ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 235 วิญญาณเร่ร่อน / ตอนที่ 236 ภายนอกสะท้อนภายใน
ตอนที่ 235 วิญญาณเร่ร่อน / ตอนที่ 236 ภายนอกสะท้อนภายใน
ตอนที่ 235 วิญญาณเร่ร่อน
หากไม่ใช่เพราะเรื่องนี้แปลกๆ ผู้ดูแลก็คงไม่พูดเรื่องนี้กับอาจารย์เซียวหรอก
แต่เขานึกไม่ถึงว่ารัชทายาทจะเสด็จมาด้วยตัวเอง
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้ว “อย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”
ผู้ดูแลตกตะลึงไปทันที “พ่ะย่ะค่ะ”
“ศิษย์พี่กลับไปก่อนเถอะ ข้าชื่นชมพี่ชายของนางมาก จะให้ไม่สนใจนางก็คงไม่ได้ เดี๋ยวข้าจะให้องครักษ์ติดตามไปดูนางหน่อย” สีหน้าจ้าวเสวียนจิ่งเคร่งขรึมจริงจัง การแสดงออกของเขาไม่ได้ดูมีปัญหาอะไรเลยแม้แต่น้อย
“อย่างน้อยนางก็เป็นศิษย์ของสำนักศึกษา ข้าจะไม่สนใจก็คงไม่ได้ อีกอย่างเจ้าก็รู้ว่า ศิษย์พี่กับตระกูลเซี่ย…”
“ก็จริง หญิงผู้นี้ถือเป็นหลานของศิษย์พี่ ข้ายิ่งต้องสนใจนาง บทกลอนที่ศิษย์พี่ให้ข้าดูเมื่อวันก่อนดูเหมือนจะมีปัญหาเล็กน้อย ท่านกลับไปไตร่ตรองดูอีกทีจะดีกว่า อีกไม่กี่วันเสด็จพ่อของข้าจะต้องใช้แล้ว หากมีอะไรไม่เหมาะสมแล้วเสด็จพ่อเอาผิดท่าน ข้าก็ช่วยท่านไม่ได้นะ” จ้าวเสวียนจิ่งพูดจบก็ทิ้งเซียวอวี้หรงไว้แล้วจากไปทันที
เซียวอวี้หรงอ้าปากค้าง
ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าบทความนั้นของเขาไม่เลวเลยนี่…
ตกลงแล้วปัญหาอยู่ตรงไหนกันแน่ เซียวอวี้หรงขมวดคิ้วและเริ่มครุ่นคิด
จ้าวเสวียนจิ่งนำองครักษ์ไปยังเรือนหลังนั้นทันที
วันนี้ที่สำนักศึกษาแทบไม่มีคนเลย จึงไม่ได้ต้องกลัวว่าจะมีข่าวไม่ดีอะไรแพร่งพรายออกไป
ทันทีที่จ้าวเสวียนจิ่งเข้าไปในเรือน เขาก็เห็นเซี่ยเฉียวนั่งอยู่ข้างในอย่างไม่สำรวม ตรงหน้านางมีโต๊ะขนาดใหญ่ ที่วาง…ของว่างสิบกว่าอย่าง และอาหารที่สำนักศึกษาเตรียมไว้อีกจำนวนหนึ่ง
เซี่ยเฉียวถือขาหมูน่องใหญ่ไว้ในมือ นางกำลังเทเหล้าลงในชามให้ตัวเอง ปากมันเยิ้ม
ฉากนี้ทำให้จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้วมุ่นไม่คลาย
ไม่ค่อยเหมือนนางเท่าไร
เซี่ยเฉียวคนนี้…ทำอะไรพิถีพิถันเสมอ
แม้แต่ตอนที่ขุดศพในป่าตอนกลางคืน ท่าทางของนางที่เขาเห็นตอนนั้นยังสง่างามมาก ใบหน้านางยังประดับรอยยิ้มพอเหมาะพอควรอยู่เสมอ
เวลานี้ อืม เหมือนผู้ชายอกสามศอกมากกว่า
“พี่น้อง มากินด้วยกันไหม” ‘เซี่ยเฉียว’ เอ่ยปากแล้ว
หนังตาของจ้าวเสวียนจิ่งกระตุกทันที “พี่น้อง?”
“ข้ากำลังกังวลว่าจะไม่มีใครมาดื่มเป็นเพื่อนอยู่พอดี ดื่มคนเดียวมันน่าเบื่อ เจ้ามาสิ พวกเราดื่มกันสักจอก แค่จอกนี้เท่านั้น เวลาข้าเหลือไม่มากแล้ว เร็วๆ หน่อย” ‘เซี่ยเฉียว’ ใจร้อนอยู่บ้าง
จ้าวเสวียนจิ่งถือโอกาสนั่งลง ดวงตาเขาวาบแสงขึ้น “เจ้า…จำไม่ได้ว่าข้าเป็นใคร”
หากจำได้นางก็ไม่ควรพูดออกมาเช่นนี้
“ใคร” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “จะดื่มเหล้ายังต้องดูสถานะกันอีกหรือ ชักช้าเสียเวลา จะดื่มหรือไม่ดื่ม!”
ทันทีที่สิ้นเสียงเขาก็ยกดื่มอีกจอก
จ้าวเสวียนจิ่งสีหน้าเย็นชา นอกจากโจวเว่ยจงแล้วองครักษ์คนอื่นๆ ก็คอยอยู่ข้องนอกทั้งหมด
เขามองคนตรงหน้าอย่างเย็นชา “เจ้าไม่ใช่เซี่ยเฉียว เจ้าเป็นใคร!”
“…” วิญญาณชายตนนั้นตกใจทันที “รู้จักสิ…เจ้าบอกข้าแล้วก่อนหน้านี้…ข้า…เอิ๊ก!”
ทันทีที่เขาสะอึก วิญญาณก็ไม่มั่นคงและลอยออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ในชั่วพริบตาวิญญาณผู้หญิงก็เบียดแทรกเข้ามา ชั่วครู่หนึ่งนัยน์ตาของนางดูงดงามมีเสน่ห์ขึ้นมา และมองจ้าวเสวียนจิ่งอย่างเขินอาย
“คุณชาย บ่าวรินเหล้าให้ท่านนะ?” เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ
โจวเว่ยจงตกตะลึงเมื่อเห็นฉากนี้ เขาจ้องมองเซี่ยเฉียวด้วยอาการนิ่งอึ้ง
ทำไมแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนถึงได้มาท่าทางของสาวน้อยเอียงอายแบบนี้ได้!
ไม่ ไม่ใช่ท่าทางของสาวน้อย มันเป็นท่าทางที่ไม่ค่อยสง่างามนักของนางระบำ…
จ้าวเสวียนจิ่งจ้องมองนาง เซี่ยเฉียวที่อยู่ตรงหน้าเทเหล้าลงในจอกที่อยู่ตรงหน้าเขา หลังจากที่เทเหล้าเสร็จแล้ว มือขาวๆ นั้นก็วาดผ่านมือของเขาไป ร่างของเขาก็เกร็งขึ้นทันที สีหน้าของเขายิ่งดูไร้ความปรานีขึ้นอีกเล็กน้อย
“เจ้าก็ไม่ใช่เซี่ยเฉียว” น้ำเสียงของเขาเย็นชา
วิญญาณหญิงงามหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากอกเสื้อ บิดไปบิดมาเล็กน้อย “น่าเบื่อจัง คุณชายพูดอะไรเนี่ย…”
“วิญญาณเร่ร่อน?” จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะอย่างเย็นชา จากนั้นก็นำยันต์แผ่นหนึ่งที่เขาเคยซื้อมาจากเซี่ยเฉียวก่อนหน้านี้ออกมาจากอกเสื้อ แล้วลองเอ่ยหยั่งเชิง “ไม่รู้ว่าหากข้าเอายันต์นี่แปะไว้บนตัวเจ้า เจ้าจะยังหยอกล้อข้าได้อีกหรือไม่”
สีหน้าของวิญญาณหญิงงามแข็งทื่อไปทันที
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ นางจะต้องถูกเตะออกไปในทันที แต่วิญญาณอื่นๆ ก็เข้ามาได้เช่นกัน ทว่ากว่าจะถึงตานางไม่ง่ายเลย…
ตอนที่ 236 ภายนอกสะท้อนภายใน
วิญญาณหญิงงามยิ้มเขิน มือน้อยๆ ของนางก็ไม่ยอมอยู่นิ่ง คอยแต่จะดึงเสื้อผ้าของจ้าวเสวียนจิ่งอยู่เรื่อย น้ำเสียงของนางแผ่วเบา สีหน้าเย้ายวน
“คุณชาย ข้าไม่เข้าใจความหมายของท่าน…” วิญญาณหญิงงามพูดพลางกระพริบตาที่เป็นประกายนั้นปริบๆ
จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกอึดอัดมากเมื่อนึกถึงวิญญาณเร่ร่อนที่ซ่อนอยู่ในร่างของเซี่ยเฉียว
“ออกมาเดี๋ยวนี้!” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอย่างเย็นชา สีหน้าอึมครึมอย่างยิ่ง
วิญญาณหญิงงามส่ายหน้าด้วยความรู้สึกไม่เป็นธรรม “ไม่ คุณชาย ทำไมท่านต้องยุ่งวุ่นวายเรื่องของคนอื่นด้วย ข้าก็แค่เข้ามาสูดอากาศเท่านั้น ท่านทำเป็นไม่เห็นก็ได้แล้วนี่ อีกอย่างท่านไม่กลัวข้าเลยหรือ ข้าไม่ใช่คนนะ ระวังข้าจะกินท่าน”
นางพูดจบก็อ้าปากทำเสียงหมาหอน
ใบหน้านี้เป็นของเซี่ยเฉียว
การแสดงออกเช่นนี้เดิมที่น่าจะดูเพลิดเพลินอยู่บ้าง แต่ตอนนี้มันกลับดูน่ารังเกียจ
หากเซี่ยเฉียวเป็นคนทำเอง บางทีเขาอาจจะพอใจอยู่บ้าง
ภายนอกสะท้อนภายในจริงๆ
“ในเมื่อพูดด้วยดีๆ ด้วยไม่ยอมฟัง…” สายตาจ้าวเสวียนจิ่งเย็นเยียบ เขาคิดจะใช้ยันต์ที่อยู่ในมือ
วิญญาณหญิงงามเห็นดังนั้นก็รีบยื่นมือออกไปปฏิเสธทันที “คุณชาย! ท่านยังดูแลตัวเองไม่ได้ แล้วจะมายุ่งกับแม่นางคนนี้ทำไม พวกข้าไม่ทำร้ายนางหรอก!”
ข้างกายคุณชายคนนี้ยังมีวิญญาณตามมาด้วยเยอะเลยไม่ใช่หรือ!
ยังมีมากกว่านักพรตน้อยคนนี้อีก อีกอย่าง…
วิญญาณหญิงงามอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นกายของเขาหอมมาก เขามีปราณมังกร…
อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปผู้ที่มีพลังปราณมังกรจะมีพลังหยางที่แข็งแกร่ง และวิญญาณไม่สามารถเข้าใกล้ได้สิจึงจะถูก แต่ด้วยสาเหตุใดก็ไม่รู้คนๆ นี้จึงมีพลังหยินในร่างมากกว่า ทำให้วิญญาณจำนวนมากเข้าหาเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ และหล่อเลี้ยงด้วยปราณมังกรของเขา แต่ยิ่งวิญญาณเยอะมากเท่าไรชะตาชีวิตของคนคนนี้ก็ต้องไม่ดีนัก พอปราณมังกรหมดแล้ว เขาก็คงไม่ได้มีจุดจบที่ดีแน่ๆ
แต่เขากลับคิดที่จะวุ่นวายเรื่องของคนอื่นอีก
ปราณมังกรนั้นร้ายกาจกว่ายันต์สีเหลืองมากนัก ดังนั้นแม้ว่าพลังในตัวเขาจะมีน้อยจนน่าสงสาร แต่วิญญาณอย่างพวกเขาก็สิงร่างเขาไม่ได้อยู่ดี
หากไม่ใช่ว่าวันนี้พวกเขามีโอกาสพบกับคนที่เข้าใจหยินหยางและสามารถสิงร่างได้อย่างหาไม่ยากเช่นนี้แล้ว เกรงว่านางเองก็ต้องคอยหมอบอยู่ข้างกายเขาเพื่อรับผลประโยชน์เล็กน้อย
“พวกเจ้า?” จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย “นอกจากเจ้าแล้วยังมีอีกเท่าไร”
“ยังมี…” วิญญาณหญิงงามมองไปรอบๆ “วิญญาณที่มีพลังมากมีไม่เยอะหรอก คนที่เห็นนางได้ยิ่งน้อยลงไปอีก อีกอย่างสำนักศึกษานี้ก็เต็มไปด้วยพลังหยาง ดังนั้น…ยังมีอีกประมาณสิบกว่าตน แต่นั่นมันเมื่อครู่นี้ ตอนนี้ท่านนำเข้ามาอีกสิบกว่าตน…”
วิญญาณหญิงงามพูดจบก็ขยิบตาให้จ้าวเสวียนจิ่ง
“เจ้าบอกว่ารอบกายข้ายังมีอีกสิบกว่าตน เช่นนั้นแล้วทำไมพวกเขาถึงไม่สิงร่างข้า เพราะเซี่ยเฉียวเล่าเรียนทางเต๋ามาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก หรือว่าข้าที่เป็นคนธรรมดานี้ยังหลบเลี่ยงวิญญาณได้เก่งกว่านางอีก” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
“ไม่ใช่แน่นอน แม่นางน้อยคนนี้ฉลาด นางพกยันต์ติดตัวไว้ด้วยจำนวนหนึ่ง หากไม่ใช่เพราะนางทำพิธีจนเปิดเผยตัวเอง พวกเราก็คงหานางไม่พบหรอก นางเข้าใจหยินและหยาง พวกเราจึงสิงร่างนางได้โดยไม่ถูกขับออก และไม่ผิดกฎข้อห้ามด้วย ส่วนเจ้า…เจ้ามีพลังหยินแรงกล้า เดิมทีก็ควรที่จะสิงร่างได้ เพียงแต่…เจ้ามีสายเลือดของผู้ปกครองแว่นแคว้น พวกเราจึงสูดดมกลิ่นได้แต่ไม่อาจแตะต้องได้” วิญญาณหญิงงามถือเสียว่าหาคนคุยเล่นด้วย นางพูดไปก็ยิ้มไป
ยิ้มของนางงดงามราวกับดอกไม้แย้ม แต่กลับทำให้คนรู้สึกขนลุก
เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งได้ยินเช่นนั้นก็ครุ่นคิด
“พวกเราตกลงกับแม่นางเซี่ยเรียบร้อยแล้ว วันนี้จะไม่ไปไหน แต่จะอยู่ที่สำนักศึกษานี้ และไม่ทำร้ายนาง” วิญญาณหญิงงามเอ่ย ระหว่างที่นางพูดก็เอานิ้วจิ้มหน้าอกของจ้าวเสวียนจิ่ง “แต่…คุณชาย ท่านหน้าตาดีจริงๆ ข้าไม่ได้ลูบไล้คนเป็นๆ มาตั้งหลายปีแล้ว…”