ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 259 พร / ตอนที่ 260 ทำให้ขุ่นเคือง
ตอนที่ 259 พร / ตอนที่ 260 ทำให้ขุ่นเคือง
ตอนที่ 259 พร
เรื่องก็เกิดขึ้นไปแล้ว เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าจะให้นางไม่ได้รับผลกระทบเลยก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้นางรู้แล้วว่าคนนอกพูดกันว่าอย่างไร แต่นางก็ไม่ได้ถือสาอะไรมาก
นางจะโกรธไม่ได้ มิเช่นนั้นนางจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
เซี่ยเฉียวบำเพ็ญตนและหาถั่วเงินเพิ่มอยู่ที่บ้าน
เมื่อวันหยุดสิ้นสุดลง กิจกรรมการกุศลในสำนักศึกษาก็จะเริ่มขึ้นแล้ว
ก่อนวันหยุดนางมีถั่วเงินอยู่ในมือจำนวนไม่น้อย หักลบค่าใช้จ่ายรายวัน นางยังมีเหลืออีกห้าร้อยถั่วเงิน
แต่พวกวิญญาณเหล่านั้นกินดื่มไร้สาระ ทั้งยังเช่าอาจารย์เซียวมาด้วยราคาสูงลิ่ว ทำให้ความลำบากทุกข์ยากของนางสูญเปล่าไปทันที จนนางเหลือแค่สองร้อยกว่าถั่วเงินเท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมายอีกจำนวนหนึ่ง นางจึงได้แต่ต้องแปลเอกสารเหล่านั้นทั้งวันทั้งคืน
และในขณะนี้ที่ศาลตัดสินคดี เซี่ยผิงกั่งก็กำลังยืนอยู่กับรัชทายาท
รัชทายาทได้จัดการสะสางบันทึกคดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา และคอยถามเขาอยู่เป็นระยะๆ ว่ามีความเห็นอย่างไรบ้าง
บรรยากาศค่อนข้างเป็นไปด้วยดี
เซี่ยผิงกั่งเหลือบมองรัชทายาทที่วันนี้ดูเหมือนจะอารมณ์ดี เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ฝ่าบาทได้ยินข่าวลืออะไรข้างนอกบ้างไหม”
จ้าวเสวียนจิ่งพลิกอะไรในมือ แต่ไม่ได้ตอบ
“คนข้างนอกพูดกันว่าน้องสาวของกระหม่อมทำให้แม่เลี้ยงโกรธจนต้องหนีไป…” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
“ได้ยินมาบ้าง” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยสั้นๆ
เซี่ยผิงกั่งลักษณะท่าทางดุดัน เขายังกลัวว่าเขาจะแสดงโทสะออกมากเกินไปจนผู้คนคิดว่าเขาไม่เคารพรัชทายาท เขาจึงพยายามสงบสติอารมณ์ก่อนจะเอ่ย “เป็นเรื่องไม่จริงทั้งนั้น น้องสาวของกระหม่อมใจดีและอ่อนโยนที่สุดแล้ว หน้าตาของนางก็งดงามมาก กระหม่อมกล้าพูดเลยว่า ในเมืองหลวงนี้ไม่มีผู้หญิงคนไหนหน้าตาดีเท่านางได้อีกแล้ว แน่นอนว่ารูปลักษณ์นี้เป็นที่สองและความสามารถพิเศษของนางก็ไม่เลวเช่นกัน”
เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งได้ยินเช่นนั้น เขาก็แย้มยิ้มแล้วถามว่า “มีความสามารถพิเศษอะไรหรือ”
เซี่ยผิงกั่งเห็นว่ารัชทายาทให้ความสนใจจึงรีบถือโอกาสตีเหล็กตอนที่ยังร้อน “อืม…นางเก่งกว่ากระหม่อมและพี่น้องอีกคู่ในครอบครัวของเราอีก! นางเติบโตในวัดตั้งแต่เด็ก จิตใจจึงสงบนิ่งจนดูเหมือนเซียนบนสวรรค์กระนั้นเลยทีเดียว แม้จะเป็นเพียงประโยคธรรมดาแต่ใครได้ฟังก็จะรู้สึกสงบผ่อนคลาย สบายไปทั้งตัว”
มุมปากของจ้าวเสวียนจิ่งยกขึ้นเล็กน้อย และเก็บซ่อนอารมณ์ไว้ในใจ
เซี่ยผิงกั่งคนนี้ชมคนไม่เป็น ชมไปชมมากลับให้ความสนใจไปที่รูปลักษณ์หน้าตาเพียงเท่านั้น
“น้องสาวของเจ้าไม่เลวเลยจริงๆ” จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนม้วนคดีในมือ
เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่ามีความหวังจึงรีบเอ่ย “ได้ข่าวมาว่าฝ่าบาทใกล้จะเลือกสนมแล้ว กระหม่อมขอหน้าด้านแนะนำน้องสาวของกระหม่อมให้เข้าร่วมการคัดเลือกได้หรือไม่ หากฝ่าบาทเห็นว่าเหมาะสมก็แต่งตั้งนางเป็นสนมรอง ให้กำเนิดทารกน้อยสักคนก็จะดีมาก…”
จ้าวเสวียนจิ่งท่าทางตกใจ “เจ้าว่าอะไรนะ”
เซี่ยผิงกั่งยืดอกผึ่งผาย ยังไม่ลดละท่าที “น้องสาวของข้าเป็นคนอ่อนโยน บริสุทธิ์ สงบ และไร้เดียงสา นางมีพื้นอารมณ์ที่ดีเป็นอย่างมาก หากนางได้เป็นคนในจวนของฝ่าบาท คงจะเป็นพรจากการบำเพ็ญตนของฝ่าบาท…ของน้องสาวกระหม่อมแล้ว”
“เจ้าจริงจังหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งท่าทางเฉียบคม คิ้วกระบี่ชัดเจนราวกับยอดเขา กระทั่งร่างอยู่ในชุดคลุมสีดำ สายตาปรากฏประกายเป็นระลอก
“จรังจังสิ” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกขาดความมั่นใจเล็กน้อย
น้องสาวของเขาหน้าตางดงามจริงๆ เขาเพียงหวังว่ารัชทายาทจะรักกันไปสักพัก คลอดลูกสักคนก็พอแล้ว อย่าได้รักมั่นลึกซึ้งจนตายตามน้องสาวของเขาไปในอนาคตก็พอ
แน่นอนว่าเซี่ยผิงกั่งก็แค่คิดเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย
จ้าวเสวียนจิ่งเก็บอาการและยกยิ้ม
เขาเอ่ยสบายๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “ในเมื่อเจ้าเอ่ยปากแล้วก็ลองเชิญนางเข้าไปในวังดู เพียงแต่เรื่องเลือกนางสนมนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ข้าตัดสินใจได้เพียงคนเดียว…”
“เข้าใจ กระหม่อมเข้าใจ” เซี่ยผิงกั่งยินดีปรีดาทันที
จ้าวเสวียนจิ่งกำลังคิดอยู่พอดีว่าจะส่งเทียบเชิญโดยให้ตระกูลเซี่ยอย่างไรจึงจะไม่ดูมีพิรุธ ตอนนี้เซี่ยผิงกั่งกลับหาทางให้เขาเอง
ได้อย่างใจเขายิ่งนัก
ตอนที่ 260 ทำให้ขุ่นเคือง
การคัดเลือกสนมของรัชทายาทนั้นเป็นเรื่องใหญ่ เดิมทีอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ ศิษย์ทั่วไปก็จะต้องกลับไปเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว แต่ศิษย์หญิงมีวันหยุดยาวนานกว่า ยังต้องรออีกหน่อย
เมื่อมีเซี่ยผิงกั่งคนซื่อเป็นโล่กำบังให้เขาแล้ว รัชทายาทจึงออกคำสั่งทันทีให้เชิญแม่นางเซี่ยเข้าไปยังจวนรัชทายาทในวันที่แปดเดือนสิบ
เทียบเชิญถูกส่งไปบ้านของนางทันที
หลายคนก็เห็นแล้ว ข่าวก็แพร่ไปในหมู่เจ้าหน้าที่ทางการอย่างรวดเร็ว
พอถึงวันนี้ เซี่ยเฉียวสวมชุดสีม่วงลายเมฆยามเย็นปักดิ้นทอง ทับด้วยเสื้อคลุมกันลมสีแดง นางก้าวขึ้นนั่งบนเกี้ยวด้วยท่าทางเคร่งครัด
ยิ่งสวมเสื้อผ้ามากนางก็ยิ่งแอบซ่อนของเอาไว้ได้มากเช่นกัน
นางจะไปดูฮวงจุ้ยการจัดผังในจวนรัชทายาท ดังนั้นจึงต้องพกของไปด้วยหลายชิ้น
เข็มทิศเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ มันถูกซ่อนไว้ในอ้อมอกของนางอย่างลับๆ นอกจากนี้ยังมียันต์สีเหลืองที่วาดขึ้นมาใหม่และของขวัญขอบคุณที่นางแกะสลักไว้ให้รัชทายาท นางก็แอบเอาไปด้วย
เดิมทีนางผอมอยู่แล้ว เวลานี้เมื่อพกพาของติดตัวไปมากมายก็ไม่ได้ดูอ้วนอะไร ไม่เพียงเท่านั้นเสื้อคลุมสีแดงนี้ขับเน้นความงามและความอ่อนโยนของเซี่ยเฉียว ยิ่งน่านิยมชมชอบขึ้นไปอีก
ทันทีที่เข้าไปในวัง เซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่าขวดกระเบื้องที่นางพกติดตัวมาด้วยนั้นมีความเคลื่อนไหวเล็กน้อย
ในขวดนี้มีวิญญาณหญิงในชุดชาววัง นางสงสัยว่าคนผู้นี้เคยอาศัยอยู่ในวังมาก่อน หากได้กลับมาที่ที่เคยอยู่ก็น่าจะพอนึกอะไรออกได้บ้าง จึงได้นำนางเข้ามาด้วย
นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้ผลดีเช่นนี้ นางเพิ่งจะเข้ามาในวัง วิญญาณนี้กระสับกระส่ายแล้ว
นางจึงปล่อยวิญญาณตนนั้นออกมาก
“กลิ่นของที่นี่คุ้นมาก…” วิญญาณหญิงในชุดชาววังพึมพำขณะที่นางลอยไปมาอยู่ในเกี้ยวอย่างเชื่อฟัง
วิญญาณผู้หญิงคนนี้หน้าตาไม่เลวเลย ใบหน้าของนางขาวราวกับหยก หากนางเป็นสาวใช้ก็ออกจะโดดเด่นเกินไป ไม่แน่นางอาจจะเป็นนางสนม หรือนางในก็ได้
“อย่าอยู่ห่างจากข้ามากเกินไป หากลอยออกไปแล้วข้าไม่ตามหาเจ้าหรอกนะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เซี่ยเฉียวเปิดม่านและมองออกไปข้างนอก
นอกจากกำแพงแล้วก็มีแต่ทหาร เงียบสงบและเคร่งขรึม
ดูแล้วจะทำให้คนรู้สึกเบื่อหน่าย เซี่ยเฉียวจึงปิดม่านลงด้วยความรังเกียจ
โยกไปโยนมาสักพักนางก็มาถึงวังตะวันออกของรัชทายาท หลังจากเซี่ยเฉียวลงจากเกี้ยวแล้วก็ถูกนางกำนัลนำไปยังสวนดอกไม้ด้านหลังในบ้านของรัชทายาท
มีคนงามมากมาย
อืม…
มีทั้งคนเป็นคนตาย
พริบตานั้นเซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่าสายตาของนางพบกับการเสียดแทงบางอย่าง นางจึงก้มศีรษะลงทันที
นางมองพื้นอย่างไม่ใส่ใจและไม่เข้าไปใกล้ฝูงชน
“พี่หญิงต่งท่านดูสิ เซี่ยเฉียวมาจริงๆ ด้วย” ซย่าหย่าอวิ๋นชี้ไปทางเซี่ยเฉียว “ลูกสาวโจรคนหนึ่งก็ยังอยากผูกสัมพันธ์กับราชวงศ์ด้วยหรือ”
แม่นางต่งเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน “น้องหย่าอวิ๋น เจ้าพูดเช่นนี้จะให้คนอื่นขุ่นเคืองเอาได้”
“ข้าทำให้นางขุ่นเคืองมาตั้งนานแล้ว ยังจะต้องกลัวนางอีกหรือ อีกอย่าง ท่านอาจจะไม่รู้ อย่าได้มองว่าชาติกำเนิดนางไม่ได้ดีอะไร แต่นางสามารถเกลี้ยกล่อมคนได้เก่งจริงๆ พี่หญิงฟังมู่เสวี่ยต่างก็อยู่ฝั่งเดียวกันกับนางแล้วทั้งนั้น”
หลังจากเทศกาลส่งเสื้อกันหนาวแล้ว ฟังมู่เสวี่ยก็ไม่ได้สนใจนางอีก
ไม่ต้องพูดถึงฟังมู่เสวี่ย แม้แต่เมิ่งซูเซียงและเฟิงซวงซวงก็ไม่เคยตอบรับคำเชิญของนางอีกเลย!
เมื่อรัชทายาทเลือกนางสนม ไม่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจากทุกครัวเรือนจะต้องมา
บางคนที่มีคู่หมั้นแล้วหรือเตรียมที่จะแต่งงานแล้วย่อมยกเว้นไป
คนอื่นๆ นอกจากจะไม่สบายก็จะต้องมาสักครั้ง แน่นอนว่าเพื่อจะได้รับการคัดเลือก แต่เพราะวันนี้ฮองเฮาและเหล่าสนมก็จะมาด้วย ย่อมเป็นโอกาสที่จะได้สร้างความประทับใจที่ดี
รัชทายาทเป็นคนพิการ เพราะฉะนั้นในสายตาของทุกคนแล้ว แม้ว่าเขาจะได้รับความโปรดปรานเพียงใด ต่อไปเขาก็คงจะไม่ได้ขึ้นครองราชย์แน่นอน
ดังนั้นสายตาอันมีเสน่ห์นี้จะไม่ถูกส่งออกไปอย่างง่ายดาย และสร้างโศกนาฏกรรมให้ตระกูลอย่างแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนั้นพอมองออกไปที่สาวงามทั้งหลายจึงล้วนสวมแต่เสื้อผ้าสีเรียบๆ
เสื้อคลุมขนสัตว์สีแดงของเซี่ยเฉียวนี้จึงดูสะดุดตาเป็นพิเศษ
เซี่ยเฉียวไม่มีเจตนาที่จะดึงดูดความสนใจ นางเพียงแต่คิดว่าสีขาวนั้นไม่เป็นมงคล และเสื้อคลุมนี้นอกจากสีขาวแล้ว สีแดงจะดูดีกว่าสีอื่นเล็กน้อย