ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 311 ต้องการมากกว่า / ตอนที่ 312 เต็มใจลองดูสักครั้ง
ตอนที่ 311 ต้องการมากกว่า / ตอนที่ 312 เต็มใจลองดูสักครั้ง
ตอนที่ 311 ต้องการมากกว่า
หลู่หลินส่งเสียงเยาะ
“ข้าก็แค่ไม่อยากเป็นสัตว์น่ะ” ดวงตาของหลู่หลินหม่นแสงลง “เมื่อกราบอาจารย์แล้ว อาจารย์จะไม่ได้ทำดีอะไรกับพวกเขาหรอก แล้วพวกเขาก็จะไปหาแม่นางซย่าให้ช่วยออกหน้าทวงความยุติธรรม แม่นางซย่าก็จะไม่สามารถช่วยพวกเราได้ตลอดไป ข้าไม่ต้องการกลายเป็นคนที่…โลภ ไม่รู้จักพอในท้ายที่สุด”
“อันที่จริงแม่นางซย่าก็…ดีต่อพวกเรามาก แต่ข้าก็ไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของนาง บางที…ข้าอาจจะเป็นคนเนรคุณก็ได้” เด็กผู้ชายข้างๆ เขายิ้มอย่างขมขื่น
“วันนี้ข้าได้ยินคนอื่นพูดว่าที่แม่นางซย่าทำดีต่อพวกเราก็เพื่อคะแนน” อีกคนกล่าวเสริม
วัยรุ่นหลายคนรวมตัว ขณะที่พวกกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็มีคนวิ่งเข้าไปที่นั่น
“หลู่หลิน! คนจากหน่วยลาดตระเวนพบร่างของท่านย่าเจ้าแล้ว และกำลังจะลากไปฝัง! เจ้ารีบไปส่งนางเถอะ!”
สีหน้าของหลู่หลินไร้สีเลือดทันทีที่ได้ยินดังนั้น
เขาโซซัดโซเซวิ่งออกไปนอกเมือง
แต่เมื่อเขามาถึง ท่านย่าของเขาถูกก็ห่อด้วยเสื่อฟางและถูกคนลากออกไปแล้ว
เขากัดฟันแน่น ในขณะที่วิญญาณของหญิงชราก็ติดตามอยู่ข้างๆ เขา
เขาเร่งฝีเท้าเดินตามอย่างเต็มที่ แต่กลับไม่สามารถเอ่ยปากห้ามพวกเขาเอาไว้ได้
เขาเองก็รู้ด้วยว่าตนเองคงห้ามไว้ไม่ได้ นอกเมืองมีคนเยอะมากและมักจะมีคนตายอยู่เสมอ หากตายแล้วไม่ฝังก็จะส่งกลิ่นเหม็นแม้จะเป็นฤดูหนาวก็ตาม
เดิมทีเขาแค่คิดว่าจะเก็บไว้อีกสักสองวันเท่านั้น…
หากแม้แต่ท่านย่าของเขาก็ถูกฝังแล้ว เขาจะไม่มีวันได้เจอญาติคนไหนอีกเลย!
เวลานี้หลู่หลินเดินตามอย่างว่าง่าย เจ้าหน้าที่เห็นว่าเขายังเด็กและน่าสงสารจึงไม่เอ่ยตำหนิที่เขาซ่อนศพเอาไว้ เขาเคลื่อนย้ายศพไปที่สุสานใกล้ๆ และขุดหลุมลงไปในดิน
หลู่หลินนั่งอยู่หน้าหลุมศพจนกระทั่งเขาผล็อยหลับไป
ในความฝันเขาได้เห็นท่านย่าของเขาแล้ว
ท่านย่าบอกว่านางได้พบกับผู้สูงศักดิ์คนหนึ่ง และผู้สูงศักดิ์สามารถส่งเขาไปที่ค่ายทหารได้ เมื่อเขาเป็นทหารก็จะได้รับเงินเดือน นางถามเขาว่าเขายินดีไหม
เขาพยักหน้าตกลง และบอกกับท่านย่าว่า เขาจะตั้งใจเรียนยุทธ์ จะพยายามถีบตัวเองขึ้นไปให้ได้ จะได้ไม่ต้องเห็นสายตารังเกียจของคนอื่นอีก จะไม่ถูกคนอื่นรังแกเพียงเพราะขนมแค่ชิ้นเดียวอีกต่อไป
เขาไม่กลัวความยากลำบาก ไม่กลัวถูกทุบตี แต่กลัวว่าจะมีชีวิตเทียบไม่ได้แม้แต่หมูหมา
เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็ได้รู้ว่าทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน
เขาอดหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้
เมื่อวานเขายังปฏิเสธน้ำใจของแม่นางซย่า แต่พอตกกลางคืนเขากลับฝันที่จะอาศัยคนอื่นให้ได้เข้าค่ายทหาร?
อันที่จริงเขาก็หวัง…เหมือนคนอื่นๆ ว่าจะมีคนคอยช่วยสินะ?
หลู่หลินสลัดความฝันนี้ออกจากความคิดแล้วออกไปใช้แรงงานแต่โดยดี
ตอนเที่ยงจู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้าเขา “เจ้าคือหลู่หลินใช่หรือไม่ คุณหนูใหญ่ของเราเชิญท่านไปพบนางสักครู่”
คุณหนูใหญ่? แม่นางซย่าตัดหางเขาแล้วไปเลือกคนอื่นแล้วไม่ใช่หรือ
หลู่หลินงุนงงสงสัย แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะดูสถานการณ์จึงเดินตามไปแต่โดยดี
เมื่อพวกเขาไปถึงข้างรถม้าที่ประตูเมือง ม่านก็ถูกเปิดออก เขาจึงได้เห็นแม่นางที่เคยเห็นหน้ามาแล้วครั้งหนึ่ง
“ท่านคือแม่นางเซี่ยคนนั้นที่จับพวกอันธพาล…” หลู่หลินประหลาดใจอย่างยิ่ง
วันนั้นเขาซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนและแอบดูอยู่ ดังนั้นเขาจึงรู้จักผู้หญิงคนนี้
“เจ้าได้คิดดีแล้วหรือไม่ เรื่องที่จะไปเป็นทหารใหม่ในค่ายทหาร?” เซี่ยเฉียวเอ่ยทันที “ลำบากลำบนเอาเรื่องอยู่นะ อีกอย่างท่านพ่อของข้าก็ดุมากด้วย ข้าสามารถขอให้ท่านพ่อดูแลเจ้าได้ รับประกันได้เลยว่าเจ้าจะได้ล้มลุกคลุกคลานและถูกทุบตีจน…แข็งแกร่งกว่าคนอื่นอยู่บ้าง”
ไปค่ายทหาร!?
สีหน้าหลู่หลินเปลี่ยนไปทันที “เจ้า…เจ้ารู้ได้อย่างไรว่า…”
เขาฝันเมื่อคืนนี้?!
“ความลับสวรรค์ไม่สามารถเปิดเผยได้ เจ้าไม่ต้องสนใจหรอกว่าข้าจะรู้ได้อย่างไร เพียงแต่บอกมาว่าเจ้าคิดอย่างไรก็พอ” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
หลู่หลินตกตะลึง “เจ้าก็เหมือนกับแม่นางซย่าที่ทำเพื่อ…คะแนนอะไรนั่น”
“ก็ประมาณนั้นแหละ แต่สิ่งที่ข้าต้องการอาจจะมากกว่านั้นนิดหน่อย” เซี่ยเฉียวยอมรับ
นอกจากคะแนนแล้วนางยังต้องการสะสมพรด้วย
ตอนที่ 312 เต็มใจลองดูสักครั้ง
ใบหน้าของหลู่หลินแสดงความอับอายและโกรธเล็กน้อย
“ใช้ประโยชน์จากความทุกข์ของผู้อื่น ทำดีแบบนี้พวกเจ้าก็ทำได้อย่างสบายใจหรือ!” ทันใดนั้นเขาก็โพล่งออกมาด้วยโทสะ
เซี่ยเฉียวหลุบตาลงเล็กน้อย
“ชีวิตของพวกเรามันต่ำต้อยขนาดนี้เลย? พวกเจ้าจะจัดการอะไรก็ได้ตามใจ หลังจากจัดการแล้ว พวกเราก็จะต้องซาบซึ้งในบุญคุณ กระดิกหางเพื่อเอาใจพวกเจ้าเหมือนหมาปั๊ก!” หลู่หลินพูดอย่างโกรธเคือง
ไม่ยุติธรรม โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!
เซี่ยเฉียวถอนหายใจ
“ท่านปารมาจารย์ ท่านอย่าได้ถือสาหลานชายของข้าเลย เขาดื้อรั้นดันทุรัง ครึ่งปีมานี้เขาสูญเสียพ่อแม่ไป ข้าก็ไม่ได้อยู่เคียงข้างเขาแล้ว เขารับความกระทบกระเทือนใจนี้ไม่ได้ถึงได้เป็นอย่างนี้…” วิญญาณหญิงชรากังวลใจเล็กน้อย นางห้อยโหนไปมาอยู่รอบๆ จนแทบจะดูไม่เหมือนร่างคนแล้ว
เซี่ยเฉียวกลับไม่ได้โกรธเขาแต่อย่างใด สีหน้าของนางยังคงสงบนิ่ง
นางมองหลู่หลินอยู่ครู่หนึ่ง และรอให้เขาสงบใจลงบ้างเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยปาก “ค่ายทหารไม่ใช่จะเข้าไปได้เลย อีกอย่างก็ไม่ใช่ว่าจะรับคนโดยไม่เลือก หลังจากไปถึงที่นั่นแล้วเจ้าก็ต้องทำตามขั้นตอนปกติ แล้วทหารเก่าจะตรวจสอบร่างกายของเจ้า หากมีความพิการก็ไม่เอา อ่อนแอเกินไปก็ไม่รับ หากเจ้าผ่านด่านไปได้ก็จะต้องไปเริ่มที่ตำแหน่งต่ำสุด และทหารใหม่จะต้องเจอกับความยากลำบาก เงินเดือนไม่มาก และหากทำได้ไม่ดีจะถูกไล่ออกเมื่อใดก็ได้ หากทำความผิดใหญ่หลวงก็อาจจะถูกลงโทษด้วยกฎทหาร ถูกทุบตีจนตายทันที”
“หากเจ้าจะไปก็ถือว่าติดค้างน้ำใจข้าเรื่องหนึ่ง ซึ่งใช้คืนไม่ยาก ในช่วงเวลาห้าปีนี้ ให้เจ้านำเงินเดือนของเจ้าครึ่งหนึ่งไปบริจาคเป็นค่าธูปเทียนให้แก่วัดเต๋าในนามของข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เงินค่าธูปเทียนส่วนหนึ่งที่วัดเต๋าได้รับไปส่วนหนึ่งสำหรับเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้ทำกุศลและเป็นประโยชน์แก่ชาวบ้าน
หลู่หลินคิดว่าตนเองจะต้องถูกทุบตีแน่แล้ว แต่เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพูดแบบนั้น
ต้องยอมรับว่าเขาหวั่นไหวแล้ว
แต่เขาก็ไม่อยากก้มหัวยอมจำนน
“ใครก็ห้ามภัยพิบัติจากธรรมชาติไม่ได้ หากเจ้าดูถูกตัวเองก็จะรู้สึกว่าทุกคนในโลกใบนี้ดูถูกเจ้า หากเจ้าคิดว่าตัวเองมีความสามารถ ทานตรงหน้าล้วนคือโอกาส มันขึ้นอยู่กับว่าเจ้าคิดอย่างไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบนิ่ง
หลู่หลินกำหมัด
เขารู้ว่าแม่นางเซี่ยพูดถูก
แม้ว่าแม่นางซย่าจะทำกุศลด้วยมีจุดประสงค์อื่น แต่ต้องยอมรับว่าความช่วยเหลือที่นางมอบให้คนอื่นนั้นมีประโยชน์
อย่างน้อยคนที่ได้กราบอาจารย์พวกนั้นก็มีโอกาสเล็กน้อยที่จะได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง!
อีกอย่างโอกาสที่แม่นางเซี่ยมอบให้เขาก็ไม่อาจนับได้ว่าเป็นทาน
ค่ายทหารเกณฑ์ทหารใหม่ทุกปี และหลายคนก็สามารถเข้าไปได้ เพียงแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเกณฑ์ทหารเท่านั้น
นอกจากนี้การอยู่ในค่ายทหารนั้นยากลำบากจริงๆ เงื่อนไขการเกณฑ์ทหารก็สูงด้วย และถึงแม้แม่นางเซี่ยจะไม่เอ่ยปากขึ้นมา หลังจากนี้ไม่นานเขาก็สามารถลงชื่อสมัครได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่ว่า ณ เวลานั้น เขาน่าจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดไปได้แล้ว คงจะไม่ได้รู้สึกไม่เต็มใจอย่างเช่นที่เขารู้สึกอยู่ตอนนี้
ยังมีฝันเมื่อคืนอีก ท่านย่ารู้จักเขาดีที่สุด ดังนั้นนางจึงไปหา…ผู้สูงศักดิ์คนนี้มา?
“ข้า…เต็มใจที่จะลองดูสักครั้ง” หลู่หลินเอ่ยขึ้นในที่สุด
เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ “พรุ่งนี้จะมีคนพาเจ้าไปที่นั่น ก่อนจะปีใหม่ข้าจะเชิญเจ้าไปที่สำนักศึกษาหลวง พอถึงตอนนั้นจำไว้ว่าต้องให้คะแนนข้าห้าดาวด้วย” เซี่ยเฉียวเอ่ยจบก็ให้คนขับรถม้าจากไปทันที
“…” หลู่หลินรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ท่าทางของแม่นางเซี่ยผู้นี้ต่างกับแม่นางซย่ามากเกินไปแล้วไหม!
แม่นางซย่าคนนั้นแทบจะจับจ้องมองพวกเขาไม่วางตา ทั้งยังมอบสิ่งของแก่พวกเขาไม่หยุดราวกับนางยังรู้สึกว่ามันไม่พอกระนั้น
แต่แม่นางเซี่ย…แม้ว่านางจะให้ประโยชน์แก่เขา แต่กลับมีท่าทางไม่สนใจแยแส สายตานั่น…
ไม่มีการดูถูกหรือเห็นคุณค่าความสำคัญ ราวกับว่านางเพิ่งมาที่นี่เพื่อแจ้งเรื่องธรรมดาทั่วไปให้เขารู้ ไม่มีแรงกระเพื่อมไหวติงเลยแม้แต่น้อย!
เป็นคนที่แปลกเสียจริง
อย่างไรก็ตามแม้ว่าแม่นางเซี่ยคนนี้จะเย็นชา แต่ความช่วยเหลือจากนางทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย
เมื่อหลู่หลินตอบตกลงเซี่ยเฉียวก็เก็บวิญญาณของหญิงชราไปทันที
ในช่วงสองวันที่ผ่านมานางได้สะสมวิญญาณจำนวนมากที่ต้องการให้นางสวดมนต์ให้ และเวลานี้นางได้ส่งพวกเขาทั้งหมดไปที่หอส่องชะตาแล้ว