ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 42 แย่งเงิน
ตอนที่ 42 แย่งเงิน
มันคือกระเป๋าเงินสองใบขนาดเท่าๆ กัน
เซี่ยเฉียวส่งของให้แล้ว เผยหว่านเย่ว์เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้ว่าตนเองมามือเปล่าจึงรู้สึกอายขึ้นมา นางคิดไปคิดมาก็ดึงของสองชิ้นออกมาบ้าง
ถึงอย่างไรเผยหว่านเย่ว์ก็เป็นสาวเป็นนาง ดังนั้นของที่นางนำออกมาจึงเป็นแค่เครื่องประดับเท่านั้น
หากจะมอบของสิ่งนี้ให้เซี่ยซีก็ไม่เป็นไรหรอก แต่หากมอบให้เซี่ยผิงไหวก็ออกจะแปลกประหลาดอยู่สักหน่อย
นางยืนอยู่อย่างเคอะเขินไม่รู้ควรทำอย่างไรดีอยู่พักหนึ่ง
“ไหวเอ๋อร์เป็นเด็กผู้ชาย เขาไม่คิดมากเรื่องพวกนี้หรอก ไว้วันหน้าพี่หญิงรองค่อยชดเชยให้เจ้า ดีไหม” หลูซื่อออกหน้าพูดแทนลูกสาว
เซี่ยผิงไหวพยักหน้าทันทีทันใด จากนั้นก็สำรวจของขวัญที่เซี่ยเฉียวให้ตนเองมา
เมื่อมองดูเขาก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย ใบหน้าแสดงความสับสน
“พี่หญิงให้สิ่งใดหรือ” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยถาม
เซี่ยผิงไหวได้ยินดังนั้นก็หยิบของออกมาทันที ก่อนวางมันลงบนฝ่ามือให้ทุกคนได้เห็น
เซี่ยผิงกั่งเห็นแล้วก็แย่งมันไปทันที “ที่แท้ก็เป็นเรือหยกเล็กๆ ลำหนึ่ง? ฝีมือแกะสลักไม่เลวเลยจริงๆ…เดี๋ยวก่อน…”
ดวงตาเขาขยับเข้าใกล้ไปอีก ราวกับกำลังจดจ่ออยู่ที่ของสำคัญ จากนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป รีบเก็บของนั้นเข้าอกเสื้อตัวเองไปอย่างรวดเร็ว
“พี่ใหญ่?” เซี่ยผิงไหวงุนงง
อะไรกันเนี่ย ก็แค่หยกก้อนเดียวไม่ใช่หรือ อันนี้ก็จะแย่งของข้าด้วยหรือ!
“ของนี่ให้เจ้าไปก็เสียของ” เซี่ยผิงกั่งหน้าตาจริงจัง “เจ้าเป็นเด็กเป็นเล็ก ทั้งวี่ทั้งวันไม่อยู่กับร่องกับรอย หากพกไว้แล้วแตกหักเสียหายจะทำอย่างไร ให้ข้าเก็บไว้ดีกว่า พอเจ้าโตขึ้นแต่งงานได้แล้ว ข้าค่อยเอาคืนให้เจ้า”
เซี่ยหนิวซานรู้สึกได้ว่าท่าทีของเขามีบางอย่างผิดปกติ
จึงมองลูกชายคนโตที่มีเจตนาไม่ดีอย่างพินิจพิจารณา
“นังหนู ของที่เจ้าให้คืออะไรหรือ” เซี่ยหนิวซานเอ่ยถาม
“มิใช่ของหายากอะไรหรอกเจ้าค่ะ แค่หยกแกะสลักชิ้นหนึ่ง ด้านบนสลักถ้อยคำจากคัมภีร์ ‘เต้าเต๋อจิง[1]’ ไว้สองสามประโยคเท่านั้นเอง” เซี่ยเฉียวดูสงบนิ่งมาก นิ่งจนทำให้เซี่ยหนิวซานอดรู้สึกไม่ได้ว่าของสิ่งนี้ไม่มีค่าราคาอะไรจริงๆ
เซี่ยผิงกั่งถอนใจโล่งอก
แค่หยกแกะสลักหรือ
ของนี่เป็นหยกแท้แน่นอน แต่หยกนี้ก็ไม่ใช่ของชั้นดีแต่อย่างใด
ทว่าช่างแกะสลักคนนี้ฝีมือดีมาก ไม่เพียงเท่านั้น เขายังสังเกตเห็นอักษรสองตัว ‘อวิ๋นเวย’ ที่ด้านล่าง ดังนั้นเจ้าของเล่นนี้ต้องเป็นฝีมือปรมาจารย์แน่นอน หากต้องการขายเมื่อไหร่ ต้องขายได้สักเจ็ดแปดร้อยตำลึงแน่ๆ
น่าเสียดาย หากเป็นหยกเนื้อดีล่ะก็ มันต้องทำเงินได้มากกว่านี้หลายเท่าแน่นอน
เซี่ยผิงกั่งรีบยัดตั๋วเงินห้าสิบตำลึงใส่มือเซี่ยเฉียวเพื่อให้เปลี่ยนเรื่อง “เจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ก็อย่าอยู่แต่บ้านทั้งวันเลย ว่างๆ ก็พาเผย…น้องหญิงรอง…ออกไปเดินเล่นซื้อของแก้เบื่อเสียสิ”
ใบหน้าเขาแดงเล็กน้อย
ตั๋วเงินห้าสิบตำลึงดูเหมือนจะน้อยไปหน่อย
ช่วยไม่ได้นี่ เดือนหน้าเขาจะใช้เงินให้น้อยลงหน่อยถือว่าชดเชยไปก็แล้วกัน
เซี่ยหนิวซานไม่ได้คิดซับซ้อน เขารีบส่งของตนเองให้นางเช่นกัน
เซี่ยเฉียวรับตั๋วเงินมาอย่างเรียบง่าย
“ในมือน้องเล็กนั่นคือของดีอะไรหรือ” เซี่ยผิงกั่งยื่นหน้าไปมอง จู่ๆ ก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง
เซี่ยซีได้ยินดังนั้น ใบหน้าที่เดิมทีซับสีเลือดอยู่แล้วก็รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที นางรีบนำของตนเองไปเก็บในอกเสื้อโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง มองเซี่ยผิงกั่งอย่างเคร่งเครียด “ก้อนหินเจ้าค่ะ ก้อนหินเล็กๆ”
เซี่ยผิงกั่งหรี่ตามอง
พอแล้ว พอพูดว่าเป็นหิน เขาก็เข้าใจแล้ว
น้องสาวคนโตของเขาผู้นี้รู้ดีว่าซีเอ๋อร์ชอบอะไร ดังนั้นของที่อยู่ในกระเป๋าเงินนั้นจะต้องเป็นเงินก้อนเล็กๆ แน่นอน
คาดคะเนจากน้ำหนักนั่นแล้วคงจะเป็นเงินประมาณยี่สิบตำลึง ก็ถือว่าไม่น้อยเลย แต่เงินเล็กน้อยแค่นั้น เขาไม่ต้องการหรอก
เซี่ยเฉียวมองดูเซี่ยซีสายตาฉายประกายชื่นชอบ
เด็กหญิงตัวน้อยทั้งหน้าตาดีและน่ารักใคร่ชมชอบ
น่าเสียดายที่ตอนคลอดศีรษะติดอยู่ในท้องหลินซื่ออยู่นาน สมองจึงไม่ค่อยไวเท่าไหร่นัก แต่ไม่ใช่ว่าจะโง่ทึบ แค่ช้ากว่าคนทั่วไปครึ่งจังหวะเท่านั้น
เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่เซี่ยหนิวซานให้คนเขียนจดหมายส่งมาเล่ากับนางทุกปี
ดังนั้นตอนนี้นางจึงรู้ทุกอย่าง
[1] เต้าเต๋อจิง คัมภีร์หลักของลัทธิเต๋า, วิถีแห่งเต๋า