ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 281 ล้ำค่าควรเมือง / ตอนที่ 282 การค้าที่ขาดทุน
ตอนที่ 281 ล้ำค่าควรเมือง / ตอนที่ 282 การค้าที่ขาดทุน
ตอนที่ 281 ล้ำค่าควรเมือง
แผ่นหนังแกะทั้งแผ่นนั้นเมื่อกางออกแล้วก็มีขนาดประมาณโต๊ะที่อยู่ในห้องของนาง สัมผัสของหนังค่อนข้างนุ่มมือ และมีฝุ่นเกาะ
เซี่ยเฉียวลองใช้น้ำลูบให้หนังแกะชื้นขึ้นเล็กน้อย
แต่มันก็ไม่ได้
แต่ก็เปล่าประโยชน์ มันก็ยังเป็นแผ่นหนังธรรมดาๆ แผ่นหนึ่ง
จากนั้นนางจึงวางแผ่นหนังแกะไว้ใกล้เตาทองแดงโดยมีฝาครอบกั้นไว้ นางจึงไม่ต้องกังวลว่ามันติดไฟ
ถ้าหากแผ่นหนังนี้มีอะไรซ่อนอยู่จริงๆ เมื่อใช้น้ำหรือไฟ ไม่ก็น้ำกรดและน้ำด่างจะต้องปรากฏออกมาแน่ๆ
ดวงตาทั้งคู่ของเซี่ยเฉียวจ้องมองอย่างระมัดระวัง
ผ่านไปสักพักนางก็พบว่าบนแผ่นหนังมีร่องรอยปรากฏขึ้นจริงๆ!
มันค่อยๆ แผ่กระจายออกทีละน้อยๆ
เซี่ยเฉียวมองมันด้วยความประหลาดใจ หลังจากที่นางมองดูอยู่เป็นเวลาประมาณหนึ่งเค่อ ลวดลายทั้งหมดบนภาพก็ปรากฏขึ้น!
ดูแล้วเหมือนจะเป็นแผนที่ฮวงจุ้ย แต่ภาพวาดมีความครอบคลุมมาก เมื่อมองดูให้ละเอียดจะพบว่าอันที่จริงแล้วมันรวมถึงเกือบทุกแคว้นในแผ่นดินใหญ่นี้
โดยเฉพาะแคว้นใหญ่ๆ บางแคว้น เช่น แคว้นโจวไหลที่อยู่ในมหาสมุทรไกลออกไป หรือแคว้นโฉวโหยว แคว้นตงเหย่ ภูเขาและแม่น้ำสายสำคัญน้อยใหญ่ก็ถูกวาดเอาไว้อย่างละเอียดรอบคอบและครอบคลุม แม้แต่ลักษณะของผู้คนในบางแคว้นก็ถูกเขียนเอาไว้ด้านหลังภาพด้วย
และที่มุมล่างขวาของแผนที่ทั้งหมดนี้มีชื่อคนอยู่ด้วย
เมื่อเซี่ยเฉียวอ่านดูแล้วก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ของเล่นชิ้นนี้…
มีค่า!
ในช่วงรัชสมัยก่อนหน้านี้ มีคนตระกูลหนึ่งแซ่ไป๋หลี่ คนตระกูลนี้ชอบการเดินทางมากเป็นพิเศษ พวกเขาวาดภาพที่มีชื่อเสียงออกมาภาพแล้วภาพเล่า และนางยังได้ยินมาว่าพวกเขามี ‘แผนที่โลก’ ที่ครอบคลุมมากที่สุดอยู่ในมือ!
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงข่าวลือ ฮ่องเต้องค์สุดท้ายของราชวงศ์ก่อนหน้านี้เป็นผู้ปกครองที่เลอะเลือนสมชื่อ เมื่อได้ยินข่าวนี้พระองค์จึงรับสั่งให้คนตระกูลไป๋หลี่ถวายแผนที่ดังกล่าว แต่กลับกลายเป็นว่ามันไม่มีอยู่จริง
เมื่อฮ่องเต้ผู้โง่เขลาไม่พอพระทัย ตระกูลไป๋หลี่จึงต้องสิ้นไป
ตระกูลไป๋หลี่มีสมาชิกจำนวนมาก เกือบทุกคนในตระกูลถูกบั่นคอประหารจนหมดสิ้น และคดีนี้เองที่สร้างความไม่พอใจไปทั่วแว่นแคว้นจนเกิดกบฏขึ้นทั่วทุกแห่งหน และเกิดความเปลี่ยนแปลงในคราเดียว
ต่อมามีข่าวลือว่าตระกูลไป๋หลี่ยังมีลูกหลานสืบสกุล แต่ทายาทเหล่านี้ได้หลบลี้หนีไปไกลเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะ
สำหรับแผนที่โลกนี้ยังมีข่าวลือว่ามันมีความลึกลับมหัศจรรย์ บางคนถึงกับบอกว่ามันซ่อนสมบัติล้ำค่าเอาไว้มากมาย
สิ่งนี้อยู่ในมือนางนี้…
เป็นแผนที่โลกไม่ผิดแน่
บิดาของนางผู้นี้…จะว่าอย่างไรดีเล่า…
สมองซื่อบื้อไปหน่อย แต่โชคชะตานี่…ทรยศสวรรค์จริงๆ
หากใช้เงินทองมาวัดค่าของสิ่งนี้…
เซี่ยเฉียวไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้ ถึงอย่างไรก็ไม่มีคนในตระกูลไป๋หลี่ปรากฏตัวขึ้นสักคน บางทีพวกเขาทั้งหมดอาจตายไปแล้วจริงๆ ก็ได้ ส่วนภาพวาดที่มีชื่อเสียงผลงานของตระกูลไป๋หลี่ทั้งหมดก็ถูกฮ่องเต้ผู้เลอะเลือนผู้นั้นสั่งเผาไปหมดแล้ว
ดังนั้นถึงแม้จะเป็นภาพวาดทิวทัศน์ธรรมดาๆ ก็ตาม มันจะต้องขายได้มูลค่าหลายหมื่นตำลึงแน่นอน!
แต่ของสิ่งนี้…
มันเป็น ‘แผนที่โลก’ เพียงหนึ่งเดียวและอาจใช้เวลาเป็นหลายร้อยปี ความพยายามที่ลงไปทั้งหมดคือความพยายามของคนในตระกูลหลายชั่วอายุคน และคนในตระกูลก็แทบจะเป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงเกือบทั้งหมด!
มีค่าเท่าไหร่อย่างนั้นหรือ
ล้ำค่าควรเมืองเชียวล่ะ
อย่างไรก็ตามของสิ่งนี้ที่อยู่ในมือของตระกูลเซี่ยนั้นไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก อย่างไรเสียก็ไม่สามารถขายมันได้
หนึ่งคือไม่มีใครซื้อได้ อีกอย่างคือไม่มีใครกล้าซื้อ ยกเว้นฮ่องเต้ที่จะกล้าขอ หากคนอื่นๆ มีไว้ในมือก็เท่ากับจงใจตบหน้าฮ่องเต้
ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ก่อนหน้านี้ต้องฝังราชวงศ์เพราะมัน ดังนั้นไม่ว่าของสิ่งนี้จะอยู่ในมือใครก็ต้องถวาย!
เซี่ยเฉียววางม้วนหนังแกะลงอย่างใจเย็น
เวลานี้เซี่ยหนิวซานก็กลับมาแล้ว
หน้าตาโกรธขึ้งจนคนไม่กล้าเข้าใกล้
เขาเพิ่งจะกลับมาก็ทำราวกับว่าจะจัดการใครสักคนอีกแล้ว พ่อบ้านจึงรีบวิ่งมาหาเซี่ยเฉียวทันที “คุณหนูใหญ่ ท่านช่วยไปห้ามนายท่านทีเถิด เขาจะไปทวงหนี้กับตระกูลเมิ่งแล้ว!”
ตอนที่ 282 การค้าที่ขาดทุน
เมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินคำพูดของพ่อบ้าน นางก็แทบจะสำลัก
ท่านพ่อของนางน่าจะถูกกระตุ้นหนักจริง!
แต่เซี่ยเฉียวสงสารเขาไม่ได้จริงๆ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่รู้จักที่จะตรวจสอบของที่อยู่ในห้องเก็บอาวุธของตนเองบ้าง หากเขาจะเอาใจใส่ขึ้นมาสักหน่อย ของก็คงไม่ถูกคนอื่นโยกย้ายไปจนเกลี้ยงแบบนี้
แต่ถึงนางจะพูดเช่นนั้น เขาก็ยังเป็นบิดาของนางอยู่ดี
นางจะเพิกเฉยก็คงไม่ได้ จะปล่อยให้เขาโกรธจนกลายเป็นเรื่องอื่นคงไม่ดี
เซี่ยเฉียวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบรุดไปยังเรือนด้านหน้า
เซี่ยหนิวซานจัดการสั่งคนเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังให้แต่ละคนถือไม้กวาดไปด้วย แค่ดูก็รู้แล้วว่าจะไปเอาเรื่อง
“ท่านพ่อ” เซี่ยเฉียวตะโกนออกไปเสียงสั่นๆ ด้วยใบหน้าขาวซีด “นี่ท่านจะไปฆ่าคนหรือ”
เซี่ยหนิวซานได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกผิดเล็กน้อย “ไม่ใช่ ข้าจะไปทวงหนี้…”
“ใครขโมยของอะไรไปจากบ้านเราหรือ” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวยังคงนุ่มนวล
เซี่ยหนิวซานก็ละอายที่จะพูดตรงๆ
จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็หัวเราะขึ้นก่อนจะเอ่ย “วางของพวกนี้ลงเถอะ ไม้กวาดเยอะแยะขนาดนี้ พวกเจ้าจะไปกวาดใบไม้ร่วงกันหรือ ท่านพ่อ ข้าได้ยินว่าท่านทำของหายหรือ”
เซี่ยหนิวซานมองพ่อบ้านด้วยสายตาดุดัน
พ่อบ้านหดศีรษะด้วยความลำบากใจ
“ท่านจะไปจ้องคนอื่นเขาทำไม พ่อบ้านทำของหายหรือ” เซี่ยเฉียวไม่รีบร้อน จากนั้นนางก็เดินเข้าไปลูบม้าตัวที่ยืนอยู่ข้างกายเซี่ยหนิวซาน ม้าตัวนั้นก็ถูไถตัวเองเข้ากับหน้าอกของนางด้วยท่าทางอันแสนเชื่อง เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นช้าๆ “ในเมื่อมอบของให้เขาไปแล้ว จะไปขอคืนอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ได้อย่างไร ท่านเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง หากไม่มีความน่าเชื่อถือ ท่านจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างไร”
“แม้ว่าหลูจะซื่อจะไปคนส่งของก็จริง แต่ตอนนั้นหลูซื่อก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของท่าน เรื่องนี้ก็ยังต้องนับว่าท่านต้องรับผิดชอบ ข้าว่าม้าตัวนี้ก็ดูเหนื่อยมากแล้ว ปล่อยให้มันพักสักหน่อยเถอะ” เซี่ยเฉียวถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้นช้าๆ
เซี่ยหนิวซานมองเซี่ยเฉียวด้วยสาตาซับซ้อน แม้ว่าเขาจะว่ารู้สึกไร้ยางอาย แต่เขาก็ยังพูดขึ้นมาว่า “อินทรีทองคำนั้นมีค่ามาก จะให้ตระกูลเมิ่งไปเปล่าๆ ได้อย่างไร…”
“ก็ไม่ได้ให้ไปเปล่าๆ หรอก” เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจ “พวกเขาติดค้างพวกเราอยู่เรื่องหนึ่ง เราค่อยขอกลับบ้างก็ได้”
ขอเรื่องอื่นเป็นไปได้ แต่เรื่องของจะขอคืนมาไม่ได้
หากอยากจะได้กลับคืนมาจริงๆ จะต้องให้พวกเขาเต็มใจส่งคืนมาให้ด้วยตนเองจึงจะได้
เซี่ยหนิวซานได้ยินนางพูดเช่นนั้นก็โยนบังเหียนทิ้งทันที
“นังหนู เช่นนั้นแล้วพวกเราจะขออะไรเล่า มูลค่าของมันจะต้องประมาณสามสี่หมื่นตำลึงเลยนะ ไม่เช่นนั้นข้ากินไม่ได้นอนไม่หลับแน่ๆ” เซี่ยหนิวซานไม่อยากทำการค้าที่ขาดทุนเลยจริงๆ
เขาเองก็รู้ว่าตนเองไม่สามารถที่จะไปขอของกลับมาได้
ต่อให้เซี่ยเฉียวไม่มาห้าม อย่างมากเขาก็พาคนของเขาออกไปเดินเล่นข้างนอกสักรอบ
เขาคิดจะผ่านบ้านตระกูลเมิ่งโดยเฉพาะ เพื่อให้ตระกูลเมิ่งรู้ว่าเขาไม่ใช่สิ่งของ หากไม่ต้องการคบกันเมื่อไร ต่อไปก็ให้คืนของเขามา
เขายังไม่โง่ถึงขนาดจะไปหักหน้าขุนนางขั้นสูงเอาตรงๆ อย่างนั้น
เซี่ยหนิวซานสั่งให้คนแยกย้ายทันที
เขาเดินนำเซี่ยเฉียวเข้าไปนั่งในห้องโถง
“ข้าได้ยินมาว่านายหญิงชราของตระกูลเมิ่งเก่งเรื่องจับคู่ ในเมื่อตอนนี้ท่านพ่อได้ขับไล่หลูซื่อออกไปแล้ว ก็น่าจะหานายหญิงคนใหม่มาดูแลเรื่องอาหารการกินในบ้าน ยังมีพี่ใหญ่อีกคนที่ตอนนี้ก็อายุอานามยี่สิบกว่าปีแล้วก็ยังหาคู่ครองไม่ได้สักที…ท่านส่งใครสักคนไปที่บ้านตระกูลเมิ่งเพื่อขอให้นายหญิงชราช่วยเหลือเรื่องนี้หน่อยก็ได้แล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“แต่งภรรยา!?” เซี่ยหนิวซานได้ยินเช่นนั้นก็ขนลุกซู่ทันที “เพิ่งจะผลาญสมบัติหมดไปคนหนึ่ง ยังจะแต่งอีกหรือ! ตอนนี้บ้านเราก็ไม่มีเงินอะไรมากมายไปซื้อสินสอดด้วย ไม่ได้ๆ”
“ท่านคิดจะแต่งก็ต้องดูด้วยว่ามีคนยอมแต่งกับท่านหรือไม่ นายหญิงชราตระกูลเมิ่งก็ไม่แน่ว่าจะกล้ายอมรับงานนี้ ถึงอย่างไรท่านก็เพิ่งหย่ากับหลูซื่อ ชื่อเสียงท่านเองก็ไม่ดี ไม่ว่าจะแนะนำผู้หญิงบ้านไหน นายหญิงชราตระกูลเมิ่งก็จะคิดว่าเป็นการทำร้ายคนอื่นเขา นางจะยอมตกลงได้อย่างไร แต่ท่านยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็ไม่นับว่าทำให้นางลำบาก หากนางไม่ช่วยก็คงไม่ได้ เกรงว่า…ท้ายที่สุดแล้วนางก็ได้แต่ต้องส่งอินทรีทองคำคืนมา แล้วหลีกหนีให้ไกลจากท่าน ไม่แน่นางยังอาจจะส่งของขวัญขอโทษมาด้วยก็ได้” เซี่ยเฉียวเอ่ย