ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 199 ขุมสมบัติวิญญาณ / ตอนที่ 200 โชคหล่นลงมาจากฟ้า
ตอนที่ 199 ขุมสมบัติวิญญาณ / ตอนที่ 200 โชคหล่นลงมาจากฟ้า
ตอนที่ 199 ขุมสมบัติวิญญาณ
วิญญาณส่วนใหญ่ที่อยู่รอบกายรัชทายาทต่างก็เป็นพวกที่ไม่มีจิตสำนึก ราวกับสายลมที่มืดมิดและแตกต่างไปทุกครั้ง
จะเห็นได้ว่าร่างกายของเขาดึงดูดแต่วิญญาณพวกนั้น
วิญญาณที่ล่องลอยเหล่านี้เห็นเขาแล้ว ก็ราวกับสุนัขป่าที่ได้กลิ่นเนื้อกลิ่นกระดูก และติดตามเขาไปโดยไม่รู้ตัว
แต่หลังจากที่เขาเข้าไปในร้านแล้ว วิญญาณเหล่านั้นก็มีความเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
ถ้าหากจิตสำนึกของตนเองไม่แรงพอ พวกมันก็จะเป็นเหมือนฝุ่นควัน เป็นวิญญาณที่โดดเดี่ยวจิตแตกกระจาย แค่วิญญาณตรงหน้านี้…
เห็นได้ชัดว่ามีความยึดติดรุนแรง
แม้ว่าวิญญาณอื่นจะไม่พอใจเล็กน้อยที่วิญญาณผู้หญิงสวมชุดในวังแทรกคิวเข้ามา แต่พวกเขาก็ไม่กล้าคัดค้าน
ด้วยกลัวว่าเซี่ยเฉียวเก็บวิญญาณพวกเขาทันที
เซี่ยเฉียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหยิบไหเล็กๆ ออกมาจากกล่อง ปักธูปสามดอกลงไป หยิบธงเรียกวิญญาณและกระดิ่งวิเศษออกมา และท่องคาถาชำระวิญญาณรอบๆ วิญญาณผู้หญิงนี้
จิตสำนึกของวิญญาณหญิงค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นมา “กลับบ้าน ข้าอยากกลับบ้าน”
เซี่ยเฉียวเลิกคิ้ว “บ้านของเจ้าอยู่ที่ไหน”
“ที่ไหน…” นางส่ายหน้า “ข้าอยากกลับบ้าน…”
เซี่ยเฉียวปวดหัว จิตของวิญญาณนี้กระจัดกระจายเกินไป ดังนั้นแม้ว่านางจะร่ายคาถาแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นผล
เซี่ยเฉียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหยิบอาวุธวิเศษออกมา และนำวิญญาณผู้หญิงตนนี้วางไว้ตรงกลาง
โดยทั่วไปแล้ว ขอเพียงแต่ไม่ใช่วิญญาณแค้น การเก็บวิญญาณเหล่านี้ไว้ในอาวุธวิเศษย่อมทำได้ กระทั่งสามารถท่องคาถาชำระวิญญาณให้พวกเขาบ่อยๆ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา
แน่นอนว่า หากเป็นวิญญาณแค้น ก็ต้องกำจัดความแค้นเคืองให้ได้ก่อน
ตัวอย่างเช่นวิญญาณที่นางเก็บมาในวันนี้ นางจะต้องคลี่คลายความคับข้องใจของเขาก่อน จึงจะส่งเขาไปเกิดใหม่ได้
ความแค้นเคืองของวิญญาณส่งผลต่อบุญของตัวเองและไม่เอื้อต่อการไปเกิดใหม่ ดังนั้นจิตวิญญาณพวกนี้จะมีความยึดติดก็ได้ แต่ต้องไม่มากเกินไปจนคิดไม่ตก มิฉะนั้นแล้วจะไม่เป็นประโยชน์กับทั้งตัวเองและผู้อื่น
โชคดีที่คนที่อยู่ในโรงทำเทียนนั้นแค่เป็นลมหมดสติและยังไม่ตาย ไม่เช่นนั้นวิญญาณแค้นนี้ก็จะแบกหนี้ชีวิตมนุษย์ไว้ และยิ่งแย่เข้าไปอีก
หลังจากที่เก็บวิญญาณหญิงสาวสวมชุดในวังไว้แล้ว วิญญาณตนอื่นๆ ก็สงบเรียบร้อยมากขึ้น
บอกคำขอร้องของตนเองออกมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
“ข้า… แค่อยากพบลูกชายของข้า แต่ข้าทำได้แค่เดินไปมาที่ถนนตะวันออกนี้ ข้าไปไม่ได้…” วิญญาณตนหนึ่งเอ่ย
เซี่ยเฉียวพยักหน้า
วิญญาณมีร้อยแปดพันเก้ารูปแบบ ก็มีบ้างที่จะติดอยู่ในที่ใดที่หนึ่งและไม่สามารถออกไปได้ ซึ่งสามารถพบเห็นได้เป็นเรื่องปกติ
เซี่ยเฉียวขอให้เขาอยู่ในร้านไปก่อนช่วงนี้ เนื่องจากลูกชายของเขาอยู่ในเมืองหลวง เรื่องนี้จึงจัดการได้ง่าย
“ข้าอยากให้ภรรยาของข้าแต่งงานใหม่ได้แล้ว” วิญญาณผู้ชายท่าทางซื่อๆ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม เขาถูมือไปมา ดูเขินอายเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวเหลือบมองเขาด้วยความประหลาดใจ จากนั้นยิ้มและเอ่ยว่า “ข้าไม่รู้ว่านางจะยินยอมหรือไม่ แต่ข้าจะบอกนางให้”
เมื่อวิญญาณได้ยินเช่นนั้น เขาก็พยักหน้าอย่างมีความสุข “ขอบคุณท่านผู้รู้!”
“เจ้าเป็นวิญญาณที่ดี เมื่อถึงเทศกาลส่งเสื้อกันหนาว ข้าจะส่งเจ้าไปเกิดใหม่อย่างเฉิดฉายสง่างาม” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก
พอถึงเวลานั้น นางจะเผาชุดที่สวยงามให้เขา
หลังจากนั้นเซี่ยเฉียวก็รับฟังคำร้องขอของวิญญาณอีกห้าหกตน
ก่อนถึงเทศกาลเสื้อผ้าฤดูหนาว งานบางอย่างที่ซับซ้อนกว่านี้ต้องรอให้ผ่านเทศกาลส่งเสื้อกันหนาวไปก่อนเท่านั้น ถึงอย่างไร นางก็ค่อนข้างยุ่งในช่วงเวลาพิเศษนี้
พอถึงเวลาเย็นเซี่ยเฉียวล้างทำความสะอาดใบหน้าและกลับบ้าน
จ้าวเสวียนจิ่งจากไปตอนไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน
หากคราวหน้าเขาอยู่ด้วยตอนที่นางต้องรับมือกับวิญญาณแค้นก็เยี่ยมเลย เขาเหมือนเป็นขุมสมบัติวิญญาณเคลื่อนที่ ใช้งานง่าย!
นางเพิ่งกลับไปถึงบ้านตระกูลเซี่ย เซี่ยหนิวซานก็เรียกให้นางไปกินข้าว
เซี่ยเฉียวกลับไปที่เรือนของนาง และเพิ่มยันต์สองสามใบก่อนที่จะไป
ทันทีที่นางเข้าไปในเรือนใหญ่ หลู่ซื่อยิ้มทักทายนาง จากนั้นให้สาวใช้ส่งเสื้อผ้าให้นางสามชุด
ชุดหนึ่งเป็นลายเมฆและนกนางแอ่นสีฟ้าอ่อน ชุดหนึ่งเป็นไหมขนนกสีชมพู และอีกชุดเป็นเสื้อคลุมสีแดงเพลิง ซึ่งทั้งหมดดูดีไม่เลวเลย
ตอนที่ 200 โชคหล่นลงมาจากฟ้า
เซี่ยหนิวซานค่อนข้างพอใจกับท่าทีของหลูซื่อ และแม้แต่เซี่ยผิงกั่งก็รู้สึกว่าหลูซื่อทำเรื่องนี้ได้ดีอย่างหาได้ยากยิ่ง ดังนั้นเขาจึงสุภาพขึ้นมาก
“ผ้าพวกนี้เป็นของขวัญขอโทษที่ตระกูลหยวนส่งมาให้ ข้าหาร้านเย็บปักที่ดีที่สุดให้รีบทำออกมา…” หลูซื่อดูเอาอกเอาใจ นางเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ขอบคุณท่านแม่มาก”
น้ำเสียงของนางไม่ยินดียินร้ายราวกับว่านางกำลังพูดเรื่องธรรมดากับคนทั่วไป
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลูซื่อแข็งค้างเล็กน้อย
“เจ้าชอบหรือไม่” หลูซื่อรีบเอ่ยถามอีก
“ก็พอใช้ได้” เซี่ยเฉียวยังคงมีทิฐิ
กระนั้นหลูซื่อก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นนางก็เหลือบมองเซี่ยหนิวซานด้วยสีหน้าอึดอัดลำบากใจ
เซี่ยหนิวซานหัวเราะขึ้นมาก่อนจะเอ่ย “เสื้อผ้าพวกนี้ดูสวยดี หากข้าเป็นผู้หญิงจะต้องชอบแน่ เอาล่ะ กินข้าวกันดีกว่า”
“…” หลูซื่อขึงตา ไม่รู้จะพูดอะไรดีอยู่พักหนึ่ง
อยากให้เซี่ยหนิวซานชมที่ไหน!
พ่อลูกคู่นี้ตาถั่ว ไหนเลยจะแยกแยะความสวยและความอัปลักษณ์ได้!
นางคิดว่าถึงอย่างไรนางก็ได้เตรียมเสื้อผ้าให้เด็กคนนี้แล้ว หากนางรู้จักที่จะซาบซึ้ง ก็ควรจะกล่าวขอบคุณนางบ้างสิ!
แต่นางกลับรับไปเฉยๆ เช่นนี้ มองไม่ออกด้วยซ้ำว่านางชอบหรือไม่ชอบ
อย่างไรก็ตามเสื้อผ้านี้ดีจริงๆ หากนางยังจุกจิกเรื่องมากอีก เด็กคนนี้ก็คงไม่รู้จักพอ
หลูซื่อนั่งลงแต่โดยดี
เซี่ยผิงกั่งนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ขึ้นมา ก็หวนนึกถึงคำพูดลึกลับคาดเดาไม่ได้ที่เซี่ยเฉียวเคยพูดก่อนหน้านี้ คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เตรียมที่จะเอ่ยถามนาง
“โรงทำเทียนที่ในเมืองซ่อนคนตายเอาไว้ วันนี้ข้าบังเอิญผ่านไปพอดี จึงได้จับนักโทษกลับไป ได้ผลงานด้วยความบังเอิญโดยไม่ต้องทำอะไรเลย” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้น
ช่วงนี้เขาโชคดีเป็นพิเศษ
ไม่ต้องพูดถึงคดีก่อนหน้านี้ที่ปิดไม่ได้มาหลายปี แต่กลับคลี่คลายได้อย่างแปลกประหลาด
เหตุการณ์วันนี้ก็เหมือนโชคหล่นลงมาจากฟ้า สวรรค์ประธานขนมให้เขาถึงปากอีก
มีพยานและหลักฐานครบถ้วน หลังจากนำตัวคนกลับไป เขาก็สารภาพทันที และเบื้องบนตัดสินประหารชีวิตในสามวันอย่างไม่รีรอ
เพื่อนร่วมงานของเขาทุกคนต่างพากันอิจฉา
ช่วยไม่ได้นี่ เขาเจอคดีนี้ตอนที่ออกไปกับองค์รัชทายาท และรัชทายาทก็ไม่ต้องการผลงานนี้ ทั้งหมดจึงเป็นผลงานของเขา…
เมื่อเซี่ยหนิวซานรู้สึกยินดีเมื่อได้ยินเรื่องนี้ “การสะสมผลงานนี้ไว้พอจะลบล้างกับผิดพลาดครั้งใหญ่ได้ คาดว่าหลังจากนี้เจ้าน่าจะอยู่ในตำแหน่งนี้ได้มั่นคงขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกถอดตำแหน่งเหมือนครั้งที่แล้วมา”
เซี่ยเฉียวไม่มีคำพูดใด
เซี่ยผิงกั่งพยักหน้า “น้องหญิง เจ้าอยู่ในวัดมานานแล้ว ในโลกนี้มีผู้วิเศษเหมือนกับราชครูมากมายหรือ”
ราชครูที่ตอนนั้นยังเป็นกุนซือในค่ายด้วย
เขามีเพียงความเชี่ยวชาญด้านศิลปะวิชาการเท่านั้น ราชครูไม่ได้เชี่ยวชาญในจับวิญญาณพวกนี้ แต่เป็นด้านโหราศาสตร์และการสงคราม
“ก็พอมี แต่ก็ไม่ได้มีเยอะมาก” เซี่ยเฉียวเม้มริมฝีปาก
“เพลิงวันนี้ค่อนข้างชั่วร้าย คาดว่าคงมีเรื่องวิญญาณจริงๆ บังเอิญว่ามีนักพรตอยู่ในนั้นด้วย สถานการณ์น่ากลัว แต่ดีที่ไม่มีอันตราย มิฉะนั้นข้าว่าคงจะมีคนตายมากมาย” เซี่ยผิงกั่งพูดจบก็หันหน้าไปมองเซี่ยเฉียว “เจ้าอยู่ในวัดมานานหลายปี ไม่ได้เรียนรู้อะไรบ้างเลยหรือ”
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นอย่างเงียบๆ “ก็ได้เรียนอยู่…”
“จับวิญญาณหรือ“ เซี่ยผิงกั่งหัวเราะ
“ได้หรือ” เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็หัวเราะและเอ่ยถาม
เซี่ยผิงกั่งยกมือขึ้นและจิ้มหน้าผากของนางทันที “ข้าสงสัยว่าในหัวเจ้านี้คงไม่ได้ใส่อะไรที่มีสาระเอาไว้เลยสินะ เจ้าอยากเป็นนักพรตหรือ ภารกิจของเจ้าในการมาเมืองหลวงคือการแต่งงานมีลูก เรื่องอื่นไม่ต้องคิด!”
“…” เซี่ยเฉียวหนังตากระตุกทันที
อา นางต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้ไหม!