ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 323 สุนัขที่ตกน้ำ / ตอนที่ 324 ศิษย์พี่กับดอกไม้
ตอนที่ 323 สุนัขที่ตกน้ำ / ตอนที่ 324 ศิษย์พี่กับดอกไม้
ตอนที่ 323 สุนัขที่ตกน้ำ
ตั้งแต่ต่งซีอวิ๋นเข้าเรียนที่สำนักศึกษามา นางไม่เคยทำอะไรผิดพลาดร้ายแรงขนาดนี้
ในอดีตตอนที่ยังไม่มีเซี่ยเฉียว แม้ว่านางจะทำข้อสอบได้ไม่ดี นางก็ยังสามารถเป็นสามอันดับแรกได้ แต่ตอนนี้นางอยู่ในอันดับที่สี่!
ต่งซีอวิ๋นกำสองหมัดแน่น และรู้สึกได้ถึงสายตาสนใจของคนรอบข้าง ใบหน้าของนางแดงก่ำขึ้นมา
นางรู้ว่าชีไหวพูดคุยอะไรกับเซี่ยเฉียว
ตอนนี้จะทำอย่างไรดี!
ต่งซีอวิ๋นตาวาวโรจน์
เซี่ยเฉียวเห็นเช่นนั้นก็ต้องถอยหลังไปทันทีประหนึ่งได้รับการโจมตี “ข้า ข้าไม่ได้รังแกนางนะ…นางต่างหากที่รังแกข้า จะให้ข้าขอโทษให้ได้ ตอนนี้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เดิมทีข้าคิดจะสอบแค่สามวิชาเท่านั้น แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสอบแปดวิชา จนเกือบจะแข็งตายในสนามสอบ…”
น้ำตาของต่งซีอวิ๋นคลออยู่ในเบ้าตาแต่กลับไม่ไหลออกมา
นางโกรธจนร้องไห้ไม่ออก
“พวกเราทุกคนสามารถเป็นพยานได้ ชีไหวเจ้าเอาแต่พูดว่าต่งซีอวิ๋นเรียนเก่ง ตอนนี้ดูๆ แล้วก็ไม่เท่าไรนี่! ตอนนี้พิสูจน์แล้วว่าเซี่ยเฉียวมีความสามารถมากกว่าต่งซีอวิ๋น เช่นนั้นแล้วจะพูดได้ไหมว่า เมื่อเทียบกับเซี่ยเฉียวแล้วนางต่างหากที่เป็นคนที่มีจิตใจแปดเปื้อน?!” มีใครบางคนในเรือนคงกู่ยั่วยุขึ้นมาทันที
ก่อนหน้านี้ชีไหวพุ่งเป้าไปที่เซี่ยเฉียวคนเดียวก็ไม่เป็นไรหรอก แต่เขายังลากเอาพวกผู้หญิงคนอื่นในเรือนคงกู่เข้าไปรวมด้วย
บอกว่าพวกนางจิตใจแปดเปื้อน?!
เฮอะๆ ลองดูตอนนี้สิว่าหญิงมากความสามารถราวกับเซียนสวรรค์ผู้นี้ ก็กำลังดิ้นรนอยู่ในโคลนตมใช่หรือ!
“พวกเจ้าอย่าได้พูดอย่างนั้น…คุณชายชีก็แค่ออกหน้าแทนข้าเท่านั้น…ข้าก็ไม่รู้ว่ามันกลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร…” ต่งซีอวิ๋นเอ่ยด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
เวลานี้เซี่ยเฉียวก็คร้านที่จะพูดอะไรกับพวกเขาแล้ว
หลังจากที่นางไอแห้งๆ ไปหนึ่งทีก็ยืดตัวขึ้นและเอ่ยว่า “หากไม่อยากขอโทษตามที่ตกลงไว้ก็พูดมาตรงๆ เถอะ ไม่จำเป็นต้องทำตัวราวกับถูกบีบคั้นให้ทำเรื่องชั่วช้าอะไรอย่างนั้น ทั้งสองคนก็ล้วนเป็นทายาทของตระกูลที่มีชื่อเสียง คงไม่ต้องให้ข้าสอนหรอกกระมังว่าควรทำอย่างไร หกวันแล้วที่คำพูดเหลวไหลอันใหญ่โตของคุณชายชีลือกันไปทั่ว หกวันมานี้ข้าก็ไม่เคยเห็นว่าคุณหนูต่งจะออกมาปฏิเสธอะไรก็แปลว่ายอมรับแล้ว ดังนั้นข้ากำลังรอให้คุณหนูต่งไปขอโทษพี่ชายของข้าด้วย”
นางไม่ได้มีเวลามากมายที่จะโต้เถียงกับสองคนนี้
อีกอย่างก็ยังไม่สามารถที่จะโต้เถียงกันให้รู้แพ้รู้ชนะด้วย
เซี่ยเฉียวตีสุนัขที่ตกน้ำเสร็จแล้วก็จากไปอย่างสง่างามทันที
ทุกคนเห็นเช่นนั้นก็ตกอยู่ความมึนงง
นั่นคือเซี่ยเฉียว เซี่ยเฉียวที่ได้อันดับแรกในแปดวิชา!
แปดวิชา!
ข่าวลือในโลกใบนี้มีกี่เรื่องกันแน่ที่เป็นเรื่องโกหก!
ก่อนหน้านี้ก็พูดกันว่าตระกูลเซี่ยนั้นโหดร้าย แต่พวกเขาออกไปนอกเมืองและทำเรื่องดีๆ! ยังมีคนพูดกันอีกว่าเซี่ยเฉียวโง่ นางเกิดในวัดและไม่เคยเห็นโลกมาก่อน แต่ผลการสอบประเมินของนางครั้งนี้กลับน่าประทับใจมาก?!
โจรตระกูลเซี่ยสอนลูกไม่เป็น?
ทันใดนั้นทุกคนก็พิจารณาลูกๆ ทั้งสี่ของตระกูลเซี่ยใหม่อีกครั้ง
เซี่ยผิงกั่ง…แม้ว่าเขาจะดูน่ากลัวและดุร้ายไปหน่อย แต่ตอนนี้เขาทำงานที่ศาลตัดสินคดีราวกับเป็นปลาที่ได้น้ำ ได้ยินมาว่ารัชทายาทแทบจะเห็นเขาเป็นมือขวาแล้ว!
เซี่ยผิงไหวไม่มีอะไรดีเลยจริงๆ แต่เขาก็มีความเห็นอกเห็นใจ และเขาก็ให้ความเคารพต่ออาจารย์เซียวมาเป็นเวลานานแล้ว เดิมทีทุกคนคิดว่าเขาจะทนทำได้เพียงสามวันห้าวันเท่านั้น แต่ตั้งแต่ที่เขาบอกว่าต้องการกราบอาจารย์ นี่ก็นานแค่ไหนแล้ว
ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ถูกอาจารย์เซียวขับไล่เท่านั้น เขายังกลายเป็นเด็กฝนหมึกของอาจารย์เซียวอีกด้วย!
จะเห็นได้ว่าเซี่ยผิงไหวมีนิสัยเพียรพยายามแน่วแน่ หากเขาสามารถเดินไปในทางที่ถูกต้องได้ เขาก็ต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์ให้หล่อหลอมขัดเกลาได้แน่!
ส่วยเซี่ยซีนั้นก็ไม่ต้องพูดถึง ถึงนางเงียบๆ แต่ก็น่ารัก ขยันและรู้ความ
ลูกๆ ของตระกูลเซี่ยก็ดีมากนี่?!
เมื่อมีความคิดเช่นนั้นขึ้นมา ก็หยุดไม่ได้อีกแล้ว
เมื่อมองไปที่ต่งซีอวิ๋นและชีไหวที่ปกติก็มีชื่อเสียงที่ดีเสมอมาอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่รักษาคำพูด
จึ๊ๆ ยังไม่มีความซื่อสัตย์น่าเชื่อถือเท่าเซี่ยผิงไหวเลยด้วยซ้ำ! แม้แต่น้องชายตระกูลเซี่ยยังเทียบไม่ได้ แล้วยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นพี่สาวผู้ได้ที่หนึ่งในแปดวิชาเชียวนะ!
ตอนที่ 324 ศิษย์พี่กับดอกไม้
ในใจต่งซีอวิ๋นโกรธจัด นางคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่า เซี่ยเฉียวจะสอบได้ดีขนาดนี้!
ส่วนชีไหวยังคงอยู่ที่เดิม
เขามึนงงเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้นางเคยได้ยินซย่าหย่าอวิ๋นบอกว่า เซี่ยเฉียวมักจะหลับในเวลาเรียนอยู่เสมอ แถมยังไม่เคยเห็นนางเข้าเรียนวิชาคัมภีร์ชาและวิถีดอกไม้ คนแบบนี้น่ะหรือจะได้ที่หนึ่ง
ในขณะที่สงสัยเขาก็รู้สึกเสียหน้าด้วย
เวลานี้เขาไม่มีอารมณ์จะปลอบใจต่งซีอวิ๋นแล้วจึงหันหลังและจากไปทันที
ต่งซีอวิ๋นถูกคนอื่นชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์ แล้วยังมาถูกชีไหวทิ้งไว้แล้วจากไปก่อนอีก ไม่นานนักนางก็ทนไม่ได้จนต้องปิดหน้าวิ่งหนีไปทันที
ส่วนเซี่ยเฉียวก็ไปรับรางวัลแล้ว
ใช่แล้ว กำหนดการสอบประเมินของสำนักศึกษานั้นไม่แน่นอน บางครั้งก็สองเดือนครั้งบางทีก็สามเดือนหน บางครั้งโอกาสก็เป็นการสอบเล็กๆ เงินรางวัลของการสอบไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กก็ไม่แน่นอน การสอบครั้งนี้ถือเป็นการสอบใหญ่ เงินรางวัลก็ใหญ่ด้วย!
ที่หนึ่งได้ถั่วเงินหนึ่งพันเมล็ด สองได้ถั่วเงินห้าร้อยเมล็ด และที่สามได้ถั่วเงินหนึ่งร้อยเมล็ด
นางได้ที่หนึ่งถึงแปดวิชา! แปดวิชา!
นางไม่คิดที่จะย้ายไปเรือนหมู่ตัน จึงต้องไปรับเงินรางวัลอยู่แล้ว
ที่หนึ่งแปดวิชาไม่มีเคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ผู้ดูแลมองถั่วเงินที่อยู่ในมือนางด้วยสายตาเป็นประกาย
เขาต้องกำลังคิดหาวิธีหักถั่วเงินที่อยู่ในมือนางกลับไปเป็นแน่!
ด้วยถั่วเงินที่มีจำนวนมากขนาดนี้ เซี่ยเฉียวเลือกที่จะจดบัญชีไว้และถอนออกมาบางส่วนให้พอสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น
เมื่อมีถั่วเงินจำนวนมากเช่นนี้ เซี่ยเฉียวถึงขนาดรู้สึกว่าดอกไม้ในเรือนของอาจารย์ซังพวกนั้นไม่สำคัญอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามถั่วเงินที่นางได้มาจากคัดลอกหนังสือในตอนแรกก็เป็นผลมาจากการทำงานหนักของนางเช่นกัน นางจึงไม่อาจฟุ่มเฟือยได้ ดังนั้นนางจึงยังคงต้องดูแลดอกไม้เหล่านั้นแต่โดยดี
แม้จะพูดว่าเป็นการปลูกดอกไม้ แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงการรดน้ำใส่ปุ๋ยเท่านั้น
“แม่นางเซี่ยไม่มาสามวัน ดอกไม้พวกนี้แห้งเหี่ยวลงไปนิดหน่อยแล้ว” เมื่อเด็กรับใช้เห็นนางมาก็โล่งใจ
เดิมทีดอกไม้เหล่านี้เกือบจะตายอยู่แล้ว ตอนที่เซี่ยเฉียวเพิ่งมาใหม่ๆ กิ่งก้านก็เป็นสีเหลืองเล็กน้อยแล้วและดูเหมือนเทพเซียนก็ช่วยมันไม่ได้
ใครจะไปรู้ว่าหลังจากที่เซี่ยเฉียวมาและดูแลไปไม่กี่วันพวกมันก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้
พอต่อมาเซี่ยเฉียวไม่ได้ขยันมาบ่อยๆ แล้ว แต่ก็ยังมารดน้ำอยู่เหมือนเดิม ตอนที่เขาเป็นคนดูแลดอกไม้เหล่านี้ดูเหมือนได้รับแสงแดดมากเกินไป ใบไม้ก็เหี่ยวเฉาลีบลู่ แต่เมื่อเซี่ยเฉียวมาดูแลพวกมันกลับเหมือนได้รับน้ำชุ่มชื่นน่าดูชมอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวค่อยตักน้ำรดต้นไม้ไปอย่างช้าด้วยรอยยิ้ม
ดอกไม้เหล่านี้ล้วนเป็นพันธุ์หายากทั้งนั้น
มีกล้วยไม้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหลายชนิดเป็นพันธุ์ที่ขึ้นบนหน้าผา
ตอนที่อยู่ในวัดนางก็ไม่ค่อยปลูกดอกไม้ ส่วนใหญ่จะปลูกสมุนไพรหรือผัก อย่างไรตามในช่วงปีแรกๆ นางต้องกินยาจำนวนมาก และโม่หลิงจือก็เลี้ยงนางไม่ไหวจึงต้องเพิ่มรายได้และประหยัดค่าใช้จ่ายอยู่เสมอ
แต่สุขภาพนางไม่ดี แม้แต่การปลูกสมุนไพรก็ไม่สามารถพิถีพิถันมากเกินไปได้
อย่างไรก็ตามนางก็พยายามลองเลี้ยงดู บางครั้งนางก็แค่นั่งใกล้สมุนไพรเหล่านั้นและอ่านหนังสือ ส่วนงานจำพวกการรดน้ำนางก็ได้แต่ต้องจ้างชาวบริเวณบ้านตีนเขามาทำให้เป็นครั้งคราวไปเท่านั้น
ถึงจะยากลำบากเช่นนี้ แต่ทุกครั้งก็สามารถเก็บเกี่ยววัตถุดิบยาได้มาก
หลังจากผ่านไปนานนางก็พบว่า ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวได้หรือไม่ได้ก็ตาม ตราบใดที่นางเป็นคนเลี้ยง ขอแค่มันยังมีชีวิตอยู่เท่านั้นก็จะสามารถเติบโตได้ดี
ทักษะดังกล่าวยังช่วยปลอบประโลมจิตวิญญาณของนางที่ได้รับความกระทบกระเทือนเมื่อครั้งยังเยาว์วัยอีกด้วย
“อาจารย์ของเจ้ารักดอกไม้มาก เขาจะต้องมีเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ไม่น้อยเลยใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว อาจารย์มีห้องดอกไม้อยู่ห้องหนึ่ง ในนั้นมีเมล็ดพันธุ์ดอกไม้อยู่หลายพันเมล็ดเลยทีเดียว แค่เมล็ดดอกเบญจมาศก็มีหลายร้อยประเภทแล้ว” เด็กรับใช้เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ
พวกบ้าดอกไม้
เซี่ยเฉียวยิ้มแห้งๆ
ในการสอบประเมินครั้งนี้ เหตุผลที่นางได้ที่หนึ่งในเนื้อหาเกี่ยวกับวิถีดอกไม้นั้นก็เป็นเพราะ…นิสัยแปลกๆ ของศิษย์น้องสามของนาง
ของขวัญส่วนใหญ่ที่นางได้รับในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือกองหนังสือเกี่ยวกับดอกไม้ หลายเล่มเป็นคำอธิบายประกอบของศิษย์น้องสาม นอกจากนี้ยังมีบทกวีมากมายเกี่ยวกับ…ศิษย์พี่กับดอกไม้