ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 317 ปล่อยเขาไปสักครั้ง / ตอนที่ 318 ขอโทษ
ตอนที่ 317 ปล่อยเขาไปสักครั้ง / ตอนที่ 318 ขอโทษ
ตอนที่ 317 ปล่อยเขาไปสักครั้ง
ซย่าหย่าอวิ๋นทนไม่ได้ และไม่อยากจะทนด้วย
นางอยู่ในเรือนคงกู่นี้ ที่แต่เดิมมีคนสนใจนางแค่ไม่กี่คน ตอนนี้คนก็ไม่ได้สนใจนางแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่ได้สนใจว่าจะมีศัตรูเพิ่มมากขึ้น
“ข้างนอกก็แค่ลือกันไปเท่านั้น พวกเจ้ากลับคิดเป็นจริงเป็นจังแล้ว คิดว่าตระกูลเซี่ยจะเป็นคนดีกันทุกคน? พวกเจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเซี่ยผิงกั่งเกือบจะรังแกพี่หญิงต่งแล้ว!” ซย่าหย่าอวิ๋นเอ่ยเยาะ
ทุกคนนิ่งเงียบกันไปหมด
“แม่นางซย่า เรื่องของเซี่ยผิงกั่งเกี่ยวอะไรกับเซี่ยเฉียวด้วยเล่า” ใครบางคนเอ่ยขึ้น
“ไม่เกี่ยว? ชื่อเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งสำคัญแค่ไหน ตอนนั้นเซี่ยผิงกั่งตกหลุมรักพี่หญิงต่ง แม้การเกี้ยวพาราสีจะล้มเหลว แต่ก็ยังคิดจะลงมืออีก และเกือบจะทำให้พี่หญิงต่งของข้าต้องอับอายขายหน้าอีก! หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเจ้า จะยังคิดว่าเซี่ยเฉียวไร้ความผิดอีกหรือ! ในเมื่อนางแซ่เซี่ย นางก็ไม่สามารถที่จะบริสุทธิ์ไร้ความผิดไปได้!” ซย่าหย่าอวิ๋นเอ่ย
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองนาง
“เมื่อมาคิดให้ดีแล้ว แม่นางซย่าพูดถึงแม่นางต่งอยู่หลายครั้งหลายครา ดังนั้นที่เจ้ากลั่นแกล้งรังแกข้าครั้งแล้วครั้งเล่าก็เพื่อที่จะแก้แค้นให้แม่นางต่งของเจ้า? แต่ทำไมข้าดูๆ แล้ว…ไม่เคยเห็นแม่นางต่งจากเรือนหมู่ตันออกหน้าแทนเจ้าบ้างเลยเล่า” เซี่ยเฉียวเอ่ยยิ้มๆ
ไม่ว่าจะเป็นในวังหรือในสำนักศึกษานี้ ต่งซีอวิ๋นคนนั้นก็ฉลาดที่จะปกป้องตนเอง
“เจ้ายังจะใส่ร้ายนางอีก! เจ้าก็เหมือนพี่ชายของเจ้า ต่ำช้า ไร้ยางอาย!” ซย่าหย่าอวิ๋นด่าว่าออกมาทันที
สีหน้าเซี่ยเฉียวเย็นชา
“ข้าเคยได้ยินเรื่องนั้นของพี่ชายใหญ่มาบ้าง ตอนนั้นมีแต่สาวใช้ของต่งซีอวิ๋นเท่านั้นที่อยู่ข้างๆ และไม่มีพยานรู้เห็นคนอื่นอีกเลย พี่ชายใหญ่ของข้าแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยสนใจเรื่องผู้หญิงมาก่อน ความจริงจะเป็นเขาที่ลงมือหรือมีคนจัดฉากใส่ความเขาก็ยังบอกไม่ได้!” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเย็นชา
หากลิขิตชะตาของพี่ชายนางคนนี้ไม่เปลี่ยนแปลง เขาก็จะไม่ได้แต่งภรรยาไปตลอดชีวิต!
เขาไม่เข้าใจความรักและเรื่องผู้หญิง คนเช่นนี้หรือจะรังแกต่งซีอวิ๋น!
นางไม่เคยเชื่อเลย!
“เซี่ยเฉียวเจ้าอย่าให้มันเกินไปนัก! เจ้าพูดเช่นนี้หมายความอย่างไร พี่หญิงต่งของข้าไม่เคยรู้จักกับเขาเลยสักนิด ทำไมนางต้องใช้ความบริสุทธิ์ของตนเองไปใส่ร้ายพี่ชายของเจ้าด้วย! พวกเจ้าคนตระกูลเซี่ยกลับดำเป็นขาวได้เก่งเหลือเกิน” ซย่าหย่าอวิ๋นยิ่งโมโห
“ทุกคนก็รู้ว่า ข้างกายของพี่ชายใหญ่ข้าไม่มีแม้แต่แมลงวันตัวเมียสักตัว เขารักษาความบริสุทธิ์ของตัวเองมาตลอด จู่ๆ ก็มีเรื่องอื้อฉาวออกมากะทันหันเช่นนี้ เดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องปกติอยู่แล้ว บางที…” เซี่ยเฉียวยิ้มบางๆ พลางเลิกคิ้วและเหลือบมองหนังสือในมือก่อนจะเอ่ยอย่างสบายๆ “สาวน้อยชอบพอแต่ถูกพี่ชายของข้าปฏิเสธ เมื่อถูกโจมตีจึงได้พูดจาเหลวไหลไร้สาระ”
เมื่อคำพูดนี้ของเซี่ยเฉียวหลุดออกมา เพลิงโทสะของซย่าหย่าอวิ๋นก็พลุ่งพล่านทันที
“เซี่ยเฉียว เจ้าไม่รู้จักความละอายเสียเลย ไม่มียางอายเลยหรือ ถึงได้ดูหมิ่นพี่หญิงต่งแบบนี้” ซย่าหย่าอวิ๋นแทบอยากจะบีบคอเซี่ยเฉียวให้ตายไปเลย
แต่เซี่ยเฉียวไม่ได้ดูร้อนใจอะไร “พวกเจ้ามีใครเคยได้ยินไหมว่าพี่ชายใหญ่ของข้าแสดงกริยาไม่เคารพผู้หญิงอื่นนอกจากแม่นางต่งอีกหรือไม่ พี่ชายของข้าผ่านวัยสวมหมวกมาแล้ว แต่ข้างกายเขาไม่มีแม้แต่สาวใช้ข้างห้องสักคน เขาเอาแต่คิดจะทำงานให้กับราชสำนัก ไม่เข้าใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ที่สุดแล้ว พี่ชายใหญ่ของข้ายังไม่รู้เรื่องแต่งภรรยาอะไรทำนองนี้เลย!”
“ไม่มีเหตุผลเลยที่ชื่อเสียงของแม่นางต่งจะสูงส่ง แล้วชื่อเสียงพี่ชายใหญ่ข้าจะต้องไร้ค่า? แค่เพราะแม่นางต่งโวยวายออกมาก่อน? จึงได้ดูน่าสงสารหน่อย?”
“หากเป็นเช่นนี้ ต่อไปข้าคงต้องบอกพี่ชายของข้าว่าอย่าได้แข็งแกร่งบึกบึนเกินไปจนดูเหมือนคนไม่ดี ต่อไปหากคุณหนูต่งเข้าใกล้เขาอีกภายในระยะสามเมตรก็ให้ร้องออกมาก่อน เผื่อคุณหนูต่งเห็นว่าเขาน่าสงสารจะได้ปล่อยเขาไปสักครั้ง” เซี่ยเฉียวเอ่ยเบาๆ ราวกับว่านางกำลังอ่านพระสูตรอยู่กระนั้น
คำพูดเหล่านี้เปลี่ยนแปลงการรับรู้ที่ผ่านมาของทุกคนจริงๆ
จนถึงขนาดทำให้พวกเขาสับสนอยู่บ้าง เซี่ยผิงกั่งนั้นคงไม่ได้บริสุทธิ์ไร้ความผิดจริงๆ หรอกนะ?!
มันไม่น่าเป็นไปได้ ต่งซีอวิ๋นเป็นผู้หญิงที่มีมากความสามารถ นางคงไม่ถึงขนาดไม่รักเคารพตัวเองได้ขนาดนั้น
แม้ว่าคำพูดของเซี่ยเฉียวจะฟังดูรุนแรงเกินไปอยู่บ้าง แต่เรื่องนี่ซย่าหย่าอวิ๋นเป็นคนเริ่มก่อน เวลานี้ทุกคนจึงพยายามเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินอย่างเต็มที่
คนอื่นกลับไม่ได้เหมือนซย่าหย่าอวิ๋นที่คิดเพื่อต่งซีอวิ๋นไปหมดทุกอย่าง
ตอนที่ 318 ขอโทษ
ซย่าหย่าอวิ๋นอดกลั้นไว้จนใบหน้าแดงก่ำไปหมด
นางไม่รู้ว่าเหตุใดเซี่ยเฉียวจึงพูดเก่งเช่นนี้!
ทั้งๆ ที่ร่างกายนางอ่อนแอเช่นนั้น แต่แต่ละประโยคที่นางพูดออกมากลับทิ่มแทงใจคนยิ่งนัก!
“หน้าอาย! เจ้ามันไร้ยางอาย!” ซย่าหย่าอวิ๋นแทบจะกรีดร้อง “พี่ชายของเจ้าไม่คู่ควรกับพี่หญิงต่งของข้าแม้ปลายก้อย! กล้าดีอย่างไรมาพูดเรื่องเหลวไหลเช่นนี้! พวกเจ้าตระกูลเซี่ยเป็นโจร ทั้งครอบครัวล้วนโง่เขลาและไร้ค่า หากไม่ใช่เพราะมีราชครูหนุนหลังอยู่ เพียงแค่อาศัยภูมิหลังของตระกูลเซี่ย พวกเจ้าจะมีที่ยืนในเมืองหลวงแห่งนี้ได้หรือ”
สายตาเย็นชาของเซี่ยเฉียวกวาดผ่านร่างซย่าหย่าอวิ๋น
นางไม่ได้ตระหนกลนลานและไม่ได้โกรธขึ้งแต่กลับสงบนิ่ง
“ในเมื่อเจ้าก็ด่ามาจนถึงขั้นนี้แล้ว ข้าก็คงปล่อยเจ้าไปไม่ได้” เซี่ยเฉียวปิดหนังสือลงท่าทางราวกับได้ครุ่นคิดพิจารณาอย่างรอบคอบมาแล้วครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “ตระกูลเซี่ยของข้าเป็นโจรมาก่อนก็จริง แต่ลูกโจรอย่างข้าก็ยังโชคดีมากที่ได้มาเรียนร่วมชั้นเรียนเดียวกับเจ้า แตกต่างกับเจ้าแม่นางซย่า ที่มีชาติกำเนิดสูงส่งมาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อเติบโตขึ้นมากลับยิ่งตกต่ำลง”
“ดูตัวเจ้าตอนนี้สิ ดุร้ายจนตาเหลือก จิตใจก็เหมือนยาพิษ น้ำเสียงเกรี้ยวกราดรุนแรง งมงายดื้อรั้นเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ต่อไปคงจะมีจุดจบไม่ดีแน่” เซี่ยเฉียวเยาะเย้ยเสียดสี
เดิมทีโหงวเฮ้งนางไม่เลวเลย
หากจิตใจชั่วร้ายก็จะเห็นได้จากดวงตาอย่างแน่นอน นัยน์ตาชั่วร้าย รูจมูกแคบเล็ก เส้นในตำแหน่งคู่ครองเปลี่ยนไป ชะตาชีวิตของนางตอนนี้ไม่ได้เป็นภรรยาเอกแล้ว!
แม้จะมีเสื้อผ้าอาหารอุดมสมบูรณ์ก็ไม่ได้เป็นภรรยาหลวง!
สีหน้าของซย่าหย่าอวิ๋นดุร้ายชิงชัง “ข้าหรือจะมีจุดจบที่ไม่ดี! เซี่ยเฉียว ข้าอยากจะดูนักว่าระหว่างเจ้ากับข้า ใครกันแน่ที่จะมีจุดจบที่น่าเศร้า!”
ซย่าหย่าอวิ๋นเอ่ยคำพูดโหดร้าย
เดิมทีนางเพียงต้องการที่จะชนะเซี่ยเฉียว และขับไล่นางออกจากสำนักศึกษา แต่ตอนนี้…
มันไม่พออย่างรุนแรง!
ทุกคนต่างตกตะลึงกับท่าทางเช่นนี้ของซย่าหย่าอวิ๋น
อย่างไรก็ตามคำพูดต่อปากต่อคำของคนทั้งสองก็ล่วงรู้ไปถึงหูของต่งซีอวิ๋นแห่งเรือนหมู่ตันในเวลาไม่นาน
เมื่อต่งซีอวิ๋นได้ยินคนอื่นถ่ายทอดคำพูดของเซี่ยเฉียว สีหน้าของนางก็ขาวซีด น้ำตาหลั่งไหลลงมาเป็นสาย ซบหน้าลงร้องไห้ ฟูมฟายจนคนไม่น้อยต้องรู้สึกใจสลายตามนางไปด้วย
ทางฝั่งศิษย์ผู้ชายก็มีใครบางคนมาหานางหลังจากที่ได้ยินเสียง แต่ไม่ว่าเขาจะปลอบนางอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
เมื่อได้ยินคำใส่ร้ายของเซี่ยเฉียวจากปากของคนอื่น เขาก็โกรธจัด
และรีบมาหาเซี่ยเฉียวถึงที่ทันที
“แม่นางเซี่ย เจ้าเป็นผู้หญิงแท้ๆ เหตุใดจึงได้ปากคอเราะรายเช่นนี้ รีบไปขอโทษแม่นางต่งเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เซี่ยเฉียวรู้จักคนที่มา เขาน่าจะชื่อชีไหว
ก่อนหน้านี้ตอนที่มีการใส่ร้ายว่านางใช้ของปลอมมาเป็นของขวัญเข้าเรียน หัวโจกทางฝั่งศิษย์ชายก็คือคนผู้นี้นี่แหละที่ก้าวร้าวกดดันนาง
เซี่ยเฉียวอยากจะทบทวนการบ้านของนางแต่มันก็ช่างยากเย็น
คนแล้วคนเล่า ช่างว่างมากเสียจริง
“ข้าไม่ได้ทำผิด ไม่ขอโทษ” เซี่ยเฉียวนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเป็นผู้รอบรู้
ชีไหวรู้สึกโมโห “เหตุใดเจ้าถึงพูดไม่รู้เรื่องได้ขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นก็คือพี่ชายของเจ้าทำไม่ถูก แม่นางต่งมีจิตใจที่ดีจึงไม่ได้ถือสาหาความเขา แต่เจ้าจงใจเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาให้แม่นางต่งต้องเสียใจเพื่ออะไร”
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นอย่างประชดประชัน
ไม่ได้ถือสาหาความพี่ใหญ่?
ก่อนหน้านี้ตอนที่พี่ชายใหญ่ของนางอยู่ในค่ายทหารก็เป็นขุนนางขั้นแปดชั้นเอก จากการที่เขาเคยมีผลงานในการสู้รบกับคนเถื่อนและด้วยศักยภาพของเขาเอง หากเขาอยู่ในค่ายทหารต่อไปเขาก็จะมีอนาคตที่สดใส
เขาต้องสูญเสียตำแหน่งไปเนื่องจากเรื่องของต่งซีอวิ๋น
และต้องไปทำงานสอบปากคำทำธุระต่างๆ ที่ศาลตัดสินดีแทน
งานสอบปากคำนี้ดีกว่าบ่าวรับใช้อยู่หน่อย แต่งานไม่ได้ต่างอะไรมากนัก หากไม่ใช่เพราะเขาคลี่คลายคดีติดต่อกันสองคดี สร้างผลงานด้วยตัวคนเดียว และได้รับความสนใจจากรัชทายาท เขาคงต้องรออีกหลายปีกว่าจะได้รับตำแหน่งขุนนางอย่างเป็นทางการ กระทั่งว่าเขาจะต้องไต่ระดับขึ้นไปทีละขั้น!
อย่าได้มองว่าตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นแปดชั้นโทของเขานี้ไม่สูง หากต้องค่อยๆ ไต่ระดับไปตามอายุงาน บางคนใช้เวลาชั่วชีวิตก็ไม่แน่ว่าจะทำได้!