ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 237 มอบกายมอบใจ / ตอนที่ 238 ใจดำเกินไปแล้ว
ตอนที่ 237 มอบกายมอบใจ / ตอนที่ 238 ใจดำเกินไปแล้ว
ตอนที่ 237 มอบกายมอบใจ
มือน้อยๆ นั้นกำลังจะขยับต่อ แต่จ้าวเสวียนจิ่งก็ลุกขึ้นและจัดเสื้อผ้าของเขาเสียก่อน
วิญญาณหญิงงามก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร นางยิ้มก่อนจะจิบเหล้าเล็กน้อย
ใบหน้าเล็กๆ ของ ‘เซี่ยเฉียว’ แดงก่ำ
จ้าวเสวียนจิ่งเดินออกไปยังกลางลาน เขายื่นมือออกไปหยิบดาบของโจวเว่ยจง จ้องมองใบมีดเย็นเยียบด้วยสายตาน่าเกรงขาม จิตใจสงบนิ่งใสสะอาด ทันใดนั้นใบมีดก็วาดผ่านกลางฝ่ามือของเขา พริบตาเดียวเลือดก็ไหลรินออกมา
“ฝ่าบาท!?” โจวเว่ยจงตกใจจนนิ่งงันไปแล้ว
เขากำลังรีบจะเข้าไปพันผ้าพันแผลให้ จ้าวเสวียนจิ่งก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง “รอก่อน”
ระหว่างนั้นเขาก็กำกระดาษยันต์ที่เซี่ยเฉียวขายให้เขาไว้ในฝ่ามือ และไม่นานหลังจากนั้นมันก็ชุ่มโชกไปด้วยเลือด
“ฝ่าบาทกำลังทำอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ หากร่างกายฝ่าบาทเป็นอะไรขึ้นมา…” โจวเว่ยจงปวดใจยิ่งแล้ว
“ข้าไม่ใช่หุ่นดินปั้นเสียหน่อย มือข้างนี้ของข้าก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร บาดเจ็บหรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอก” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยจบ ดวงตาสุกใสของเขาก็เผยรอยยิ้ม “ข้าได้ยินมาว่าเลือดหมาดำขับไล่วิญญาณชั่วร้ายได้”
“ท่านไม่ใช่หมา…เสียหน่อย” โจวเว่ยจงเอ่ยออกมาตามสัญชาตญาณ
หลังจากที่เขาพูดจบก็เพิ่งรู้ตัวว่าปากไม่ดี จากนั้นจึงรีบเอ่ยทันทีว่า “ให้ข้าน้อยไปหาเลือดหมาดำมาก็ได้แล้วนี่…”
จ้าวเสวียนจิ่งคิดว่ามันไม่มีประโยชน์
วิญญาณไม่รู้เรื่องรู้ราวเมื่อสักครู่ก็บอกแล้วว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ
หากของที่ใช้ขับไล่วิญญาณชั่วร้ายทั่วไปใช้การได้ ด้วยความสามารถของเซี่ยเฉียวแล้ว นางคงไม่มาหลบซ่อนตัวอยู่ในสำนักศึกษาแห่งนี้หรอก อีกอย่างทุกคนก็พูดกันว่าโอรสสวรรค์คือมังกร แม้เขาจะไม่ได้เป็นโอรสสวรรค์ แต่ก็ใกล้เคียงแล้ว หากโชคดีเลือดของเขาอาจจะใช้ได้ดีกว่าเลือดหมาดำก็ได้
เขายื่นมือออกไปหลังจากที่ยันต์ชุ่มเลือดดีแล้ว โจวเว่ยจงรีบฉีกผ้าออกมาพันแผลให้เขาอย่างรู้งาน
“หากใช้ได้จริงๆ เจ้าว่าแม่นางเซี่ยควรจะขอบคุณข้าอย่างไรดี” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ จากนั้นเขาก็เลิกคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยพลัง
โจวเว่ยจงพันแผลอย่างระมัดระวัง เขารู้สึกจนคำพูดเล็กน้อย
“น้ำใจยิ่งใหญ่ขนาดนี้ บางทีอาจจะ…มอบกายมอบใจ?” โจวเว่ยจงหยั่งเชิง
“จิตใจต่ำทราม” จ้าวเสวียนจิ่งแค่นเสียงก่อนดึงมือกลับมา แล้วเดินไปหาเซี่ยเฉียว
วิญญาณหญิงงามมองเขาด้วยความสงสัย
จ้าวเสวียนจิ่งหยิบยันต์สีเหลืองออกมาแล้วแปะลงไปบนหน้าผากของเซี่ยวเฉียวโดยไม่ลังเล โจวเว่ยจงที่อยู่ไม่ไกลยืนมองด้วยความรู้สึกละอายเล็กน้อย
หญิงสาวดีๆ คนหนึ่งถูกแปะหน้าผากด้วยกระดาษอาบเลือดดูน่ากลัวยิ่งนัก
เซี่ยเฉียวล้มหงายหลังทันทียันต์แปะลงไป
วิญญาณหญิงงามกระเด็นออกไปทันที
หลังจากที่เห็นดังนั้นวิญญาณอื่นๆ ก็อ้อยอิ่งเล็กน้อย หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งวิญญาณตนหนึ่งก็รวบรวมความกล้าที่จะลองดู
เซี่ยเฉียวลืมตาขึ้น
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง มีตรงไหนไม่สบายหรือไม่ ให้ข้าตามหมอหลวงมาให้ไหม” จ้าวเสวียนจิ่งผ่อนคลายลงทันที แล้วจึงรีบเอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ข้า ไม่เป็นไร…”
“…” จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองนางอย่างพินิจพิจารณา “จริงหรือ”
“อื้อ” เซี่ยเฉียวพยักหน้าทันที
นางดูเขินอายแต่พยายามเก็บอาการ และไม่ได้พูดอะไรมาก นางนั่งตัวตรง ดูไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น
“เมื่อวานโม่หลิงจือมาหาเจ้าหรือ เจ้าไม่ได้ถูกรังแกอะไรใช่หรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งถามอย่างใจเย็น
เซี่ยเฉียวส่ายศีรษะ “ไม่ได้มาหรอก ขอบพระทัยฝ่าบาทที่เป็นห่วง”
จ้าวเสวียนจิ่งพ่นลมหายใจ
ไร้ประโยชน์
ปราณสายเลือดมังกรอะไรกัน ไม่มีประโยชน์อะไรสักนิด แล้วจะมีมันไว้ทำไม!
“โจวเว่ยจง!” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกอึดอัดในใจอย่างยิ่ง เมื่อเขาตะโกนเรียก โจวเว่ยจงจึงก้าวเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ท่าทางเขาดูประหม่าอย่างยิ่ง จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยขึ้นทันที “เจ้าเข้าไปในห้องแล้วเอาผ้าห่มมา เอาเชือกมาด้วย”
โจวเว่ยจงงุนงงเล็กน้อย แต่เขาก็ไปทำตามคำสั่งแต่โดยดี
เขาให้คนไปนำเชือกมา ไม่นานนักทั้งสองอย่างก็พร้อมแล้ว
“เซี่ยเฉียว” เวลานี้นางยังนั่งอยู่ที่เดิม ดูท่าทางว่าง่าย
เขาก็เลยไม่ต้องเปลืองแรงมากนัก
ตอนที่ 238 ใจดำเกินไปแล้ว
เขาพันผ้าห่มหนาๆ ห่อรอบตัวเซี่ยเฉียว แล้วยังมัดเชือกไว้ด้านนอกอีกด้วย
ไม่นานนักนางก็กลายเป็นบ๊ะจ๊างลูกใหญ่
วิญญาณสองสามตนจ้องมองด้วยความสิ้นหวัง
“คนคนนี้คือรัชทายาทหรือ นี่มันมากเกินไปแล้วนะ ถึงกับมัดนางไว้อย่างนี้ หากอย่างนั้นพวกเราสิงร่างนางไปจะมีประโยชน์อะไรเล่า!”
“ต้องโทษเจ้าซื่อบื้อนั่นที่ไม่รู้จักหลบให้ดี กลับถูกรัชทายาทจัดการเสียอยู่หมัดเลย!”
“ตอนนี้จะเอาอย่างไรดีเล่า ยังจะสิงร่างนางไหม กว่าจะมีโอกาสดีๆ เช่นนี้สักที ข้ายังอยากกินขนมกุ้ยฮวาอยู่นะ!”
พวกวิญญาณต่างก็พากันน้อยอกน้อยใจ
ทั้งโกรธ ทั้งจนปัญญา
“สิงเลย เจ้าเด็กนี่รู้จักรักหยกถนอมบุบผา พวกเราด่าเขาทั้งคืน เขาก็ไม่กล้าทำอะไรเราหรอก!” วิญญาณตนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างก้าวร้าว
เมื่อวิญญาณอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกว่าคำพูดนี้มีเหตุผลเช่นกัน
จ้าวเสวียนจิ่งย้ายเซี่ยเฉียวกลับเข้าไปในห้องและให้นางนอนบนเตียง ในขณะที่เขานั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง จากนั้นก็ให้คนหยิบหนังสือมาให้ แล้วคอยเฝ้าด้วยความหมดอาลัยตายอยาก
“เจ้าเด็กบ้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” ร่างของเซี่ยเฉียวร้องตะโกนออกมา “หากเจ้ายังไม่ยอมปล่อยข้า พอผ่านวันนี้ไปแล้ว พวกเราทั้งหมดจะคอยตามติดเจ้า แล้วสูบกินปราณมังกรอันนี้นิดจนน่าสงสารของเจ้าให้หมดเลย!”
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้ว ปราณมังกรที่น่าสงสาร?
ปราณมังกรน้อยเกินไป? หรือว่าเขาใส่เลือดน้อยเกินไปกันแน่?
หากเขาเข้าวังไปยืมเลือดของท่านพ่อมาใช้ จะได้ผลดีกว่านี้หรือไม่นะ
สีหน้าเขาจริงจัง แต่ก็รู้สึกว่าการยืมเลือดไม่น่าจะเป็นไปได้ ยิ่งเสด็จพ่อเขามีอายุมากก็ยิ่งกลัวตาย ไม่ต้องพูดถึงเลือดที่จะเอามาชุบกระดาษยันต์ แค่หยดเดียวเขาก็คงจะปวดใจอยู่นาน
“เด็กน้อย ถึงเจ้าจะเป็นรัชทายาท พวกเราก็ไม่กลัวเจ้าหรอก เจ้าไม่กลัวว่าต่อไปจะนอนหลับไม่เป็นสุขหรือ”
“ฝ่าบาท ท่านสนใจแม่นางคนนี้หรือ หากอย่างนั้นเอาอย่างนี้ไหม ท่านแอบลงมือ พวกเราไม่เอาไปพูดกับคนนอกหรอก ดีไหม”
“ถึงแม่นางน้อยคนนี้ฟื้นขึ้นมา นางก็ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง พวกเราไม่บอกนางแน่นอน ฝ่าบาท ฝ่าบาท?!”
“…”
จ้าวเสวียนจิ่งนวดหว่างคิ้ว แล้วยืนขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหาผ้านุ่มๆ ยัดเข้าไปในปากเซี่ยเฉียวทันที
ชั่วขณะถัดมาโลกก็เงียบสงบลง
จ้าวเสวียนจิ่งก็ไม่หันไปมองนาง ถึงอย่างไรใบหน้าของเซี่ยเฉียวก็ทำให้คนสับสนได้ง่าย หากวิญญาณพวกนั้นแกล้งร้องไห้ขึ้นมา ใบหน้างดงามดั่งดอกสาลี่ต้องหยาดฝนเช่นนั้น เขาจะไม่ใจอ่อนได้อย่างไร
จ้าวเสวียนจิ่งจัดการได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดมาก พวกวิญญาณดูแล้วก็คิดว่าต่อให้พวกเขาสิงร่างเซี่ยเฉียวไปก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง พวกเขาทั้งหมดก็มาล้อมรอบตัวจ้าวเสวียนจิ่งด้วยความไม่พอใจ
พวกเขาแยกเขี้ยวกางกรงเล็บ ท่าทางน่ากลัวอย่างยิ่ง
แต่น่าเสียดายที่จ้าวเสวียนจิ่งมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
เมื่อไม่มีวิญญาณสิงร่างแล้ว เซี่ยเฉียวก็ยังคงไม่ได้สติต่อไปอีกพักหนึ่ง พอตอนที่นางเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา…
นางก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าปากของนางถูกอุดไว้และร่างกายก็ถูกมัดไว้ด้วย
เมื่อมองไปรอบๆ นางก็เห็นร่างที่คุ้นเคยที่ริมหน้าต่าง เช่นเดียวกับพวกวิญญาณที่กำลังขุ่นเคือง
เมื่อเห็นนางลืมตา พวกวิญญาณก็เริ่มประณามนางด้วย
“แม่นางน้อย ทั้งที่พวกเราตกลงกันไว้อย่างดิบดี แต่ตอนนี้มีชายไร้ความปรานีคนหนึ่งมาแทรกแซงเสียแล้ว ถึงพวกเราสิงร่างเจ้าไปก็ทำอะไรไม่ได้เลย!”
“หรือว่าเจ้าพูดกับเขาหน่อย พวกเราแต่อยากสูดอากาศหายใจสักพัก ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ขอเวลาแค่คนละหนึ่งเค่อก็พอ จะได้หรือไม่”
แม้เซี่ยเฉียวจะต้องการพูดแต่ลิ้นของนางถูกกดไว้ นางจึงทำอะไรไม่ได้เลย
นางกระพริบตาปริบๆ ด้วยความเหนื่อย
“แม่นางน้อย เจ้าดูนี่สิ ผู้ชายคนนี้ช่างโหดร้าย เจ้าบอบบางอ่อนแอขนาดนี้ เขายังไม่ใจอ่อนเลยสักนิด เห็นได้เลยว่าเขาเป็นคนอวดดีและใจดำ! เจ้าต้องอยู่ให้ห่างๆ จากเขานะ!”
“จริง! ใช่เลยๆ เขาแย่มาก เมื่อครู่ตอนที่บ่าวเข้าสิงร่าง เขายังลูบมือน้อยๆ ของข้าด้วย!” วิญญาณหญิงงามเอ่ยอย่างจริงจัง
วิญญาณอื่นๆ พากันกระโดดออกมาเช่นกัน
“หากพวกเราไม่ห้ามเอาไว้นะ แม่นางคงรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ไม่ได้แล้ว!”
“เจ้าดูสิ นี่ก็เกือบจะดึกอยู่แล้ว แต่เขากลับไม่ยอมออกไป เจ้าเป็นผู้หญิง และตอนนี้เจ้าสองคนอยู่ด้วยกันเพียงลำพังในห้องส่วนตัว หากเรื่องนี้แพร่ออกไปชื่อเสียงของเจ้าก็คงหมดสิ้นแน่ๆ”