ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 319 ลูกน้องใต้กระโปรง / ตอนที่ 320 ลูกกลอนเลือด
ตอนที่ 319 ลูกน้องใต้กระโปรง / ตอนที่ 320 ลูกกลอนเลือด
ตอนที่ 319 ลูกน้องใต้กระโปรง
เซี่ยเฉียวก็ไม่รู้ว่าเหตุใดต่งซีอวิ๋นจึงพุ่งเผ้าไปที่พี่ชายของนาง ทั้งๆ ที่ทั้งสองคนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กันเลยสักนิด
แต่นางกลับรู้ได้ว่าต่งซีอวิ๋นไม่ใช่คนดีอะไรอย่างแน่นอน
พี่ชายของนางก็ถือว่าโชคร้าย จึงได้ตกเป็นเป้าหมายของต่งซีอวิ๋นเช่นนี้
โชคดีที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกในภายหลัง มิฉะนั้นด้วยความสามารถในการชักจูงใจคนของต่งซีอวิ๋นอย่างไม่หยุดหย่อนเช่นนี้แล้ว หากพี่ชายใหญ่ของนางคิดจะกลับมาคงยาก!
เวลานี้เซี่ยเฉียวไม่ได้สนใจเขา
ชีไหวเห็นนางมีท่าทีเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกว่า เสียแรงที่นางมีหน้าตางดงามเช่นนี้แต่กลับมีจิตใจที่ชั่วร้าย
“แม่นางเซี่ย แม่นางต่งไม่เหมือนกับเจ้า นางอยู่บ้านก็มีชีวิตที่ยากลำบากอยู่แล้ว หากคำพูดของเจ้าล่วงรู้ไปถึงตระกูลต่ง มันอาจจะทำลายนางได้ ในเมื่อแม่นางเซี่ยสุขภาพไม่ดีก็ควรทำความดีสะสมบุญไว้เยอะๆ เช่นนั้นแล้วตอนที่เจ้าเกิดใหม่เป็นมนุษย์ในชาติหน้าจะได้โชคดี จริงไหม” ชีไหวเอ่ยอีก
คำพูดนี้ทำให้เซี่ยเฉียวหมดความอดทนในที่สุด
ใบหน้าของนางซีดขาวและทันใดนั้นนางก็เริ่มไออย่างรุนแรง
จากนั้นนางก็รีบหยิบยาเม็ดที่อยู่ในถุงผ้าออกมาแล้วยัดเข้าไปในปากหนึ่งเม็ด ทันทีที่นางอ้าปากงับก็ปรากฏเลือดพุ่งออกมาสายหนึ่ง!
ชีไหวเห็นดังนั้นก็ตกใจอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวเช็ดมุมปากของนาง “คุณชายชีกำลังจะพูดว่า ข้าเซี่ยเฉียวจิตใจชั่วร้ายจึงสมควรแล้วที่จะมีอายุไม่ยืนใช่หรือไม่ คุณชายกลับมีชะตาชีวิตที่ดี ปราณในช่องท้องบริบูรณ์ อายุยืนยาว…แค่กๆ เสียแต่โง่ไปหน่อย พวกเจ้าคนแล้วคนเล่ากระตือรือร้นขนาดนี้ แต่แม่นางต่งไม่ยอมออกหน้าเองจนทำให้พวกเจ้าต้องมาเรียกร้องความยุติธรรมแทนนาง…”
ชีไหวตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
คนอื่นๆ ในเรือนคงกู่มองชีไหวด้วยสายตารังเกียจเล็กน้อย
“พวกเจ้าพูดปาวๆ ว่าจะทวงความยุติธรรมให้แม่นางต่ง ขอถามหน่อยว่าพวกเจ้าเป็นอะไรกับแม่นางต่งหรือ บิดา พี่ชาย สามี หรือว่าคนรัก วันนี้พวกเจ้ามาเพื่อแม่นางต่งแต่กลับบีบคั้นข้าจนถึงขนาดนี้ ทั้งยังสาปแช่งข้า ความคิดจิตใจของพวกเจ้าไม่ชั่วร้ายหรอกหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยจบก็ค่อยๆ หลับตาลง
แม่นางต่งน่าสงสาร?
นางต้องนำยาเม็ดลูกกลอนเลือดที่นางพกติดตัวไว้ออกมาใช้ ซึ่งต้องใช้เงินซื้อหามา นางน่าสงสารกว่าชัดๆ
ชีไหวนึกไม่ถึงว่าเซี่ยเฉียวจะกระอักเลือด
เบื้องหลังชีไหวยังมีผู้ชายคนอื่นอีกหลายคน
เวลานี้ทั้งหมดกำลังยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความกระอักกระอ่วน
“แม่นางต่งช่างเป็นผู้มีบารมียิ่งใหญ่เหลือเกิน ตัวเองหลบอยู่ข้างหลังร้องไห้นิดหน่อย แต่กลับทำให้พวกเจ้ามาถึงที่นี่ได้ เซี่ยเฉียวพูดไม่ผิด พวกเจ้าเป็นใครกัน เป็นลูกน้องใต้กระโปรงของต่งซีอวิ๋นหรือ เช่นนั้นจะว่าไปแล้วคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยกลับจะยังบริสุทธิ์ผุดผ่องกว่าต่งซีอวิ๋นเสียอีก อย่างน้อยที่สุดข้างกายคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยก็ไม่มีผู้หญิงเป็นโขยงอย่างนี้!” ฉินหลิวเอ่ยด้วยโทสะเมื่อได้เห็นเลือดของเซี่ยเฉียว
“ที่นี่คือเรือนคงกู่ ใครใช้ให้พวกเจ้ามาทำตัวป่าเถื่อนที่นี่! คิดว่าพวกเราเรือนคงกู่ไม่มีคนแล้วใช่หรือไม่”
“ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าแม่นางต่งไร้เดียงสาและน่าสงสาร แต่ตอนนี้พอมาคิดๆ ดู ข้าว่าวิธีการของแม่นางต่งยอดเยี่ยมจริงๆ หรือว่าพวกเจ้ายังฟังไม่เข้าใจอีก เรื่องที่แม่นางต่งมีชีวิตที่บ้านอย่างยากลำบากกลับเป็นที่รู้กันแล้ว เห็นได้ว่าปกติแล้วนางคงต้องพร่ำบ่นถึงความยากลำบากให้คุณชายชีฟังไม่น้อยเลยทีเดียว!”
“ชายหญิงแตกต่าง ทั้งยังไม่ได้เป็นญาติมิตรกัน แบบนี้แม่นางต่งก็ไม่ระมัดระวังตัวเกินไปหน่อยแล้วใช่หรือไม่”
เวลานี้ฟังมู่เสวี่ยและพวกเฟิงซวงซวงต่างก็พากันเอ่ยปากช่วยเหลือ
และความประทับใจที่มีต่อต่งซีอวิ๋นก็แย่ลงไปในพริบตา
เพราะพวกนางไม่ได้คุ้นเคยกับต่งซีอวิ๋น พวกนางเพียงแต่ได้ยินว่านางเป็นผู้หญิงที่มากความสามารถ ดังนั้นพวกนางจึงรู้สึกดีต่อนางโดยธรรมชาติ
แต่นางทำให้ซย่าหย่าอวิ๋นเอะอะโวยวายไม่หยุดไม่พอ และยังปลุกปั่นให้พวกชีไหวมาหาเรื่องเซี่ยเฉียวถึงที่อีก!
ชีไหวและคนอื่นๆ ล้วนแต่เป็นผู้ชายทั้งนั้น!
มือของนางจะยาวเกินไปหน่อยแล้วกระมัง ถ้าหากจะบอกว่าต่งซีอวิ๋นไร้เดียงสา พวกนางไม่เชื่อหรอก!
ทุกคนต่างก็เป็นผู้หญิง ตอนนี้ความคิดของต่งซีอวิ๋นชัดเจนเกินไปแล้ว!
ชีไหวถูกคนพวกนี้ดุด่าจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
“พวกเจ้าอย่าได้ใส่ร้ายแม่นางต่ง เป็นเพราะพวกเราเห็นว่าแม่นางต่งถูกรังแกจึงได้ไปสอบถามคนอื่น แล้วมาทวงความยุติธรรมให้นางต่างหาก!”
ตอนที่ 320 ลูกกลอนเลือด
ชีไหวก็กังวลเล็กน้อยเช่นกัน ความตั้งใจเดิมของเขาก็คือการระบายความโกรธแทนต่งซีอวิ๋น และขอให้เซี่ยเฉียวขอโทษ แต่หากเขาทำให้คนอื่นยิ่งเข้าใจแม่นางต่งผิดไปมากกว่านี้ นางก็จะเศร้าใจยิ่งกว่าเดิมไปอีก
เวลานี้ชีไหวกำลังพยายามอธิบายอย่างเต็มที่ แต่สายตาของคนอื่นกลับเต็มไปด้วยความสงสัย
เขาเองก็ร้อนใจแล้ว
“แม่นางต่งคุ้นเคยกับการอ่านสี่ตำราห้าคัมภีร์คุณธรรมการประพฤติตนมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ได้เป็นอย่างที่แม่นางเซี่ยพูดเลยแม้แต่น้อย!” ชีไหวรีบเอ่ยทันที
“จากที่เจ้าพูดก็หมายความว่าหากนางอ่านหนังสือมาก ไม่ว่านางจะทำอะไรก็ล้วนสมเหตุสมผลไปหมด?” เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าชีไหวกำลังรนหาที่ตาย
ชีไหวไม่ได้ยอมรับในทันที
อย่างไรก็ตามเขาก็ยังไม่ยอมถอย “แม่นางเซี่ย เจ้าไม่ได้อ่านหนังสือตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ย่อมไม่รู้จักนิสัยใจคอของผู้มีการศึกษาว่าเป็นอย่างไร แม่นางต่งมีความรู้จักผิดชอบชั่วดี เปิดเผยและยุติธรรม รังเกียจที่จะใช้แผนกลอุบายต่างๆ อยู่แล้ว ข้าชื่นชมความสามารถของแม่นางต่ง และรู้ด้วยว่าแม่นางต่งไม่ยินดีที่จะทะเลาะวิวาทกับคนอื่น ดังนั้นข้าจึงเต็มใจที่จะทวงความยุติธรรมแทนนางเท่านั้น! เพียงแต่พวกเจ้า…จิตใจแปดเปื้อนจึงได้มีความคิดเหลวไหล และพูดจาให้ร้ายผู้อื่นไม่เลือก!”
แม่นางต่งพูดไว้ไม่ผิดเลย พวกผู้หญิงเรือนคงกู่นี้อิจฉานางกันทั้งนั้น!
ดูคนเหล่านี้สิ แต่ละคนแทบจะอยากให้ชื่อเสียงของแม่นางต่งป่นปี้ไปกระนั้น!
ฟังมู่เสวี่ยและคนอื่นๆ โกรธจนแทบบ้า
จิตใจแปดเปื้อน?!
พวกนางก็อ่านหนังสือมาไม่น้อยเหมือนกันนะ!
แต่ความสามารถของแม่นางต่งก็ดีจริงๆ ดังนั้นเวลานี้พวกฟังมู่เสวี่ยจึงได้รู้สึกแย่เล็กน้อยแม้ว่าจะโกรธมากก็ตาม
“ข้าเข้าใจที่เจ้าต้องการสื่อ หากเรียนดีก็แปลว่ามีจิตใจสะอาดแล้ว” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “เช่นนั้นแล้ว…ฝากเจ้าไปบอกต่งซีอวิ๋นทีว่า ถ้าหากผลประเมินของนางในการสอบครั้งนี้ออกมาสู้ข้าไม่ได้ พึงระลึกไว้ว่าเพราะจิตใจของนางชั่วช้า และนางต้องขอโทษข้าและพี่ชายใหญ่ของข้าด้วย”
“ว่า ว่าอะไรนะ?” ชีไหวตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
“เจ้าพูดเองไม่ใช่หรือว่า นางอ่านหนังสือมาก จึงรังเกียจที่จะโกหกหลอกหลวง ตรรกะนี้จะเปลี่ยนใช้กับคนอื่นบ้างก็ไม่ได้แล้ว?” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วนิ่วหน้า
ชีไหวหัวเราะอย่างโกรธจัด
เซี่ยเฉียวคิดจะแข่งกับต่งซีอวิ๋น
อย่างนางเนี่ยนะคู่ควรเป็นคู่แข่งของต่งซีอวิ๋น!
ต่งซีอวิ๋นเริ่มเรียนเตรียมความพร้อมเมื่ออายุได้สามปี และเมื่อนางมาเรียนที่สำนักศึกษาตอนอายุสิบปี นางก็เป็นที่โจษจันในความสามารถ ตัวอักษรของนาง ภาพวาดของนาง บทกวีของนาง และความฉลาดรอบรู้ของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชายคนไหนเลย!
เซี่ยเฉียวจะมีอะไรเล่า นางก็แค่คนป่วยกระเสาะกระแสะคนหนึ่งเท่านั้น!
อย่างไรก็ตามตราบใดที่เขาทำให้นางไปขอโทษแม่นางต่งได้ เป้าหมายของเขาก็จะถือว่าสำเร็จแล้ว
“ตกลง พอการสอบประเมินเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าค่อยไปขอโทษแม่นางต่งก็ได้” ชีไหวเอ่ยอีก
น้ำเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
เซี่ยเฉียวอดส่ายศีรษะไม่ได้
ชายผู้นี้หลงใหลในรักจนตาบอดและไร้สมอง มีชีวิตแต่กลับเหมือนศพที่เดินได้ อยู่ไปก็เปลืองอากาศรอบตัวเขา
เซี่ยเฉียวรีบสูดลมหายใจเข้าอย่างรวดเร็ว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกคนโง่ออกไปจากที่นี่เสียเถอะ เสียงดังวุ่ยวายเกินไปแล้ว”
นางพูดจบก็ยกมือขึ้นโบกไปมาด้วยความรังเกียจ
เมื่อเสียงกระดิ่งที่ข้อมือของนางดังขึ้น จิตใจของเซี่ยเฉียวก็สงบเล็กน้อย
ชีไหวและพวกพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะจากไปอย่างเกรี้ยวกราดและมั่นใจ
“เซี่ยเฉียวเจ้าไปหาหมอเถอะ…” ฉินหลิวร้อนใจจนดวงตาแดงก่ำแล้ว
เซี่ยเฉียวมักจะเป็นลมหมดสติอยู่เสมอ ตอนนี้ก็มากระอักเลือดอีก ร่างกายของนางนี้ย่ำแย่ขนาดไหนกันแน่
เป็นไปได้ เป็นไปได้ไหมว่านางจะอายุสั้นจริงๆ…
“ข้าไม่ได้กระอักเลือด” เซี่ยเฉียวละอายใจที่จะโกหกฉินหลิวต่อไป “ร่างกายของข้าไม่ค่อยดีก็จริง แต่ช่วงนี้…ก็แข็งแรงขึ้นมาก มันเป็นลูกกลอนเลือดน่ะ แข็งนอกนุ่มใน พอกัดเบาๆ น้ำที่อยู่ข้างในจะไหลออกมา น้ำนี้มีสีแดง มันก็เลยดูน่ากลัวไปหน่อย”
“…” ฉินหลิวกระพริบตาปริบๆ ด้วยความไม่เชื่อ
แต่พอนางหยิบมาดมก็พบว่ามันหอมมาก!