ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 229 น้ำใจ / ตอนที่ 230 เจ้ามองเห็นข้า
ตอนนี่ 229 น้ำใจ / ตอนที่ 230 เจ้ามองเห็นข้า
ตอนนี่ 229 น้ำใจ
เมื่อฟังมู่เสวี่ยพูดจบ เมิ่งซูเซียงและเฟิงซวงซวงก็ก้าวเข้าไปขอบคุณนางเช่นกัน
“จริงสิ ตอนที่เจ้าเข้ามาเมื่อสักครู่…เจ้าทำอะไรหรือ ที่นี่…คงไม่ใช่ว่ามีของสกปรกอะไรหรอกนะ” เฟิงซวงซวงเอ่ยถาม
ใบหน้าของนางซีดเผือด หากไม่ใช่เพราะเสื้อผ้าของนางขาดเสียแล้ว นางคงจะวิ่งหนีไปแล้วในตอนนี้ ไม่มีวันอยู่ในที่แปลกๆ เช่นนี้แน่!
ปกติแล้วใช่ว่าพวกนางไม่เคยต้มชามาก่อน ไม่มีทางที่จะควบคุมถ่านไฟไม่ได้เช่นนี้!
ยิ่งไปกว่านั้น เตาไฟขนาดเล็กทั้งสี่ก็เกิดเรื่องขึ้นพร้อมๆ กัน ซึ่งมันไม่ปกติเลยแม้แต่น้อย!
“กันไว้ดีกว่า วันนี้เป็นวันพิเศษ ข้าทำไปเช่นนั้นก็เพื่อความสบายใจเท่านั้น” เซี่ยเฉียวอธิบาย
พวกฟังมู่เสวี่ยไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร ถึงอย่างไรพวกนางก็เคยยินมาว่าเซี่ยเฉียวเติบโตขึ้นมาในวัด
“ก็จริง ต้องโทษพวกเราเหมือนกันที่ต้องออกมาวันนี้ด้วย” ฟังมู่เสวี่ยตบหน้าอกของนางเอง “ดีจริงๆ ที่เจ้าทำแบบนี้ พอเจ้าพ่นน้ำยันต์ออกมา ข้าก็รู้สึกว่าห้องนี้สะอาดขึ้นมาก ไฟก็ดับ ควันก็หายไป บางทีมันอาจจะได้ผลจริงๆ ก็ได้”
เซี่ยเฉียวหัวเราะแห้งๆ
แน่นอนอยู่แล้ว ยันต์ที่นางเผานั่นวาดยากยิ่งนัก ในเวลาหนึ่งชั่วยามนางวาดได้แค่ไม่กี่แผ่นเอง
“เกินความจำเป็น” ซย่าหย่าอวิ๋นที่อยู่ด้านหลังอดแค่นเสียงออกมาไม่ได้
บ่าวหญิงชราพวกนั้นต่างหากที่เป็นคนดับไฟ เกี่ยวอะไรกับเซี่ยเฉียวด้วย
เมื่อฟังมู่เสวี่ยได้ยินเช่นนี้นางก็ไม่พอใจทันที “ซย่าหย่าอวิ๋น หากไม่ได้เซี่ยเฉียว พวกเราสี่คนก็คงจะเป็นที่หัวเราะเยาะในเมืองหลวงนี้แล้ว! เจ้าอยากให้พ่อแม่ของเจ้าส่งเจ้าไปอยู่อารามตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือ”
แม้ในใจซย่าหย่าอวิ๋นจะไม่ยอมรับ แต่ก็ต้องจำใจยอมรับว่าเซี่ยเฉียวได้ช่วยนางไว้จริงๆ
แต่ก็เพราะอย่างนี้นางจึงรู้สึกไม่พอใจมากยิ่งขึ้น
ในความเป็นจริงเวลานี้เซี่ยเฉียวไม่ได้โกรธเพราะท่าทีของซย่าหย่าอวิ๋น
เพราะสำหรับคนบางคนแล้วไม่อาจติดค้างน้ำใจกันได้
แม้ว่าวันนี้นางจะไม่อยู่ พวกบัณฑิตเหล่านั้นย่อมหาข้ออ้างดีๆ ที่จะลงมืออยู่ดี ดังนั้นนางจึงไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเวรกรรมในครั้งนี้
บัดนี้นางออกตัวช่วยเหลือด้วยการเชิญเทพ หากพวกนางมีความเคารพเกรงกลัวต่อทวยเทพก็ไม่เป็นไร แต่ซย่าหย่าอวิ๋นไม่เห็นค่าและเหยียบหยามเช่นนี้ ยิ่งวันนี้เป็นวันที่มีความพิเศษซึ่งมีพลังพิฆาตแรงเข้าไปอีก เมื่อทำผิดข้อห้ามนางก็จะโชคร้าย
ก็เหมือนหมอดูนั่นล่ะ ไม่ว่าค่าตอบแทนจะมากน้อยแค่ไหนก็ต้องเก็บ
มิฉะนั้นแล้วชีวิตจะสั้น เภทภัยจะมาเยือน ไม่มีโชคดีอีกต่อไป
หักลบกลบหนี้ ด้วยเหตุนี้พวกนางจะติดค้างน้ำใจเหล่าทวยเทพไม่ได้ แม้ว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นที่พวกนางจะต้องใช้คืน แต่ก็ไม่สามารถที่จะไม่ใส่ใจหรือละเลยได้
เซี่ยเฉียวมองไปยังซย่าหย่าอวิ๋น มือของนางดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บ เส้นที่เกิดขึ้นกลางฝ่ามือพุ่งผ่านตำแหน่งหลีผ่านข้อนิ้วซึ่งเป็นจุดแห่งความมั่งคั่ง ฝ่ามือตรงตำแหน่งเกิ่งและตำแหน่งข่านขาวและกว้างใหญ่ แผลอยู่ตรงตำแหน่งซวิ่นกลายเป็นรอยเส้นสีแดง ซึ่งรอยแผลนี้ผ่านตำแหน่งเฉียน ก่อนที่นางจะหายดีจำต้องประสบเรื่องโชคร้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากเป็นคนอื่น นางคงจะช่วยให้หลีกเลี่ยงเภทภัยเล็กน้อยนี้แล้ว
แต่สำหรับซย่าหย่าอวิ๋น เซี่ยเฉียวไม่ได้ใจดีขนาดนั้น
“เซี่ยเฉียวขอโทษด้วย คราวนี้พวกเราติดหนี้บุญคุณเจ้า ต่อไปหากมีเรื่องอะไรที่เจ้าต้องการความช่วยเหลือ พวกเราต้องไม่ปฏิเสธแน่!” ฟังมู่เสวี่ยเอ่ยกับเซี่ยเฉียว
เมิ่งซูเซียงและเฟิงซวงซวงก็พยักหน้าให้เซี่ยเฉียวอย่างจริงใจ
ซย่าหย่าอวิ๋นหยินหยางไม่สมดุล “เซี่ยเฉียว ตอนนี้เจ้าก็ขอมาเลยสิ! หนี้บุญคุณของเราสามคน เจ้าคงมีความสุขมากสินะ ต่อไปนี้ในสำนักศึกษาก็คงไม่มีใครทำอะไรเจ้าได้แล้ว!”
ในเรือนคงกู่พวกฟังมู่เสวี่ยเป็นพวกที่มีเสียงดังและคนคล้อยตามมากที่สุดแล้ว
เมื่อมีพวกนางคอยช่วยเหลือเซี่ยเฉียว ต่อไปนี้ในเรือนคงกู่ใครจะกล้าหาเรื่องเซี่ยเฉียวอีก
ตอนที่ 230 เจ้ามองเห็นข้า
เซี่ยเฉียวได้ยินคำพูดของซย่าหย่าอวิ๋นก็รู้สึกขบขัน
“แม่นางซย่าพูดจาเสียดสีเช่นนี้ เจ้าเป็นประทัดหรือ” เซี่ยเฉียวหันออกไปมองเงามืดนอกหน้าต่าง อารมณ์นางก็ไม่ค่อยดีนัก เมื่อมองเห็นสีหน้าอับโชคของซย่าหย่าอวิ๋นแล้ว สีหน้านางก็เย็นชาลงทันทีเช่นกัน “หากเจ้าคิดว่าข้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของเจ้า เจ้าก็ลงไปชั้นล่างตอนนี้ได้เลย ข้าเชื่อว่าคงจะมีคนไม่น้อยยินดีที่จะมองเจ้าแล้วมองเจ้าอีก”
ซย่าหย่าอวิ๋นรีบเอามือกุมเสื้อผ้าของตนเองไว้อย่างรวดเร็ว “ทำไมเจ้าถึงชั่วร้ายเพียงนี้”
เซี่ยเฉียวหัวเราะขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้นก่อนจะพ่นลมหายใจ และเก็บกระบี่ไม้เล็กๆ ของนาง แล้วเดินไปหยุดต่อหน้านาง “แม่นางซย่าอาจมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความชั่วร้ายอยู่บ้าง แต่ในเมื่อเจ้าพูดอย่างนั้นแล้ว หากข้าไม่ชั่วร้ายสักหน่อย กลัวว่าข้าจะทำผิดต่อเจ้าน่ะสิ”
หลังจากพูดจบ เซี่ยเฉียวก็ยกเตาถ่านเงินที่อยู่ข้างๆ และทุบลงบนใบหน้าของซย่าหย่าอวิ๋นทันที
ถ่านไม้สีดำและอุณหภูมิที่ยังกรุ่นอยู่สร้างความรู้สึกให้กับผิวหนังได้ลึกที่สุด
ซย่าหย่าอวิ๋นนึกไม่ถึงว่าเซี่ยเฉียวที่ดูบอบบางอ่อนแอจะทำได้จริงๆ หลังจากที่นางรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดบนใบหน้านางก็ร้องตะโกนออกมาทันที “อ๊า! พวกเจ้ามัวยืนนิ่งอยู่ทำไมเล่า ไปฉีกปากนางให้ข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ”
หลังจากนั้นสาวใช้ของนางก็เลยก้าวเข้าไป
เซี่ยเฉียวยิ้มเย็นก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่นช้าๆ “พี่ชายใหญ่ของข้าคือเซี่ยผิงกั่ง หากวันนี้ผมข้าน้อยลงไปหนึ่งเส้น พรุ่งนี้…แม่นางซย่าลองคิดดูว่าบนเนื้อตัวเจ้ามีเนื้อดีๆ เท่าไรให้ท่านพ่อและท่านพี่ของข้าแก้แค้น”
นางมีพี่ชายใหญ่ไว้เพื่ออะไรเล่า
ไม่ใช่เพื่อประดับบารมีหรอกหรือ
สีหน้าของสาวใช้เปลี่ยนไป นางหันกลับไปมองคุณหนูของตนเองทันที
ริมฝีปากของซย่าหย่าอวิ๋นสั่นเล็กน้อยดูน่าสงสารมาก
เซี่ยเฉียวยกมือขึ้นลูบใบหน้าของนางให้เละเทะมากยิ่งขึ้น รอยเปื้อนสีดำยิ่งมีความสม่ำเสมอมากขึ้น “ใช้กำลังบีบคั้นและการข่มขู่ให้กลัว แบบนี้ค่อนเหมือนคนชั่วร้ายขึ้นมาหน่อย วันนี้ข้าทำได้ไม่เลวเลย แม่นางซย่าคงเข้าใจแล้วสินะ”
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบก็มีวิญญาณตนหนึ่งลอยขึ้นมาและมองตรงมายังนาง
กลิ่นน้ำยันต์เมื่อครู่นี้คงดึงดูดความสนใจจากวิญญาณมากมายแน่แล้ว
เวลานี้เซี่ยเฉียวยกเซี่ยผิงกั่งขึ้นมาอ้าง ซย่าหย่าอวิ๋นจึงโกรธจนเหมือนคางคกพองลมทันที “เซี่ยเฉียว เจ้าทำเกินไปเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวบ้างหรือว่าข้าจะให้ท่านพ่อของข้าถวายฎีกาฟ้องว่าพ่อของเจ้าไม่สั่งสอนเจ้ให้ดี?! พ่อเจ้าก็เป็นแค่โจรคนหนึ่ง จะมีใครเข้าข้างเขา!”
“ให้เขาฟ้องเลย หากไม่ฟ้อง พ่อเจ้าก็แค่ลูกเต่าเท่านั้น” เซี่ยเฉียวหัวเราะร่า
พ่อของนางเป็นโจรคนหนึ่งกลับกลายมาเป็นขุนนางได้ คิดว่าเขาอาศัยแค่ความดีความชอบทางทหารแค่นั้นหรือ
ย่อมมิใช่อย่างแน่นอน
ราชครูซึ่งเป็นที่โปรดปรานไว้ใจของฮ่องเต้เป็นคนที่อยู่กับพ่อของนางในค่ายโจรมาชั่วระยะหนึ่ง หากถึงเวลาที่แม้แต่ราชครูก็ยังคุ้มครองพ่อของนางไม่ได้ นางก็ยังมีท่านอาจารย์ และศิษย์น้องไม่เอาไหนทั้งห้าคนนั้นอีก!
อย่างมากนางก็แค่ต้องเปิดเผยตัวตน จะปกป้องพ่อของนางไม่ได้เชียวหรือ
ท่าทางเย่อหยิ่งของเซี่ยเฉียวทำให้พวกฟังมู่เสวี่ยทั้งสามคนตกใจ
พวกนางเคยเห็นเซี่ยเฉียว…หงุดหงิดแบบนี้เมื่อไรกันเล่า!
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่หยวนปินจะดูหมิ่นเซี่ยผิงไหว หรือตอนที่ชีไหวจากเหรือนหมู่ตันมาหาเรื่องถึงที่ เซี่ยเฉียวก็ไม่เคยร้อนรนราวกับผู้วิเศษ ความสงบนิ่งอดทนอดกลั้นนั้นไม่มีใครเทียบได้เลย!
แต่ตอนนี้…
ไม่เพียงแต่ลงมือเท่านั้น แม้แต่คำหยาบนางก็ยังหลุดพูดออกมาด้วย
นางเหมือนกับคนอื่นอย่างไรอย่างนั้น ก็ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุใดนางจึงโมโหจนน่าตกใจเช่นนี้
แม้ว่าซย่าหย่าอวิ๋นจะทำเกินไปหน่อย แต่พวกนางก็รู้สึกว่าคำพูดของซย่าหย่าอวิ๋นไม่น่าที่จะกระตุ้นให้เซี่ยเฉียวโกรธได้ ทำไมจึง…ตอบสนองรุนแรงขนาดนี้
สีหน้าเซี่ยเฉียวเย็นชา ทั้งร่างปกคลุมไปด้วยไอเย็น
เวลานี้วิญญาณที่เพิ่งลอยขึ้นมาข้างบนก็ฉีกยิ้มให้เซี่ยเฉียว “จุ๊ๆๆ แม่นางน้อย เจ้ามองเห็นข้าใช่หรือไม่”