ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 297 ไม่ได้ปกป้องเจ้าให้ดี / ตอนที่ 298 ทุบตีลูกชายโจร
ตอนที่ 297 ไม่ได้ปกป้องเจ้าให้ดี / ตอนที่ 298 ทุบตีลูกชายโจร
ตอนที่ 297 ไม่ได้ปกป้องเจ้าให้ดี
พอเซี่ยผิงไหววิ่งขึ้นมา เขาก็รวดเร็วอย่างยิ่งไม่ต่างอะไรกับเสือดาว
ทันทีที่เขาวิ่งผู้คนที่อยู่ข้างหลังก็เริ่มไล่ตามเขาทันที และดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย เมื่อผู้ประสบภัยเหล่านั้นเห็นสิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนของเซี่ยผิงไหวพวกเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลายคนยังแสดงสีหน้าห่วงใย
เซี่ยเฉียวนั่งดูอย่างช่วยอะไรไม่ได้
พวกคนที่อยู่ข้างหลังเขาวิ่งช้าเกินไป คนตั้งมากขนาดนี้แต่ก็ไม่มีใครตามเขาทัน
ไม่นานหลังจากนั้นเซี่ยผิงไหวก็วิ่งมาอยู่ข้างๆ นาง “พี่หญิงใหญ่ ท่านรีบขึ้นรถม้า แล้วให้บ่าวรับใช้ไปกับข้า ข้าจะตีสุนัขพวกนี้ให้ตายเอง!”
“เจ้าถอยกลับไปสิบก้าว แล้วให้พวกเขารุมเจ้าเป็นเวลาสักหนึ่งเค่อ” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างใจร้าย
“อะไรนะ!” เซี่ยผิงไหวอุทานด้วยความตกใจ “พี่หญิงใหญ่ ท่านบ้าไปแล้วหรือ! ทำไมข้าต้องถูกพวกเขาทุบตีด้วย!”
“เวลาหนึ่งเค่อ เงินค่าขนมสิบตำลึงกับตั๊กแตนที่เคยซื้อมาก่อนหน้านี้คืนให้เจ้าหนึ่งตัว” เซี่ยเฉียวเอ่ยหนักแน่น
“…” เซี่ยผิงไหวสับสนอยู่ครู่หนึ่ง แต่มันก็เป็นเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น
ช่วงนี้เขายากจนมากจริงๆ!
คิดจะซื้อขนมกินสักชิ้นก็ยังไม่มีเงินซื้อ!
เงินสิบตำลึง หากเขาใช้อย่างประหยัดหน่อยก็จะใช้ได้นานเลยทีเดียว!
เซี่ยผิงไหวหันกลับมาแล้วก็วิ่งกลับไปทันที!
เช่นนั้นแล้วเขาจึงถูกล้อม เขากัดฟันและหมอบอยู่กับพื้นโดยปกป้องศีรษะเอาไว้
“เจ้าหนู วิ่งสิ ทำไมไม่ ไม่วิ่งแล้วล่ะ!” คนที่เป็นหัวหน้าหอบหายใจอย่างหนัก
เด็กคนนี้เป็นกระต่ายหรือ พริบตาเดียวก็หนีหายวับไปเลย!
คนทั้งกลุ่มก็โกรธมากเช่นกัน หัวหน้าพวกนั้นเรียกคนสองคนออกมาทันที “สั่งสอนมันหน่อย!”
พูดแล้วเขาก็ก้าวไปข้างหน้าและเริ่มลงมือ
ตุ๊บตั๊บๆ พวกเขาเตะร่างเซี่ยผิงไหวทันที
เวลานี้เซี่ยเฉียวก็สั่งบ่าวรับใช้ “พวกเจ้าเห็นแล้วหรือไม่ นายน้อยรองของตระกูลเซี่ยมีจิตใจดี และออกมาทำความดีด้วยตนเองแต่โดนพวกคนเลวรุมทำร้าย พวกอันธพาลเหล่านี้โหดร้ายบ้าอำนาจ ป่าเถื่อน สวรรค์ไม่ให้อภัย! คนหนึ่งไปแจ้งทางการ คนอื่นๆ หยิบของขึ้นมา บุกเข้าไปเลย ทุบตีพวกมันให้หนัก! หากถูกทุบตีจนตายหรือพิการ ข้ารับผิดชอบเอง”
บ่าวรับใช้ทุกคนเคยได้รับการชี้แนะจากพ่อบ้านมาก่อนแล้ว พวกเขายึดเอาคำสั่งของคุณหนูใหญ่เป็นสำคัญ เวลานี้เมื่อได้ยินนางสั่งจึงรีบพุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเล
เมื่อพวกเขากรูกันเข้าไปราวกับฝูงผึ้งช่างน่ากลัวจริงๆ
เหล่าอันธพาลพวกนั้นชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพวกเขาก็ต้องตกใจ
พวกเขายังไม่ทันจะได้สติกลับมา พวกบ่าวรับใช้เข้าไปโจมตีแล้ว
เมื่อถูกทุบตีจะไม่สู้กลับก็คงไม่ได้ ดังนั้นจึงเกิดความสับสนและสู้กันจนแยกไม่ออก
เซี่ยผิงไหวกำลังคิดคำนวณอยู่และรู้สึกว่าเป็นเวลาพอสมควรแล้ว เขารวบเอาของที่อยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วรีบเผ่นออกจากฝูงชนก่อนจะมองเซี่ยเฉียวด้วยจมูกเขียวช้ำและใบหน้าบวมฉึ่ง “พี่หญิงใหญ่ เงินสิบตำลึงด้วย!”
“…” เซี่ยฉียวพ่นลมหายใจออก[PW1]
เซี่ยเฉียวทอดถอนใจอยู่ข้างใน แต่จู่ๆ ดวงตาของนางก็กลับเต็มไปด้วยน้ำตา นางคว้าตัวเซี่ยผิงไหวไว้ไม่ยอมปล่อย “น้องชายที่น่าสงสารของข้า…คนพวกนี้ คนพวกนี้โหดร้ายเกินไปแล้ว เจ้ามาที่นี่ด้วยใจบริสุทธิ์เพื่อทำความดี แต่พวกเขากลับมารังแกเจ้าแบบนี้ เป็นความผิดของข้าทั้งหมด เป็นความผิดของพี่สาวคนนี้ที่ไม่ได้ปกป้องเจ้าให้ดี…”
“…” เซี่ยผิงไหวมึนงงไปหมดแล้ว
มันอะไรกันนี่
“ทั้งหมดหยุด!” เจ้าหน้าที่ทหารใกล้เคียงก็มาถึงภายในเวลาหนึ่งเค่อ
สีหน้าเซี่ยเฉียวโศกเศร้า ทั้งดูหวาดกลัวและเป็นทุกข์
สถานการณ์สงบนิ่งแล้ว
ทางฝั่งของเซี่ยเฉียวมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่คนที่ถูกทุบตีจนล้มลงมีไม่มากนัก ถึงอย่างไรคนที่พ่อของนางเลือกมานั้นล้วนแล้วแต่มีความสามารถมากกันทั้งนั้น
เหล่าอันธพาลพวกนั้นถูกทุบตีอย่างน่าอนาถ พวกมันนอนระเกะระกะอยู่บนพื้น กรีดร้องโหยหวนไปทั่ว
ไม่ไกลนักยังมีผู้ประสบภัยอีกหลายคนแอบดูอยู่
โดยเฉพาะตอนนี้ที่เจ้าหน้าที่ทหารมาถึงแล้ว บางคนก็รวบรวมความกล้าเข้าไปใกล้อีกนิดและแอบดูเรื่องสนุกครึกครื้นนี้
ก็ไม่รู้ว่าทางการจะทวงความยุติธรรมให้เด็กหนุ่มคนนั้นหรือไม่
ตอนที่ 298 ทุบตีลูกชายโจร
ผู้ที่มาคือรองผู้บัญชาการที่ดูแลรับผิดชอบการลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยนอกเมือง ชายคนนี้ก็มีสายตาที่ช่างสังเกต เมื่อเขาเห็นรถม้าที่อยู่ด้านหลังเซี่ยเฉียวก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะก้าวเข้าไปอย่างสุภาพ
“แม่นางท่านนี้ ที่นี่เกิดอะไรขึ้นหรือ…”
รองผู้บัญชาการรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
นางอาจจะเป็นคุณหนูที่มีศักดิ์สถานะสูงส่งก็ได้
เมื่อไม่นานมานี้ สำนักศึกษาใหญ่ๆ แต่ละแห่งก็ได้นำเงินบริจาคทั้งหมดที่รวบรวมได้ส่งมาให้แล้ว และมักจะมีพวกคุณหนูคุณชายไม่น้อยที่จะออกมานอกเมืองเพื่อเสแสร้งแกล้งทำความดีกันสักหน่อย
เซี่ยเฉียวกินยาไปแล้วก่อนหน้านี้ ดังนั้นตอนนี้ปราณที่ท้องของนางจึงเป็นปกติดีแล้ว “ในเมื่อเจ้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องความปลอดภัยของชาวบ้านนอกเมือง ก็ควรทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ทำไมตอนนี้ถึงกับมีพวกอันธพาลชั่วออกอาละวาด!”
“แม่นางท่านนี้ เหตุใดถึงได้พูดแบบนี้!” ผู้บัญชาการใจเต้นกระตุกทันที
พวกเขารู้เรื่องสถานการณ์ข้างนอกนี้เช่นกัน แต่…จะยุ่งมากไม่ได้
สถานการณ์นอกเมืองเป็นแบบนี้มาตลอด ปีนี้สถานการณ์ยังนับว่าดีอยู่ และจำนวนผู้ประสบภัยมีไม่มากนัก
เซี่ยเฉียวผลักเซี่ยผิงไหวออกไปข้างหน้า “เขาไปที่เพิงพักเพื่อส่งเสื้อผ้าและอาหารให้ครอบครัวหนึ่ง แต่เขายังเดินไปไม่ถึงเพิงพักเลยก็ถูกคนพวกนี้ปล้นแล้ว หรือว่าคนพวกนี้เป็นโจร ขนาดโจรยังมีจิตสำนึก รู้ว่าไม่ควรฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นกำลังลำบาก ไม่ควรไร้จิตสำนึกเช่นนี้! ผู้ประสบภัยนอกเมืองเหล่านี้เป็นผู้บริสุทธิ์ กว่าจะได้อะไรมาป้องกันความหนาวได้บ้าง แต่กลับถูกคนไร้ยางอายพวกนี้แย่งชิงไปได้…ข้าล่ะโมโหจริงเชียว!”
แม้เซี่ยเฉียวจะดูเกรี้ยวกราด แต่สิ่งที่นางพูดทำให้รองผู้บัญชาการรู้สึกว่านางไร้เดียงสาเล็กน้อย
เจ้าหน้าที่ทหารหันไปดูเซี่ยผิงไหวอีกครั้ง…
เหมือนเป็นเด็กยากจนคนหนึ่ง จมูกช้ำเขียว ใบหน้าปูดบวม สวมใส่เสื้อผ้าธรรมดาพื้นๆ น่าสงสารมาก และเป็นผู้ประสบภัยพิบัติอีกคนหนึ่งด้วย
“ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด ข้าว่าเด็กคนนี้ท่าทางเหมือนพวกหัวขโมย ดูไม่เหมือนคนดีอะไร จึงได้เกิดการขวางเขาเอาไว้เพื่อตรวจดูข้าวของของเขา แม่นางอาจจะไม่รู้ว่านอกเมืองมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก แต่กลับมีคนจ้องที่จะรังแกพวกเขาอยู่เสมอ คนที่ถือกระบองพวกนี้ก็เอาไว้ปกป้องผู้ประสบภัยนี่แหละ จึงได้โหดร้ายไปหน่อย” รองผู้บัญชการเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ทันใดเซี่ยเฉียวก็โยนเครื่องอุ่นมือที่ถือไว้ออกไป
มันกระแทกเข้ากับศีรษะของรองผู้บัญชาการนั้นทันที
เลือดไหลออกมาในพริบตา
“บังอาญ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมากลับผิดเป็นถูก! เป็นทหารของทางการแต่กลับสมรู้ร่วมคิดกับโจรชั่ว ทั้งยังใส่ร้ายน้องชายของข้า กลับไปแล้วข้าจะให้ท่านพ่อของข้ายื่นฎีกาฟ้องพวกเจ้า!” เซี่ยเฉียวพูดจบก็คว้าเซี่ยผิงไหวที่ยังมึนงงอยู่ยัดเข้าไปในรถม้าทันที “น้องชายของข้า เจ้าคงเจ็บมากสินะ? ไม่เป็นไร พี่อยู่ที่นี่จะไม่ยอมให้ใครมารังแกเจ้าได้!”
“น้องชาย…ของท่าน?” ผู้บัญชาการอึ้งงันไปเล็กน้อย “แม่นางท่านนี้คือ…”
“ข้า ท่านพ่อของข้าคือเซี่ยหนิวซานที่ขับไล่พวกคนเถื่อนออกไป!” เซี่ยเฉียวพูดจบก็รู้สึกหายใจไม่ออก นางหอบหายใจอย่างรวดเร็ว
นานมากแล้วที่นางไม่ได้พูดอะไร…เกรี้ยวกราดขนาดนี้
เหนื่อยจริงๆ
การเล่นละครไม่ใช่เรื่องง่าย
“พวกเจ้า…พวกเจ้าล้วนเป็นคนชั่ว ท่านพ่อ ท่านพ่อของข้าสั่งสอนพวกเราพี่น้องอยู่เสมอว่าต้องเป็นคนอ่อนโยนมีเมตตา ไม่ควรกดขี่รังแกชาวบ้าน ยิ่งกว่านั้นชาวบ้านพวกนี้เพิ่งจะประสบภัยเดือดร้อน พวกเราก็ยิ่งควรดูแลพวกเขาให้มากกว่านี้เพื่อฝ่าฟันความยากลำบากไปด้วยกัน วันนี้ข้าพาน้องชายของข้ามาที่นี่เป็นพิเศษเพื่อให้เขาได้รู้ได้เห็นความลำบากทุกข์ยากของชาวบ้าน ให้เขาได้เรียนรู้ที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุข แต่ แต่ข้าไม่นึกเลยว่า พวกเจ้าจะ จะไร้ยางอายเช่นนี้!”
หลังจากนั้นเซี่ยเฉียวก็หันหลังกลับอย่างเศร้าใจ และปีนขึ้นไปบนรถม้า “ไป! ไปบอกท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่ของข้า!”
บ่าวรับใช้รีบติดตามไปทันที คนขับรถม้าก็ขับรถม้าแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว
“…” ทหารเจ้าหน้าที่และพวกอันธพาลเพิ่งจะได้สติกลับมา พวกเขาก็จากไปแล้ว
ใครนะ
พ่อของนางคือเซี่ยหนิวซาน!
สีหน้าของพวกนังเลงอันธพาลเปลี่ยนไปทันที
พวกเขา…ทุบตีลูกชายของเซี่ยหนิวซาน?!
เซี่ยหนิวซานนี้ พวกเขาเคยได้ยินชื่อเสียงของคนผู้นั้นแล้ว ข้างนอกนี่หากอยากจะขู่เด็กให้หวาดกลัวก็ต้องใช้คำว่าโจรแซ่เซี่ยสามคำนี้แหละ!