ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 293 แจ้งลา / ตอนที่ 294 ไม่ได้คิดจะเลี้ยง!
ตอนที่ 293 แจ้งลา / ตอนที่ 294 ไม่ได้คิดจะเลี้ยง!
ตอนที่ 293 แจ้งลา
หลังจากที่วิญญาณชายพูดจบเขาก็รู้สึกอัปยศอดสูอยู่บ้าง
เขาถูกฆ่าตายจนกลายเป็นวิญญาณลอยไปลอยมาแล้ว แต่เขายังไม่กล้าล้างแค้นด้วยซ้ำ เอาแต่คิดถึงแต่ของไร้ค่าพวกนั้น…เสื้อผ้าและอาหาร
ปรมาจารย์ที่เหมือนนางฟ้าที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้จะต้องหัวเราะเยาะเขาอย่างแน่นอนสินะ?
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ข้ารับความปรารถนานี้ไว้แล้ว”
ที่สำนักศึกษานางยังมีถั่วเงินแปดร้อยกว่าเมล็ดที่ยังไม่ได้ใช้จ่าย ดังนั้นนางจึงเหลือถั่วเงินประมาณหนึ่งพันเมล็ดในบัญชีของนางเอง ซึ่งเมื่อแลกเป็นเงินก็จะได้แค่หนึ่งร้อยตำลึงเท่านั้น
เงินหนึ่งร้อยตำลึงเอามาจ้างคนก็คงจะไม่ได้
อย่างไรก็ตามแม้ว่าสำนักศึกษาจะกำหนดว่าพวกนางไม่สามารถใช้ทรัพย์สินของที่บ้านได้ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรที่จะใช้แรงงานคน
ตอนที่ซย่าหย่าอวิ๋นออกมานอกเมืองย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่นางจะนำเพียงสาวใช้ส่วนตัวติดตัวมาด้วยเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการจลาจลนางจะต้องนำคนงานอย่างน้อยเจ็ดหรือแปดคนติดตามมาด้วย
ภายในขอบเขตที่เหมาะสมพวกนางก็ยังสามารถใช้ความสามารถของที่บ้านตนเองได้
หลังจากที่เซี่ยเฉียวกลับบ้านไปแล้วนางก็ขอให้พ่อบ้านนับจำนวนคนงานในบ้าน
บ่าวรับใช้ของตระกูลเซี่ยเกือบทั้งหมดต่อสู้เป็น เพราะบิดาและพี่ชายคนโตของนางชำนาญเรื่องการต่อสู้ ดังนั้นพวกเขาจึงใส่ใจเรื่องนี้มากตอนที่คัดเลือกคนงาน
ด้วยเหตุนี้จึงช่วยนางได้มากทีเดียว
“เจ้าจะเอาบ่าวรับใช้พวกนี้ออกไปด้วยหมดเลยหรือ เอาไปทำอะไรน่ะ” เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นก่อนจะออกจากบ้าน เซี่ยหนิวซานก็ต้องตกใจทันทีเมื่อเห็นบ่าวรับใช้มากมายเช่นนี้
ลูกสาวของเขาคงไม่ได้พาพี่น้องพวกนี้ไปทะเลาะวิวาทกับใครหรอกนะ
“พี่หญิงใหญ่กำลังเดิมพันกับแม่นางซย่า นางน่าจะพาบ่าวในบ้านออกไปทำความดีที่นอกเมือง!” เซี่ยผิงไหวเอ่ยทันที หลังจากพูดจบเขาก็ยิ้มให้เซี่ยหนิวซานราวกับว่ากำลังขอคำชม
เซี่ยเฉียวมองดูท่าทางของเซี่ยผิงไหวก็รู้สึกว่าเด็กโง่คนนี้ค่อนข้างน่าสงสาร
อายุสิบสองปียังเป็นช่วงเวลาที่จิตใจอ่อนไหว
หลูซื่อจากไปแล้ว เซี่ยหนิวซานก็มักจะไม่ค่อยสนใจเขา ระยะนี้เซี่ยผิงกั่งก็เข้มงวดกับเขามากขึ้น พี่สาวอย่างนางก็ยังเอาตั๊กแตนของเซี่ยผิงไหวไปอีก ตอนนี้เด็กคนนี้น่าจะไม่มีเรื่องสนุกอะไรเลยแม้แต่น้อย
อีกอย่างตอนที่เขาอยู่ในสำนักศึกษาก็ยังต้องคอยเอาใจอาจารย์เซียวอีก
เป็นเด็กที่น่าเวทนาเสียจริง
“เดิมพันกับแม่นางซย่า? แม่นางซย่าคนไหนหรือ เดิมพันด้วยเงินหรือไม่” เซี่ยหนิวซานได้ยินเช่นนั้นก็รีบเอ่ยถามทันที
เขามองแต่เซี่ยเฉียว ไม่แม้แต่จะมองเซี่ยผิงไหวเลยสักนิด
“ใครๆ ข้างนอกก็บอกว่าท่านพ่อนั้นเป็นคนเลวที่โหดร้ายไร้ประโยชน์ ข้าได้ยินแล้วก็รู้สึกอึดอัดไม่สบายใจจึงได้เดิมพันกับแม่นางซย่าคนนั้น หากข้าชนะนางได้ก็เท่ากับเป็นหน้าเป็นตาให้ท่านพ่อด้วย” เซี่ยเฉียวโกหกหน้าตาย
เซี่ยหนิวซานได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกชื่นใจ “เด็กดี หากเจ้าถูกรังแกก็ให้บ่าวรับใช้พวกนี้สู้กลับไปเลย! สถานะครอบครัวของเราไม่สูงก็จริงแต่ก็ยังมีราชครูคอยคุ้มหัวเราอยู่ หากยังมีราชครูอยู่ครอบครัวของเราจะมีที่ยืนในเมืองหลวงอย่างแน่นอน!”
เซี่ยเฉียวหัวเราะหึๆ
เท่าที่นางรู้ราชครูก็อายุอานามตั้งขนาดนี้แล้ว เขาอาจจะตายลงเมื่อไรก็ได้
หากจะให้พึ่งราชครู ไม่สู้นางพึ่งตัวเองจะดีกว่า
“วันนี้พวกเจ้าสองคนจะออกไปกับข้าหรือไม่” เซี่ยเฉียวถามเซี่ยผิงไหวและเซี่ยซี “ข้าจะให้คนไปแจ้งลาที่สำนักศึกษา”
เซี่ยซีส่ายหน้า
แต่เซี่ยผิงไหวกลับสนใจมากและรีบตอบตกลงทันที “ตกลงพี่หญิงใหญ่ ทว่าจะลาข้าต้องไปหาอาจารย์เซียว ตาเฒ่านั่นไม่ยอมรับข้าเป็นศิษย์ แต่กลับใช้ข้าทั้งวัน ตอนนี้เขายังโยกย้ายให้ข้าไปอยู่เรือนของเขาเพื่อทำหน้าที่ฝนหมึกแล้วด้วย…”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เซี่ยผิงไหวก็ห่อเหี่ยวและแกว่งเท้าไปมาบนพื้น “เขาเป็นคนหัวโบราณที่สุด จะต้องไม่ยอมให้ข้าลาเป็นแน่ เฮ้อ…”
ตาเฒ่าเซียวร้ายกาจมาก!
ตอนที่เขาอยู่ในสำนักศึกษา ทั้งเช้าบ่ายเขาต้องคอยทำงานอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา เขาต้องทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นวิ่งทำธุระหรือคัดลอกหนังสือ หากเขาไม่พอใจขึ้นมาก็จะเอาไม้บรรทัดหนามออกมา!
เขาทำจริง!
จนตอนนี้อาการบาดเจ็บที่น่องของเขาก็ยังไม่หายดีเลย!
ตอนที่ 294 ไม่ได้คิดจะเลี้ยง!
เซี่ยผิงไหวก้มหน้าลงอย่างน่าสงสาร
“จะไปหรือไม่ ที่สำนักศึกษาข้าจะจัดการให้เจ้าเอง” เซี่ยเฉียวเอ่ยเพียงแค่นั้น
“จริงหรือ” เซี่ยผิงไหวคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในเมื่อพี่หญิงใหญ่พูดอย่างนั้นแล้ว เช่นนั้น…
แม้ว่าเขาจะโดดเรียน แต่ท่านพ่อและพี่ชายใหญ่ของเขาก็จะไม่ลงโทษเขา อย่ามากเขาก็แค่โดนอาจารย์เซียวอัดเท่านั้น!
อันที่จริงบัณฑิตเฒ่าผู้นั้นตีไม่เจ็บเลยสักนิด เขาไม่กล้าแม้แต่จะใช้แรงด้วยซ้ำ ดีแต่พูดพล่ามอย่างกับผู้หญิง ไร้ประโยชน์สิ้นดี
เซี่ยผิงไหวหัวเราะชอบใจทันที “ไป ข้าจะไปกับท่านด้วย จะขึ้นเขาลงห้วย แค่ท่านเรียกหาข้าก็พอ ข้าขยันมากนะ!”
เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ ให้เขา
เซี่ยผิงไหวรู้สึกสบายอกสบายใจขึ้นมาในทันที
เขายังหันไปมองเด็กน้อยเซี่ยซีด้วยท่าทางเสียดายแทน ปกติแล้วนางจะอยู่แต่ในสำนักศึกษาเท่านั้น ไม่รู้จักออกออกไปหาความสนุกบ้างเลย
สายตาของเซี่ยซีดูเฉื่อยชาเล็กน้อย ดูไม่ยินดียินร้ายใดๆ เซี่ยเฉียวจึงเอ่ยถาม “ทำไมซีเอ๋อร์ไม่อยากไปหรือ”
เด็กๆ ก็น่าจะชอบออกไปเที่ยวเล่นนี่?
“มันต้องใช้เงิน” เซี่ยซีหวงแหนคำพูดของนาง ทั้งยังขมวดคิ้วราวกับว่ากำลังคิดถึงบางสิ่งที่ทำให้นางยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง
“ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องออกเงินหรอก” เซี่ยเฉียวหลุดหัวเราะออกมา
“ไปสำนักศึกษา หาถั่วเงิน” เซี่ยซีเอ่ยจริงจัง
“…” เซี่ยเฉียวพูดหมดคำพูดไปในทันที
เซี่ยซีมีกฎเกณฑ์ของตัวเองในการหาถั่วเงิน หากนางออกจากสถานศึกษาแล้วหาเงินไม่ได้ นั่นก็คือการขาดทุนแล้ว…
นางรักเงินมากตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้ล้วนเป็นเพราะมีบิดาที่เชื่อถือไม่ได้ขนาดนี้
“ท่านพ่อ หลังจากที่คนจากตระกูลเมิ่งส่งของคืนมาให้แล้ว ภายในเวลาหนึ่งปีนี้ท่านจะขายนกอินทรีทองคำตัวนี้ไม่ได้” เซี่ยเฉียวพูดขึ้นอย่างกะทันหันก่อนจะจากไป
“ทำไมเล่า!” เซี่ยหนิวซานได้ยินเช่นนั้นก็ระเบิดโทสะทันที
หากขายไม่ได้ เขาจะเอามันกลับมาเพื่ออะไร!
ตอนนี้เขาไม่มีเงินจะใช้แล้วนะ!
“ท่านพ่อกลัวว่าตระกูลเมิ่งจะไม่รู้ว่าเราขาดเงินหรือ” เซี่ยเฉียวหัวเราะ “จริงสิ ท่านพ่อ ข้ากลัวความหนาวมาตลอด ทุกครั้งที่เข้าฤดูหนาวตัวข้าจะหนาวสั่นไปหมด ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่วัดก็ยังพอทนเพราะที่นั่นฮวงจุ้ยดี ทุกฤดูแทบจะเหมือนฤดูใบไม้ผลิ แต่ที่นี่… ข้าขอให้ท่านเตรียมถ่านเงินไว้ล่วงหน้าด้วย เยอะๆ ยิ่งดี ข้าเกรงว่ามันจะไม่พอใช้”
สาเหตุที่วัดอากาศเหมือนฤดูใบไม้ผลิในทุกฤดูกาลก็เพราะว่าต่อมายังมีคนมาเยือนอยู่ไม่ขาดสาย นางและตาเฒ่าโม่ช่วยกันวาดยันต์จำนวนมากประกอบกับอาวุธวิเศษบางส่วน จึงทำให้สถานที่นั้นมีบรรยากาศที่สบายๆ
แต่ที่บ้านอากาศหนาวมากเหลือเกิน
เมื่อเซี่ยหนิวซานได้ยินเช่นนั้น หนังตาของเขาก็กระตุกไม่หยุด
ถ่านเงินค่อนข้างแพงทีเดียว
เขามีค่าใช้จ่ายในบัญชีเพิ่มเติมอีกแล้ว
ยิ่งกว่านั้นปีนี้อากาศหนาวก็เกรงว่าจะหาถ่านเงินได้ยาก เงินที่จ่ายไปก็ต้องมากกว่าราคาปกติ
เซี่ยหนิวซานจะร้องไห้คร่ำครวญออกมาก็ไม่ได้ เขาได้แต่จดบัญชีที่ต้องคิดกับหลูซื่อไว้อีกเรื่องหนึ่ง
หากหลูซื่อรู้จักประหยัดบ้าง เขาก็คงไม่ถึงขั้นลังเลแม้แต่จะซื้อถ่านสักก้อนอย่างตอนนี้!
เซี่ยเฉียวพูดอะไรอีกเล็กน้อยก่อนจะออกไปพร้อมกับคนกลุ่มใหญ่
“พี่หญิงใหญ่ พวกเราไปแวะร้านอาหารกันก่อนดีไหม ข้ารู้จักร้านหนึ่งที่อาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะหัวสิงโตนั่น…” ดวงตาของเซี่ยผิงไหวเป็นประกาย
“น้องชายใจดีขนาดนั้นเลย?” เซี่ยเฉียวถามด้วยความประหลาดใจ
“…” เซี่ยผิงไหวเลียริมฝีปากของเขา “ข้าว่าช่างมันเถอะ ทำธุระสำคัญกว่า…”
เขาใจดี?! เขาไม่ได้คิดจะเลี้ยงเสียหน่อย!
แต่พอเขาลองคิดดู ถึงอย่างไรตนเองก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ตอนออกมาข้างนอกจะใช้เงินของพี่สาวได้อย่างไร
อย่างไรก็ตามตอนนี้เขายากจนมาก ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเหรียญทองแดงไม่ถึงสิบเหรียญ ไม่ต้องพูดถึงหัวสิงโตหรอก แค่น้ำแกงเขายังก็ไม่มีปัญญาจะซื้อด้วยซ้ำ
“พี่หญิงใหญ่ ช่วงนี้ข้าก็ไม่ได้เกียจคร้านนะ ตอนอยู่ในสำนักศึกษาข้าก็ช่วยท่านสืบอะไรเป็นพิเศษ ซย่าหย่าอวิ๋นนั่นรวบรวมคนได้ห้าสิบคนแล้ว พวกเขาทั้งหมดอายุต่ำกว่าสิบเจ็ดปี เด็กน้อยพวกนั้นหลอกง่ายมากๆ พอซย่าหย่าอวิ๋นให้อะไรนิดหน่อยก็มองนางเป็นเซียนไปแล้ว”