ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 307 โรจน์รุ่งพุ่งแรง / ตอนที่ 308 ทิ่มแทงใจ
ตอนที่ 307 โรจน์รุ่งพุ่งแรง / ตอนที่ 308 ทิ่มแทงใจ
ตอนที่ 307 โรจน์รุ่งพุ่งแรง
บ่าวรับใช้ถ่ายทอดคำพูดของเซี่ยเฉียวทีละคำ เมื่อพวกเขาได้ฟังก็มีความหวังขึ้นมาท่ามกลางความเศร้าโศก
ลูกชายและสามีของพวกนางปกป้องสิ่งของพวกนี้จนตัวตาย เหตุใดพวกนางจึงจะไม่เข้มแข็งยืนหยัดอยู่ต่อไปด้วยเล่า
“คุณหนูใหญ่ของท่านคือใครหรือ…” หญิงชราเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อได้สติ
มีแค่ไม่กี่คนที่รู้ความจริงเกี่ยวกับการตายของลูกชายของนาง
“คุณหนูใหญ่ของข้าแซ่เซี่ย นางเป็นลูกสาวของแม่ทัพเซี่ย เซี่ยหนิวซาน” บ่าวรับใช้เอ่ย
ทันทีที่หญิงชราได้ยินเช่นนั้น นางก็ลากลูกสะใภ้และหลานให้คุกเข่าลง “ได้โปรดกลับไปขอบคุณผู้มีพระคุณแทนพวกเราด้วย”
หากไม่ใช่เพราะแม่นางเซี่ยที่เอะอะโวยวายขึ้นมาเมื่อวานนี้ ความแค้นของลูกชายนางจะได้รับการชำระได้อย่างไร!
เช่นนั้นพวกอันธพาลชั่วก็จะยังคงอาละวาดอยู่ที่นี่!
ทั้งหมดเป็นเพราะแม่นางเซี่ยคนนั้นจริงๆ!
บ่าวรับใช้รีบพยุงนางขึ้นมาก่อนจะบอกลาแล้วจากไป
เดิมทีเขายังคงสงสัยว่าเหตุใดคุณหนูจึงให้ของเพียงเล็กน้อยเท่านี้ แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าของของคุณหนูจะเป็นสิ่งที่พวกนางต้องการมากที่สุด!
เซี่ยเฉียวอยู่บนรถม้าก็จริง แต่นางไม่ได้อยู่เฉย
ที่นี่มีวิญญาณมากมาย
อย่างไรก็ตามวิญญาณจำนวนมากนี้ความจริงแล้วก็ไม่ได้มีความยึดติดอะไร พวกเขาเพียงแค่ล่องลอยไปโดยไม่รู้ตัว เวลานี้เซี่ยเฉียวจึงเก็บวิญญาณทั้งหมดไว้ก่อน และจะส่งพวกเขาไปเมื่อเทศกาลเชงเม้งเมื่อปีหน้ามาถึง
“ปรมาจารย์ หลานชายของข้าได้รับความสะเทือนใจอย่างมาก หญิงชราอย่างข้ากังวลว่าเขาจะเป็นอะไรไป ตอนนี้ครอบครัวของข้าก็เหลือแต่เขาคนเดียวแล้ว…ตราบใดที่เขาปลอดภัย ชีวิตของข้านี้มอบให้ท่านก็ยังได้!” หญิงชราผู้ดื้อรั้นคนหนึ่งเข้ามาอยู่ตรงหน้าเซี่ยเฉียวอีกแล้ว
แม้ว่าหญิงชราคนนี้จะเป็นวิญญาณแล้ว แต่ร่างกายของนางก็ให้ความรู้สึกถึงความเสื่อมโทรม ร่างกายแห้งเหี่ยว ใบหน้าเหลืองซีด และเห็นแวบแรกก็รู้ว่าขาดสารอาหาร
“เจ้าไร้ชีวิตไปตั้งนานแล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยเนิบช้า
เมื่อหญิงชราได้ยินดังนั้นก็ห่อเหี่ยวลงไปอีกเล็กน้อย
“เจ้าต้องการให้เขารอดชีวิตกลับบ้านใช่หรือไม่ ตอนนี้เรื่องนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไร เจ้าไม่ควรมาหาข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก
หญิงชราตกตะลึง ร่างวิญญาณเปราะบางนั้นดูมึนงงเล็กน้อย
เรื่องอันธพาลก่อนหน้านี้ทำให้คนทั้งเมืองเดือดดาล และตอนนี้ราชสำนักก็ให้ความสนใจกับสถานการณ์นอกเมืองอย่างมาก ผู้ประสบภัยจะได้ตั้งถิ่นฐานในที่ใหม่อย่างแน่นอน ตายหรือ…ไม่หรอก อีกอย่างหลานชายของนางก็ฉลาดขนาดนั้น คงไม่ถึงกับอดตายหรอก
“ข้า…หวังจะให้เขาโรจน์รุ่งพุ่งแรง…” ไม่นานหญิงชราก็เอ่ยขึ้นในที่สุด
เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ความปรารถนานี้ดูจะมากเกินไปหน่อยนะ”
โรจน์รุ่งพุ่งแรงต้องอาศัยตัวเอง จะพึ่งพาอาศัยคนอื่นได้อย่างไร
“ไม่ ไม่ ไม่… ข้าไม่ได้ขอให้ท่านช่วยเขาเช่นนั้น…แค่…ขอให้ท่านให้โอกาสเขา! ให้เขาติดตามท่าน…ข้าได้ยินมาว่าครอบครัวที่ร่ำรวยเหล่านั้นสามารถทั้งบุ๋นและบู๊ หลานชายของข้าก็รู้หนังสือ…ท่านให้โอกาสเขาก้าวหน้า ส่วนเขาจะทำได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง!” วิญญาณของหญิงชราคุกเข่าลง
นางรู้จักหลานชายของนางดี
ก่อนหน้านี้ครอบครัวนางตามใจเขา และเคยให้เขาไปเรียนหนังสือ แต่ตอนนั้นเขาซุกซนและไม่ค่อยสนใจเท่าไรนัก
แต่เด็กคนนั้นฉลาดมากและมีร่างกายที่ดี ไม่ว่าจะเรียนหนังสือหรือฝึกยุทธ ขอแค่เขาตั้งใจ เขาจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน!
ตอนนี้หลานชายของนางไม่ยินยอม
หากเขากลับภูมิลำเนาเดิมหลังจากเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว เขาตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร ทั้งยังต้องหาทางทางเลี้ยงตัวเอง ไหนเลยจะยังมีโอกาสก้าวหน้า
“เจ้ายังคงมองหาคนผิดอยู่ดี หลานชายของเจ้าเป็นหนึ่งในเด็กวัยรุ่นห้าสิบคนที่แม่นางซย่าคัดเลือก หากเขาเอ่ยปาก แม่นางซย่าก็จะให้โอกาสที่น่าพึงพอใจให้แก่เขาเพื่อทำคะแนน” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ก็ไม่จำเป็นต้องไปสำนักศึกษาใหญ่โตหรอก หาสำนักศึกษาเล็กๆ ที่ไหนก็ได้สักแห่งในเมืองหลวงก็ได้แล้ว
ด้วยชื่อเสียงของตระกูลซย่า สำนักศึกษาเล็กๆ เหล่านั้นสามารถยัดให้เขาเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องเรียกเก็บเงินใดๆ เลยด้วยซ้ำ
ตอนที่ 308 ทิ่มแทงใจ
หญิงชรากังวลใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเซี่ยเฉียวปฏิเสธ
“แม่นางซย่าผู้นั้นใช้ไม่ได้!” หญิงชราตะโกนอย่างรวดเร็ว วิญญาณตนนั้นก็ดุร้ายขึ้นเล็กน้อย
“แม่นางซย่าคนนั้นเป็นคนดีคนหนึ่งที่ให้ของแก่พวกเราเปล่าๆ แต่…พวกเรายังรู้สึกได้ว่านางดูถูกพวกเราผู้ประสบภัย ท่านปรมาจารย์ ท่านยังบอกเองว่านางทำเพื่อคะแนนอะไรนั่น หากนางได้สิ่งนั้นแล้ว นางจะยังสนใจหลานชายของข้าอีกหรือ…”
“ข้าเองก็ทำเพื่อคะแนน อีกอย่าง เจ้าอยากจะให้คนอื่นคอยวางแผนให้หลานชายของเจ้าไปตลอดชีวิตหรือ” เซี่ยเฉียวหัวเราะเบาๆ
หญิงชราส่ายศีรษะ
นางไม่ได้หมายความเช่นนั้น
นางแค่รู้สึกว่าแม่นางซย่าคนนั้นไม่ได้ดีเท่ากับปรมาจารย์ที่อยู่ตรงหน้านางคนนี้
เป็นเพราะปรมาจารย์ท่านนี้ลงมือจึงทำให้พวกอันธพาลเหล่านั้นได้รับการลงโทษ และจากที่นางได้แอบดูเมื่อครู่นี้ นางก็เห็นว่าปรมาจารย์ได้เก็บวิญญาณที่น่าสงสารจำนวนมาก ให้ความสว่างแก่พวกเขา และส่งพวกเขากลับไปเกิดใหม่…
นางปฏิบัติกับวิญญาณธรรมดาทั่วไปเหล่านั้นอย่างตั้งใจ ถ้าหากนางสัญญาว่าจะรับดูแลหลานชายของนาง นางจะต้องรับผิดชอบมากขึ้นอย่างแน่นอน
“ปรมาจารย์ ข้าก็แค่ไม่ไว้วางใจแม่นางซย่านั่น…” หญิงชราดูน่าสงสารอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจ
อันที่จริงนางก็เข้าใจความคิดของหญิงชราผู้นี้
“เจ้าอยากให้ข้าช่วยให้เขาโรจน์รุ่งพุ่งแรง ข้าทำไม่ได้หรอก เพราะโชคชะตาของทุกคนอยู่ในมือของตนเอง และไม่ใช่สิ่งที่คนนอกอย่างข้าจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ บิดาและพี่ชายของข้าก็เป็นแค่ขุนนางฝ่ายบู๊หากเจ้ายืนกรานที่จะให้ข้าช่วย ข้าก็ทำได้แค่ช่วยให้หลานชายของเจ้าเข้าไปเป็นทหารใหม่ในค่ายทหารเท่านั้น บิดาของข้าจะช่วยสั่งสอนเขาเล็กน้อย แต่เขาจะต้องทนทุกข์ทรมานมากมาย ส่วนการเลื่อนตำแหน่งก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของเขาเอง”
“และอาจเป็นไปได้ว่าชั่วชีวิตนี้เขาจะได้แต่คลานกลิ้งต่อสู้อยู่ในค่ายทหาร เมื่อแก่ตัวก็เกษียณด้วยอาการบาดเจ็บ กระทั่งแม้แต่ชีวิตก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้ เจ้าลองคิดดูให้รอบคอบ” เซี่ยเฉียวพูดอีกครั้ง
วิญญาณหญิงชราสั่นสะท้าน
นางกำลังลังเล
“เจ้า…” เซี่ยเฉียวกวาดตามองนางขึ้นและลง “น่าจะเข้าฝันได้สินะ เจ้าลองถามความต้องการของหลานชายเจ้าก่อน”
ความยึดติดของหญิงชราคนนี้ค่อนข้างรุนแรง และความเป็นไปได้ในการฝันและส่งข้อความก็ค่อนข้างสูง
แต่ถึงอย่างไรก็ตามผู้สูงอายุบางคนไม่ชอบที่จะเข้าฝันลูกหลานเพราะกลัวว่าจะทำร้ายผู้น้อย
เวลานี้หญิงชราจึงถูกนางส่งกลับไป
ความปรารถนานี้ใหญ่โตเกินกว่าที่เซี่ยเฉียวจะตอบรับได้ง่ายๆ
แต่ในขณะนี้ซย่าหย่าอวิ๋นที่อยู่ในร้านอาหารก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อมองดูเด็กวัยรุ่นห้าสิบคนที่อยู่ชั้นล่าง
“ท่าทางพวกเขาไม่ได้ดูเหมือนจะชอบอาหารพวกนี้สักเท่าไร ผู้ดูแล หรือว่าพ่อครัวของท่านทำอาหารได้ไม่ดี!” ซย่าหย่าอวิ๋นเอ่ยอย่างไม่พอใจ
เวลานี้นางอยู่ที่ชั้นบนและกำลังมองลงมาจากที่สูง
ผู้ดูแลได้ยินดังนั้นในใจเขาก็ตะโกนก้องว่าเป็นการใส่ร้าย แต่เขากลับไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ
“อาจจะเป็นเพราะ…ไม่เคยเห็นอะไรพวกนี้มาก่อน ก็เลยต้องการลิ้มรสมันช้าๆ…” ผู้ดูแลได้แต่ต้องเอ่ยเช่นนั้น
“ก็จริง จู่ๆ ก็มาที่แบบนี้คงจะปรับตัวไม่ทันแน่” ซย่าหย่าอวิ๋นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย
ผู้ดูแลร้านอดที่จะกลอกตาไม่ได้
ช่างเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ไม่รู้จักความทุกข์ยากของชาวบ้าน!
เด็กๆ เหล่านี้ที่ยังอายุยังน้อย ก็ประมาณหกถึงแปดปี ที่โตขึ้นมาหน่อยก็มีอายุสิบห้าถึงสิบเจ็ดปี แม้ว่าเสื้อผ้าและผมของพวกเขาจะสกปรกเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ใบหน้าก็ยังคงขาวสะอาด มือนั้นก็ไม่ได้ดูหยาบกระด้างอะไรเป็นพิเศษเช่นกัน จะเห็นได้ว่า ก่อนที่จะประสบภัยพิบัติชีวิตของพวกเขาก็ไม่ได้ยากลำบากอะไร
วิธีการของแม่นางซย่าเรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ทิ่มแทงใจคน
แต่แม่นางซย่าเป็นลูกค้ารายใหญ่ แค่นางมีเงินก็พอแล้ว จะสนใจอะไรมากมายไปทำไม
ซย่าหย่าอวิ๋นนึกถึงเซี่ยเฉียวขึ้นมาอีกแล้ว นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เรียกให้สาวใช้ที่อยู่ข้างๆ เข้ามา “เจ้าออกไปหา…ขอทานข้างนอกสักกี่คน ให้พวกเขายกย่องในสิ่งที่ข้าทำ จะต้องกดชื่อเสียงของเซี่ยเฉียวไว้ ให้ทุกคนรู้ว่าข้าจิตใจดีกว่าเซี่ยเฉียว และทำดีกว่านาง!”