ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 195 ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี / ตอนที่ 196 ทำลายแผน
ตอนที่ 195 ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี / ตอนที่ 196 ทำลายแผน
ตอนที่ 195 ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี
เซี่ยเฉียวยิ้มตาหยี ดูราวกับศิษย์พี่ที่มีเมตตาคนหนึ่ง
จู่ๆ มุมปากจ้าวเสวียนจิ่งก็กระตุกเล็กน้อย
เขามองเห็น…บนใบหน้าของโม่ชูเซิงมีจุดที่หลุดลอกออกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เห็นชัดเจนมาก
หึๆ ศิษย์พี่
เขากำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง จู่ๆ เซียวอวี้หรงก็เดินเข้ามา
เขาอุ้มดอกกล้วยไม้ไว้ในอ้อมอกเดินเข้าประตูมาอย่างอารมณ์ดี เมื่อเข้ามาก็เห็นจ้าวเสวียนจิ่ง เขาจึงขมวดคิ้วพลางเอ่ยถาม “ฝ่าบาทมาที่นี่ได้อย่างไร”
“ข้ามาหาศิษย์พี่” จ้าวเสวียนจิ่งถอนหายใจก่อนจะนั่งลงราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของสถานที่อย่างนั้น หลังจากเหลือบมองดอกกล้วยไม้ที่อยู่ในมือเซียวอวี้หรง เขาก็เอ่ยขึ้น “นี่คงไม่ใช่ว่าศิษย์พี่เซียวมาเอาใจสาวงามหรอกนะ?”
เซียวอวี้หรงกอดของแน่นยิ่งขึ้นราวกับกลัวว่ารัชทายาทจะแย่งของเขาไปกระนั้น “ข้าเห็นว่าที่นี่ไม่ค่อยมีสีสัน ถึงได้เลือกดอกกล้วยไม้มาให้นางอย่างนี้ ให้ศิษย์พี่ได้เจริญตา…”
เซียวอวี้หรงพูดพลางก็ยิ้มให้เซี่ยเฉียวอย่างเขินอาย
เซี่ยเฉียวก้มหน้าเล็กน้อยด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน
อาจารย์ซื่อบื้อนี่มาได้อย่างไรกัน…
“ข้ามาที่นี่แล้วครั้งหนึ่งในตอนเช้า แต่ศิษย์พี่โม่ไม่อยู่ ข้าได้ยินจากผู้ดูแลว่าท่านออกไปรับงาน ไม่ทราบว่าเป็นงานประเภทไหนหรือ เรียบร้อยดีหรือไม่ หากตรงไหนที่ท่านต้องการความช่วยเหลือจากข้า ข้าไม่ปฏิเสธแน่” อาจารย์เซียวรีบเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
สายตาจ้าวเสวียนจิ่งมองประเมินเขา
วันนี้เซียวอวี้หรงสวมเสื้อคลุมชุดใหม่
“ศิษย์พี่โม่เป็นนักพรต แน่นอนว่าชีวิตของนางก็คือการกำจัดภูตผีปีศาจ จับวิญญาณ สวดมนต์ ในเมื่อศิษย์พี่เซียวมีเจตนาดีเช่นนี้ ไม่สู้ศิษย์พี่บรรยายให้พวกเราฟังสักหน่อย วิญญาณที่ท่านเก็บมาได้ในวันนี้มีความเป็นมาอย่างไรหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางยิ้ม
ทว่าสีหน้าของอาจารย์เซียวกลับแข็งค้างทันที
เก็บวิญญาณ?
วิญญาณเป็นสิ่งลวงตาจับต้องไม่ได้…
เซี่ยเฉียวเองก็มีพลังขึ้นมาบ้างแล้ว “ก็ได้ ก่อนหน้าที่ศิษย์น้องเซียวก็ยังซื้อยันต์ไปจากที่นี่จำนวนหนึ่ง คิดว่าเจ้าคงมีความสนใจในเรื่องนี้มากอยู่เหมือนกัน”
“…” อาจารย์เซียวหนังตากระตุกทันที
ยันต์พวกนั้นเขาเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์
“ตอนที่ข้าเข้าไปวันนี้ก็เห็นแต่หมอกควันสีดำ น่าจะเป็นวิญญาณที่ร้ายกาจสินะ” ใบหน้าเย็นชาของจ้าวเสวียนจิ่งเผยร้อยยิ้มอย่างพินิจพิเคราะห์ ดูชั่วร้ายเล็กน้อย
“เรื่องนั้นน่ะหรือ” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ชายผู้นี้เสียชีวิตอย่างน่าสังเวช เดิมทีเมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ก็อยู่อย่างยากลำบาก จนในที่สุดเขาก็ดูเหมือนจะมีอนาคตขึ้นมาบ้าง แต่เขากลับถูกคนกดให้จมขี้ผึ้งตาย ตาหูปากจมูกของเขาล้วนถูกปกคลุมด้วยขี้ผึ้ง ถูกปิดผนึกไว้เป็นเวลานาน ดังนั้นความคับแค้นใจจึงมีมากถึงเพียงนี้”
ใบหน้าอาจารย์เซียวไม่ได้มีรอยยิ้ม แถมยังยิ้มไม่ออกอีกด้วย
เหลวไหล เหลวไหล
ศิษย์พี่พูดราวกับว่านางได้เห็นวิญญาณกับตาตัวเองกระนั้น!
“จริงสิ ตอนที่ศิษย์พี่จากมา ท่านได้พูดเรื่องค่าตอบแทนกับสองสามีภรรยาตระกูลเว่ย มันประมาณเท่าไรหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถามขึ้นมาอีก
“สองร้อยตำลึงน่าจะมีนะ ตระกูลเว่ยเป็นตระกูลใหญ่ ลูกสาวของพวกเขาซ่อนเงินส่วนตัวไว้ใต้ต้นหอมหมื่นลี้นั่น นอกจากเงินแล้วก็น่าจะมีพวกเครื่องประดับด้วยจำนวนหนึ่ง หลังจากทำความเข้าใจแล้ว ข้าจะนำมันไปทำอาวุธวิเศษ” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เก็บเงินเยอะขนาดนี้เลยหรือ” อาจารย์เซียวถามขึ้นโดยสัญชาตญาณ
ในความเห็นของเขาเรื่องการจับวิญญาณเป็นเรื่องไร้สาระ
น่าจะเหมือนกับนักพรตอื่นๆ ที่เข้าไปในสถานที่หนึ่งๆ แล้วขึ้นแท่นบูชา ท่องคาถา เผากระดาษยันต์อะไรทำนองนั้นเท่านั้น
ทำไมถึงได้…
“ศิษย์น้องคิดว่าข้าเก็บเงินมากเกินไปหรือ” เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยความแปลกใจ
“เปล่าขอรับ” อาจารย์เซียวปากไม่ตรงกับใจ เขาโบกมืออย่างรวดเร็ว “ศิษย์พี่มีความสามารถจริงๆ หลังจากที่ท่านทำพิธีกรรมแล้ว นายจ้างก็คงจะรู้สึกสบายใจ ที่สบายใจเพราะทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี หากทุกอย่างผ่านไปด้วยดีก็แปลว่าพิธีกรรมของศิษย์พี่นั้นได้ผล เก็บเงินเยอะเช่นนี้ก็สมควรแล้ว สมควรแล้ว”
ตอนที่ 196 ทำลายแผน
อาจารย์เซียวรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้างที่ต้องฝืนใจพูดเช่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อเขาหันไปสบสายตากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มของรัชทายาท ใบหน้าของเขาก็ร้อนผ่าว
จ้าวเสวียนจิ่งยกยิ้มมุมปาก เขาแสร้งทำเป็นปัดแขนเสื้อโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่สายตากลับแฝงรอยยิ้มน้อยๆ “ตอนที่ศิษย์พี่มาครั้งที่แล้วท่านน่าจะซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับไปด้วยสินะ ทำไมข้าไม่เห็นท่านใช้มันเลยเล่า”
อาจารย์เซียวมีโทสะแล้ว
ทำไมรัชทายาทชอบทำลายแผนของเขานัก
“ของของศิษย์พี่ล้ำค่าหาใดเปรียบ ข้างนอกมีแต่ฝุ่นควันทั้งนั้น หากมันสกปรกไปจะทำอย่างไรเล่า” เซียวอวี้หรงรีบเอ่ย
หนังตาเซี่ยเฉียวกระตุกทันที นางยกมือขึ้นลูบแก้มตนเอง
คร่ำครึเสียจริง
“ท่านเคยใช้มันที่สำนักศึกษาบ้างหรือไม่ ท่านลองเล่าให้ฟังหน่อยว่าของของศิษย์พี่ใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง หากมีตรงไหนบอกพร่อง ศิษย์พี่จะได้แก้ไขให้ด้วย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับพูดเรื่องอะไรไปเรื่อยเปื่อย
หนังตาของเซียวอวี้หรงกระตุกทันที เขาหันไปขึงตาใส่จ้าวเสวียนจิ่งทีสองทีโดยไม่ได้สนใจถึงสถานะ
เจ้ารัชทายาทบ้านี่ไม่สงสารเขาที่อายุเข้าเลขสามแล้วแต่ยังไม่มีครอบครัวบ้างหรือ
เซียวอวี้หรงพูดโกหกไม่เก่ง ตอนนี้เขาจึงละอายใจจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว
เขาควรจะโกหกต่อไปโดยบอกว่าของของศิษย์พี่ใช้ดีหรือไม่
ช่างเป็นการดูถูกตัวเขาเองเกินไปจริงๆ!
จู่ๆ เซียวอวี้หรงก็ประสานมือโค้งคำนับทันที “ศิษย์พี่อย่าได้โกรธไปเลย ของนั่นข้ายังไม่ได้ใช้ แต่กลับไปข้าจะนำมันมาลองใช้ทันที”
หลังจากที่เซี่ยวอวี้หรงพูดจบ เขาก็จากไปด้วยความละอายใจทันที
จ้าวเสวียนจิ่งเลิกคิ้วแล้วแสร้งทำเป็นงงงวย “ศิษย์พี่มักจริงจังเช่นนี้เสมอ”
“ศิษย์น้องของข้าช่างน่ารักเสียจริง” เซี่ยเฉียวหัวเราะอย่างมีความสุข เมื่อเห็นว่าอาหารมาส่งแล้วก็เอ่ยขึ้นอย่างมีเมตตา “หากศิษย์น้องไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปเถอะ เจ้าเป็นรัชทายาท ข้าได้ยินมาว่ารัชทายาทยุ่งมาก เจ้าไปทำงานของเจ้าเถอะ ไม่ต้องอยู่ดูแลข้าแล้ว”
หากเป็นเซี่ยเฉียว นางคงไม่กล้าผลักไสเขา
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน
นางเป็นศิษย์พี่ใหญ่
เซี่ยเฉียวดูเหมือนใจกว้างและอ่อนโยน ทั้งร่างเต็มไปด้วยรัศมีของผู้อาวุโส เมื่อประกอบกับเสื้อคลุมนักพรตนี้แล้ว นางยิ่งดูเป็นผู้วิเศษมากขึ้นไปอีก วาจาไม่รีบเร่ง ฟังไพเราะเหมือนธารน้ำใส ใครมองก็จะรู้สึกว่านางเป็นเซียนที่มีความเข้าใจในทางเต๋าอย่างลึกซึ้ง
แต่ตอนนี้จ้าวเสวียนจิ่งกลับอดไม่ได้ที่จะจ้องมองผิวหนังที่หลุดลอกบนใบหน้าของนางแผ่นนั้น
ช่างแสดงเก่งเหลือเกิน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ นางก็ส่งจนหมายมาบ้างเป็นครั้งคราว ถ้อยความในจดหมายก็ดูไม่ออกว่ามีอะไรผิดปกติ
“ศิษย์พี่โม่ ข้าสงสัยเรื่องหนึ่งมาตลอด” จิตใตที่สงบนิ่งของจ้าวเสวียนจิ่งเริ่มพังทลายแล้ว “ของขวัญพบหน้าที่ท่านให้ตอนนั้นหมายความว่าอย่างไรหรือ”
“ของขวัญพบหน้า?” เซี่ยเฉียวมึนงงไปชั่วครู่
นางส่งของขวัญพบหน้าหรือ
เป็นของอะไรหรือ ดูเหมือนว่านางจะชอบกระดิ่งทองอยู่ช่วงหนึ่ง…
“อือ…กระดิ่งทองเขย่าแล้วเสียงไพเราะน่าฟัง ทั้งยังตั้งบูชาหน้ารูปปั้นเทพอยู่เป็นเวลานาน แม้จะไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไรก็ตาม แต่ก็สามารถขับไล่วิญญาณชั่วร้ายได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
“…” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมา จากนั้นก็มองนางด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
เซี่ยเฉียวรู้สึกได้ว่ามีอะไรแปลกๆ
“ไม่ใช่กระดิ่งหรอกหรือ” เซี่ยเฉียวถามด้วยความสงสัย “หรือว่า…เป็น…หยก”
เมืองสือฝั่งมีหยกมากมาย…
จ้าวเสวียนจิ่งเก็บสายตากลับมา ก่อนจะมองออกไปข้างนอกด้วยรอยยิ้ม “เซียวอวี้หรงรีบร้อนออกไปหน่อย เขาควรจะอยู่ฟังคำนี้” หากเขาได้ยินเช่นนี้แล้ว หัวใจของเขาก็คงเหมือนแอ่งน้ำนิ่ง ที่แม้จะโยนหินก้อนใหญ่ลงไป น้ำก็คงไม่กระเพื่อมกระเซ็นแม้แต่น้อย!
เฮอะ ทอง หยก? นางส่งของขวัญให้ฝันเช่นนั้นหรือ
“บัดนี้ศิษย์พี่มาเมืองหลวง ข้าก็ควรทำหน้าที่เจ้าบ้านในฐานะศิษย์น้อง เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ศิษย์พี่ไปอยู่กับข้าในจวนรัชทายาท หรือจะไปอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงก็ได้” จ้าวเสวียนจิ่งจงใจพูดขึ้นมาอีก