ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 40 ช่างยากจนจริงๆ
ตอนที่ 40 ช่างยากจนจริงๆ
เผยหว่านเย่ว์ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว แลดูหวาดกลัวเล็กน้อย “ไม่ใช่หรอก แค่ระหว่างทางมา ข้าเจอเรื่องน่าตกใจนิดหน่อย ไม่เป็นไร ท่านพ่อไม่ต้องกังวล”
“ตกใจ? เจออะไรมาระหว่างทางหรือ”
เดิมทีเซี่ยหนิวซานก็ไม่ได้คิดจะถามอะไรมาก แต่ก็กลัวว่าหญิงสาวที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาผู้นี้จะรู้สึกถูกละเลย ก็เลยกัดฟันถามไถ่สักหน่อย
เผยหว่านเย่ว์อึกอักลังเลราวกับว่ามีเรื่องที่พูดไม่ได้
ท่าทางเช่นนี้กลับทำให้เซี่ยหนิวซานสงสัยใคร่รู้เสียแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่” น้ำเสียงเซี่ยหนิวซานอึมครึมอย่างกับจะไปหาเรื่องใครอย่างไรอย่างนั้น
หลูซื่อเห็นลูกสาวกำลังลำบากใจจึงเอ่ย “ตอนที่ไปรับนังหนูเฉียวเอ๋อร์มา ก็เห็นว่าพกห่อของแปลกๆ มาด้วย นางกลัวว่าของข้างในจะมีปัญหาถูกคนตรวจค้นก็เลยเปิดดูสักหน่อย ไม่คิดเลยว่าข้างในจะเป็นกระดูกมนุษย์ เฉียวเอ๋อร์ยังบังคับให้นางเก็บกระดูกมนุษย์นั้นกลับใส่ห่ออีก นางทั้งขี้กลัวและไม่เคยพบเห็นมาก่อน ก็เลยตกใจน่ะ”
แค่นี้น่ะหรือ
เซี่ยหนิวซานขมวดคิ้ว
ก็แค่กระดูกมนุษย์ไม่ใช่หรือ…
“แค่ฝึกหน่อยก็ได้แล้ว พี่ใหญ่ของเจ้ายังเก็บกระดูกที่ผ่านน้ำยาแล้วเอาไว้เลย ทั้งสะอาดทั้งสมบูรณ์ แขวนอยู่ในห้องหนังสือนั่นไง เจ้าไม่มีอะไรทำก็ไปดูสักหน่อย ดูสักหลายๆ ครั้งเข้าก็ไม่ตกใจกลัวแล้ว” เซี่ยหนิวซานกล่าวเรียบง่ายอย่างยิ่ง
พอพูดคำนี้ออกมา เผยหว่านเย่ว์ก็หน้าถอดสีทันที
หลูซื่อเองก็ตกตะลึงไปแล้ว
เมื่อก่อนนางเข้าใจว่าเซี่ยผิงกั่งมีบุคลิกแปลกๆ แต่ไม่เคยนึกมาก่อนว่าเขาจะเก็บกระดูกมนุษย์เอาไว้ในบ้าน!
พี่น้องคู่นี้!
เวลานี้เซี่ยผิงกั่งกำลังนั่งลงไปข้างๆ
เขาสูงกว่าเซี่ยหนิวซานหนึ่งช่วงศีรษะ ร่างกายกำยำราวกับหมี เดิมทีเผยหว่านเย่ว์ก็ไม่กล้ามองเขาอยู่แล้ว ตอนนี้พอรับรู้ว่าเขามีงานอดิเรกเช่นนี้ นางยิ่งไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น
เซี่ยผิงกั่งยังนับว่าพอมีความละเอียดอ่อนอยู่บ้าง “เด็กผู้หญิงจะดูของพวกนี้ไปทำไม จะตกใจกลัวเสียเปล่าๆ”
กระนั้นเผยหว่านเย่ว์ก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นสักเท่าไหร่
ความรู้สึกของนางตอนนี้เหมือนกับมีหมีตัวหนึ่งอยู่ตรงหน้าแล้วบอกนางว่าอย่ากลัวไปเลย
ท่านแม่บอกว่าเซี่ยผิงกั่งทั้งดุทั้งแข็งแรงกำยำ ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ นางก็พยายามจินตนาการอย่างเต็มที่แล้ว แต่ตอนนี้พอได้มาเห็นตัวจริง ก็ยังรู้สึกว่าที่นางคิดจินตนาการไว้นั้นค่อนข้างจะอ่อนโยนเกินไปอยู่บ้าง!
“ท่านพ่อ ท่านเตรียมของขวัญไว้ให้น้องรองหรือยัง” จู่ๆ เซี่ยผิงกั่งก็เอ่ยปากถาม
“ยังเลย ข้าคิดว่ารออีกสักสองวันค่อยจัดการ ใครจะไปคิดว่าพวกนางจะกลับมาเร็วเยี่ยงนี้” เซี่ยหนิวซานพูดโดยไม่คิด
เซี่ยผิงกั่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ข้าก็ยังเช่นกัน เงินเดือนของข้าเดือนนี้หมดแล้ว ท่านพ่อให้ข้ายืมหน่อยสิ”
“ไม่ให้ยืม! ไปเลยไป! ข้าก็ไม่มี!” เซี่ยหนิวซานกลอกตา จู่ๆ ก็รู้สึกอ้อมแขนของตนเองช่างว่างเปล่า คิดทำอะไรได้ยาก
ช่างยากจนข้นแค้นจริงๆ
เป็นขุนนางนี่มันได้เงินน้อยเสียเหลือเกิน
บ้านโทรมๆ ตำแหน่งเล็กๆ ทำเงินให้บ้านเขาได้เพียงแค่พอกินพอใช้เท่านั้น ส่วนที่เหลือก็ต้องเอามาเลี้ยงดูเจ้าหนอนดูดเลือดพวกนี้ อยากจะดื่มเหล้าดีๆ ก็ไม่มีเงิน แต่ละเดือนต้องคอยประหยัด แทบไม่กล้าใช้จ่ายอะไรเลย!
สายตาของเซี่ยหนิวซานและเซี่ยผิงกั่งไปหยุดอยู่ที่เซี่ยซี
เซี่ยซีกับเซียผิงไหวปีนี้เพิ่งอายุสิบสองปีเท่านั้น
เซี่ยซีก้มหน้าทันที “ข้าไม่มีเจ้าค่ะ ข้าจน…”
“ข้าก็ไม่มีขอรับ!” เซี่ยผิงไหวรีบร้อนตะโกนออกมาเช่นกัน
“พี่ชายมีเจ้าค่ะ” เซี่ยซีก้มหน้าพึมพำ
“…” เซี่ยผิงไหวกระโดดถอยหลังทันที “อย่ามาแย่งเงินของข้านะ นี่ท่านแม่เพิ่งให้ข้ามา ข้ายังไม่ทันกอดให้อุ่นเลย!”
“เฮอะ เงินพวกนี้เจ้ากอดไว้สิบวันครึ่งเดือนก็ยังไม่อุ่นเลยเท่าไหร่เลย เจ้าเป็นน้องชายก็ควรที่จะกตัญญูต่อพี่ชายพี่สาวเสียบ้างสิ” เซี่ยผิงกั่งยืนขึ้น
เขาหิ้วคอเซี่ยผิงไหวขึ้นมาอย่างกับหิ้วคอไก่ ค้นไปค้นมาก็ได้ตั๋วเงินใบละห้าสิบมาสองใบ
“ท่านพ่อ พอดีเลย พวกเราสองคนแบ่งกันคนละใบ ไม่มีของขวัญก็ให้เงินไปเลยแล้วกัน อย่าข้ามหน้าข้ามตากัน” เซี่ยผิงกั่งโยนตั๋วเงินใบหนึ่งไปให้
“แล้วข้าล่ะ…” เซี่ยผิงไหวงงตาแตกไปแล้ว