ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 299 ของไร้ค่า / ตอนที่ 300 ร้องไห้อย่างหนัก
ตอนที่ 299 ของไร้ค่า / ตอนที่ 300 ร้องไห้อย่างหนัก
ตอนที่ 299 ของไร้ค่า
พวกทหารทางการก็ตื่นตระหนกลนลานและรีบไปหาผู้บังคับบัญชาทันที
หลังจากที่เซี่ยเฉียวเข้าประตูเมืองไปแล้ว นางไม่ได้กลับบ้าน แต่รีบไปยังร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมือง
คนของนางต่างก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถึงอย่างไรพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการรักษา
ตอนที่พวกนางเพิ่งเข้าไปในเมืองเซี่ยเฉียวยังสั่งให้คนแขวนสัญลักษณ์ตระกูลเซี่ยอีกด้วย
“นี่มันรถม้าของตระกูลเซี่ยนี่ นั่นลูกชายลูกสาวของเซี่ยหนิวซานไม่ใช่หรือ เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร ไปตีกับใครมาเนี่ย”
“สมกับเป็นลูกโจรจริงๆถึงกับเอาบ่าวรับใช้ออกมาอาละวาดบนท้องถนน ช่างน่ากลัวจริงๆ…”
“…”
เซี่ยผิงไหวขมวดคิ้ว ลืมความเจ็บปวดไปหมดสิ้น
“พี่หญิงใหญ่ ข้าไม่ได้ไปทำความดีสักหน่อยนี่? เหตุใดเมื่อครู่ท่านถึงพูดอย่างนั้นเล่า” เซี่ยผิงไหวงุนงง
“เมื่อครู่น้องชายไม่ได้เพิ่งจะเอาเสื้อผ้าและอาหารไปให้ผู้ประสบภัยหรอกหรือ อย่างนี้แล้วจะไม่ใช่ทำความดีได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เจ้าใจดีมีเมตตาเช่นนี้แต่กลับถูกอันธพาลพวกนั้นรังแก ถูกทหารพวกนั้นดูหมิ่นจนต้องมาหาหมอที่ร้านยานี่ แล้วยังถูกคนสั่งสอนอีก…” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวช้าลงเล็กน้อย
เซี่ยผิงไหวคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ก็จริง ของพวกนั้นเขาเอาไปให้ผู้ประสบภัยจริงๆ
พอคิดเช่นนี้แล้วเขาก็ถือว่าทำความดีจริงๆ
อีกอย่างวันนี้เขาก็บริสุทธิ์จริงๆ ยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่างก็ถูกคนทุบตี ไม่ยุติธรรมกับเขาเอาเสียเลย!
พอคิดได้เช่นนี้เซี่ยผิงไหวก็โมโหมากทันที เขาต้องเอาคืนพวกมีตาหามีแววไม่ นอกเมืองพวกนั้นในไม่ช้าก็เร็วเป็นแน่!
“น้องชาย ตั้งแต่ตอนนี้ไปเจ้าต้องทำตัวน่าสงสารหน่อย” เมื่อเซี่ยเฉียวเห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวของเขาก็เอ่ยเตือน
“ทำไมต้องน่าสงสารด้วย” เซี่ยผิงไหวไม่เข้าใจ
“เพราะ…คนอ่อนแอที่มีเหตุผลจะมีพลังทำลายล้างมากขึ้น” เซี่ยเฉียวยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
เซี่ยผิงไหวกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
รอยยิ้มของพี่หญิงใหญ่ช่างอ่อนโยนจนน่ากลัวราวกับแมงป่องงามที่พิษร้าย
เซี่ยเฉียวเองก็กลัวว่าตนเองจะสอนอะไรไม่ดีให้เซี่ยผิงไหว นางจึงเก็บสีหน้าอาการก่อนจะอธิบาย “ความเมตตาของมนุษย์ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะสามารถเอามาใช้ได้ทุกเมื่อ เจ้าต้องดูว่าการใช้ความเมตตาเหล่านี้จะทำให้จิตใจของเจ้าไม่สงบด้วยหรือไม่”
“ทุกคนที่อยู่รอบข้างตอนนี้ก็เป็นเหมือนตัวหมากบนกระดาน ทุกคำที่พวกเขาพูดอาจดูเหมือนว่าเป็นการเอามีดมาแทงเจ้า แต่จริงๆ แล้ว มีดเล่มนั้นอาจจะช่วยขับพิษในร่างเจ้าออกมาก็ได้ ส่วนจะใช้มีดเหล่านี้อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง”
“วันนี้ข้าใช้พวกเขาเพื่อประโยชน์ของคนที่อยู่นอกเมือง สามารถทำให้ชื่อเสียงตระกูลเซี่ยดีขึ้นมาได้ และสามารถทำให้วิญญาณที่ตายอย่างไม่ยุติธรรมเริ่มต้นใหม่ได้ เช่นนั้นแล้วจึงคุ้มค่าที่จะใช้ความเมตตานี้” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างอบอุ่นและจริงจังอย่างยิ่ง
นางไม่มีเตาอุ่นมือแล้ว
มือน้อยๆ จึงเย็นเฉียบ
เซี่ยผิงไหวมองนางด้วยความสับสน
“พี่หญิงใหญ่หมายความว่าที่ข้าถูกทุบตีมีประโยชน์มากมายใช่ไหม” เซี่ยผิงไหวตอบนางหลังจากที่รู้สึกขัดแย้งในใจอยู่นาน
“ใช่ มีประโยชน์มากมาย” เซี่ยเฉียวอดยิ้มไม่ได้ นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะบอกเขาว่า “ที่จริงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าในวันนี้เคยเกิดขึ้นกับคนอื่นมาแล้ว”
“ใครกันที่น่าเวทนา ถูกคนมากมายเช่นนี้ทุบตี” เซี่ยผิงไหวแสดงสีหน้าหวาดกลัว
“วันนี้ข้าขอให้เจ้าไปส่งอาหารไม่ใช่หรือ ครอบครัวนี้เหลือแต่คนแก่ผู้หญิงและเด็กแล้ว แต่เดิมมีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ด้วย แต่น่าเสียดายที่เขาต้องตกเป็นเป้าหมายของพวกนักเลงชั่วเหล่านั้นเพราะไปเอาของที่อยู่ในมือเจ้าเหล่านี้…ของที่สำหรับพวกเราแล้วไม่ได้มีราคาอะไรมากมาย เพื่อสิ่งของพวกนี้แล้วเขาปกป้องมันสุดชีวิต แม้ตายก็ไม่ยอมปล่อย ในที่สุดเขาก็ถูกทุบตีจนตาย” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เซี่ยผิงไหวเพิ่งได้รับรู้ความรู้สึกที่ถูกทุบตีมากับตัวเอง
เวลานี้เมื่อได้ยินว่ามีคนถูกทุบตีจนตายในเหตุการณ์ไม่ต่างกับเมื่อครู่จึงรู้สึกตกใจ
เขาอ้าปากก็จริงแต่กลับไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
ถูกทุบตีจนตาย…
ความตายไม่ได้น่ากลัว แต่… เพียงเพื่อสิ่งที่ไร้ค่าที่เขาถือไว้พวกนั้นหรือ!
“พี่หญิง ของพวกนั้น…มีค่าถึงร้อยเหวินหรือ” เซี่ยผิงไหวไม่สามารถบอกได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร มันซับซ้อนมาก กระทั่งว่าจู่ๆ ก็รู้สึกโศกเศร้าเล็กน้อย
ตอนที่ 300 ร้องไห้อย่างหนัก
เวลานี้เซี่ยผิงไหวดูน่ารักขึ้นมาเล็กน้อยในสายตาของเซี่ยเฉียว
มีความเห็นอกเห็นใจแปลว่ายังมีจิตสำนึก
ก่อนหน้านี้นางเห็นว่าเซี่ยผิงไหวมองดูผู้ประสบภัยด้วยความรังเกียจ นางก็ค่อนข้างกังวล
“มีเมล็ดข้าวอยู่เพียงสองสามชั่งเท่านั้น หากพูดถึงของมีราคา…ก็พอจะบอกได้ว่าเขาโชคดีที่ได้เสื้อกันหนาวไปสองตัว หนึ่งร้อยเหวิน…ก็คงจะได้แหละ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบนิ่ง
จู่ๆ เซี่ยผิงไหวก็รู้สึกว่าในปากตนเองไร้รสชาติขึ้นมาทันใด
ขนมที่เขาโปรดปรานชิ้นเล็กๆ ชิ้นเดียวก็หนึ่งร้อยเหวินแล้ว
ตั๊กแตนที่เขามักจะเล่นอยู่เป็นประจำอย่างถูกๆ ก็ตัวละหลายสิบเหวิน แต่เขาไม่ชอบ ตั๊กแตนที่เขาซื้อนั้นมีราคาแทบจะหลายสิบตำลึง กระทั่งว่า…เขาเคยซื้อตั๊กแตนตัวละร้อยตำลึงมาก่อนด้วยซ้ำ เพียงแต่มันถูกพี่ชายใหญ่บี้จนตายไปเท่านั้น
เซี่ยผิงไหวรู้สึกละอายใจจนต้องหดศีรษะ
ท่าทางเขาห่อเหี่ยวลงไปเล็กน้อย ดูไม่มีชีวิตชีวาราวกับได้รับความกระทบกระเทือนใจอะไรบางอย่าง
เช่นนี้แล้วเซี่ยเฉียวจึงพาเขาลงจากรถม้า
นางนำเงินที่แลกจากถั่วเงินมาซื้อยาให้พวกบ่าวรับใช้ จากนั้นก็ให้พวกเขาก็นั่งอยู่ในร้านยาเพื่อพักผ่อน ก่อนจะสั่งให้บ่าวรับใช้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บไปที่ศาลตัดสินคดีเพื่อไปหาคนที่พึ่งพาได้
บ่าวรับใช้รีบเร่งออกไปทันที พอเห็นเซี่ยผิงกั่งเข้าก็เอ่ย “คุณชายใหญ่เกิดเรื่องแล้วขอรับ คุณหนูใหญ่กับคุณชายรองออกไปทำกุศลที่นอกเมืองแต่กลับถูกคนทุบตีทำร้าย ตอนนี้อยู่ที่ร้านยา…”
ชั่วขณะนั้นเซี่ยผิงกั่งรู้สึกราวกับว่าใครสักคนกำลังเคาะระฆังขนาดใหญ่อยู่ในหัวของเขาฃ
ดัง แก๊งๆ!
เซี่ยผิงกั่งรีบออกไปหารัชทายาททันทีเพื่อขอลางาน
สีหน้าของเขาคร่ำเคร่งจนใครๆ ก็มองออกว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว
“เจ้าเป็นอะไรถึงได้กระวนกระวายขนาดนี้ มีคดีใหญ่อะไรหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งรู้อยู่แล้ว
เซี่ยผิงกั่งผู้นี้ดูเป็นคนหยาบคายและจิตใจมั่นคง ต่อให้โจรสลัดมายืนอยู่ตรงหน้าสีหน้าเขาก็จะไม่เปลี่ยน แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปได้ทันที
ซึ่งก็คือน้องสาวแท้ๆ ของเขาเซี่ยเฉียว
ก่อนหน้านี้เขาพยายามจะพูดคุยกับเซี่ยเฉียวแต่ก็ไม่มีโอกาส
เวลานี้สบโอกาสพอดี
“แค่เรื่องในครอบครัวน่ะ…น้องสาวของกระหม่อมถูกรังแกเล็กน้อยตอนออกไปข้างนอก ดูเหมือนว่าจะได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้นางอยู่ที่ร้านยา…กระหม่อมต้องไปดูเสียหน่อย นางร่างกายอ่อนแอ และตอนนี้ก็ยังไม่มีทายาท…” เซี่ยผิงกั่งยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่
อย่าได้รีบตายไปก่อนนะ
เซี่ยผิงกั่งพูดจบก็เงยหน้าขึ้น
แต่ตรงหน้าเขากลับไม่มีใครอยู่เสียแล้ว
เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง ส่วนรัชทายาทออกไปได้ก็ให้คนเตรียมม้าให้ทันที ภายในชั่วพริบตาเขาก็ขึ้นม้าจากไปแล้ว?!
รัชทายาทไปไหนกัน
อย่างไรก็ตามเขาก็ขอลาเรียบร้อยแล้วนี่ เช่นนั้นเขา…ก็ไปด้วย?
เซี่ยผิงกั่งก็ไม่ได้รอช้า รีบให้คนจูงม้าของเขามาให้
เซี่ยผิงกั่งแม้จะมีตำแหน่งไม่สูงในศาลตัดสินคดีแห่งนี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้ามีปัญหากับเขา เหตุผลข้อแรกก็คือนิสัยที่มุทะลุดุดันของเขา ส่วนข้อสองก็คือเขามีคนหนุนหลังนั่นเอง
ก่อนหน้านี้คนหนุนหลังเขาคือราชครู แต่ตั้งแต่ที่รัชทายาทมาแล้ว ทุกครั้งรัชทายาทก็จะให้เขาติดตามไปด้วย เรียกง่ายๆ ว่าแทบไม่ห่างกัน ดังนั้นผู้หนุนหลังของเขาจึงเปลี่ยนไปอีกแล้ว
ดังนั้นแม้เขาจะโดดงานจากไปก็ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเขา
ถือเสียว่าเขาออกไปทำงานแค่นั้น
จ้าวเสวียนจิ่งพาองครักษ์ตรงดิ่งไปที่ร้านยาทันที ทันทีที่เขาไปถึงร้านยาก็ได้เห็นรถม้าที่มีสัญลักษณ์ของตระกูลเซี่ยแขวนอยู่ที่ประตูจริงๆ หัวใจเขาก็รู้สึกเย็นเยียบขึ้นมาทันทีก่อนจะรีบรุดเข้าไปข้างใน
แล้วเขาก็หยุดฝีเท้าอยู่กับที่
เซี่ยเฉียว…
เสื้อผ้านางก็เรียบร้อย ใบหน้าก็ขาวสะอาด เส้นผมยิ่งไม่มียุ่งเหยิงเลยแม้แต่น้อย มีแต่มือ…ที่ดูเขียวๆ แดงๆ แปลกๆ
คนอื่นๆ รอบตัวนางดูน่าอนาถเล็กน้อย โดยเฉพาะเซี่ยผิงไหวที่มีใบหน้าปูดบวมและไร้ชีวิตชีวา
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้เดินเข้าไปต่อ แต่เขาหันหลังกลับและจากไป
“พี่หญิง เมื่อครู่นี้มันรัชทายาทไม่ใช่หรือ…” อาการปูดบวมของเซี่ยผิงไหวตอนนี้ดูรุนแรงขึ้นมาเดิมเล็กน้อยจึงพูดไม่ค่อยชัด
“ใช่” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “รัชทายาทมาแล้ว พี่ใหญ่ก็อาจจะมาถึงเร็วๆ นี้แล้ว จำสิ่งที่ข้าสอนเจ้าไว้ว่าต้องร้องไห้ให้หนัก แสดงความอ่อนโยนอย่างลูกผู้ชายและความคับข้องใจออกมา คิดถึงคนที่ถูกทุบตีจนตายนั่นเอาไว้ หากเจ้าทำได้ดี ก็จะสามารถล้างแค้นและระบายความโกรธให้เขาได้ ก็ไม่นับว่าถูกทุบตีเสียเปล่า เข้าใจแล้วหรือไม่”