ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 305 มีคนดีมากเกินไป / ตอนที่ 306 ส่งคืน
ตอนที่ 305 มีคนดีมากเกินไป / ตอนที่ 306 ส่งคืน
ตอนที่ 305 มีคนดีมากเกินไป
ซย่าหย่าอวิ๋นรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างเหลือเชื่อ
ชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยนั้นย่ำแย่มากมาโดยตลอดไม่เคยเปลี่ยน แต่ตอนนี้แค่เซี่ยเฉียวโผล่หน้าของนางต่อหน้าผู้ประสบภัย ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด!
เมื่อชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยเปลี่ยนไปเช่นนี้ เซี่ยเฉียวจึงได้เปรียบกว่านางมาก!
ซย่าหย่าอวิ๋นรู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อย
อีกทั้งตั้งแต่นั้นมาผู้ประสบภัยนอกเมืองก็เริ่มผ่อนคลายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
รัชทายาทเสด็จมาด้วยตนเอง และไม่เพียงแต่จับพวกอันธพาล แต่ยังทรงเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อยนอกเมืองด้วย ว่ากันว่าจะมีการลงโทษอย่างหนักอีกด้วย แทบทุกคนจึงรู้สึกสบายใจขึ้นมาก!
“ท่านย่า ต่อไปนี้จะไม่มีอันธพาลแล้ว และจะไม่มีใครมาแย่งของของเราอีกแล้ว ท่านรู้ไหม ขนมนั้นหอมเหลือเกิน ขาวๆนุ่มๆ…” กลางดึกในเพิงพักเด็กวัยรุ่นซุกซนที่ซุกตัวอยู่ข้างๆ เสื่อฟางที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยเอ่ยขึ้น
แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ต่อคำพูดของเขา
ผ่านไปครู่หนึ่งหนุ่มน้อยก็ซุกศีรษะของเขาบ้าง “ท่านย่า ทำไมโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเช่นนี้ เหตุใดบางคนถึงได้เป็นคนเหนือคน ในขณะที่บางคนก็เหมือนกับฝุ่นผง”
มือขาวสะอาดประคองขนมที่ส่งกลิ่นหอมของนมด้วยสองมือแล้ววางลงตรงหน้าเขา
เด็กสาวผู้นั้นยิ้มให้พวกเขา แต่ในขณะเดียวกันท่าทางของนางก็ดูเหมือนกำลังหลีกเลี่ยงเชื้อโรคกระนั้น พริบตาที่นางส่งขนมเสร็จนางก็ชักมือกลับทันที
นางจะกลั้นหายใจ นางจะเลือกแล้วเลือกอีก ราวกับว่าพวกเขาเป็น…สัตว์
แต่พวกเขาเป็นคนนะ?
ขนมสวยงามก็แสนอร่อย ครั้งแรกเขาเคยได้ชิมแล้ว แต่ครั้งที่สอง…คนที่ได้รับการคัดเลือกทั้งหมดตกเป็นเป้าหมายของพวกอันธพาลเหล่านั้น ต้องยินยอมมอบของทั้งหมดที่ได้รับบริจาคมาให้พวกมันไปแต่โดยดี
ในขณะนั้นจู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นขอทาน กระทั่งเลวร้ายยิ่งกว่าขอทานเสียอีก
ทั้งที่กว่าครึ่งปีที่ผ่านมาเขาเป็นพลเมืองดีคนหนึ่ง เขามีพ่อแม่ปู่ย่าและน้องสาว
แต่ตอนนี้เขากลับไม่เหลือใครเลยสักคน
เขาควรจะขอบคุณที่เด็กสาวคนส่งของอร่อยมาให้โดยไม่มีเหตุผลทั้งยังไม่ได้เป็นญาติสนิทชิดเชื้อ เขาควรรู้สึกซาบซึ้งและจดจำไว้ในใจ
แต่ทว่าเขากลับรู้สึกไม่เต็มใจ
“ท่านย่า จู่ๆ ข้าก็รู้สึกเกลียดพวกเขามาก”
พวกที่เสแสร้งแกล้งทำพวกนั้น
พวกที่สูงส่งพวกนั้น
ร่างไร้ชีวิตที่นอนแน่นิ่งอยู่ได้ตอบคำเขา ชายชราที่ลอยอยู่ในอากาศจ้องไปที่หลานชายที่ยังมีชีวิตอยู่ของเขาอย่างว่างเปล่า หญิงชราที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศจ้องมองหลานชายที่ยังมีชีวิตของนางด้วยสายตาว่างเปล่า
…
วันรุ่งขึ้นบรรยากาศนอกเมืองเปลี่ยนไปจริงๆ
เรื่องที่พวกอันธพาลได้ปล้นชิงเอาสิ่งของของพวกผู้ประสบภัยเป็นที่รู้กันทั่วแล้วในเวลานี้ เมื่อนึกถึงผู้ประสบภัยที่ไร้ที่พึ่งพา แล้วยังจะต้องมาพบเจออันธพาลเลวทรามพวกนั้นอีก บรรดาครอบครัวผู้ร่ำรวยในเมืองจึงเริ่มการบริจาครอบใหม่ ซึ่งทางการได้ทำการลงทะเบียนและจัดเก็บเข้าคลังไปทั้งหมด แล้วรวบรวมมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านต่อไป
ทุกคนมีเสื้อผ้าและอาหาร
ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกปล้นชิงไปอีก
นอกจากนี้ตระกูลผู้ร่ำรวยสูงศักดิ์เหล่านั้นก็ยังส่งบ่าวรับใช้ไปช่วยสร้างเพิงพักที่มีความมั่นคงมากขึ้นเพื่อปกป้องกำบังพวกเขาจากลมฝน
“คนพวกนี้กำลังทำกันอะไรอยู่ ที่บ้านว่างมากไม่มีอะไรทำหรืออย่างไร!” ซย่าหย่าอวิ๋นขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจริงๆ เมื่อได้เห็นเช่นนั้น!
คนดีมากมายขนาดนี้ ใครจะจดจำนางได้!
“แม่นางซย่า เมื่อก่อนพวกเรามีชีวิตที่ยากลำบาก พวกเรารับของของเจ้าไปก็จริง แต่เราทุกคนก็คิดที่จะผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้โดยเร็วที่สุด ตอนนี้ทางการก็แจกจ่ายอาหารอย่างทั่วถึง หน้าหนาวปีนี้ก็คงจะผ่านไปได้ไม่ยากนัก ดังนั้น…พวกเราจึงไม่อาจรับของเจ้ามาเปล่าๆ ได้อีก” เมื่อเห็นนางมาก็มีเด็กวัยรุ่นหลายคนเข้ามาพูดคุยกับนางอย่างเกรงอกเกรงใจ
เมื่อก่อนพวกเขาเต็มใจรับการดูแลเพราะชีวิตลำบากจริงๆ
แต่วันนี้ต่างออกไปแล้ว ทางการแจกจ่ายอาหารและเสื้อผ้ากันหนาว กระทั่งติดประกาศรับสมัครคนงานชั่วคราว พวกเขาจึงมีงานทำมากขึ้น
หลังจากบำรุงร่างกายอยู่ไม่กี่วัน หลายคนสามารถไปทำงานได้ ฤดูหนาวนี้พวกเขาจะอยู่รอดได้อย่างแน่นอน
ตอนที่ 306 ส่งคืน
เมื่อซย่าหย่าอวิ๋นได้ยินคำพูดของวัยรุ่นพวกนี้นางก็พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ระเบิดโทสะออกมา
“ข้าให้ของพวกเจ้าไปเปล่าๆ ทำไมถึงไม่อยากได้ล่ะ หรือพวกเจ้าคิดว่าขนมพวกนั้นไม่อร่อย ไม่เป็นไร ไม่อย่างนั้นวันนี้ให้ข้าเลี้ยงข้าวกลางวันพวกเจ้าดีหรือไม่ ไม่ว่าพวกเจ้าจะอยากกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น” ซย่าหย่าอวิ๋นกล่าวอย่างอ่อนโยน
พวกวัยรุ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
หลายคนหน้าแดงด้วยความเขินอาย
“ตอนนี้ในเมืองมีคนจ้างงานชั่วคราวเยอะมาก พวกเรา…เราหาเงินเองได้…” วัยรุ่นคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“อาหารในร้านอาหารมีราคาแพงมาก ถึงแม้พวกเจ้าจะทำงานทั้งเดือน ก็ไม่แน่ว่าจะซื้ออาหารกินได้สักจาน!” ซย่าหย่าอวิ๋นขมวดคิ้ว “พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องอาย ข้ายินดีที่จะดูแลพวกเจ้าอย่างดี เพราะข้าคิดว่าสิ่งที่พวกเจ้าต้องพบเจอมันน่าเศร้ามากจริงๆ ข้าช่วยพวกเจ้าได้ ทำให้พวกเจ้ามีชีวิตที่ดีได้!”
ซย่าหย่าอวิ๋นมีชีวิตที่สะดวกสบายมาตั้งแต่ยังเด็ก และสิ่งที่นางพูดก็เป็นไปโดยธรรมชาติ
เมื่อนางเห็นวัยรุ่นหน้าแดงเหล่านี้ก็คิดว่าพวกเขาเขินอาย
หากวัยรุ่นเหล่านี้ตกระกำลำบากมาตั้งแต่เด็ก เวลานี้พวกเขาอาจรู้สึกเหมือนได้ปีนต้นไม้ใหญ่ แต่ความเป็นจริงก็คือ ก่อนเกิดภัยพิบัติคนเหล่านี้ก็ยังเป็นเด็กที่ได้รับความรักความเอ็นดูจากครอบครัว
แม้ว่าสถานะครอบครัวจะไม่ค่อยดีนักแต่ก็จะไม่ให้พวกเขาอดอยากอย่างแน่นอน
ดังนั้นคำพูดของซย่าหย่าอวิ๋นในเวลานี้จึงฟังดูรุนแรงเป็นพิเศษ กระทั่งกระตุ้นความความเคารพตัวเองของพวกเขาทันที
พวกเขาทั้งหมดเป็นวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่าสิบหกสิบเจ็ดปี ซึ่งเดิมทีก็เป็นวัยที่อ่อนไหวง่ายอยู่แล้ว
เวลานี้รู้สึกละอายใจจนอยากแทรกแผ่นดินหนี
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้แม่นางซย่าผู้นี้เคยให้ขนมแก่พวกเขา แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่จะให้ทะเลาะกับ ‘ผู้มีพระคุณ’ ก็ไม่ได้
ต่างก็แข็งเกร็งกันอยู่ตรงนั้น
ซย่าหย่าอวิ๋นยิ้มแย้ม “เอาเถอะ พวกเจ้าไม่ต้องกลัวไปหรอก ก่อนหน้านี้ข้าไม่รู้ว่าที่นี่มีอันธพาล ในเมื่อตอนนี้ข้าก็รู้แล้วย่อมจะต้องปกป้องดูแลพวกเจ้าเป็นอย่างดี”
พูดจบซย่าหย่าอวิ๋นก็คิดจะพาพวกเขาไปยังร้านอาหารในเมือง
พวกวัยรุ่นรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ แต่พวกเขาก็รู้ด้วยว่าซย่าหย่าอวิ๋นนั้นมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา ทั้งยังมีเรื่องคนพาลก่อนหน้านี้ เวลานี้พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะต่อต้านซย่าหย่าอวิ๋น ได้แต่เดินตามนางไปอย่างเชื่อฟัง
ซย่าหย่าอวิ๋นจองห้องโถงใหญ่ของร้านอาหารเอาไว้ทั้งหมด แล้วเชิญพวกเขาเข้าไป
การเคลื่อนไหวนี้นับว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย
เมื่อวานมีคนชมพี่น้องตระกูลเซี่ยในเรื่องความใจดีมีเมตตา และวันนี้ก็มีคนยกย่องว่าซย่าหย่าอวิ๋นที่รู้จักพลิกแพลง จริงใจและเรียบง่าย
วันนี้เซี่ยเฉียวเองก็ออกมานอกเมือง
เพียงแต่นางไม่ได้ลงจากรถ เพียงแต่ขอให้บ่าวรับใช้มารับสิ่งของเมื่อวานเพื่อส่งกลับไปให้คนในครอบครัวของวิญญาณชายตนนั้น
บ่าวรับใช้รู้สึกงุนงง แต่เขาก็เชื่อฟังนางและตามหาเพิงพักที่นางพูดถึงจนพบ
“พวกเจ้าเป็นคนในครอบครัวของหวังเจินใช่หรือไม่” บ่าวรับใช้เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
หญิงชราคนหนึ่งมองเขาด้วยดวงตาขุ่นมัว “ถูกต้อง ไม่ทราบว่าท่านผู้สูงศักดิ์มีเรื่องอะไรหรือ”
“ไม่กล้าดอก ข้าเป็นแค่บ่าวรับใช้วิ่งทำธุระ ไม่ถือว่าเป็นผู้สูงศักดิ์อันใด… คือว่า คุณหนูใหญ่ของข้าใช้ให้ข้าเอาของสิ่งนี้มาส่งให้พวกเจ้า นางบอกว่า…บอกว่าเป็นของที่หวังเจินได้รับมาก่อนจะตายแต่มีคนแย่งชิงไป และตอนนี้ข้าเอามาคืนให้พวกเจ้า” บ่าวรับใช้เอ่ยทันที
หญิงชราสีหน้าท่าทางตกตะลึง จากนั้นนางก็รับสิ่งของนั้นไปในทันใด
“ใช่…ลูกชายของข้าบอกว่ามีคนมาแจกอาหารและเสื้อผ้า เขากำลังจะไปเอามัน แต่ก็ถูกคนแย่งชิงไปเสียก่อน…ก็นั่นแหละ…” หญิงชรากอดข้าวของไว้และร้องไห้คร่ำครวญ
หญิงสาวที่อยู่ข้างๆ นางก็ร้องไห้ออกมาเช่นกัน
เด็กเล็กไม่รู้ความ แต่เขาก็พอรู้ว่าบิดาของเขาจากไปแล้ว เวลานี้จึงเบะปากเช่นกัน
บ่าวรับใช้รู้สึกเศร้ามาก “คนตายไม่สามารถฟื้นคืนมาได้ พวกเจ้าที่ยังมีชีวิตอยู่ควรถนอมร่างกายให้ดี คุณหนูใหญ่บอกว่า คนชั่วก็ได้รับโทษไปแล้ว ภัยพิบัติก็ผ่านไปแล้วเช่นกัน แค่รอให้ฤดูใบไม้ผลิมาถึงก็จะเป็นเวลาแห่งความสุขสงบ”