ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 389 พี่ชาย / ตอนที่ 390 เร็วกว่าข้าอีก
ตอนที่ 389 พี่ชาย / ตอนที่ 390 เร็วกว่าข้าอีก
ตอนที่ 389 พี่ชาย
กับข้าวสี่จานน้ำแกงหนึ่งชาม มีแค่อย่างเดียวเท่านั้นที่ใส่เนื้อมาในจานเล็กน้อย ส่วนอย่างอื่นเป็นผักสีเขียวทั้งหมด
หญิงชราเห็นแล้วก็กินแทบไม่ลง แต่จย่าฮ่วนกลับไม่มีปัญหาอะไร ครอบครัวของนางเทียบไม่ได้กับครอบครัวอาหญิงกับอาเขย ปกตินางจึงแทบไม่ได้แตะต้องเนื้อสัตว์อยู่แล้ว
กับข้าวมากมายเหล่านี้นางแทบจะกินคนเดียวหมด
หลังจากที่จย่าฮ่วนกินข้าวเสร็จแล้ว นางก็เริ่มเคลื่อนไหวตามหาสาวใช้มาคนหนึ่งแล้วให้พานางทำความรู้จักสถานที่
ไม่นานนักนางก็รู้ว่าเรือนของเซี่ยผิงกั่งอยู่ที่ไหน
และเดินเข้าไปทันที
ตอนที่นางเดินทางมาบ้านตระกูลเซี่ยก็ได้เลือกเอาชุดที่ดูดีที่สุดของตนเองมาสวมใส่
มันเป็นชุดกระโปรงสีแดงเชอรี่น่ารัก ตอนนี้นางเองก็ขาวขึ้นมาก สีนี้จึงยิ่งขับผิวของนาง ในมือของนางถือผ้าเช็ดหน้าปักลายผีเสื้อ นางสาวเท้าที่สวมรองเท้าปักเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างบานนั้น
“กรี๊ด…”
เมื่อจย่าฮ่วนขยับเข้าใกล้หน้าต่างนางกลับต้องตกใจสะดุ้งรีบร้อนถอยหลังจนล้มลงทันที
เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้วแล้วมองออกมาข้างนอก
กลางกระหม่อมเซี่ยผิงกั่งมีเชือกผูกไว้เส้นหนึ่งซึ่งมัดผมของเขาไว้ ส่วนดวงตาของเขาก็มีกระดาษแปะอยู่ ด้านหน้าบนโต๊ะยังมีดาบวางอยู่สองเล่ม เมื่อใดก็ตามที่เขาง่วงและสัปหงก ใบมีดก็จะจิ้มคางของเขาอย่างแน่นอน เผลอๆ ก็อาจถึงกับปาดคอเขาได้เลย!
จย่าฮ่วนกรีดร้องขึ้นมาหนนี้ทำให้เซี่ยผิงกั่งมีสติแจ่มชัดขึ้นมาก ตาของเขาก็สว่างขึ้น
เขาพูดกับข้างนอกอย่างอารมณ์ดีว่า “ยกชาเข้ามาหน่อย ขอแบบขมๆ นะ”
“…” มุมปากจย่าฮ่วนกระตุกเล็กน้อย
เขาหมายความว่าอย่างไร คงไม่ได้คิดว่านางเป็น…สาวใช้หรอกนะ!
เสื้อผ้าของนางก็ดูดีมากอยู่แล้ว ถึงแม้จะดูไม่เหมือนคุณหนูแต่ก็ไม่ควรเห็นนางเป็นสาวใช้ไหม!
สาวใช้ที่กำลังหลับสัปหงกอยู่ข้างนอกได้ยินเข้าก็รีบตอบรับทันที เซี่ยผิงกั่งจึงได้รู้ว่าเขาไม่รู้จักคนที่อยู่ข้างนอกคนนี้
“มาทำไม” เสียงของเขาดังราวกับฟ้าร้อง
จย่าฮ่วนเหลือบมองเซี่ยผิงกั่ง
เขามีไว้เคราสีดำบางๆ เปลือกตามีแผ่นกระดาษติดอยู่ทำให้ดวงตาของเขาดูกลมโตและดุร้ายเล็กน้อย ลำตัวและศีรษะก็ใหญ่โตดูโหดเหี้ยมน่ากลัวมาก
แต่ทว่า…
คนคนนี้เป็นคนที่สูงส่งที่สุดในบรรดาคนทั้งหมดที่นางรู้จักมาแล้ว
หากนางถอยหลังกลับก็ได้แต่ต้องกลับบ้านไปดูตัวกับคนอื่น หลังจากเลือกแล้วเลือกอีก อย่างมากนางก็จะได้แต่งกับผู้ชายที่มีที่ดินเพียงไม่กี่สิบหมู่เท่านั้น!
กระทั่งว่านางอาจจะเลือกคนที่ร่ำรวยมากขนาดนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ
เมื่อจย่าฮ่วนคิดได้เช่นนั้นก็ยืนขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างอย่างช้าๆ “พี่ชาย ข้าคือจย่าฮ่วน”
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่” เซี่ยผิงกั่งถามพลางขมวดคิ้ว
“ข้าได้ยินมาว่าท่านอยู่บ้านก็เลยมาดูหน่อย พี่ชายท่านยังอ่านออกเขียนได้ด้วย ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ข้าไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ ท่านต้องการให้ข้าช่วยอะไรหรือไม่ ข้าช่วยท่านพี่จัดโต๊ะ ซักเสื้อผ้าหรือทำอะไรพวกนี้ได้นะ” นั่นคือทั้งหมดที่จย่าฮ่วนพอจะคิดออก
เซี่ยผิงกั่งคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าตนเองมีลูกพี่ลูกน้องแซ่จย่ากับเขาด้วย
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ
“เสียงกรีดร้องของเจ้าเมื่อครู่นี้ไม่เลวเลย หากเจ้าไม่มีอะไรทำ…ก็ให้มาที่นี่ด้านนอกทุกๆ สองเค่อแล้วกรีดร้องเสียงดังๆ แบบที่เจ้าทำเมื่อครู่ ทำให้ข้าตื่นหน่อย” เซี่ยผิงกั่งแสดงความคิดของเขาอย่างตรงไปตรงมาที่สุด
เสียงนั้นเกือบทำให้เขาหูหนวก
มันได้ผลดีมาก เวลานี้เปลือกตาของเขาไม่สั่นอีกต่อไปแล้ว เขาคงจะสามารถท่องบทความได้อีกหลายๆ บทเลยทีเดียว!
“ว่าอย่างไรนะ” จย่าฮ่วนตกตะลึง นางรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“หากเจ้าไม่ยินดีก็ไม่เป็นไร อย่ามายืนบังแสงของข้า” เซี่ยผิงกั่งก็ไม่ได้บังคับนาง
หากยินดีจะทำก็ทำ ไม่ยินดีก็ไสหัวไป
เขาไม่ได้มีเวลาเหลือมากมายที่จะมาโต้ตอบกับลูกพี่ลูกน้องที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนคนนี้
หรือจะเป็นตระกูลหลิน?
ไม่ถูกสิ ตระกูลหลินก็ไม่ได้ใหญ่โตขนาดนั้น
เซี่ยผิงกั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพลิกหน้าต่อไปก่อนจะหาวหวอดและอ่านต่อ
“ข้าทำ!” จย่าฮ่วนเห็นว่าเขาไม่สนใจนางก็รู้สึกกังวล “ข้ารู้แล้วพี่ชาย ท่านอ่านหนังสือเถอะ ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านหลับไปแน่!”
ตอนที่ 390 เร็วกว่าข้าอีก
จย่าฮ่วนตอบคำของเขาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ในใจนางรู้สึกงุนงงจริงๆ ว่าหนังสือเล่มนี้มีอะไรดีขนาดนั้น
“แต่พี่ชาย ท่านเป็นถึงขุนนางขั้นหกแล้วมิใช่หรือ ทำไมจะต้องอ่านหนังสืออีก การรับราชการก็หาเงินได้ตั้งมากแล้ว ในหมู่บ้านของเรามีเพียงผู้ที่สอบไม่ผ่านเท่านั้นที่จะอ่านหนังสือ” จย่าฮ่วนอดไม่ได้ที่จะเอ่ย
“อย่าเอาแต่คุยกับข้าตลอดเวลาสิ หนวกหูจะตาย เจ้าพึมพำๆ อยู่แบบนี้ข้าก็ยิ่งง่วงเข้าไปใหญ่ ค่อยมาเรียกข้าเป็นฑพักๆ ก็พอแล้ว” เซี่ยผิงกั่งแลดูรำคาญ
จย่าฮ่วนกลอกตาใส่เซี่ยผิงกั่งอย่างอดไม่ได้
ผู้หญิงผู้ชายอยู่ด้วยกันก็จะต้องพึมพำๆ สิ?!
จากนั้นก็ต้องเจ้ามองข้าที ข้ามองเจ้าที เช่นนี้จึงจะมีความรักมีความรู้สึกต่อกัน?!
“ง่วงแล้วก็นอนสักพักเถอะ? ข้าปูที่นอนให้ท่านดีหรือไม่!” จย่าฮ่วนเอ่ยอย่างใจกล้าแล้วเดินเข้าไปทันที นางบุกเข้าไปในห้องหนังสือโดยไม่สนใจสีหน้าตกอกตกใจของสาวใช้
ในห้องหนังสือมีตั่งนอนวางอยู่ด้วย จย่าฮ่วนมองไปก็หน้าแดงขึ้นมาด้วยความเขินอาย แต่เมื่อนึกถึงว่าหากตนเองทำสำเร็จจริงๆ แค่กอดๆ กันเล็กน้อย นางก้ไม่ต้องกังวลเรื่องงานแต่งแล้ว…
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้สนใจนางเลยแม้แต่น้อย เขาเอาแต่จ้องหนังสืออยู่ตลอดเวลา
จย่าฮ่วนปูที่นอนเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาหาเซี่ยผิงกั่งอย่างเอียงอาย ก่อนจะคว้าแขนเขาไว้ “พี่ชาย…ท่านเหนื่อยหรือไม่ ข้านวดเอวให้ท่านนะ”
สาวใช้ข้างนอกก็ตกตะลึง
“หน้าไม่อาย!” สาวใช้ปิดหน้าและวิ่งหนีไป
นางจะต้องไปบอกคุณหนูใหญ่!
ลูกพี่ลูกน้องสาวที่มาใหม่คนนี้เป็นผู้หญิงยั่วยวนปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่รู้จักขนบธรรมเนียม!
กลางวันแสกๆ เช่นนี้ขณะที่คุณชายใหญ่ยังทำงาน นางถึงกับทำตัวเหมือนจะร่วมหลับนอนกับคุณชายใหญ่!
สาวใช้ไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อน
นางถูกขายตั้งแต่ยังเป็นเด็ก หลังจากฝึกฝนมาหลายปีก็ถูกซื้อตัวมาเมื่อตอนปีกลาย คุณหนูใหญ่เห็นว่านางน่ารักเชื่อฟังจึงได้ให้นางมาอยู่รับใช้คุณชายใหญ่ที่เรือนนี้
เดิมทีนางก็เคยกังวลใจ แต่ต่อมานางก็พบว่าคุณชายใหญ่นั้นเป็นคนดีมาก แม้ว่าเขาพูดจาดุร้ายแต่กลับไม่เคยทำโทษพวกนางเลย เขานับได้ว่าเป็นคนที่ใจกว้างให้อภัยผู้อื่นคนหนึ่ง และ…มีจิตใจบริสุทธิ์ไม่ได้มักมากในกามอย่างยิ่ง เขาไม่เคยสนใจเรื่องผู้หญิงอะไรทำนองนี้เลย!
แต่ตอนนี้หญิงสาวคนนี้กำลังจะพาคุณชายใหญ่เสียคน!
สาวใช้รีบร้อนวิ่งไปจนถึงเรือนเซี่ยเฉียว
หลังจากที่นางเข้าไปข้างในแล้วก็รีบคุกเข่าลง “คุณหนูใหญ่รีบไปช่วยคุณชายใหญ่เร็วเข้า ลูกพี่ลูกน้องหญิงคนนั้นยั่วยวนเขา นะ นางปูที่นอนเตรียมผ้านวมให้เขา คิดจะ คิดจะร่วม…กับเขา…”
สาวใช้ร้อนใจจนหน้าแดงไปหมด
นางพูดไม่ออก
เรื่องน่าอับอายเช่นนี้ เหตุใดหญิงสาวคนนั้นจึงทำได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร ช่างไร้ยางอายอะไรเช่นนี้!
สาวใช้ยังอายุน้อยนัก นางเพิ่งจะสิบสองสิบสามปี บัดนี้นางร้อนใจจนแทบจะร้องไห้แล้ว
“ไม่ต้องกังวลไป พี่ชายใหญ่หรือจะเสียเปรียบ” เซี่ยเฉียวอดรู้สึกสนุกไม่ได้ “ไหนๆ เจ้าก็มาแล้ว ไปเล่นกับชุนเอ๋อร์ไป ไม่ต้องไปสนใจพวกเขา”
“ไม่ได้นะเจ้าคะ คุณชายใหญ่เป็นคนดีออกอย่างนั้น สามารถหาคู่ครองที่ดีกว่านี้ได้ คุณหนูคนนั้น…” สาวใช้เอ่ยจบก็รู้ตัวว่าตนเองทำผิดไปแล้ว นางรีบเอ่ยทันที “ขออภัยคุณหนูใหญ่ ข้าไม่ได้มีเจตนาที่จะว่าร้ายคุณหนูลูกพี่ลูกน้องของท่าน…”
“ไม่เป็นไร เดิมทีบ้านเราก็ไม่ได้มีลูกพี่ลูกน้องอะไรอยู่แล้ว ก็แค่คนนอกคนหนึ่งเท่านั้น” เซี่ยเฉียวยิ้ม “นิสัยของคุณชายใหญ่จะปล่อยให้นางทำสำเร็จได้อย่างนั้นหรือ เจ้าใจเย็นๆ”
ทางฝั่งเซี่ยผิงกั่งนั้น เมื่อเขาถูกดึงเล็กน้อยจึงได้หันกลับไปมองจย่าฮ่วน
เขาไม่ชอบผู้หญิงไม่ได้หมายความว่าเขามองจุดประสงค์ของผู้หญิงไม่ออก
จย่าฮ่วนคนนี้ถึงกับถอดเสื้อคลุมออก
สีหน้าของเขามืดมน
เขาหยิบดาบขึ้นมาวาดขึ้นไปข้างบนศีรษะของเขาเพื่อตัด จากนั้นจึงดึงเชือกยาวลงมามัดรอบตัวจย่าฮ่วนอย่างรวดเร็ว และลากนางออกไป
ปลายอีกด้านผูกติดกับต้นไม้ด้านนอก
เขาควบคุมนางไว้ได้แล้ว
“ลูกพี่ลูกน้องอะไร ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก เจ้ามาเป็นคนจากหอไหนถึงได้ไม่รู้จักมารยาทเช่นนี้ ข้าให้เจ้าเริ่มได้แล้วหรือ ถอดเสื้อผ้าเร็วกว่าข้าเสียอีก ข้าว่าเจ้าคงจะร้อน เช่นนั้นก็อยู่รับลมข้างนอกให้เย็นลงเถอะ!”