ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 36 ถึงแล้ว
ตอนที่ 36 ถึงแล้ว
พี่น้องคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่องนี้
เมื่อฉินจื้อได้ยินก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น “ให้ตายสิ ครึ่งเซียนผู้นั้นรู้ทุกอย่าง ไม่ควรเรียกครึ่งเซียนหรอกเรียกว่าเทพธิดายังได้! ครึ่งเซียนเซี่ยทำนายว่าข้าจะตกอยู่ในหายนะ แต่เรื่องของครอบครัวข้าอาจจะไม่ถูกต้องก็ได้ ไม่ใช่หรือ!”
“เจ้ายังดื้อดึงอยู่อีกหรือ ดูสิ นางเพิ่งช่วยชีวิตเจ้าไว้นะ” องครักษ์โจวส่ายหัว
จากนั้นเขาก็หันไปมองบ่อน้ำ และชี้ไปข้างในนั้น “เจ้าไปดูเอาเอง”
ฉินจื้อก้มมองลงไป
เมื่อมองเห็น ดวงตาก็กระตุกเกร็งในทันใด
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
นี่เป็นบ่อน้ำแห้ง ก้นบ่อไม่ได้ลึกอะไรนัก ทว่ากลับเต็มไปด้วยโคลนและวัชพืชมากมายที่ก้นบ่อ และด้านบนโคลนและวัชพืชคือกับดักสัตว์ที่ใช้งานไม่ได้แต่ยังมีเขี้ยวของสัตว์ชี้ขึ้นด้านบน หากตกลงไปแล้วเอาหัวลงล่ะก็…เลือดสาดแน่นอน
ได้กลายเป็นศพไปในทันที
“พี่ชาย ขอบคุณที่ท่านตะโกนขึ้นมา” มีคนตบไหล่เขาเบาๆ “ข้าเลยรอดมาได้!”
“ข้า…ถูกยันต์นี้ลวก จึงมีสติขึ้นมา…” ฉินจื้อพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ความจริงข้าสู้พวกนั้นได้ไม่ยากอะไร แค่สามคนย่อมจัดการได้สบายมาก แต่ข้าไม่รู้เป็นอะไรขึ้นมา จู่ๆ ก็เวียนหัว หน้ามืด คล้ายกับมีใครดึงรั้งอยู่ด้านหลัง…”
เมื่อเขาเงียบไป พี่น้องที่อยู่รอบๆ ก็เขยิบถอยห่าง
อยู่ให้ห่างออกไปจากเขา
“พวกท่านทำเกินไปแล้ว ข้าเพิ่งหวิดจากความตาย!” ฉินจื้อไม่พอใจ
“เดี๋ยวสิ ก็คำพูดเจ้าฟังน่ากลัว ใครจะไปอยากมีสิ่งชั่วร้ายติดตัวมา”
“เจ้าก็บอกเองว่ามันชั่วร้าย แล้วจะมาโทษพวกข้าไร้มารยาทหรือ พี่น้องก็ต้องกลัวเจ้าสิ!”
“ฉินจื้อ” องครักษ์โจวเรียกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ท่านเซียนบอกไว้ว่าเจ้าจะเกิดหายนะ ต้องแก้ไขจากต้นเหตุ มิฉะนั้น…ในไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะตายอยู่ดี”
ทันทีที่เอ่ยจบประโยค ทุกคนต่างก็ถอยออกมาอีก
หายนะ คงไม่ได้มีแค่นี้ใช่ไหม?
“พี่ พี่ใหญ่โจว อย่าทำให้ข้ากลัวเลย” ใบหน้าของฉินจื้อซีดลง
องครักษ์โจวถอนหายใจ “ครึ่งเซียนคงได้เดินทางไปยังเมืองหลวงแล้ว ข้าลองคิดดู…หลังจากเสร็จเรื่องนี้เรียบร้อย ก็ค่อยไปที่วัดสุ่ยเย่ว์แล้วกัน อาจารย์ของท่านเซียนคงช่วยเจ้าได้!”
ดวงตาของฉินจื้อเป็นประกายอย่างยินดีเมื่อได้ยินเรื่องนี้
มีทางรอดแล้ว!
“เอาล่ะ ทุกคนออกค้นหาต่อได้แล้ว ประเดี๋ยวมืดค่ำไปจะหาพบได้ยาก”
องครักษ์โจวสั่งขึ้น จากนั้นทุกคนก็ทำงานต่อ
จ้าวเสวียนจิ่งเข้าไปตรวจสอบในสำนักศึกษา สำรวจอย่างระมัดระวัง ภายใต้กองหินกองหนึ่ง เขาพบกล่องใบหนึ่งตรงนั้น
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความยุ่งยากใจ
เมื่อพบของแล้ว จ้าวเสวียนจิ่งก็นำกำลังล่าถอยกลับไปในทันที
เซี่ยเฉียวไม่ได้รับรู้ว่าของที่นางมอบให้สามารถช่วยคนเอาไว้ได้ และถึงแม้นางจะรู้ก็อาจจะไม่มีปฏิกิริยาใดอยู่ดี
ทำการค้า เมื่อแลกเปลี่ยนเงินกับของแล้ว นางก็ไม่สนใจอีกว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นจากนั้น
ยิ่งเข้าใกล้เมืองหลวงมากเท่าไร ท่าทีของเซี่ยเฉียวก็ยิ่งสงบมากขึ้นเท่านั้น
ทุกวันก็คุยกับต้าซยงเท่านั้น ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับท่านแม่และลูกสาวของนางเลย
ขบวนรถม้าของหลูซื่อรีบเร่ง และแทบจะไม่หยุดพักเลย เซี่ยเฉียวติดตามไป และให้เงินกับคนลากรถของนางเองเป็นการส่วนตัว ต้องรบกวนพวกเขาให้ทำงานอย่างหนัก
เดิมทีเดินทางไปยังเมืองหลวงต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนครึ่ง แต่กลับเร่งเดินทางจนใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น
เมื่อถึงประตูเมือง ก็มีคนรีบไปรายงานที่บ้านของสกุลเซี่ยก่อน
ดังนั้นเมื่อกลับถึงบ้าน ทั้งครอบครัวจึงมารอต้อนรับ
เซี่ยเฉียวไม่ค่อยได้ใช้กำลังอะไร นางจึงดูไม่ได้เจ็บป่วยแล้ว
อยู่ห่างจากบ้านมาเนิ่นนาน เมื่อเดินทางกลับถึงบ้าน นางจึงรู้สึกกังวลเกี่ยวกับครอบครัวอยู่บ้าง
เซี่ยหนิวซานเป็นเพียงนายพลตำแหน่งขุนนางระดับสี่เท่านั้น บ้านหลังนี้ซื้อหามาด้วยตัวของเขาเอง อีกทั้งยังมีจวนขุนนางที่มีขนาดเล็กกว่าตั้งอยู่ใกล้ๆ ด้วย
“คุณหนู ด้านหน้าหยุดรถแล้ว น่าจะถึงแล้วขอรับ”