ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 231 เผาให้หมด / ตอนที่ 232 เจรจาต่อรอง
ตอนที่ 231 เผาให้หมด / ตอนที่ 232 เจรจาต่อรอง
ตอนที่ 231 เผาให้หมด
วิญญาณที่พูดขึ้นมาเป็นชายชราคนหนึ่ง น้ำเสียงของเขาแหบแห้ง สายตาขุ่นมัว ร่างกายโงนเงน ลอยไปลอยมาไม่หยุด
เซี่ยเฉียวไม่ตอบสนอง นางเม้มริมฝีปาก ทั้งร่างเปล่งรังสีไม่ต้อนรับคนแปลกหน้า
ฟังมู่เสวี่ยและเฟิงซวงซวงอดกลืนน้ำลายไม่ได้ จู่ๆ ก็รู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย พวกนางนั่งอย่างเรียบร้อยเชื่อฟังอยู่ทางด้านหนึ่งโดยไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก
โชคดีที่ไม่นานนักเสื้อผ้าของพวกนางก็ถูกส่งเข้ามาให้ พวกนางรีบพากันจัดแจงเสื้อผ้าให้ดูเรียบร้อยดีกว่าไม่รู้ว่าจะนั่งทำอะไร
วิญญาณมาเพิ่มอีกสามตน
“นางเป็นคนทำกลิ่นเมื่อสักครู่นี้ออกมาใช่หรือไม่ เป็นกลิ่นที่น่ารังเกียจเสียจริง”
“บนร่างกายนางมียันต์อยู่ เข้าใกล้ไม่ได้”
“พอยันต์สลายไปหมดแล้ว นางก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้แล้วสินะ ไอ้หยา ไม่แน่แม่นางน้อยนี่คงจะต้องตกใจจนฉี่ราดแน่ๆ”
“พวกเจ้าระวังตัวหน่อย กว่าจะได้ขึ้นมาบนนี้ได้ไม่ง่ายเลย หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา คิดว่าชาติหน้าจะได้อยู่ดีมีสุขหรือ”
“พวกเราไม่กลั่นแกล้งคนอื่น แต่แม่นางคนนี้รู้จักหยินหยาง นางไม่เหมือนคนที่ยังมีชีวิตคนอื่น พวกเราสิงร่างนางก็ไม่มีอะไรเสียหายหรอก”
จิ๊ๆ จ๊ะๆ พวกเขาพูดคุยกันเสียงดัง
ทั้งหมดเข้าแถวพร้อมเพรียง
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่าวิญญาณพวกนี้เพียงแต่อยากสิงร่างนางเพื่อทำอะไรบางอย่างที่คนมีชีวิตสามารถทำได้ และคงไม่ทำร้ายนาง แต่ความรู้สึกที่ถูกสิงร่างนั้น…
นางไม่อยากลิ้มลอง!
นางหลับตาลงเล็กน้อยด้วยไม่อยากที่จะทำให้จิตใจตัวเองว้าวุ่น
หากนางตกใจจนจิตหลุดก็จะถูกสิงร่างได้ง่าย
ไม่นานนักคนหามเกี้ยวก็มา เซี่ยเฉียวจึงบอกลาพวกฟังมู่เสวี่ย แล้วให้คนหามนางไปสำนักศึกษาทันที
ซย่าหย่าอวิ๋นก็ไปล้างหน้าล้างตาทันทีที่เซี่ยเฉียวจากไป
ในใจฟังมู่เสวี่ยรู้สึกดูถูกเหยียดหยามนางอยู่บ้าง
ทั้งที่นางเอาชนะเซี่ยเฉียวไม่ได้ และยังกลัวคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยขนาดนี้ แต่นางก็ยืนยันว่าจะมีปัญหากับเซี่ยเฉียว ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมซย่าหย่าอวิ๋นจะต้องดื้อรั้นขนาดนี้
อีกอย่าง นางและเซี่ยเฉียวเดิมทีก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรต่อกัน ไม่รู้นางคิดอะไรอยู่จึงได้คอยหาเรื่องเซี่ยเฉียวอยู่ทุกทีไป
วันนี้นางต้องอับอายขายหน้าจนถึงขั้นนี้กลับยังไม่รู้จักทบทวนตัวเอง
ซย่าหย่าอวิ๋นเวลานี้กลับมาทบทวนตนเองแล้ว
ทำไมเมื่อครู่นี้นางจึงต้องตกใจกับชื่อของเซี่ยผิงกั่งด้วย!
เขม่าบนใบหน้าและสายตาของพวกฟังมู่เสวี่ยทำให้นางเงยหน้าขึ้นมาไม่ได้!
เวลานี้เซี่ยเฉียวก็จากแล้ว แต่โทสะของนางยังไม่ได้ระบายออก
เซี่ยเฉียวขึ้นนั่งบนเกี้ยว แต่วิญญาณพวกนั้นได้ยินข่าวจึงพากันตามมา
ภายในเกี้ยวทั้งข้างบนข้างล่างล้วนถูกพวกวิญญาณตามติดตอแย
บ้างหมอบคลานบ้างก็ห้อยต่องแต่ง บ้างก็เอาหัวตัวเองมาลอยไปมาอยู่ตรงหน้าเซี่ยเฉียว จากนั้นฉีกยิ้มให้นางหัวเราะแฮ่ๆ “นี่เป็นหัวของข้า ข้าให้เจ้าดีไหม…”
เซี่ยเฉียวกลอกตา
วิธีการทำให้คนตกใจเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้างไม่ได้หรือ ทำไมจะต้องใช้วิธีที่น่าขยะแขยงแบบนี้ด้วย!
“น้องสาว ข้าชอบร่างกายของเจ้าจังเลย ให้ข้ายืมหน่อยได้ไหม” วิญญาณสาวงามข้างๆ นางยิ้มอย่างมีเสน่ห์
“ข้ามาก่อนนะ…แม่นาง กว่าข้าจะได้ขึ้นมา ข้าอยากจะขอยืมร่างของเจ้ากลับไปเยี่ยมที่บ้านสักหน่อย ขอยืมใช้แค่หนึ่งชั่วยาวเท่านั้นก็จะคืนให้ จะได้หรือไม่”
“หลานชายของข้าเป็นคนมีความสามารถ ครอบครัวของข้ายังมีที่ดินกว่าหมื่นฉิ่ง หรือว่าเจ้ามาเป็นหลานสะใภ้ของข้าไหม ต่อไปเวลาข้ากลับมาจะได้สะดวกหน่อย…”
“…”
สมองของเซี่ยเฉียวแทบจะระเบิดแล้ว
สุดจะทนแล้ว
“พวกเจ้าลองพูดอีกแค่คำเดียว ข้าจะเผาให้หมดเลย!” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยสีหน้าอึมครึมพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“เฮอะๆ” วิญญาณชราบางตนที่มีประสบการณ์มากยิ้มเย็นๆ “จะเผาหนึ่งหรือสอง เจ้าจะเผาทั้งหมดได้หรือ หากเจ้าไม่มียันต์ติดตัวแล้ว พอเจ้าหมดพลังพวกเราก็จะสิงร่างของเจ้าได้อยู่ดี”
ตอนที่ 232 เจรจาต่อรอง
เซี่ยเฉียวจำต้องยอมรับว่าวิญญาณชรานี้พูดถูกต้อง
แม้ว่านางจะสามารถปราบวิญญาณได้ แต่สองหมัดยากจะสู้สี่มือ วันนี้มีวิญญาณเร่ร่อนมากเกินไป โดยเฉพาะวิญญาณที่มาจากเบื้องล่างที่ต้องการใช้ร่างกายของนางสูดอากาศบนโลกนี่สักชั่วระยะหนึ่ง
แม้เป็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นแต่ก็ได้สัมผัสถึงรสชาติของการมีชีวิต
ยิ่งกว่านั้นร่างกายของนางก็ต่างออกไป นางรู้ธรรมชาติของหยินและหยาง ดังนั้นการสิงร่างของนางไม่ถือว่าผิดกฎ ไม่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์บางอย่าง พวกวิญญาณไม่ต้องทนทุกข์ใดๆ จึงย่อมปรารถนาจะครอบครองร่างกายนี้ชั่วขณะหนึ่ง
วิญญาณชราแยกเขี้ยวของเขาใส่เซี่ยเฉียว
เวลานี้วิญญาณที่ค่อนข้างฉลาดหน่อยเช่นวิญญาณชรานี้ยังคงรักษาระยะห่างจากเซี่ยเฉียวไว้ แต่ก็ยังมีวิญญาณบางตนที่สมองไม่ค่อยดีพยายามที่จะแตะต้องเซี่ยเฉียวเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่ายันต์ที่อยู่บนร่างกายนางเริ่มให้ผลน้อยลงไปทุกทีแล้ว
เกี้ยวหลังน้อยโยกเยกไปมา คนหามคราวนี้มีพลังหยินแข็งแกร่ง จึงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก สำนักศึกษาก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
“วันนี้พลังหยินแข็งแกร่ง สำนักศึกษาสามารถหยุดยั้งพวกวิญญาณเด็กๆ ได้เท่านั้น แต่ขวางพวกเราไว้ไม่ได้หรอก” วิญญาณชราฉีกยิ้มอีกครั้ง ดูมุ่งมั่นที่จะชนะ
“ที่นี่คือสำนักศึกษาหลวงหรือ ตอนที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ก็เคยได้ยินว่าที่นี่มีอาจารย์เซียวผู้มีความสามารถมาก หล่อเหลาสง่างามไม่มีใครเทียบได้ พอดีเลยวันนี้ข้าจะได้เข้าไปดูเขาด้วย หากสามารถใกล้ชิดกับอาจารย์เซียวได้ วันนี้ก็ไม่ถือว่าเสียแรงเปล่าแล้ว” แววตาของวิญญาณหญิงงามเป็นประกาย นางยิ้มอย่างมีเสน่ห์
“เจ้าตายตั้งแต่เมื่อไร อาจารย์เซียวตอนนี้อายุสามสิบต้นๆ ไม่ได้สง่างามหล่อเหลาตั้งนานแล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เซี่ยเฉียวลูบกระเป๋าเงินของนางและรู้สึกว่าได้ว่าอิทธิฤทธิ์ของภาพวาดเทพเจ้าก็เกือบจะหายไปหมดแล้ว
สายตาของวิญญาณรอบๆ ที่มองนางอยู่ราวกับกำลังมองดูเนื้อชิ้นงาม
นางแย่แล้ว
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าชื่อเสียงที่นางสั่งสมมากำลังจะสูญสิ้นก็วันนี้!
ลำบากใจ โกรธ เสียใจ
นางอยู่ที่วัดก็ดีมากแล้ว ทำไมจึงได้คิดที่จะมาอยู่เมืองหลวงด้วยเล่า
ยากเกินไปที่นางจะดูแลรักษาตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัยในที่อันตรายเช่นนี้
“แม่นางน้อย พลังคุกคามในตัวเจ้าจางหายไปเรื่อยๆ แล้วนะ” วิญญาณชรายิ้มเจ้าเล่ห์
“พวกเจ้าช่างมีความอดทนเสียจริง” เซี่ยเฉียวเอนตัวไปด้านหลังพลางเอ่ยขึ้นอย่างเปิดเผย “วันนี้ข้าหลบซ่อนไม่ได้จริงๆ แต่เทศกาลส่งเสื้อกันหนาวมีแค่วันเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นแม้ว่าพลังหยินจะยังแข็งแกร่งอยู่ แต่ก็ไม่ได้มีผลกับข้ามากขนาดนี้ ถึงตอนนั้นใครที่ใช้ร่างกายของข้า ข้าจะคิดบัญชีทั้งหมด! หากร่างของข้าแปดเปื้อนปราณของพวกเจ้า ข้าจะเรียกพวกเจ้ามาในภายหลังก็สามารถทำได้”
การจะเรียกวิญญาณมาจากเบื้องล่างเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก
วิญญาณชราตกตะลึงไปทันทีราวกับนึกไม่ถึงว่าเซี่ยเฉียวจึงเอ่ยเช่นนี้ออกมาได้ จนเขาต้องประเมินนางใหม่
“เจ้าเรียนทางเต๋ามาหรือ” วิญญาณชราเอ่ยถาม
“ก็พอเข้าใจเล็กน้อย วันนี้เช้าตรู่ข้าเพิ่งส่งวิญญาณไปเกิดใหม่หลายตน ข้างกายข้าตอนนี้ก็มีขวดใส่วิญญาณแค้นที่ยังไม่ได้ส่งไปเกิด” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยท่าที่สงบนิ่งมั่นคงอย่างยิ่ง
วิญญาณชราครุ่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “เฮอะ แม่นางน้อย เจ้านี่ช่างหลอกคนได้เก่งจริงๆ ถ้าหากเจ้าเรียนทางเต๋ามาจริงๆ ล่ะก็ต้องรู้สิว่าตราบใดที่พวกข้าไม่ได้ทำชั่ว ต่อให้เจ้าเรียกเรามาทีหลังก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะมีผลร้ายต่อตัวเจ้าเอง”
เซี่ยเฉียวกำหมัดแน่น
“แต่พวกเราก็ไม่อยากล่วงเกินผู้ศึกษาเต๋าหรอก เอาอย่างนี้ดีไหม หากพวกเราสิงร่างของเจ้า ไม่ทำเรื่องที่ผิดเรื่องไร้สาระ ไม่ทำลายชื่อเสียงของเจ้า ถ้าหากพวกเราทำได้ ภายหลังเจ้าก็อย่าได้หาเรื่องพวกเราอีก เช่นนี้ได้หรือไม่” วิญญาณชราคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย
วิญญาณตนอื่นดูไม่พอใจเล็กน้อย แต่หลังจากไตร่ตรองแล้วพวกเขาก็รู้สึกว่าสิ่งที่วิญญาณชราพูดนั้นมีเหตุผล
หากคนที่เข้าใจหยินและหยางพวกนี้คิดจะจัดการวิญญาณพวกเขาก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
หากวันนี้ไม่ใช่วันพิเศษ พวกเขาก็คงไม่ได้เปรียบเช่นนี้