ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 201 ญาติ / ตอนที่ 202 หญิงชราเจ้าเล่ห์
ตอนที่ 201 ญาติ / ตอนที่ 202 หญิงชราเจ้าเล่ห์
ตอนที่ 201 ญาติ
เรื่องบางเรื่องใช่ว่าเซี่ยเฉียวไม่สามารถพูดได้ แต่นางไม่กล้าพูดจริงๆ
พูดว่านางไปทำงานจับวิญญาณพวกนั้น เพื่อให้นางมีอายุยืนยาว?
อย่างน้อยนางก็ต้องบอกพ่อกับพี่ชายว่านางเห็นสิ่งที่ลอยไปลอยมาได้ใช่หรือไม่
นางมีวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และไม่อยากทำให้พวกเขากังวล อีกอย่างหากพวกเขารู้มากกว่านี้ นางกลัวว่าพวกเขาจะไม่ได้ปฏิบัติกับนางเหมือนคนปกติทั่วไปอีก
“เจ้ายังไม่เคยเห็นนักพรตคนนั้นเลย ดูเหมือนจะอายุสามสิบกว่า ใบหน้าสูงส่งสงบนิ่ง มองแวบแรกดูเหมือนคนเร่ร่อน จริงสิ ดูเหมือนคนป่วยด้วย หากล้มลงข้างถนนวันไหน ข้าเกรงว่าจะหาคนในครอบครัวมาดูแลไม่ได้” เซี่ยผิงกั่งมองเซี่ยเฉียวอย่างลึกซึ้ง
น้องสาวของเขาน่าจะมีความสามารถอยู่บ้าง นางอาจจะไม่สามารถจับวิญญาณได้ แต่นางก็น่าจะรู้เรื่องฮวงจุ้ย และดูโหวงเฮ้งอย่างง่ายเป็นอยู่บ้าง
กลัวว่าวันใดวันหนึ่งนางได้เลียนแบบนักพรตนั่น ออกเดินทางไปทั่วสารทิศเช่นนั้นเสียจริง
ร่างกายของนางยังไม่ค่อยดี…
หากตายกลางทาง เกรงว่าจะไม่มีใครรู้
เขาจะต้องรีบให้นางสลัดความคิดเช่นนี้ออกไปโดยเร็วที่สุด
เซี่ยเฉียวมองเซี่ยผิงกั่งอย่างไร้เดียงสา “พี่ชายใหญ่ คนที่ศึกษาทางเต๋าล้วนเป็นผู้สูงส่ง พวกเขาจะสนใจเรื่องทางโลกพวกนี้ได้อย่างไร…”
“รอให้ท่านพ่อตายไปก่อน เจ้าค่อยไปก็ได้” เซี่ยผิงกั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด
“…” เซี่ยหนิวซานหนังตากระตุก
“…” เซี่ยเฉียวกินข้าวไปอย่างเงียบๆ
เซี่ยผิงกั่งขึงตามองนาง ไม่เห็นพ่ออยู่ในสายตา แต่เซี่ยหนิวซานก็คุ้นเคยดีอยู่แล้ว เวลานี้ใบหน้าของเขาจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
“เทศกาลส่งเสื้อกันหนาวจะมาถึงแล้ว พวกเราต้องไปบ้านเก่า…ไปเคารพบรรพบุรุษเสียหน่อย” หลังจากนั้นไม่นานเซี่ยหนิวซานก็โพล่งออกมา
“พวกเรายังมีบ้านเก่าด้วยหรือ” เซี่ยเฉียวถามทันที
พวกเขาเพิ่งย้ายมาเมืองหลวงเมื่อห้าหรือหกปีที่แล้วไม่ใช่หรือ…
“…” สีหน้าของเซี่ยหนิวซานแปลกไปเล็กน้อย
“บ้านเก่าอะไร ก็แค่พูดให้ฟังดูดีเท่านั้น เป็นบ้านที่ท่านย่าให้ท่านพ่อซื้อให้ในเมืองหลวงนี้ ป้ายวิญญาณในบ้านเก่าก็ย้ายมาด้วย ทั้งหมดก็มีไม่เท่าไรหรอก บอกว่าเป็นโถงบรรพบุรุษ ทุกปีเวลามีเทศกาลก็จะต้องไปดู แล้วก็ถือโอกาสให้เงินเพื่อแสดงความกตัญญูแก่คนเป็นคนตายเพิ่มเสียหน่อย” เซี่ยผิงกั่งเสียดสี เขาเอ่ยตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง
“เจ้าเด็กบ้า เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าทุบตีเจ้าหรือ” เซี่ยหนิวซานไม่พอใจเล็กน้อย “ยังเป็นครอบครัวเดียวกัน จะไม่ไปได้หรือ อีกอย่างนังหนูก็มาเมืองหลวงตั้งนานขนาดนี้แล้ว แต่ยังไม่เคยไปแสดงความเคารพเลย หากเรื่องนี้แพร่ออกไปจะดูไม่ดี”
เซี่ยผิงกั่งหัวเราะเหอะๆ
“ใช่ ถึงเวลาเจอพวกน่ารังเกียจนั้นแล้ว แต่เรื่องเจอก็ส่วนเจอ ปีนี้ครอบครัวของเราอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ไม่มีเงินทอง คงจะให้ได้แค่หนึ่งร้อยตำลึง หากคิดว่าน้อยเกินไป พวกเราก็ไม่ต้องไปแล้ว ใครเขาอยากจะไปกันเล่า” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างว่างเปล่า
เขารู้สึกว่าเซี่ยเฉียวดูไม่แยแสสนใจ
บ้านหลังเก่าจะแย่แค่ไหน แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ไม่แย่ก็คือพลังชีวิต
เสียงดังวุ่นวาย จิตใจก็จะสงบนิ่งเช่นนี้ และจะคิดถึงการออกบวชน้อยลง
เซี่ยเฉียวไม่เคยแสดงความคิดเห็นของนาง
พี่ชายใหญ่พูดอะไรออกมา นางก็ตอบรับไปอย่างนั้น
หลูซื่อและน้องสองคนกลัวเซี่ยผิงกั่ง เมื่อไหร่เขาพูด พวกเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก ได้แต่กินข้าวไปนิ่งๆ เงียบๆ
เซี่ยหนิวซานท่านพ่อของเขามีพี่น้อง
คนที่อยู่ในเมืองหลวงตอนนี้คือ ท่านลุงใหญ่เซี่ยหมั่งซาน อาเล็กเซี่ยฉงซาน และอาหญิงเล็กอีกคนหนึ่ง
พวกเขายังมีอาหญิงใหญ่ที่ไม่เป็นที่รัก ตอนที่ตระกูลเซี่ยย้ายบ้าน นางก็ไม่ยอมมา แต่อาศัยอยู่ที่บ้านสามีของนางอย่างสบายอกสบายใจ และถือเสียว่าไม่มีญาติฝ่ายนี้แล้ว ส่วนอาหญิงเล็กกับครอบครัวสามีไม่ค่อยลงรอยกัน พวกเขาจึงตกลงแยกทางกันอย่างสงบสุข นางคิดจะมาเมืองหลวงแล้วค่อยแต่งงานใหม่ แต่สถานการณ์ของตระกูลเซี่ย…
นางมีข้อกำหนดเรียกร้องสูงจึงยังไม่ได้แต่งงาน
ตอนที่ 202 หญิงชราเจ้าเล่ห์
หญิงชราตระกูลเซี่ยอาศัยอยู่ที่นี่เป็นครั้งคราว แต่ช่วงนี้นางอาศัยอยู่ในบ้านที่เรียกว่าบ้านหลังเก่า
“ตอนนั้นท่านพ่อกลายเป็นโจรได้อย่างไร” เซี่ยเฉียวถามอย่างสงสัย
นางไม่ได้รู้อะไรมาก รู้แค่ว่าชีวิตในตอนนั้นลำบาก
ใบหน้าของเซี่ยหนิวซานตึงเครียดขึ้นมาทันที
เซี่ยผิงกั่งกลับเริ่มสนใจขึ้นมา “ตอนนั้นเกิดภัยแล้งในบ้านเกิด เดิมทีก็ไม่มีอาหารกินอยู่แล้ว แต่กลับมีคนเถื่อนเข้ามาในหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านได้รับจดหมายเตือนล่วงหน้า จึงพากันไปซ่อนตัวอยู่บนภูเขากันหมด ตอนนั้นท่านพ่อของเราไม่อยู่บ้าน และท่านย่าก็ไม่รู้จักให้ครอบครัวออกตามหาสักหน่อย แต่ได้ขนย้ายของมีค่าทั้งหมดขึ้นเขาไป เวลานั้นท่านพ่อกำลังไปตักน้ำในที่ห่างไกล พอกลับมาก็พบว่าในหมู่บ้านไม่มีใครเลยสักคนเดียว”
เซี่ยผิงไหวและเซี่ยซีก็เงยหน้าขึ้นฟังด้วย
“ท่านพ่อยังเด็กและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขายังคิดว่าขโมยขึ้นบ้าน กำลังด่าทอสาปแช่งอยู่เลย แล้วคนเถื่อนก็มา คนเถื่อนห้าหกสิบคนบุกเข้าไปในหมู่บ้าน ท่านพ่อก็ไม่มีที่จะหลบซ่อนตรงไหน ก็เลยถูกคนเถื่อนจับตัวไว้ คนเถื่อนพวกนี้แค่อยากจะได้ทรัพย์สิน พวกเขาก็ดีใจที่มีคนนำสำรวจได้ จึงให้เขานำทางไปค้นตามบ้าน”
ชาวบ้านเร่งรีบ พวกเขานำของมีค่าติดตัวไปด้วย แต่ก็ยังมีของบางอย่างที่ไม่สามารถนำติดตัวไปได้ซ่อนอยู่ในบ้าน ด้วยหวังว่าพวกเขาจะโชคดี คนเถื่อนไม่สามารถค้นพบได้
แต่หากคนเถื่อนพวกนี้เข้ามาในหมู่บ้าน แล้วได้ของไปไม่พอ พวกเขาก็ไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เหมือนกัน
ไม่ต้องพูดถึงการฆ่าคน แต่หมู่บ้านจะต้องถูกเผาแน่ๆ
ดังนั้นเซี่ยหนิวซานจึงนำคนค้นหาตามบ้านแต่โดยดี
คนเถื่อนคิดว่าเขาทำได้ไม่เลวจึงไม่ทำอะไรเขา
หลังจากที่ชาวบ้านกลับมาแล้ว พวกเขาย่อมโกรธแค้นเซี่ยหนิวซาน และเจ้าหน้าที่ทางการของที่นั่นไม่สามารถควบคุมได้ เป็นพวกชาวบ้านที่แก้ปัญหากันเอง
ตระกูลเซี่ยแสดงจุดยืนทันที และขับไล่เซี่ยหนิวซานออกจากบ้าน
ต่อมาเขาก็หนีไป ก่อนจะถูกคนของตาเซี่ยเฉียวจับได้ และกลายเป็นโจร
“ท่านพ่อสร้างปัญหาให้ตระกูลเซี่ย เพื่อปกป้องคนทั้งครอบครัว จึงขับไล่ท่านออกมาก็พอเข้าใจได้ แต่หากมีคนในครอบครัวยอมส่งจดหมายถึงท่านพ่อ ท่านก็จะไม่ถูกคนเถื่อนจับตัวไว้ อีกอย่างท่านพ่อของเราก็ไม่ค่อยเป็นที่โปรดปรานนัก ขนาดน้ำในถังที่บ้านมีอยู่เล็กน้อย ภรรยาของท่านลุงใหญ่ต้องการอาบน้ำ แต่ท่านลุงไม่ยอมให้ไป ท่านย่าก็เลยขอให้ท่านพ่อของเราไปตักน้ำ”
เรื่องราวในอดีตผ่านไปแล้วไม่ชัดเจน
ท่านพ่อของเขาเต็มใจไป และนั่นเป็นเรื่องที่เขาตัดสินใจด้วยตัวเอง
เขาเกลียดท่านย่า สาเหตุหลักมาจากครอบครัวนี้ทำไม่ดี แล้วยังอยากมีชื่อเสียงที่ดีอีก
หลังจากที่ท่านพ่อของเขากลายเป็นโจรแล้ว ชีวิตก็ต้องดำเนินไป เขายังแอบส่งทรัพย์สินมากมายให้ตระกูลเซี่ย และเลี้ยงดูคนครอบครัวจนอ้วนท้วนสมบูรณ์
เมื่อท่านพ่อรับราชการ ทั้งครอบครัวอวดดีจนราวกับขึ้นสวรรค์ไปแล้ว
ทว่าเมื่อพูดถึงท่านแม่โจรผู้ล่วงลับไปแล้วของเขา พวกท่านย่าก็ดูถูกเหยียดหยาม
หากรู้สึกว่าสกปรก แน่จริงตอนนั้นก็อย่ากินของที่ท่านแม่ของเขาให้สิ!
เลวกันทั้งนั้น
อย่างไรก็ตามเซี่ยผิงกั่งไม่ได้โกรธ เขาแค่รู้สึก ‘เบื่อหน่าย’ อย่างยิ่งเมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้เท่านั้น
ก็เลยเล่าเรื่องราวความเป็นมาให้เซี่ยเฉียวฟังอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
เซี่ยเฉียวพยักหน้า
ความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีนัก และพวกเขาไม่ได้มีมารยาทกับท่านแม่ของนาง กล่าวคือไม่จำเป็นต้องมีการติดต่อกันมากมาย และไม่จำเป็นต้องเตรียมของขวัญพบหน้าก็ได้
เซี่ยเฉียวจดจำไว้แล้ว
“ตอนกลับไปบ้านเก่า เจ้าก็สวมชุดใหม่นี้สิ” หลู่ซื่อสบโอกาสเอ่ยขึ้น
เซี่ยเฉียวชะงักไปครูหนึ่ง
หลูซื่อยิ้มแห้งๆ “ท่านย่าชอบเด็กผู้หญิงที่สดใสหน่อย”
นางเป็นภรรยาที่มาทีหลัง การให้เซี่ยเฉียวแต่งตัวดีๆ ไปพบหน้าท่านย่าก็เหมือนเป็นการบอกว่า นางปฏิบัติต่อเด็กๆ ในบ้านเป็นอย่างดี ขนาดกับเซี่ยเฉียวที่ไม่คุ้นเคยกันนางก็ยังดีด้วยขนาดนี้ กับเซี่ยผิงไหวที่เลี้ยงดูกันมาหลายปีจะต้องดีกว่าเป็นแน่