องนี้เช่นกัน จากนั้นทุกคนต่างก็พากันกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
บรรยากาศมันเเปลกเกินไปแล้ว
มีบางคนคิดจะหลบออกไป
ที่น่าแปลกก็คือ จู่ๆ บริเวณโดยรอบก็ล้อมไปด้วยควันดำ และไม่มีทางออกเลยสักนิด!
เซี่ยเฉียวหยิบยันต์ออกมาจากกระเป๋าของนางทันที
นางมียันต์ล้างทวารอยู่ไม่มาก มีเพียงสามถึงห้าแผ่นเท่านั้น หลังจากให้สามีภรรยาตระกูลเว่ยไปแล้วคนละแผ่น ที่เหลือก็เป็นของนาง สามีภรรยาคู่นี้ถือเป็นนายจ้างของนาง พวกเขาจะตายไม่ได้ ส่วนคนอื่นๆ ตอนนี้นางดูแลไม่ไหวจริงๆ
ท้ายที่สุดถ้านางตายเพราะควันดำ คนอื่นๆ ก็ต้องตายเช่นกัน
สถานการณ์ที่มีควันหนาทึบเช่นนี้ คนจากภายนอกเข้ามาไม่ได้ และไม่มีใครสามารถออกไปได้เช่นกัน
ไม่แน่หัวข้อข่าวของวันพรุ่งนี้อาจจะเป็น โรงงานทำเทียนทางทิศใต้ของเมืองหลวงถูกไฟไหม้ ผู้คนหลายสิบถูกขัง ไม่มีใครรอดเลยสักคน!
ไม่ได้นะ
ทันทีที่นางใช้ยันต์ล้างทวาร ควันสีดำก็ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกอึดอัดอีกแล้ว เซี่ยเฉียวนำกระดิ่งวิเศษออกมาจากกระเป๋าสะพายของนางทันที
นางสั่นกระดิ่ง
มันส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง
“อ๊า…” เสียงร้องประหลาดดังขึ้น และครู่ต่อมาวิญญาณแค้นที่ดูเหมือนหุ่นขี้ผึ้งก็ปรากฏตัวขึ้นในหมอกหนา ดวงตาทั้งคู่ของมันเป็นสีแดงเพลิง และตรงส่วนอื่นๆ ก็สะท้อนแสงสีแดงเยิ้มเล็กน้อย มืดมนและน่าสยดสยองยิ่งนัก
ตอนที่ 188 เข้าไปไม่ได้
วิญญาณนี้ดูสะอาดสะอ้านมาก ไม่มีร่องรอยของเลือดบนร่างกายของมันเลยแม้แต่น้อย แต่มันก็ยังดูประหลาดและน่าขยะแขยง
ดูเหมือนว่าน้ำมันขี้ผึ้งจะท่วมไปทั้งร่างของเขากระนั้น ซึ่งทำให้วิญญาณนี้ดูหนักขึ้นเล็กน้อยราวกับหุ่นที่ห่อหุ้มด้วยแผ่นฟิล์ม
แม้แต่รู้ม่านตาก็เหมือนลูกแก้วสีแดง ดูไม่มีประกายเลยแม้แต่น้อย
คนคนนี้น่าจะขาดอากาศหายใจจนตายภายใต้ขี้ผึ้ง
แต่วิญญาณแค้นระดับนี้ไม่มีจิตสำนึกที่จะพูดคุยด้วยเหตุผลได้แล้ว
ในเวลานี้ดวงตาที่มืดมนของเขาเหมือนเปลวไฟที่ลุกโชน หลังจากรู้สึกได้ถึงอันตรายที่เซี่ยเฉียวอาจจะนำมาให้ มันก็รีบพุ่งไปหานางทันที
คลื่นความร้อนและควันสีดำพุ่งมาตรงหน้าเซี่ยเฉียว
กระดิ่งวิเศษในมือของเซี่ยเฉียวสั่นขึ้นมา หมอกสีดำนั้นราวกับได้พบกับศัตรูที่ทรงพลัง มันแตกกระจายไปด้านหลัง
นางหยิบกระบี่ไม้ท้อออกมาทันที แล้วมองดูกระบี่นั้นอย่างจนปัญญา มันเล็กเกินไป
วันนี้นางไม่ได้คาดหวังว่าจะได้พบกับวิญญาณที่ทรงพลังขนาดนี้ ดังนั้นนางจึงไม่ได้นำอาวุธวิเศษติดตัวมาด้วย
ทุกคนเห็นว่าในสภาพแวดล้อมที่ชวนสำลักนี้มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ส่องแสงจางๆ ออกมา
นักพรตยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตานางเป็นประกาย
นางถือกระบี่เล่มเล็กอยู่ในมือ ก่อนจะซัดยันต์สีเหลืองออกมา และตะโกนขึ้นว่า “นภาฟ้าม่วง สายัณห์แดงชาด ประกายเรืองรอง กลืนกินวิญญาณ ยืนขึ้นรับลม! ชิวหาทนต์เขียว ชายชราสี่ตา เทพสวรรค์สังหาร ปัดเป่าความชั่วร้าย! ทหารสามแสน ปกป้องคุ้มครองข้า จงรีบรับคำสั่ง!”
ทันทีที่สิ้นเสียง พวกเขาก็ได้เห็นกระบี่ไม้ท้อเล่มนั้นกวัดแกว่งฉวัดเฉวียน!
ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาตาลายไปแล้วหรือไม่ จึงได้เห็นกระบี่ไม้ท้อเล่มนั้นลอยอยู่ตรงหน้านักพรต
ไม่เพียงเท่านั้น ราวกับว่ามีแสงนับไม่ถ้วนบริเวณรอบๆ พุ่งตรงไปยังหมอกสีแดงกลุ่มนั้น
หมอกสีแดงก็ดูแปลกประหลาดเช่นกัน ทั้งๆ ที่เห็นกันอยู่ว่าไม่มีอะไร แต่ดูเหมือนว่ามันจะมีสติปัญญาจนทำให้รู้สึกสยองพองขน!
ทุกคนหายใจลำบาก แต่ละคนจึงต่างพากันปิดปากและจมูก
พวกเขากำลังพยายามที่จะเอนกายลงแนบพื้นให้ได้มากที่สุด
พวกเขายังสามารถเห็นศพคนที่อยู่ในเทียนบูชาที่กำลังหลอมละลายเล่มนั้นได้
น่าหวาดผวาอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวเหงื่อออกเต็มศีรษะ มือของนางพยายามรักษาท่าทางสาปแช่งเอาไว้ ปากก็พึมพำคาถาสาปแช่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สิ่งที่นางเห็นเป็นการปะทะกันของพลังวิญญาณและพลังพิฆาต และการโจมตีกันของพลังฝ่ายดีและพลังฝ่ายชั่ว
“พวกเจ้าเป็นคนชั่ว ข้าจะกินพวกเจ้า กินพวกเจ้าให้หมด!” วิญญาณแค้นส่งเสียงต่ำลึกออกมา
เซี่ยเฉียวกัดฟัน “เนื้อของข้า เกรงว่าเจ้าคงกัดไม่ได้”
หลังจากพูดจบเซี่ยเฉียวก็นำยันต์อีกแผ่นออกมาอย่างรวดเร็ว
“สามเทพซู่เซียว จิ่วเสวียนพิฆาต ราชาเทพกระบี่ สังหารปีศาจร้าย ลุกขึ้น!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ลมอันบ้าคลั่งก็พัดไปทั่วสารทิศ ยันต์สีเหลืองในมือของเซี่ยเฉียวราวกับเส้น แสงสีทองสายหนึ่งลอยขึ้นไปต่อสู้กับวิญญาณแค้นนั้น!
สองสามีภรรยาตระกูลเว่ยตกใจจนขวัญกระเจิง
พวกเขาไม่รู้ว่าจู่ๆ ท้องฟ้าเป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร มันมืดครึ้ม ทั้งยังมีลมพัดแรงขนาดนี้ จนทำให้ยันต์ในมือของนักพรตปลิวไปปลิวมา เป็นฉากที่ดูแปลกประหลาดมาก
อย่างไรก็ตาม เดิมทีพวกเขาคิดว่าเปลวไฟจะยิ่งโหมแรงขึ้นหลังจากที่มีลมพัด แต่น่าแปลกที่เพลิงดูเหมือนจะดับลงไปบ้างแล้ว
ทุกคนพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เวลานี้ผู้คนที่อยู่ภายนอกต่างก็วิตกกังวล
เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการป้องกันเพลิงไหม้ก็รีบวิ่งเข้ามาดูด้วยสีหน้ากังวล
“ทำไมควันมันถึงได้หนาแน่นเช่นนี้ ในนั้นมีอยู่กี่คนกันแน่”
“ตอบใต้เท้าขอรับ ที่นี่เป็นโรงทำเทียน กลิ่นแรงมากจนพวกเราเข้าไปไม่ได้ อีกอย่าง…” ผู้ใต้บังคับบัญชามองดูท้องฟ้าอันแปลกประลาดนี้แล้ว “ใต้เท้า ท่านดูสิขอรับ ดูเหมือนว่าจะมีพวยน้ำอยู่เหนือโรงงานทำเทียนนี่นะขอรับ เช่นนี้ เช่นนี้จะดับไฟได้อย่างไร!”
ใต้เท้าท่านนี้ก็งุนงงเช่นกัน
เพลิงแบบนี้ออกจะแปลกไปหน่อย เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจริงๆ
โรงทำเทียนทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยควันดำ ผู้คนจากภายนอกไม่สามารถเข้าไปได้เลย นอกจากนั้น…
เดิมทีโรงทำเทียนนี้มีคนอยู่ไม่เยอะ แต่ก่อนหน้านี้ไม่นาน จู่ก็มีคนเข้าไปข้างในไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน แถมยังมีเจ้าหน้าที่ระวังเพลิงเข้าไปอีก…
ใต้เท้าหลิวแค่รู้สึกว่าตำแหน่งหน้าที่ราชการของเขาคงสิ้นสุดลงตรงนี้แล้ว