ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 203 ตีไล่ออกไปเลย / ตอนที่ 204 ครอบครัวไม่สงบสุข
ตอนที่ 203 ตีไล่ออกไปเลย / ตอนที่ 204 ครอบครัวไม่สงบสุข
ตอนที่ 203 ตีไล่ออกไปเลย
เซี่ยเฉียวกวาดตามองเสื้อผ้าพวกนั้นเล็กน้อย
การที่หลูซื่อกระตือรือร้นเช่นนี้เกือบทำให้นางคิดว่าเสื้อผ้าพวกนี้มีปัญหาแล้ว
แต่เมื่อมานึกดูดีๆ นางก็พอจะเข้าใจเจตนาของหลูซื่อได้
“ใกล้จะถึงเทศกาลส่งเสื้อกันหนาวแล้ว สีที่จืดชืดเกินไปหรือสดใสเกินไปก็ล้วนไม่เหมาะสมทั้งนั้น” เซี่ยเฉียวส่ายหน้า
ในครอบครัวไม่มีงานศพ การสวมเสื้อผ้าสีอ่อนจืดชืดจะทำให้ดูหม่นหมองและดึงดูดหยินได้ง่าย หากสีสันฉูดฉาดเกินไปถือว่าไม่เคารพวิญญาณก็ไม่ดีเช่นกัน
ใส่เสื้อผ้าธรรมดาก็พอแล้ว
หลูซื่อได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ย “ชุดนั้นสีฟ้าอ่อน…”
“ข้าไม่อยากใส่ ไว้วันอื่นเถอะ” เซี่ยเฉียวเอ่ย
นางยังคงจำได้ว่าก่อนหน้านี้หลูซื่อปฏิบัติต่อนางอย่างไร นางจะทำอย่างไรในเทศกาลส่งเสื้อกันหนาวนี้ ก็เป็นเรื่องหน้าตาของนางทั้งนั้น
เซี่ยเฉียวไม่ได้จงใจจะหักหน้านาง แต่หากจะให้นางได้หน้า นั่นก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน
สีหน้าหลูซื่อห่อเหี่ยวทันที
นางหยิกเซี่ยหนิวซานเบาๆ จนเขารู้สึกเจ็บ “เจ้าจะมาข่วนข้าทำไม ไม่อย่างนั้นเจ้าใส่เองเลยเอาไหมเล่า มันก็เสื้อผ้าทั้งนั้น ใครใส่ก็เหมือนกัน”
เซี่ยเฉียวยกยิ้มมุมปาก
“ท่านพ่อพูดถูก” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปบอกกับทุกว่า “นอกจากวันไหว้บรรพบุรุษวันนั้นแล้ว ช่วงนี้ท่านพี่กับท่านพ่อก็ไม่ต้องมาหาข้านะ ข้าค่อนข้างยุ่ง”
นอกจากยุ่งแล้ว ช่วงนี้พลังหยินก็รุนแรงด้วย นางต้องเจอวิญญาณจำนวนมาก พลังที่เข้ากันไม่ได้ย่อมจะต้องติดอยู่บนร่างกายนางบ้าง หากพวกเขาอยู่กับนางมากไปก็จะไม่ดี
พอพูดจบเซี่ยเฉียวก็หยิบถุงหอมออกมาจำนวนหนึ่งแล้วแจกให้
สิ่งที่อยู่ในซองก็คือยันต์
เป็นการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง
เซี่ยหนิวซานและเซี่ยผิงกั่งไม่ใช่พวกที่ชอบคิดอะไรซับซ้อน พวกเขาไม่ได้ถามว่าให้ทำไมก็รับมาทันที และยัดเอาไว้ในอกเสื้อ
เซี่ยผิงไหวรับมาดู เขารู้สึกว่ามันมีกลิ่นหอมและลวดลายข้างบนนั้นก็สวยงาม จึงรับมาอย่างยินดี
เซี่ยซีลูบดูเล็กน้อยก่อนจะพบว่าข้างในดูเหมือนจะไม่มีก้อนอะไรแข็งๆ เลย แววตาของนางดูผิดหวังเล็กน้อย แต่แล้วนางก็เก็บมันไว้ในอกเสื้ออย่างระมัดระวัง
พวกเขาต่างก็รู้ความ
ยกเว้นแต่หลูซื่อ
นางไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันจึงไม่มีความจำเป็น
เนื่องจากใกล้ถึงเทศกาลส่งเสื้อผ้ากันหนาว วันหยุดของสำนักศึกษาจึงรวบมาอยู่ด้วยกันกลายเป็นวันหยุดใหญ่
เซี่ยเฉียวยังมีเวลาพอที่จะทำสิ่งต่าง
วันถัดมา นางพาวิญญาณตนนั้นไปพบลูกชายตามความปรารถนาสุดท้ายของอีกฝ่าย และเก็บวิญญาณได้อย่างราบรื่น
จากนั้นนางก็ไปจัดการตามความปรารถนาของวิญญาณที่ต้องการให้ภรรยาของเขาแต่งงานใหม่
วิญญาณที่มีความปรารถนานี้ครอบครัวยากจน ไม่ได้มีสถานะดีสักเท่าไร
เซี่ยเฉียวสอบถามจนได้ความว่า ภรรยาของเขายังต้องเลี้ยงลูกอีกหนึ่งคน และมีชีวิตที่ยากลำบากมาก นางอาศัยการเย็บผ้าซ่อมผ้าให้คนอื่นเพื่อหาเลี้ยงชีพ แม้ว่าพวกนางจะแยกครอบครัวออกมาแล้ว แต่แม่สามีของนางก็ค่อนข้างน่ารำคาญ มักจะด่าทอนางอยู่เป็นประจำ
แน่นอนว่าแม่สามีของนางยังมีลูกชายอีกคนหนึ่ง
นางแค่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดวงไม่ดีก็เลยมีเจตนาจะสร้างความลำบากให้นาง
ในยามบ่าย
“เจ้าต้องการให้ลูกชายของเจ้าได้เรียนหนังสือหรือไม่” เซี่ยเฉียวพบผู้หญิงคนนั้นกำลังซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำจึงย่อตัวลงแล้วเอ่ยถาม
ผมของหญิงคนนั้นยุ่งเหยิงเล็กน้อย นางหันศีรษะมามองเซี่ยเฉียวด้วยความสงสัย
“ข้ารู้เรื่องหยินและหยางดี เจ้าเชื่อหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
ผู้หญิงคนนั้นยิ้ม “ท่านนักพรต ข้ากำลังยุ่งอยู่…”
“สามีเจ้าเป็นคนทำปิ่นไม้ที่อยู่บนหัวเจ้าให้ใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวยิ้มและอ่อนโยนอย่างยิ่ง “สามีของเจ้าไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้เพราะเขาปล่อยวางเจ้าไม่ลง หากเจ้าต้องการให้เขาไปเกิดใหม่ เจ้าต้องเข้มแข็งขึ้นมาหน่อย ไว้คราวหน้าหากเจ้าเห็นแม่สามีมาก็ให้หยิบไม้กวาดมาตีไล่ออกไปเลย ตกลงไหม”
สะใภ้ฟังลูบปิ่นปักผมของตนเองโดยไม่รู้ตัว
มันเป็นปิ่นที่สามีของนางมอบให้
คนอื่นๆ ต่างก็คิดว่านางหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาปักบนหัวของนางอย่างส่งๆ แต่แท้จริงแล้ว…
ตลอดมานางอายที่จะพูดกับคนภายนอกว่าสามีของนางเป็นคนทำมันขึ้นมาให้ และบนปิ่นยังมีลูกท้อเล็กๆ ด้วย เพราะชื่อเล่นของนางคือเถาเอ๋อร์[1]
ตอนที่ 204 ครอบครัวไม่สงบสุข
สะใภ้ฟังมองเซี่ยเฉียวด้วยความตกใจ ปากนางสั่นเล็กน้อย “ท่านนักพรตบอกว่า…สามีของข้า…ยังไม่ไปเกิดใหม่?”
เซี่ยเฉียวพยักหน้าด้วยท่าทางจริงจัง “เขาคิดถึงเจ้าจึงไม่ยอมไป เขาวานให้ข้ามาบอกว่าอยากให้เจ้าแต่งงานใหม่”
เซี่ยเฉียวชอบสามีภรรยาคู่นี้มาก ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่น่าจะดีมาก
เวลานี้วิญญาณผู้ชายยืนอยู่ข้างๆ ท่าทางที่เขามองภรรยาเต็มไปด้วยความรักและความเสน่หา ทั้งดูซื่อๆ และเขินอายเล็กน้อย ทำให้คนรู้สึกสบายตาสบายใจมาก
ส่วนภรรยาผู้นี้ก็ทำให้คนรู้สึกสงสาร
“เจ้าผีบ้านั้น ตอนที่เขาเพิ่งตายไปใหม่ๆ ข้าเคยฝันถึงเขาครั้งหนึ่ง เขามาบอกข้าในฝันให้ข้าแต่งงานใหม่ ก็เลยถูกข้าด่าเปิดไป จนตอนนี้ก็ยังไม่ยอมกลับมาเข้าฝันข้าใหม่เลย! ตอนนี้เขาให้นักพรตเต๋ามาอีกแล้ว…ทำไมเขาใจร้ายเยี่ยงนี้! บอกให้ข้าแต่งงานใหม่ หากข้าแต่งงานใหม่ ต่อไปเขาก็ต้องอยู่คนเดียวลำพังในหลุมฝังศพสิ!” จู่ๆ สะใภ้ฟังก็ทรุดตัวลง โยนไม้ซักผ้าทิ้ง อยู่ดีๆ ก็ปิดหน้าร้องไห้
เมื่อครู่ผู้หญิงคนนั้นยังเอ่ยเสียงเบาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แต่ทันใดนั้นนางก็ส่งเสียงร้องดังขึ้นมา จนเซี่ยเฉียวตกใจก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว
จากนั้นนางก็มองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
“เขากลัวว่าแม่สามีจะทำให้เจ้าลำบากใจ…” เซี่ยเฉียวรู้สึกปากคอแห้งเล็กน้อย
“ลำบากใจแค่นั้นจะเป็นอะไร หากเขาไม่อยากจากไปจริงๆ จะทิ้งข้าไว้แล้วจากไปอย่างนี้ได้อย่างไร เจ้าคนไร้จิตสำนึก คิดจะไล่ข้าไป แล้วหาวิญญาณสาวมาเป็นคู่รักใช่ไหมเล่า” สะใภ้ฟังปาดน้ำตาแล้วถ่มน้ำลาย “ฝันไปเถอะ! ข้าเป็นภรรยาของเขา เขาต้องการมอบข้าให้อยู่กับคนอื่นด้วยความสบายใจ แล้วก็ไปเกิดใหม่ ไม่มีทาง! ข้าต้องการให้เขาเป็นหนี้ข้าในชาตินี้ และจำได้ด้วยว่าเป็นหนี้ข้าในชาติหน้า!”
“…” เซี่ยเฉียวกลืนน้ำลาย และอึ้งไปเล็กน้อย
นางพบกับคนหัวแข็งเข้าแล้ว
หากนางไม่แต่งงานใหม่ นางก็คงทำงานนี้ไม่สำเร็จแล้วใช่หรือไม่
เซี่ยเฉียวถอนหายใจ ยอมถอยลงมาหนึ่งก้าว “เช่นนั้นแล้วต่อไปเจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี ข้าได้ยินมาว่าแม่สามีของเจ้าร้ายกาจไม่เบา หากเจ้าถูกทำร้าย แล้วสามีของเจ้าเห็นเข้าก็จะรู้สึกปวดใจ กระทั่งเกิดความรู้สึกเคียดแค้นเกลียดชังขึ้นมาได้”
นางไม่ใช่แม่สื่อ และไม่สามารถบังคับผู้หญิงคนนี้ให้แต่งงานใหม่ได้
ยิ่งกว่านั้นสามีและภรรยาคู่นี้ก็รักใคร่กันดี ในความเห็นของนางสิ่งที่วิญญาณผู้ชายต้องการไม่ได้จำเป็นว่าภรรยาของเขาจะต้องแต่งงานใหม่ แต่เขาต้องการให้ภรรยาและลูกของเขามีความสุข
เมื่อสะใภ้ฟังได้ยินเรื่องนี้ ความถือดีของนางก็หายวับไปในทันที
นางจะทำนิสัยแบบนี้ของแค่กับสามีของนางเท่านั้น แต่กับแม่สามีนางก้มหัวให้เสมอมา
เมื่อวิญญาณผู้ชายเห็นภรรยาเป็นเช่นนี้ก็ถูมือไปมาด้วยความกังวลใจ “แม่ของข้าไม่มีเหตุผล ชอบมาเอาเงินบ่อยๆ เอาของไปตั้งมาก แล้วยังมาด่าภรรยาข้าว่าดวงกินผัวอีก…นางไม่ได้เรียกร้องความยุติธรรมอะไรให้ข้าหรอก นางเพียงต้องการจะเอาเปรียบ และเอาเงินไปเลี้ยงดูครอบครัวของน้องชายของข้า”
“แม่สามีข้าร้ายกาจมาก ข้าเองก็สู้นางไม่ได้” สะใภ้ฟังเอ่ยอย่างเจียมตัว
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจ และคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้ามีวิธี” เซี่ยเฉียวนำยันต์ออกมาแผ่นหนึ่ง “เจ้าเก็บยันต์นี้ไว้ คราวหน้าหากนางมาอีก เจ้าก็แค่สะบัดยันต์นี้ออกไปพบนางก็พอ”
สะใภ้ฟังทำหน้าสงสัย
เซี่ยเฉียวกลับยิ้มอย่างลึกลับคาดเดาไม่ได้แล้วจากไป
นางก็ไม่ได้ไปไหนไกล แต่ไปเดินเล่นใกล้ๆ บ้านแม่สามีของสะใภ้ฟัง
ตระกูลหลินนี้ต่างจากตระกูลเว่ยและตระกูลเจิ้งเล็กน้อย พวกเขาเป็นบ้านเล็กๆ ครอบครัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในตรอกแคบๆ และถนนหนทางก็ไม่ได้ราบเรียบสักเท่าไร มีการซุบซิบนินทากันระหว่างเพื่อนบ้าน และสามารถได้ยินเสียงจากต้นซอยไปยังท้ายซอย .
และสะใภ้ฟังก็อาศัยอยู่ในตรอกเดียวกัน แต่ห่างออกไปบ้าง
แน่นอนว่าบ้านที่สะใภ้ฟังอยู่เป็นบ้านเช่า หลังจากที่สามีของนางจากไปแล้วนางก็ถูกไล่ออกจากบ้าน
เซี่ยเฉียวยืนอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลหลิน นางเห็นหญิงชราคนหนึ่งออกมา จึงได้เห็นโหวงเฮ้งของคนที่สูญเสีย นางน่าจะเป็นแม่สามีคนนั้นไม่ผิดแน่
“ไอ้หยา คนดีผู้นี้ ข้าเห็นว่าจุดอิ้นถังของเจ้าหมองคล้ำ ดวงตาไร้แวว ปากลิ้นแห้ง ดวงจิตกระจัดกระจาย ช่วงนี้อะไรๆ คงจะแย่ ครอบครัวก็ไม่สงบสุข”
—————————–
[1] เถาเอ๋อร์ ลูกท้อ