ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 313 วิญญาณหญิงสาวสวมชุดชาววัง / ตอนที่ 314 เขาฆ่าข้า
ตอนที่ 313 วิญญาณหญิงสาวสวมชุดชาววัง / ตอนที่ 314 เขาฆ่าข้า
ตอนที่ 313 วิญญาณหญิงสาวสวมชุดชาววัง
อย่างไรก็ตามวันนี้เมื่อนางมาถึงหอส่องชะตาแล้วก็ได้พบว่าพี่ชายใหญ่ของนางนั่งหลังตรงอยู่ที่นั่นแล้ว
เซี่ยเฉียวรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที
วันนี้นางออกไปข้างนอกโดยไม่ได้ปลอมแปลงหน้าผม ตอนนี้สายตาทั้งสองคู่จึงสานสบกัน เซี่ยเฉียวรู้สึกขลาดกลัวอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อนึกว่าช่วงนี้นางทำแต่เรื่องดีๆ จึงได้ยืดตัวตรงแล้วเดินเข้าไปหาเขา “พี่ชายใหญ่ก็มาซื้อของเหมือนกันหรือ”
เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงหนึ่งที “เรื่องนี้ทำได้ไม่เลวเลย”
“…” เซี่ยเฉียวยิ้มแห้งๆ “ท่านคิดจะซื้ออะไรหรือ ที่นี่ข้าค่อนข้างคุ้นเคยดีอยู่”
เซี่ยผิงกั่งค้นยันต์เนื้อคู่ออกมากจากอกเสื้อแล้วยัดมันใส่ในมือของเซี่ยเฉียว “ในฐานะที่ข้าเป็นพี่ชายใหญ่ก็ควรที่จะให้ของขวัญเจ้าเล็กน้อยเพื่อเป็นรางวัลด้วย เลือกไปเลือกมาก็คิดว่าพวกเสื้อผ้าเครื่องประดับนั้นไม่มีประโยชน์อะไร สิ่งที่เจ้าต้องการตอนนี้คือ…สิ่งนี้ต่างหาก”
รอยยิ้มของเซี่ยเฉียวหายวับไปทันที
เขาจะให้นางใช้ยันต์ที่นางวาดเองกับมือ?
ยันต์ปัดเป่าขับไล่วิญญาณชั่วร้ายพวกนั้นนางใช้ได้อยู่ แต่ยันต์เนื้อคู่นี้…ไม่มีผลอะไรกับนางไหม!
นอกจากนี้ท่านแน่ใจนะว่าไม่ใช่เพราะเสื้อผ้าและเครื่องประดับมีราคาแพงกว่า?!
เซี่ยเฉียวรับของมาอย่างอ้อยอิ่ง
เดิมทีเซี่ยผิงกั่งคิดว่าซื้อของเสร็จแล้วก็จะจากไป แต่เขาได้ยินผู้ดูแลบอกว่าช่วงนี้น้องสาวของเขามาที่นี่บ่อยๆ จึงได้นั่งรอสักพักเผื่อจะได้เจอนาง นึกไม่ถึงเลยว่าจะบังเอิญได้เจอจริงๆ
เซี่ยผิงกั่งมองเซี่ยเฉียวด้วยสายตาแปลกๆ จนเซี่ยเฉียวรู้สึกเกร็งไปหมด
“ก่อนหน้านี้ข้าหุนหันพลันแล่นไปหน่อย ไม่ควรปล่อยให้ผิงไหวออกไปถูกทุบตี” เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมา
“มันสมควรโดน หากหลังจากถูกทุบตีแล้วจะดีขึ้นบ้าง” เซี่ยผิงกั่งไม่ได้ตำหนินาง
เซี่ยเฉียวกัดริมฝีปากของนาง
ไม่ได้เป็นเพราะเรื่องของเซี่ยผิงไหว? แล้วมันเพราะอะไรกันเล่าถึงได้จ้องนางจนน่ากลัวขนาดนี้!
“แค่กๆๆ…” เซี่ยเฉียวไอสองสามที จากนั้นนางก็ปรับลมหายใจของตัวเอง
จากนั้นนางจึงเงยหน้าขึ้นอย่างน่าสงสาร
เซี่ยผิงกั่งหยิบจดหมายออกมาจากอกเสื้อของเขาด้วยท่าทางงุ่มง่าม “ฝ่าบาทมอบให้เจ้า”
เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยความสงสัยแล้วรีบรับไป
น่าจะสืบรู้เรื่องของวิญญาณสาวในชุดชาววังแล้วเป็นแน่
เซี่ยผิงกั่งสายตาเย็นเยียบ “เจ้าสร้างชื่อเสียงเป็นอย่างดีเช่นนี้ ในช่วงเวลาที่ราชวงศ์คิดจะเลือกชายาของรัชทายาท คงไม่ได้มีแผนอะไรอื่นอีกหรอกนะ”
“…” มุมปากเซี่ยเฉียวกระตุกเล็กน้อย
“ชื่อเสียงเล็กน้อยแค่นี้เกรงว่าคงไม่พอ นอกเสียจากว่าตำแหน่งราชการของท่านพ่อจะสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงยังคงเป็นคำเดิมคือ เจ้าล้มเลิกความคิดนั้นเสียเถิด อีกอย่างที่ข้าส่งจดหมายแทนรัชทายาทก็เพราะรัชทายาทบอกแล้วว่าในจดหมายไม่มีอะไรสำคัญ ข้าอ่านดูแล้วจึงได้ยอมมาเป็นธุระให้ เข้าใจไหม” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
เซี่ยเฉียวหมดคำพูดเล็กน้อย
นางเปิดจดหมายออกอ่านดูต่อหน้าเซี่ยผิงกั่ง
สิ่งที่เขาเขียนมาในจดหมายนั้นธรรมดามาก
รูปลักษณ์หน้าตาของวิญญาณสาวที่สวมชุดชาววังนั้นเหมือนกับองค์หญิงซิงโม่ที่ตายไปเมื่อยี่สิบปีก่อนไม่มีผิด เพียงแต่เสื้อผ้าเครื่องประดับบนร่างนางกลับเป็นของสาวใช้ในวังคนหนึ่งขององค์หญิงซิงโม่
จากนั้นก็บอกเล่าเรื่องราวชีวิตขององค์หญิงซิงโม่
องค์หญิงซิงโม่เป็นธิดาพระองค์โตของเจียงไทเฮา
เจียงไทเฮาทรงประปรีชาสามารถมาก การที่สตรีได้เล่าเรียนหนังสือกันอย่างแพร่หลายในเมืองหลวงเช่นนี้ก็มีส่วนมาจากความพยายามของนางด้วย
บรรพบุรุษของเจียงไทเฮาเคยปรากฏว่ามียอดคนกำเนิดขึ้น นางเองก็นับได้ว่าเป็นอีกคนที่เหมือนบรรพบุรุษของนาง หลังจากที่นางอภิเษกสมรสกับจักรพรรดิองค์ก่อนก็สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้เกิดขึ้น…
เจียงไทเฮารับตำแหน่งฮองเฮาเมื่ออายุสิบแปดปี ได้ให้กำเนิดองค์หญิงซิงโม่เมื่ออายุยี่สิบปี หลังจากผ่านไปอีกห้าปีก็ให้กำเนิดฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
ในจดหมายระบุว่าองค์หญิงซิงโม่หายตัวไปอย่างกะทันหันตอนสิบเจ็ดปี และไม่มีข่าวคราวใดๆ อีกเลย หลังจากผ่านไปเจ็ดแปดปีในวังก็จำเป็นต้องบอกกับภายนอกว่าองค์หญิงสิ้นพระชนม์ด้วยอาการป่วยหนักโดยไม่มีทางเลือกอื่น
เซี่ยเฉียวตกใจเมื่อเห็นเนื้อหาในจดหมาย
ดังนั้น…
วิญญาณตนนี้คือองค์หญิงใหญ่ซิงโม่ที่สวมชุดของสาวใช้?
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อนางดูความหมายของข้อความแล้วก็แปลว่าไม่พบศพและกระดูกขององค์หญิงใหญ่
ตอนที่ 314 เขาฆ่าข้า
ตอนที่องค์หญิงซิงโม่หายตัวไปรัชทายาทยังไม่กำเนิดเลย ดังนั้นตอนที่นางเอาภาพเหมือนไปให้เขาดูก่อนหน้านี้ หากเขาจะมองไม่ออกว่าเป็นใครก็ไม่แปลก นอกจากนั้นผู้หญิงในภาพวาดก็ยังสวมชุดสาวใช้ด้วย
“รัชทายาทเชิญให้เจ้าไปคัดลอกพระคัมภีร์ถวายแก่องค์หญิงซิงโม่ เจ้าไหวหรือเปล่า หากรู้สึกว่าเหนื่อย ข้าจะไปปฏิเสธให้” อันที่จริงแล้วเซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ
รัชทายาทบอกว่าน้องสาวของเขาเขียนภาษาสันสกฤตได้ดี
แต่นางสาวของเขา…โตมาในวัดเต๋า!
ต่อให้นางจะเขียนภาษาสันสกฤตได้ดี แต่เขาก็ไม่ควรให้นางคัดลอกพระคัมภีร์ทั้งวันสิใช่ไหม
นอกจากนี้ยังมีอีกตั้งหลายคนที่สามารถคัดลอกพระคัมภีร์ได้ จะมาให้เซี่ยเฉียวทำทำไม
เขารู้สึกอยู่เสมอว่ารัชทายาทและน้องสาวของเขามีการแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างที่บอกคนอื่นไม่ได้…แต่เขาไม่กล้าถามทางฝ่ายรัชทายาท ส่วนทางด้านเซี่ยเฉียว…
ปากของนางปิดแน่นสนิทยิ่งกว่ารัชทายาทเสียอีก
“ข้าเขียนได้ พอเขียนเสร็จแล้วข้าจะมอบมันให้ฝ่าบาทด้วยตนเองที่สำนักศึกษา” เซี่ยเฉียวตอบอย่างจริงจัง
“อ๋อ” เซี่ยผิงกั่งหรี่ตา “เจ้าอย่าได้วางแผนเพื่อให้ได้รัชทายาทมาจนเสียเวลา จะต้องหาคนที่ซื่อๆ ควบคุมง่าย เจ้าจะได้มีลูกได้เร็วหน่อย”
เซี่ยเฉียวหลบหน้าเขาขึ้นไปชั้นบนทันที
น่าหงุดหงิดรำคาญเสียจริง
เซี่ยผิงกั่งเองก็ถูกลิขิตให้โดดเดี่ยวเป็นหม้าย เขายังมีหน้ามาขอให้นางมีลูกอีก?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่าทั้งที่เวลาผ่านมานานมากขนาดนี้แล้ว แต่โหงวเฮ้งของพี่ชายใหญ่นางก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ลิขิตชะตานี้รุนแรงเกินไป เขาต่างหากที่ควรจะพกยันต์เนื้อคู่นี้เพิ่ม!
เซี่ยผิงกั่งหัวเราะขึ้นมา เขายังนึกว่าเซี่ยเฉียวเขินอายจึงก้าวเท้ายาวๆ จากไปหลังจากนั้นทันที
พอเซี่ยผิงกั่งจากไปเซี่ยเฉียวก็ถอนหายใจ
ผู้ดูแลร้านมองดูเซี่ยเฉียวกำลังขึ้นไปชั้นบน เดิมทีเขาต้องการจะหยุดนาง แต่เมื่อเขามองไปที่แผ่นหลังของนางก็ต้อง ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จนปล่อยให้เซี่ยเฉียวบุกรุกเข้าไปข้างในได้
รูปร่างของแม่นางเซี่ยและเจ้าของร้านเหมือนกันไม่มีผิด
ตอนนี้นางก็ขึ้นไปข้างบนแล้ว ผู้ดูแลจึงไม่อาจพูดอะไรได้อีก ได้แต่รอให้เจ้าของร้านมาแล้วเขาค่อยบอกกล่าวเรื่องนี้แก่นาง
เซี่ยเฉียวขึ้นไปชั้นบนแล้วก็ปล่อยวิญญาณหญิงสาวสวมชุดชาววังออกมา
วิญญาณหญิงสาวที่ถูกเลี้ยงอยู่ข้างในมาเป็นเวลานานขนาดนี้ดูมีพลังขึ้นมาก
เซี่ยเฉียวมองนางก่อนจะเอ่ยถามหยั่งเชิง “ตอนนี้เจ้าคิดออกหรือว่าตนเองเป็นใคร”
วิญญาณผู้หญิงชะงักไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “ข้าจำได้แค่ว่าตอนกลางคืนมีคนเยอะมาก มีโคมลอย ดอกไม้ไฟ ประทัด และ…”
ทันใดนั้นสีหน้าวิญญาณหญิงสาวแสดงออกถึงความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก รูม่านตาของนางก็ขยายใหญ่ขึ้น และเสียงของนางก็แหลมสูง “เขาฆ่าข้า! เขาฆ่าข้า!”
“ใคร” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
“คือ…คือ…” วิญญาณหญิงครุ่นคิดไม่หยุดด้วยท่าทางแตกสลาย
ดูเหมือนว่านางกำลังจะกลายร่างเป็นวิญญาณแค้นกระนั้น แต่คราวนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่วิญญาณหญิงสาวผู้นี้มีสติสัมปชัญญะมากที่สุด เซี่ยเฉียวเตรียมยันต์คาถาเรียบร้อยจากนั้นก็เอ่ยถามต่อ “ศพของเจ้าอยู่ที่ไหนเจ้ารู้หรือไม่ หากเจ้านึกไม่ออกก็ไม่เป็นไร เจ้าเดินไปตามสัญชาตญาณของเจ้าก็พอ ข้าจะตามเจ้าไปเอง”
โดยปกติแล้วพวกวิญญาณมักจะรับรู้ถึงศพของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง
แม้ว่าวิญญาณขององค์หญิงซิงโม่นี้จะไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรนัก แต่นางจะต้องมีความสามารถพื้นฐานอย่างแน่นอน
น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวราวกับจะสามารถปลอบประโลมวิญญาณตนนี้ได้
นางออกนอกประตูไปจากนั้นก็ล่องลอยไปตลอดทาง
เซี่ยเฉียวแปะยันต์ไว้บนร่างวิญญาณตนนี้เพื่อให้นางสามารถติดตามตัวอักษรบนยันต์ไปได้ตลอดทาง บางครั้งวิญญาณก็ทะลุผ่านกำแพงเข้าไปโดยตรง แต่เซี่ยเฉียวทำไม่ได้ นางจึงได้แต่ต้องเดินอ้อมไปเท่านั้น
หลังจากเดินไปได้ประมาณหนึ่งชั่วยามเซี่ยเฉียวก็หยุดลง
เซี่ยเฉียวตกตะลึงอึ้งงันไปทันที
ที่นี่…เป็นบ้านตระกูลโจว
ตระกูลโจวเป็นครอบครัวนักปราชญ์ นายผู้เฒ่าผู้ล่วงลับของพวกเขาเคยเป็นอาจารย์ของฮ่องเต้องค์ก่อน
นอกจากการเป็นขุนนางในราชสำนักแล้ว ยังมีทูตผู้แทนหลายคนในตระกูลโจวอีกด้วย